วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จับมือยักษ์ใหญ่ไอทีพัฒนา DSD E-Certification สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงข้อมูลพัฒนาทักษะ

 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จับมือยักษ์ใหญ่ไอทีพัฒนา  DSD E-Certification สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงข้อมูลพัฒนาทักษะ

วันที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 14.00 น. นายสมาสภ์  ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับนายพงศ์สันต์  ตฤณธวัช กรรมการผู้จัดการบริษัท วี บิลด์ แอนด์ โอเปอร์เรต จำกัด เพื่อดำเนินโครงการความร่วมมือจัดทำเครื่องมือเพื่อการสื่อสารประชาสัมพันธ์และยืนยันตัวตนแรงงานวิชาชีพผ่านรูปแบบดิจิทัล (DSD E-Certification) โดยมีนายสมบัติ  โพธิวัฒน์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และนายไววิทย์  อุทัยเฉลิม ที่ปรึกษาบริษัท วี บิลด์ แอนด์ โอเปอร์เรต จำกัด ลงนามเป็นพยาน ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคาร DSD กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน


นายสมาสภ์  ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวภายหลังลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าโครงการนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ต้องการส่งเสริมให้แหล่งข้อมูลการพัฒนาฝีมือแรงงานเข้าถึงกำลังแรงงาน ประชาชน และสถานประกอบกิจการ ได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น และเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาให้บริการปรับเปลี่ยนสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลนำประเทศก้าวเข้าสู่การแข่งขันในเวทีโลก ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ต้องประสบความเร็จเป็นอย่างยิ่งเพราะได้บริษัท วี บิลด์ แอนด์ โอเปอร์เรต จำกัด เป็นเครือข่ายในการพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่มีความเชี่ยวชาญ การวางระบบโครงสร้างด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและพัฒนาระบบแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์อัจฉริยะ (Smart Devices) และออกแบบจัดทำเว็บไซต์








นายสมาสภ์  กล่าวต่อไปว่า ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมมือกันจัดทำโมบายแอปพลิเคชันชื่อว่า “DSD E-Certification” ในการสนับสนุนการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ภารกิจของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ผ่านอุปกรณ์สมาร์ทโฟนทั้งระบบ Android และ iOS ซึ่งจะกลายเป็นช่องทางสำคัญที่จะสามารถลงทะเบียนการเข้าใช้งานเพื่อยืนยันตัวตน ตรวจสอบสถานะผลการพัฒนาฝีมือแรงงาน ทั้งด้านการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ และการรับรองความรู้ความสามารถ ดาวน์โหลดใบรับรองของกรมฯ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และข้อมูลข่าวสารกิจกรรมการพัฒนาฝีมือแรงงานทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค รวมถึงสิทธิและสวัสดิการที่ควรจะได้รับจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เข้าร่วมแอปพลิเคชันนี้ 

ขอขอบคุณบริษัท วี บิลด์ แอนด์ โอเปอร์เรต จำกัด อย่างยิ่งที่พัฒนาแอปพลิเคชันดังกล่าวขึ้น ทำให้กำลังแรงงานและประชาชนได้เข้าถึงแหล่งข้อมูลข่าวสารหรือบริการของกรมได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น จะเป็นก้าวสำคัญในการให้บริการแอปพลิเคชัน DSD E-Certification” อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าว

ด้านนายพงศ์สันต์  ตฤณธวัช กรรมการผู้จัดการบริษัท วี บิลด์ แอนด์ โอเปอร์เรต จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและเอกชน ในการสร้างเครื่องมือหรือช่องทางที่สามารถเข้าถึงการให้บริการที่เป็นประโยชน์กับสมาชิกผู้ใช้งานมากขึ้น เช่น สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา  สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน  การยางแห่งประเทศไทย ด้วยการดำเนินงานและโครงการดังที่ได้กล่าวมา บริษัทฯ จึงได้เกิดแนวคิดการพัฒนาระบบการให้บริการสำหรับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่จะมีเครื่องมือที่จะให้แรงงานฝีมือทั่วประเทศได้มีช่องทาง Mobile Application ที่เป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ทำให้เข้าถึงแหล่งข้อมูลของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น

ถอดรหัสแนวคิด 5 ผู้นำรุ่นใหม่ ‘JGAB New Gen’ พลิกกลยุทธ์อัญมณีไทย​ ทะยานสู่หมุดหมายระดับสากล

 ถอดรหัสแนวคิด 5 ผู้นำรุ่นใหม่ ‘JGAB New Gen’ พลิกกลยุทธ์อัญมณีไทย​  ทะยานสู่หมุดหมายระดับสากล

ในวันที่อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องคุณภาพหรือความประณีตอีกต่อไป แต่กำลังถูกท้าทายด้วยการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี พฤติกรรมของผู้บริโภค และการเกิดขึ้นของตลาดใหม่ ทำให้บทบาทของผู้บริหารรุ่นใหม่ในวงการ จึงกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่มาขับเคลื่อนการเติบโตในยุคถัดไป เช่นเดียวกับงาน Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2026 หรือ JGAB ก็กำลังทำหน้าที่มากกว่างานแสดงสินค้า เพราะนี่คือเวทีที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมไทย ถูกมองเห็นอย่างชัดเจนบนเวทีโลก



ภาพของกลุ่ม “New Gen Exhibitor” ในงาน JGAB 2026 จึงไม่ใช่แค่การเข้ามารับไม้ต่อของคนรุ่นใหม่ในธุรกิจเดิม แต่เป็นการก้าวเข้ามาของคลื่นลูกใหม่ที่ต้องแบกรับโจทย์ยากกว่าเดิม ทั้งการรักษาคุณค่าของรากฐานธุรกิจ การทำความเข้าใจในตลาดโลกที่ผันผวน หรือวิธีขยายโอกาสในบริบทที่การแข่งขันต่างจากอดีต ความน่าสนใจของ JGAB ในปีนี้ คือเวทีนี้กำลังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงจากหลากหลายส่วนในซัพพลายเชน ตั้งแต่ธุรกิจพลอย เครื่องเงิน ไฟน์จิวเวลรี่ เพชรแล็บ ไปจนถึงเทคโนโลยีและโซลูชันผลิต ซึ่งต่างมีโจทย์ต่างกัน แต่กำลังเผชิญความกดดันร่วมกัน นั่นคือทำอย่างไร? ให้ธุรกิจดั้งเดิมยังมีความหมายในโลกที่ไม่เหมือนเดิม

The Pressure of Global Taste: เมื่อการสร้างแบรนด์สำคัญไม่แพ้คุณภาพสินค้า

ในธุรกิจพลอย การรักษามาตรฐานของสินค้าอาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมดอีกต่อไป บริษัท เจ แอนด์ ซันส์ เจมส์ จำกัด  มองว่าความท้าทายของผู้ประกอบการรุ่นใหม่จำเป็นต้องอ่านเกมตลาดโลกให้ออก พร้อมยกระดับธุรกิจจากแบรนด์ที่โดดเด่นด้านคุณภาพ ไปสู่แบรนด์ที่มีบุคลิก มีแนวทางของตัวเอง และสามารถสื่อสารคุณค่าได้ชัดในสายตาผู้ซื้อสากล ทำให้งานออกแบบ คุณภาพ และภาพลักษณ์ทั้งหมดของแบรนด์ ต้องทำงานเป็นระบบเดียวกันเพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดที่การแข่งขันรุนแรงขึ้นทุกปี

“ตลาดในวันนี้ ไม่ได้ตัดสินกันแค่เรื่องคุณภาพสินค้าอีกแล้ว แต่ตัดสินกันที่ว่าแบรนด์ของเรามีความหมายอย่างไรในสายตาลูกค้า ผู้ประกอบการรุ่นใหม่จึงต้องเข้าใจทั้งการพัฒนาสินค้า การออกแบบ และการสื่อสารแบรนด์ไปพร้อมกัน เพื่อให้ธุรกิจยืนอยู่ในตลาดโลกได้อย่างมีตัวตน”

Heritage Meets Modernity: การผสานดีเอ็นเอเดิม สู่การบริหารยุคใหม่

ในฟากของเครื่องประดับเงิน คุณวิภาวิน และคุณวิชวิญญ์ หงษ์ศรีจินดา จากแบรนด์ Piyapoom (Silver) สะท้อนว่าแกนของการเปลี่ยนผ่านไม่ได้เริ่มจากภาพลักษณ์ภายนอก แต่เริ่มจากการจัดระเบียบภายในให้พร้อมต่อการแข่งขันรอบใหม่ ด้วยบทบาทของ Sales & Marketing Executive ทั้งสองสะท้อนวิธีคิดที่น่าสนใจว่าธุรกิจครอบครัวจะเติบโตต่อได้ ไม่ใช่การเลือกเก็บหรือทิ้งของเดิมไปทั้งหมด เพราะต้องรู้ว่าควรเก็บอะไรไว้ และควรเปลี่ยนอะไรให้ทันเวลา โจทย์ของการปรับโครงสร้าง การใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ และการขยายช่องทางตลาด จึงเป็นทิศทางการทำงานที่ช่วยให้ธุรกิจยังรักษาตัวตนเดิมไว้ ขณะเดียวกันก็ทำให้แข่งขันในตลาดปัจจุบันอย่างมีพลังมากขึ้น

Balancing Trust and Newness: ธุรกิจเดิมต้องเติบโตให้ทันคนรุ่นใหม่

มุมมองของ คุณภาสินี เจียมเจริญยิ่ง กรรมบริหาร R Jew Diamond มองว่าความท้าทายของผู้บริหารรุ่นใหม่ ไม่ได้อยู่แค่การรักษาความไว้ใจของร้านเก่าแก่ที่ลูกค้าเชื่อถือ แต่คือการทำให้ธุรกิจเดิมมีภาพลักษณ์เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น การไปศึกษาเทรนด์และพัฒนาการของตลาดจิวเวลรี่ในอิตาลี ทำให้เห็นว่าการธุรกิจวันนี้ต้องมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้า ดีไซน์ และวิธีสื่อสารแบรนด์มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาความน่าเชื่อถือแบบร้านเดิมอย่างสมดุล R Jew จึงไม่ได้มองเพียงการขายทอง 18K หรือไฟน์จิวเวลรี่ แต่กำลังให้ความสำคัญกับ “ความสบายใจในการซื้อ” ของลูกค้า ผ่านการคัดเลือกสินค้า การนำเข้าจากอิตาลีโดยตรง และคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง เพื่อสร้างความโปร่งใสและยืนยันมาตรฐานของสินค้าได้อย่างมั่นใจ

“ความท้าทายของ R Jew วันนี้คือการบาลานซ์ระหว่างความน่าเชื่อถือของร้านเดิมที่ลูกค้าไว้ใจมากว่า 30 ปี กับการทำให้แบรนด์ดูใหม่และเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น เราเชื่อว่าธุรกิจจิวเวลรี่วันนี้ไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ต้องขายความไว้วางใจ ความโปร่งใส และมาตรฐานที่ลูกค้ารู้สึกมั่นใจได้จริง”

Defining the New Luxury: เมื่อ ‘แบรนด์’ และ ‘นวัตกรรม’ คืออาวุธสำคัญ

โจทย์ของ My J ไม่ได้อยู่ที่การเลือกระหว่าง “รักษารากฐานเดิม” หรือ “วิ่งตามตลาดใหม่” แต่คือการทำให้สองสิ่งนี้เดินไปด้วยกันได้อย่างถูกทิศทาง คุณอนนต์ชัย จตุรานนท์ กรรมการบริหารแบรนด์ My J มองว่าบทบาทของคนรุ่นใหม่คือการนำมุมมองใหม่ ๆ เข้ามาพัฒนาแบรนด์ โดยไม่ปล่อยให้มาตรฐานและความเชี่ยวชาญที่ธุรกิจสะสมมาต้องสูญเสียความหมายไป แนวทางการทำงานทำงานจึงเน้นทั้งการพัฒนาสินค้า การสร้างแบรนด์ และการมองหาตลาดใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเติบโตไม่เกิดจากการแรงส่งระยะสั้น แต่มาจากการวางฐานธุรกิจให้พร้อมกับพฤติกรรมผู้บริโภคและช่องทางการค้าที่เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน

ความท้าทายของคนรุ่นใหม่ไม่ใช่การเปลี่ยนทุกอย่างให้ต่างจากเดิม แต่คือการพาแบรนด์ก้าวไปข้างหน้าโดยยังรักษาความเชี่ยวชาญและมาตรฐานที่ธุรกิจสร้างไว้ เราเชื่อว่าการเติบโตที่ยั่งยืนต้องมาจากการรักษาความเชี่ยวชาญเดิมไว้ พร้อมเปิดรับแนวคิดใหม่อย่างต่อเนื่อง

The Grit of Transformation: เมื่อ ‘เทคโนโลยี’ คือหัวใจของความยั่งยืน

จุดยืนของ Khunnapap Jewellery Supplies มีความชัดเจนแต่แรกว่า ธุรกิจในโลกการผลิตเครื่องประดับไม่สามารถหยุดอยู่แค่บทบาท ผู้ขาย ได้เพียงอย่างเดียว คุณเฮซาม กาเซ็มมีนี Founder และ Managing Director แห่ง Khunnapap มองว่าการเติบโตขององค์กรขึ้นอยู่กับการพัฒนาที่ต่อเนื่อง ทั้งในมุมเทคโนโลยี ความเข้าใจลูกค้า และการแก้ปัญหาหน้างาน ทำให้ทิศทางบริษัทต้องขยับจากธุรกิจเทรดดิ้งดั้งเดิม ไปสู่การเป็น “Total Solution Provider” ที่เชื่อมต่อเครื่องจักร เครื่องมือ วัสดุ และการสนับสนุนด้านเทคนิคเข้าด้วยกัน เพื่อเป้าหมายสำคัญที่ไม่ใช่เพียงการขายสินค้า แต่ต้องเดินเคียงข้างโรงงานผลิตเพื่อสร้างประสิทธิภาพ ความเสถียร และความสามารถในการแข่งขันได้ในระยะยาว



ความท้าทายวันนี้คือการมี Grit หรือความมานะที่จะพัฒนาไม่หยุด ที่จะปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ ๆ และตอบสนองต่อความคาดหวังที่สูงขึ้น เพราะลูกค้าไม่ได้มองหาแค่ผู้ขายสินค้า แต่เขามองหาพาร์ตเนอร์ที่เข้าใจกระบวนการผลิตอย่างแท้จริง

JGAB 2026: แพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์สู่ ‘ศูนย์กลางอาเซียน’

JGAB 2026 ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่คือเครื่องพิสูจน์ศักยภาพของ New Gen ไทย ว่าเราพร้อมแล้วที่จะเป็น Hub สำคัญของอุตสาหกรรมอัญมณีโลก” คือบทสรุปจากเหล่าผู้บริหารรุ่นใหม่ที่พร้อมจะขับเคลื่อนวงการอัญมณีไทยให้เปล่งประกายกว่าที่เคย 


Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2026 (JGAB) งานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับนานาชาติ ในวันที่ 22-25 เม.ย. 69 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ลงทะเบียนชมงานได้แล้ววันนี้ทางเว็บไซต์ www.jewellerygemaseanbkk.com 

###


กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ดันศูนย์เชื่อมสู่ ASEAN+3 Excellence Centre ยกระดับแรงงานไทยสู่แรงงานมูลค่าสูง รองรับอุตสาหกรรมอนาคต

 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ดันศูนย์เชื่อมสู่ ASEAN+3 Excellence Centre ยกระดับแรงงานไทยสู่แรงงานมูลค่าสูง รองรับอุตสาหกรรมอนาคต

วันที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น.  นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรม และทดสอบมาตรฐานช่างเชื่อมระดับสากล (Welder Qualification Test: WQT) มีผู้เข้าอบรม จำนวน 17 คน ระหว่างวันที่ 2–3 เมษายน 2569  โดยมี ผู้บริหารกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกอบรมของบริษัท ทีดับบลิวไอ เทรนนิ่ง แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (TWI) ร่วมเป็นเกียรติ ณ ห้องประชุมโพทะเล สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 สมุทรปราการ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเดินหน้ายกระดับศักยภาพแรงงานไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับบริษัท ทีดับบลิวไอ เทรนนิ่ง แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (TWI) เพื่อพัฒนาทักษะแรงงานสาขาเทคโนโลยีการเชื่อมและการตรวจสอบให้ได้มาตรฐานสากล รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเป้าหมาย (New S-Curve) และโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศ ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ สถาบันพัฒนาบุคลากรการเชื่อม (WelDA) ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ดำเนินการฝึกอบรม ซึ่งเป็นการจำลองสถานการณ์ปฏิบัติงานจริงตามมาตรฐานสากล ผู้เข้าอบรมจะได้รับการฝึกทักษะการเชื่อมในท่า 6G ด้วยกระบวนการ SMAW เป็นท่าที่มีความยาก และใช้ประเมินทักษะขั้นสูง พร้อมเข้ารับการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญจาก TWI (TWI Welding Examiner) ผ่านกระบวนการตรวจสอบทั้งทางสายตาและการทดสอบทางกล ตามมาตรฐาน ASME Section IX




นายสมาสภ์ กล่าวต่อไปว่า ผู้ที่ผ่านการทดสอบจะได้รับใบรับรองมาตรฐาน ISO 9606-1 ภายใต้ระบบ CSWIP ของ TWI ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และเป็นคุณสมบัติสำคัญในการทำงานในโครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการด้านพลังงาน เช่น บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ที่กำหนดมาตรฐาน API 1104 และ ASME Section IX เป็นเกณฑ์หลัก โดยใบรับรองดังกล่าวจะช่วยยกระดับผู้ผ่านการอบรมสู่การเป็น “แรงงานมูลค่าสูง” ที่มีรายได้เฉลี่ยตั้งแต่ 45,000 บาท จนถึง  100,000 บาทต่อเดือน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคอุตสาหกรรมในด้านคุณภาพและความปลอดภัยของงานเชื่อม สำหรับผู้ที่สนใจในหลักสูตรนี้ หากมีเปิดรับสมัครฝึกอบรมทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านช่องทาง เฟซบุ๊กกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน https://www.facebook.com/share/1AxVa865CV/?mibextid=wwXIfr หรือ เว็บไซต์ สถาบันพัฒนาบุคลากรการเชื่อม (WelDA) https://dsd.go.th/welda หรือ เฟซบุ๊ก Welda Dsd  https://www.facebook.com/share/1CP89k3J3B/?mibextid=wwXIfr







โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ในการผลักดันสถาบันพัฒนาบุคลากรการเชื่อม (WelDA) ให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านการเชื่อมในระดับภูมิภาค ASEAN+3 และเตรียมความพร้อมสู่การเป็นหน่วยงานรับรองมาตรฐานสากล (Certified Body) ตามมาตรฐาน ISO 17024 และ ISO 17025 ในอนาคต และการพัฒนาแรงงานไทยให้มีทักษะระดับสากล ไม่เพียงช่วยเพิ่มรายได้และคุณภาพชีวิตของแรงงาน แต่ยังเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ เสริมศักยภาพการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม และรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน อธิบดีสมาสภ์ กล่าวทิ้งท้าย

“พัฒนา สปอร์ต รีสอร์ท” รุกตลาดกอล์ฟปี 2026 เปิดตัว 3 ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ชูคอนเซปต์ “Play Like a Pro” ยกระดับมาตรฐานการแข่งขันสมัครเล่นสู่ระดับโปร

 “พัฒนา สปอร์ต รีสอร์ท” รุกตลาดกอล์ฟปี 2026 เปิดตัว 3 ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ชูคอนเซปต์ “Play Like a Pro” ยกระดับมาตรฐานการแข่งขันสมัครเล่นสู่ระดับโปร

[ชลบุรี – 2 เมษายน 2569] –พัฒนา สปอร์ต รีสอร์ท (Pattana Sports Resort) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านจุดหมายปลายทางกีฬาและสุขภาพ (Sport & Wellness Destination) แห่งภาคตะวันออก ประกาศเปิดตัวซีรีส์การแข่งขันกอล์ฟสมัครเล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี "Pattana Golf Tournament 2026" ภายใต้แนวคิด “Play Like a Pro” มุ่งสร้างประสบการณ์การแข่งขันที่ถอดแบบมาตรฐานมืออาชีพมาไว้ในสนามสมัครเล่น พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในจังหวัดชลบุรี

คุณบดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พัฒนา สปอร์ท คลับ จำกัด เปิดเผยว่า “ในปี 2026 นี้ พัฒนา สปอร์ต รีสอร์ท มุ่งมั่นที่จะยกระดับประสบการณ์การออกรอบให้มากกว่าการแข่งขันทั่วไป ภายใต้แนวคิด ‘Play Like a Pro’ เราตั้งใจให้นักกอล์ฟทุกระดับได้สัมผัสบรรยากาศการแข่งขันที่เข้มข้นบนสนามที่ได้รับการดูแลภายใต้มาตรฐานสากล เพื่อสร้างคอมมูนิตี้กอล์ฟที่แข็งแกร่งและยั่งยืน โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนที่ร่วมผลักดันโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้จังหวัดชลบุรีเป็นจุดหมายสำคัญของนักกอล์ฟทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ”

คุณโรจนสิทธิ์ มีนิจสิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง กล่าวว่า “น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” สนับสนุนกีฬากอล์ฟไทยมาร่วม 20 ปี โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาแบบทั้งระบบ ตั้งแต่ระดับเยาวชน อาชีพ ร่วมถึงระดับมือสมัครเล่น ผ่านแนวคิดในการ “มากกว่ากีฬา คือ น้ำใจนักกีฬา” มุ่งเน้นพัฒนานักกีฬากอล์ฟไทยให้มีคุณภาพทั้งในและนอกสนาม ตลอดระยะเวลากว่า 18 ปีที่ผ่านมา เรามีนักกอล์ฟเยาวชนที่เติบโตไปเป็นโปรกอล์ฟหลากหลายคนไม่ว่าจะเป็น โปรกัญจน์ เจริญกุล, โปรเรย์ อมรินทร์ กรัยวิเชียร, โปรฟีเวอร์ นิติธร ทิพย์พงษ์ และอีกมากมาย ซึ่งเป็นผลผลิตจากความมุ่งมั่นและความตั้งใจในการสร้าง พัฒนา พร้อมผลักดันเยาวชนไทยสู่เวทีโลก นอกจากนี้ “ช้าง” ยังมีการจัดและสนับสนุนการแข่งขันกอล์ฟอเมเจอร์หลายรายการ ซึ่ง “พัฒนา กอล์ฟ ชาเลนจ์ อเมเจอร์ โอเพ่น 2026” เป็นอีกหนึ่งทัวร์นาเมนต์ ที่ “ช้าง” สนับสนุนมาอย่างยาวนาน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 อีกทั้งยังสนับสนุนการแข่งขันกอล์ฟสตรี อย่าง “พัฒนา เลดี้ส์  อเมเจอร์ โอเพ่น 2026” รวมถึงการแข่งขัน “พัฒนาทีม ชาเลนจ์ 2026” ซึ่งถือเป็นทัวร์นาเมนต์รูปแบบใหม่ ที่ให้นักกอล์ฟทั้งเยาวชนและมือสมัครเล่นได้ลงแข่งขันในประเภททีม ได้ลงแข่งขันเพื่อชิงรางวัลมากมาย ทาง“ช้าง”ก็ขอเชิญชวนให้นักกอล์ฟมือสมัครเล่นในทุกรุ่นอายุทั่วประเทศไทย มาลงแข่งขันชิงรางวัลต่างๆ เพื่อสร้างมิตรภาพ ความสนุกสนานและสีสัน ให้แก่วงการกอล์ฟในปีนี้”



สำหรับไฮไลท์ในปีนี้ คือการจัดการแข่งขันที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายผ่าน 3 รายการหลัก ได้แก่:

1. Pattana Golf Challenge Amateur Open 2026: การแข่งขันประเภทบุคคลสำหรับนักกอล์ฟสมัครเล่น (อายุ 21 ปีขึ้นไป) พิสูจน์ความแกร่งในรอบคัดเลือก 4 รอบ เพื่อเฟ้นหา 8 ยอดฝีมือเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ “The Chairman Trophy 2026” ในรูปแบบ Match Play เพื่อชิงรางวัลเกียรติยศและจารึกชื่อในถ้วยรางวัลแชมป์ประจำปี

2. Pattana Ladies Amateur Open 2026: รายการใหม่ล่าสุดเพื่อสนับสนุนนักกอล์ฟสตรีสมัครเล่น (อายุ 21 ปีขึ้นไป) แข่งขันรอบคัดเลือก 2 รอบ เพื่อค้นหา 8 นักกอล์ฟหญิงฝีมือดีเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ “The Chairman Trophy 2026” ในเดือนกันยายน 2569 นี้

3. Pattana Team Challenge 2026: รายการประเภททีมคู่ (Duo) ที่เน้นความสามัคคีและกลยุทธ์การเล่น ในรูปแบบ One-Day Tournament 27 หลุม สลับกันตี (Alternate Shot) โดยปีนี้มีความพิเศษที่เปิดโอกาสให้เยาวชนสามารถจับคู่กับผู้ใหญ่ได้ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และส่งต่อแรงบันดาลใจสู่โปรกอล์ฟรุ่นเยาว์


การแข่งขัน "Pattana Golf Tournament 2026" ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากพันธมิตรชั้นนำ อาทิ น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยา, TaylorMade Golf Thailand By CCK Group, ผลิตภัณฑ์ยาดม ยาหม่อง ยาหม่องน้ำ แบรนด์เซียงเพียว, โรงพยาบาลแปซิฟิค การ์เดน และ อีซูซุ ตะวันออกชลบุรี โดยผู้สมัครนอกจากจะได้สัมผัสความท้าทายบนกรีนแล้ว ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัล Lucky Draw และของรางวัลพิเศษรวมมูลค่ากว่าหลายแสนบาทตลอดทั้งฤดูกาล

นักกอล์ฟที่สนใจสามารถตรวจสอบตารางการแข่งขันและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่:

โทร: 038-318-999

Line ID: @Pattanasportsclub

Facebook: Pattana Sports Resort

Website: Pattana Sports Resort



กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จับมือยักษ์ใหญ่ไอทีพัฒนา DSD E-Certification สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงข้อมูลพัฒนาทักษะ

  กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จับมือยักษ์ใหญ่ไอทีพัฒนา  DSD E-Certification สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงข้อมูลพัฒนาทักษะ วันที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 14.00 น....