วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าแจง “อังกฤษห้ามขายบุหรี่แบบมวนตลอดชีพ แต่ยังขายบุหรี่ไฟฟ้าได้”ย้ำชัดเจน ไม่ให้สังคมเข้าใจผิดว่ารวมบุหรี่ไฟฟ้าด้วย พร้อมเสนอให้รับข้อมูลครบทุกด้าน

 เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าแจง “อังกฤษห้ามขายบุหรี่แบบมวนตลอดชีพ แต่ยังขายบุหรี่ไฟฟ้าได้”ย้ำชัดเจน ไม่ให้สังคมเข้าใจผิดว่ารวมบุหรี่ไฟฟ้าด้วย พร้อมเสนอให้รับข้อมูลครบทุกด้าน

 

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า เตือนสังคมอย่าเข้าใจผิด กรณีอังกฤษห้ามขายบุหรี่ให้ผู้ที่เกิดหลังปี พ.ศ. 2552 โดยยืนยันว่า นโยบายดังกล่าวมีผลเฉพาะบุหรี่มวน ไม่ครอบคลุมถึงบุหรี่ไฟฟ้าทุกประเภท พร้อมย้ำอังกฤษเน้นปกป้องเยาวชนแต่ยังให้ผู้สูบบุหรี่มีทางเลือก

นายอาสา ศาลิคุปต ผู้แทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า ชี้แจงข้อเท็จจริงหลังมีการเผยแพร่ข้อมูลรัฐบาลอังกฤษผ่านร่างกฎหมายห้ามจำหน่ายบุหรี่แก่บุคคลที่เกิดหลังปี 2009 (พ.ศ. 2552) ตลอดชีวิต จนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคม ว่า “ร่างกฎหมายควบคุมบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้ามีเป้าหมายในการสร้างคนรุ่นใหม่ปลอดบุหรี่  โดยนโยบายดังกล่าวบังคับใช้กับบุหรี่มวนเท่านั้น รัฐบาลอังกฤษมีท่าทีชัดเจนว่า ผู้ใหญ่สามารถใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นทางเลือกช่วยเลิกบุหรี่ได้อย่างถูกต้อง ภายใต้คำแนะนำด้านสุขภาพที่เคร่งครัด พร้อมย้ำว่า หากไม่เคยสูบบุหรี่ ไม่ควรเริ่มใช้บุหรี่ไฟฟ้า และเด็กก็ห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้าเด็ดขาด





นายอาสายังได้ระบุถึง 4 มาตรการสำคัญที่รัฐบาลอังกฤษจะนำมาใช้เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการป้องกันเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า กับการสนับสนุนผู้ใหญ่ให้เลิกบุหรี่ ได้แก่ การจำกัดกลิ่นและรสชาติ รวมถึงการโฆษณา, การห้ามแสดงบุหรี่ไฟฟ้าที่จุดจำหน่าย, การกำหนดลักษณะบรรจุภัณฑ์ และการแบนบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง ทั้งนี้เพื่อปิดช่องโหว่กฎหมายที่เคยเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ง่าย เช่น การแจกสินค้าตัวอย่างฟรี หรือขายบุหรี่ไฟฟ้าปราศจากนิโคติน

นายอาสาย้ำ การมีกฎหมายที่ควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างชัดเจน ย่อมดีกว่าการปล่อยให้เติบโตในตลาดมืดโดยไร้การกำกับดูแล พร้อมเชิญชวนทุกฝ่ายนำเสนอข้อมูลจากต่างประเทศให้ครบถ้วน รอบด้าน และตรงตามความจริง เพื่อช่วยลดความเข้าใจผิดในสังคมและเปิดพื้นที่ถกเถียงเชิงนโยบายอย่างมีเหตุผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการเลือกตั้งที่มีข้อมูลบิดเบือนหรือเฟคนิวส์จำนวนมาก โดยส่วนตัวเห็นว่าผู้สูบบุหรี่ควรได้รับข้อมูลและสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่พิสูจน์แล้วว่ามีอันตรายน้อยกว่า

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวเน็ตบนแพลตฟอร์ม X มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ยกตัวอย่างเช่น

เห็นข่าวนี้แล้วรู้สึกดีมากๆ เพราะแม่เป็นมะเร็งปอด เพิ่งมาตรวจเจอระยะที่ 4 ส่วนนึงมาจากข้างบ้านที่สูบบุหรี่แล้วควันลอยเข้ามาตลอด

ประเทศดี ๆ เค้าทำแบบนี้กันแหล่ะ

ผมไม่สูบแต่ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายนี้ครับ

ความตั้งใจคือทำให้คนสูบบุหรี่ค่อยๆ หมดไป แต่ไม่รวมถึงการใช้บุหรี่ไฟฟ้า เพราะที่นั่นยังมองว่าบุหรี่ไฟฟ้าคือทางเลือกทดแทนการสูบบุหรี่

ธุรกิจค้าบุหรี่เถื่อนอาจจะเฟื่องฟูมั้ยนะ ว่าแต่อันนี้รวมบุหรี่ไฟฟ้าด้วยไหมหรือแบบมวนอย่างเดียว

 

เปิดตัว GI ‘ไอริช วิสกี้’ สุรากลั่นจากธัญพืชบนเกาะไอร์แลนด์​ รสชาติแห่งวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมากว่า 500 ปี

 เปิดตัว GI ‘ไอริช วิสกี้’ สุรากลั่นจากธัญพืชบนเกาะไอร์แลนด์​ รสชาติแห่งวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมากว่า 500 ปี

 


​กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ประกาศขึ้นทะเบียน “ไอริช วิสกี้” สุรากลั่นจากสาธารณรัฐไอร์แลนด์ เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications : GI) ลำดับที่ 25 ของต่างประเทศ (ลำดับที่ 11 ของสหภาพยุโรป) ที่ได้ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อคุณภาพ มาตรฐาน และแหล่งกำเนิดสินค้าอย่างแท้จริง อีกทั้งยังสะท้อนพัฒนาการความร่วมมือที่ดีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปที่มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

 

​นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา มีภารกิจในการให้ความคุ้มครอง GI แก่สินค้าไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่มีชื่อเสียงมีความเชื่อมโยงกับแหล่งผลิต และมีประวัติศาสตร์การผลิตมาอย่างยาวนาน ทั้งนี้ การคุ้มครองสินค้า GI ของต่างประเทศในไทยนั้น ถือเป็นกลไกสำคัญในการแลกเปลี่ยนและต่อยอดความร่วมมือ เพื่อสนับสนุนการนำสินค้า GI ไทยไปขึ้นทะเบียนและได้รับการคุ้มครองในต่างประเทศเช่นกัน โดยล่าสุด กรมฯ ได้ประกาศให้ “ไอริช วิสกี้” เป็นสินค้าจากต่างประเทศที่ได้รับ GI ลำดับที่ 25 ในไทย

 

​นางอรมน กล่าวว่า “ไอริช วิสกี้” เป็นสุรากลั่นที่ผลิตบนเกาะไอร์แลนด์และไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งสะท้อนเรื่องราวทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ภูมิประเทศ และภูมิอากาศเฉพาะถิ่นผสมผสานอยู่ในทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดธัญพืชท้องถิ่น เช่น ข้าวบาร์เลย์ที่ผ่านการเพาะงอกอย่างเหมาะสม มาใช้เป็นวัตถุดิบแทนองุ่นหรือผลไม้ชนิดอื่น การใช้น้ำที่กลั่นจากแหล่งน้ำธรรมชาติซึ่งมีคุณสมบัติเป็นน้ำกระด้างหรือน้ำอ่อน ส่งผลต่อรสชาติของเมล็ดข้าวในกระบวนการบด ประกอบกับทักษะ ภูมิปัญญา และความเชี่ยวชาญของผู้ผลิตในท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 6

 

​นอกจากนี้ สภาพอากาศของไอร์แลนด์ได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีม ทำให้เกิดความอบอุ่นและความชื้นตลอดปี ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการบ่มสุราที่ใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 3 ปี

โดยอุณหภูมิระดับปานกลางจะช่วยให้แอลกอฮอล์สามารถดูดซึมสีและสารประกอบจากไม้ของถังบ่ม

ได้อย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้สุราที่ได้มีสีทองอ่อนไปจนถึงสีอำพันเข้ม มีรสชาตินุ่มลื่น กลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไอริชวิสกี้ได้รับการรับรอง GI และมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับสากลมาอย่างยาวนาน ซึ่งการยื่นขอขึ้นทะเบียน GI ไอริชวิสกี้ในประเทศไทยครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดในไทย และยังช่วยยกระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทยว่าสินค้าที่วางจำหน่ายเป็นของแท้ มีคุณภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล

 

​นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบันมีสินค้าต่างประเทศที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ในไทยรวมทั้งสิ้น 25 รายการ ครอบคลุมสินค้าจากสหภาพยุโรป เอเชีย และภูมิภาคต่างๆ อาทิ แชมเปญ (ฝรั่งเศส) สก๊อตช์ วิสกี้ (สก๊อตแลนด์) แฮมปรอชชุตโต ดิ ปาร์มา (อิตาลี) ไวน์นาปา วัลเลย์ (สหรัฐอเมริกา) ตากีล่า (เม็กซิโก) เมลอนยูบาริ (ญี่ปุ่น) กาแฟบวนมาถวด (เวียดนาม) เป็นต้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของกรมฯ ในการสนับสนุนและส่งเสริมการคุ้มครองสินค้าอัตลักษณ์จากทุกท้องถิ่น พร้อมทั้งขยายความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญากับนานาประเทศ ทั้งนี้ ไอร์แลนด์เป็นหนึ่งในสมาชิกของสหภาพยุโรปที่เป็นคู่ค้าสำคัญของไทย

การที่กรมฯ เร่งดำเนินการขึ้นทะเบียน GI สินค้าจากสหภาพยุโรปครั้งนี้ นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในการสร้างความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์ที่วางขายในประเทศแล้ว ยังเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายในการสร้างความเชื่อมั่นทางการค้า ยกระดับภาพลักษณ์ไทยในฐานะประเทศที่มีระบบการคุ้มครอง GI ที่ได้มาตรฐาน และเชื่อมโยงความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

 

​ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญายังคงเดินหน้าส่งเสริมและคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์อย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่การดำเนินการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ภายในประเทศ แต่รวมถึงการผลักดันสินค้า GI ไทยที่มีศักยภาพให้ได้รับการคุ้มครองในต่างประเทศ โดยปัจจุบันมีสินค้าไทยได้รับ GI ในต่างประเทศแล้ว 10 รายการ ใน 33 ประเทศ อาทิ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ (ในสหภาพยุโรป มาเลเซีย และอินโดนีเซีย) กาแฟดอยช้าง (ในสหภาพยุโรป และญี่ปุ่น) ผ้าไหมยกดอกลำพูน (ในอินเดีย และอินโดนีเซีย) เป็นต้น และในปี 2569 กรมฯ มีแผนจัดทำคำขอ GI ในต่างประเทศเพิ่ม 2 สินค้า ได้แก่ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง เตรียมยื่นในประเทศญี่ปุ่น และมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก เตรียมยื่นในประเทศมาเลเซีย เพื่อขยายความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ สร้างโอกาสทางการค้า ควบคู่ไปกับการรักษาอัตลักษณ์และสร้างมาตรฐานให้แก่สินค้า GI

ในระดับสากล นำมาซึ่งประโยชน์แก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคอย่างยั่งยืน นางอรมน กล่าวทิ้งท้าย

 

--------------------------

ผลักดันซอฟท์เทนนิสบรรจุเป็นกีฬาสาธิตในกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 52 ม.วลัยลักษณ์ ปี 2570

 ผลักดันซอฟท์เทนนิสบรรจุเป็นกีฬาสาธิตในกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 52 ม.วลัยลักษณ์ ปี 2570






นางอุดมลักษณ์ ศิริกุลเลิศรัฐ นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายบรรลือชัย  ผิวสานต์ นายกกิตติมศักดิ์ นางวรรณา จันทร์รักษา นาง สุภาพรนาคนาคา กรรมการบริหารฯ ได้มาร่วมกิจกรรม ประสานงานกับ กกมท. การแข่งขัน กีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่51 ม. แม่โจ้ จ.เชียงใหม่   ขอขอบคุณคณะกรรมการบริหาร ได้กรุณาบรรจุ กีฬาซอฟท์เทนนิส เป็นกีฬาสาธิตฯ ในการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่52 ม.วลัยลักษณ์จ.นครศรีธรรมราช  21-30 มกราคม 2570 

เด็กกทม. มีเฮ! ปีนี้มีวันเด็ก 2 รอบ​ สนุกกันอีกครั้งฟรี! 22-25 ม.ค.นี้ ที่พิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ

 เด็กกทม. มีเฮ! ปีนี้มีวันเด็ก 2 รอบ​ สนุกกันอีกครั้งฟรี! 22-25 ม.ค.นี้ ที่พิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ


กรุงเทพฯ – 14 มกราคม 2569 – ข่าวดีสำหรับผู้ปกครอง คุณครู และน้องๆ ชาวกทม. กับควันหลงวันเด็กในปีนี้ ฟรี! ร่วมสนุกได้กว่า 40 ซุ้มกิจกรรมขนาดใหญ่ พร้อมเวทีการแสดงและแบ่งปันความรู้ด้านการพัฒนาทักษะสมอง EF  หรือ Executive Function ในเด็ก ซึ่งเป็นสมองส่วนที่ควบคุมการคิดวิเคราะห์ การควบคุมอารมณ์ และการกำกับตนเอง พบกันวันที่ 22–25 มกราคม 2569 ณ พิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ (โรงงานยาสูบ) กรุงเทพมหานคร เวลา 10:00-18:00 น. กับมหกรรมพัฒนาทักษะสมองเพื่อเด็กดี เก่ง สุข สมวัย “ดรีมซิตี้: เมืองสร้างฝัน อีเอฟสร้างคน” ติดตามรายละเอียดได้ที่เฟซบุ๊ก Dow Thailand Group




พลาดไม่ได้กับมหกรรมครอบครัวที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เล่นสนุกในขณะที่เรียนรู้และฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ วางแผน แก้ปัญหา ควบคุมอารมณ์ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้ผู้ปกครองและครูเรียนรู้เทคนิคการส่งเสริมเด็กให้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพทั้งในครอบครัวและในห้องเรียน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย งานนี้เป็นความร่วมมือของกรุงเทพมหานคร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) สถาบันรักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป (RLG) สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) และพันธมิตรอื่นๆ อีกมากมาย



งานวันเด็กรอบ 2 นี้ มีการจำลองพื้นที่เป็นเมืองต่าง ๆ ที่ทั้งครอบครัวจะได้ร่วมสนุกและเรียนรู้การนำทักษะสมอง EF ไปประยุกต์ใช้ โดยเริ่มจาก “เมืองแสนสนุก” ที่บอกเล่าว่า EF คืออะไร และสามารถสร้างได้ที่บ้านด้วยวิธีง่าย ๆ ผ่านกิจกรรมตัวอย่างที่นำไปปรับใช้ได้เลย พร้อมบูธที่ให้เด็กๆ ได้เล่นอย่างมีความหมาย “เมืองแนะแนว” ที่มีการประเมินทักษะ EF เบื้องต้นในเด็กปฐมวัยและวัยรุ่น “เมืองสร้างฝัน” ที่ให้เด็ก ๆ ได้สวมบทบาทเป็นอาชีพที่ใฝ่ฝัน อาทิ นักวิทยาศาสตร์ ตำรวจไซเบอร์ อินฟลูเอนเซอร์ นักบิน เพื่อเชื่อมโยง EF สู่โลกการทำงานจริง “เมืองสุขใจ” ที่มีลานเล่นท้าทายประสาทสัมผัส ให้ฝึกการใช้กล้ามเนื้อและทักษะต่าง ๆ และยังมีการนั่งสมาธิ ชาร์จพลังให้สมอง “เมืองเรียนรู้” ที่มีผู้เชี่ยวชาญมาแบ่งปันประสบการณ์สร้าง EF ทั้งในห้องเรียน และชุมชน “เมืองต้นแบบ” ที่สาธิตวิธีการนำ EF ไปใช้ในห้องเรียน พร้อมผลสำเร็จจากรร.ในกทม. และระยอง ไปจนถึง “เมืองสร้างสุข” เวทีการแสดงโชว์วิทยาศาสตร์ และการแสดงแสนสนุกมากมาย ไม่หมดเพียงแค่นี้! เพราะยังมี “เมืองของอร่อย” ที่รวมของดี ของอร่อยจากเขตต่างๆ ในกทม. มาไว้ในที่เดียวให้ทุกท่านได้ซื้อไปเติมพลัง




พบกันได้ฟรี! กับวันเด็กรอบ 2 ของชาวกทม. ที่งาน “ดรีมซิตี้: เมืองสร้างฝัน อีเอฟสร้างคน”  วันที่ 22–25 มกราคม 2569 ณ พิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ (โรงงานยาสูบ) เวลา 10:00-18:00 น.

###


อดีตโค้ชซอฟ์ทเทนนิสร้องสมาคมฯทำงานไม่โปร่งใส อีกฝ่ายจ่อฟ้องกลับ หลังเคยชี้แจ้งไปแล้ว

  อดีตโค้ชซอฟ์ทเทนนิสร้องสมาคมฯทำงานไม่โปร่งใส อีกฝ่ายจ่อฟ้องกลับ หลังเคยชี้แจ้งไปแล้ว

     สรเชษฐ์ อวยพร อดีตผู้ฝึกสอนซอฟท์เทนนิสทีมชาติไทย ร้องผู้บริหารสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย ทุจริตเบี้ยเลี้ยง , ค่าที่พัก และอุปกรณ์ฝึกซ้อมและแข่งขันนักกีฬาทีมชาติซีเกมส์ ในขณะที่ผู้บริหารสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย ยันความโปร่งใสในการทำงาน และได้ชี้แจ้งกรณีดังกล่าวต่อการกีฬาแห่งประเทศไทย และคณะกรรมาธิการการกีฬา สภาผู้แทนราษฎรแล้ว

     วันนี้ 14 ม.ค.69 เวลา 14.00 น.บริเวณลานหน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ 25 ชั้น กกท. นายสรเชษฐ์ อวยพร อดีตผู้ฝึกสอนซอฟท์เทนนิสทีมชาติไทย และอดีตนักกีฬาซอฟท์เทนนิสมือ 3 ของโลก เข้ายื่นหนังสือกับนายกฤษณ์ ขำทวี เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น เพื่อยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กรณีผู้บริหารสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย ทุจริตเงินค่าเบี้ยเลี้ยง , ค่าที่พัก , ค่าอุปกรณ์การฝึกซ้อม และค่าอุปกรณ์การแข่งขัน ของนักกีฬาซอฟท์เทนนิสทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่ประเทศกัมพูชา และกีฬาเอเชี่ยนเกมส์

ครั้งที่ 19 ที่ประเทศจีน โดยนายสรเชษฐ์ อวยพร บอกว่าในขณะนั้นตนเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย และพบความไม่โปร่งใสของผู้บริหารสมาคมในขณะนั้น อีกทั้งยังมีการปลดนักกีฬาออกจากการติดทีมชาติไทยอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงปี 2565 - 2566 จก่อนตัดสินใจออกมาร้องเรียนในวันนี้

     จากกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่นายบรรลือชัย ผิวสานต์ ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย และนางอุดมลักษณ์ ศิริกุลเลิศรัฐ นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย คนปัจจุบันทำหน้าที่ประธานฝ่ายเทคนิคและผู้จัดการทีมชาติไทย และในวันนี้ได้ไปปฏิบัติหน้าที่ในการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ที่ จ.เชียงใหม่ จึงไม่สามารถมาชี้แจงด้วยตนเอง และขอชี้แจงร่วมกันผ่านสื่อมวลชนถึงกรณีดังกล่าวว่า "ตามที่นายสรเชษฐ์ อวยพร ได้กล่าวหาผู้บริหารสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย ส่อทุจริตค่าเบี้ยงเลี้ยง , ค่าที่พัก , ค่าอุปกรณ์ฝึกซ้อม และอุปกรณ์การแข่งขัน นักกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย ชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่กัมพูชา และกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่ ประเทศจีน ทางผู้บริหารสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย ขอยืนยันความโปร่งใสในการทำงาน มีการตั้งคณะทำงานเป็นระบบตรวจสอบได้ อีกทั้งผู้บริหารสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย ได้เข้าชี้แจงผ่านทางการกีฬาแห่งประเทศไทย และคณะกรรมาธิการการกีฬา สภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่ที่ทางนายสรเชษฐ์ ยังออกมาร้องเรียนต่อก็น่าจะมาจากความไม่พอใจที่ถูกสมาคมคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย ขับพ้นห้ามยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมของสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย เพราะในขณะทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เคยถูกนักกีฬาทีมชาติไทยร้องกรณีชู้สาว จนต้องพ้นจากหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย และยังถูกกล่าวหาทุจริต และประพฤติไม่เหมาะสมขาดจริยธรรมอีกหลายกรณี จนทำให้มีการฟ้องร้องกับผู้บริหารสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสฯ ในชั้นศาลขณะนี้รวม 5 คดี และหากพบว่าการให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนในวันนี้ ก่อให้เกิดความเสียหายกับสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทยเพิ่มเติม ก็ขอใช้สิทธ์ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

     สรเชษฐ์ อวยพร อดีตผู้ฝึกสอนซอฟท์เทนนิสทีมชาติไทย ร้องผู้บริหารสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย ทุจริตเบี้ยเลี้ยง , ค่าที่พัก และอุปกรณ์ฝึกซ้อมและแข่งขันนักกีฬาทีมชาติซีเกมส์ ในขณะที่ผู้บริหารสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย ยันความโปร่งใสในการทำงาน และได้ชี้แจ้งกรณีดังกล่าวต่อการกีฬาแห่งประเทศไทย และคณะกรรมาธิการการกีฬา สภาผู้แทนราษฎรแล้ว

     วันนี้ 14 ม.ค.69 เวลา 14.00 น.บริเวณลานหน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ 25 ชั้น กกท. นายสรเชษฐ์ อวยพร อดีตผู้ฝึกสอนซอฟท์เทนนิสทีมชาติไทย และอดีตนักกีฬาซอฟท์เทนนิสมือ 3 ของโลก เข้ายื่นหนังสือกับนายกฤษณ์ ขำทวี เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น เพื่อยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กรณีผู้บริหารสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย ทุจริตเงินค่าเบี้ยเลี้ยง , ค่าที่พัก , ค่าอุปกรณ์การฝึกซ้อม และค่าอุปกรณ์การแข่งขัน ของนักกีฬาซอฟท์เทนนิสทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่ประเทศกัมพูชา และกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 19 ที่ประเทศจีน โดยนายสรเชษฐ์ อวยพร บอกว่าในขณะนั้นตนเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย และพบความไม่โปร่งใสของผู้บริหารสมาคมในขณะนั้น อีกทั้งยังมีการปลดนักกีฬาออกจากการติดทีมชาติไทยอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงปี 2565 - 2566 จก่อนตัดสินใจออกมาร้องเรียนในวันนี้

     จากกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่นายบรรลือชัย ผิวสานต์ ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย และนางอุดมลักษณ์ ศิริกุลเลิศรัฐ นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย คนปัจจุบันทำหน้าที่ประธานฝ่ายเทคนิคและผู้จัดการทีมชาติไทย และในวันนี้ได้ไปปฏิบัติหน้าที่ในการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ที่ จ.เชียงใหม่ จึงไม่สามารถมาชี้แจงด้วยตนเอง และขอชี้แจงร่วมกันผ่านสื่อมวลชนถึงกรณีดังกล่าวว่า "ตามที่นายสรเชษฐ์ อวยพร ได้กล่าวหาผู้บริหารสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย ส่อทุจริตค่าเบี้ยงเลี้ยง , ค่าที่พัก , ค่าอุปกรณ์ฝึกซ้อม และอุปกรณ์การแข่งขัน นักกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย ชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่กัมพูชา และกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่ ประเทศจีน ทางผู้บริหารสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย ขอยืนยันความโปร่งใสในการทำงาน มีการตั้งคณะทำงานเป็นระบบตรวจสอบได้ อีกทั้งผู้บริหารสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย ได้เข้าชี้แจงผ่านทางการกีฬาแห่งประเทศไทย และคณะกรรมาธิการการกีฬา สภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่ที่ทางนายสรเชษฐ์ ยังออกมาร้องเรียนต่อก็น่าจะมาจากความไม่พอใจที่ถูกสมาคมคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย ขับพ้นห้ามยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมของสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย เพราะในขณะทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เคยถูกนักกีฬาทีมชาติไทยร้องกรณีชู้สาว จนต้องพ้นจากหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย และยังถูกกล่าวหาทุจริต และประพฤติไม่เหมาะสมขาดจริยธรรมอีกหลายกรณี จนทำให้มีการฟ้องร้องกับผู้บริหารสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสฯ ในชั้นศาลขณะนี้รวม 5 คดี และหากพบว่าการให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนในวันนี้ ก่อให้เกิดความเสียหายกับสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทยเพิ่มเติม ก็ขอใช้สิทธ์ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำกระเช้าเข้าเยี่ยมเยียน พร้อมมอบเงินปลอบขวัญให้กำลังใจแก่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรุงเทพฯ วันนี้ (วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นายนิพนธ์ โชคภิรมย์วงศา กรรมการปฏิคม พร้อมด้วยคณะกรรมการ นำทีมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสาธารณภัย และฝ่ายปฏิบัติการ เข้ามอบเงินปลอบขวัญและให้กำลังใจแก่ทหารกล้าที่บาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในขณะนี้ นายละ 10,000 บาท พร้อมกระเช้าสุขภาพ รวมจำนวน 35 นาย รวมงบประมาณทั้งสิ้น 392,000 บาท (สามแสนเก้าหมื่นสองพันบาทถ้วน) ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อปี 2568 เป็นต้นมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ลงพื้นที่ชายแดนเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว รวมงบประมาณการช่วยเหลือกรณีเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาจนถึงปัจจุบันกว่า 8.3 ล้านบาท โดยมูลนิธิฯ ยังคงติดตามสถานการณ์เพื่อพิจารณาการให้ความช่วยเหลือตามนโยบายการดำเนินงานของฝ่ายสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งต่อไป มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป . ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำกระเช้าเข้าเยี่ยมเยียน พร้อมมอบเงินปลอบขวัญให้กำลังใจแก่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรุงเทพฯ


วันนี้ (วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นายนิพนธ์ โชคภิรมย์วงศา กรรมการปฏิคม พร้อมด้วยคณะกรรมการ นำทีมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสาธารณภัย และฝ่ายปฏิบัติการ เข้ามอบเงินปลอบขวัญและให้กำลังใจแก่ทหารกล้าที่บาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในขณะนี้ นายละ 10,000 บาท พร้อมกระเช้าสุขภาพ รวมจำนวน 35 นาย รวมงบประมาณทั้งสิ้น 392,000 บาท (สามแสนเก้าหมื่นสองพันบาทถ้วน) ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 


นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อปี 2568 เป็นต้นมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ลงพื้นที่ชายแดนเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว รวมงบประมาณการช่วยเหลือกรณีเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาจนถึงปัจจุบันกว่า 8.3 ล้านบาท โดยมูลนิธิฯ ยังคงติดตามสถานการณ์เพื่อพิจารณาการให้ความช่วยเหลือตามนโยบายการดำเนินงานของฝ่ายสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งต่อไป


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป

.

ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418


## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

"สายตรวจเพชรเกษม" ไม่มีแผ่ว ทำงานเชิงรุก บุกจับหนุ่มมีพิรุธสุดท้ายพบ 2 หมายจับทั้งทำร้ายร่างกาย และฉ้อโกง ผกก.ตบรางวัลทันที

  "สายตรวจเพชรเกษม" ไม่มีแผ่ว ทำงานเชิงรุก บุกจับหนุ่มมีพิรุธสุดท้ายพบ 2 หมายจับทั้งทำร้ายร่างกาย และฉ้อโกง ผกก.ตบรางวัลทันที

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 17.00 น.ที่บ้านร้างไม่ทราบเลขที่ อยู่ระหว่างซอยเพชรเกษม 41/1 กับซอยเพชรเกษม 43 แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมภายใต้การอำนวยการสั่งการของพ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม,พ.ต.ท.กมเลศ พูลสุขโข รอง ผกก.ป.สน.เพชรเกษม,พ.ต.ท.ธีระเดช เพชรศิริ สวป.สน.เพชรเกษม พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม สน.เพชรเกษม นำโดย พ.ต.ท.ธวัชชัย ทิพย์วงษ์ สว.สส.สน.เพชรเกษม,ร.ต.อ.จิรสิน เกตุศักด์ รองสวป.สน.เพชรเกษม,ด.ต.จำเนียร วรรณปะกา,จ.ส.ต.ภูพิพัฒน์ ประเมินชัย,ส.ต.อ.พีรพงษ์ สดมพฤกษ์,ส.ต.อ.ธัชนนท์ เสมอใจ,ส.ต.อ.จักรกรินทร์ เลอสวรรค์วารี,ส.ต.อ.สุรสิทธิ์ ศรชัยญาติ ผบ.หมู่ ป.สน.เพชรเกษม และ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม สน.หลักสอง นำโดย พ.ต.ต.ชัยกมล สุดเสนาะ สว.สส.สน.หลักสอง,ร.ต.ท.คณนภัส เสวพงษ์,ร.ต.ท.สมบัติ มั่งมี,ร.ต.ต.กีรติ รัตนศิลปะพงศ์,ร.ต.ต.ชรินทร์ ปะวะโข รอง สว.สส.สน.หลักสอง,ส.ต.ท.ภาคิน ลิมปภาส ผบ.หมู่ สส.สน.หลักสอง


ได้ร่วมกันทำการจับกุม นายวสันต์ฯ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/2 หมู่ที่ 3 ตำบลนาหม่อม อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา โดยกล่าวหาว่า "ฉ้อโกง" ตามหมายจับของศาลแขวงบางบอน ที่ 127/2568 ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568


พฤติการณ์กล่าวคือ ตามวันเวลาดังกล่าว (13 ม.ค.2569) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับไม่ประสงค์ออกนามแต่ประสงค์เงินรางวัลนำจับ ว่าพบนายวสันต์ฯ ผู้ต้องตามหมายจับ ศาลแขวงบางบอน อยู่บริเวณดังกล่าว จึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบนายวสันต์ฯ ยืนอยู่ที่บริเวณดังกล่าวข้างต้นมีลักษณะตำหนิรูปพรรณตรงตามที่สายลับแจ้งมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งความประสงค์ขอตรวจค้น ก่อนตรวจค้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ นายวสันต์ฯ ดูเป็นที่พอใจแล้ว จึงทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่นายวสันต์ฯ ยังมีอาการพิรุธอยู่ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงตรวจสอบบุคคลตามหมายจับผ่านระบบ CRIME ONLINE ปรากฏว่าเป็นบุคคลตามหมายจับของ ศาลแขวงบางบอน ที่ 127/2568 ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ฉ้อโกง” เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เชิญตัว นายวสันต์ฯ มาที่ สน.เพชรเกษม เพื่อตรวจสอบยืนยันหมายจับอีกครั้ง ปรากฏว่า สถานีตำรวจนครบาลหลักสอง ยืนยันว่ายังต้องการตัวมาดำเนินคดีอยู่ จากนั้นได้ร่วมกันแสดงหมายจับให้ นายวสันต์ฯ ดู อ่าน ข้อความตามหมายจับให้ นนายวสันต์ฯ ทราบและเข้าใจดีแล้ว รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตัวมาดำเนินคดีในมูลคดีเดียวกันมาก่อน จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ ควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

อนึ่งในการจับกุมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ตรวจสอบบุคคลตามหมายจับผ่านระบบ CRIME ONLINE ปรากฏว่านายวสันต์ฯ ยังเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลแขวงสงขลา หมายจับเลขที่ 142/2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน "ลักทรัพย์' อีกด้วย

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าแจง “อังกฤษห้ามขายบุหรี่แบบมวนตลอดชีพ แต่ยังขายบุหรี่ไฟฟ้าได้”ย้ำชัดเจน ไม่ให้สังคมเข้าใจผิดว่ารวมบุหรี่ไฟฟ้าด้วย พร้อมเสนอให้รับข้อมูลครบทุกด้าน

  เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าแจง “อังกฤษห้ามขายบุหรี่แบบมวนตลอดชีพ แต่ยังขายบุหรี่ไฟฟ้าได้”ย้ำชัดเจน ไม่ให้สังคมเข้าใจผิดว่ารวมบุหรี่ไฟฟ้าด้ว...