วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ดันศูนย์เชื่อมสู่ ASEAN+3 Excellence Centre ยกระดับแรงงานไทยสู่แรงงานมูลค่าสูง รองรับอุตสาหกรรมอนาคต

 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ดันศูนย์เชื่อมสู่ ASEAN+3 Excellence Centre ยกระดับแรงงานไทยสู่แรงงานมูลค่าสูง รองรับอุตสาหกรรมอนาคต

วันที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น.  นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรม และทดสอบมาตรฐานช่างเชื่อมระดับสากล (Welder Qualification Test: WQT) มีผู้เข้าอบรม จำนวน 17 คน ระหว่างวันที่ 2–3 เมษายน 2569  โดยมี ผู้บริหารกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกอบรมของบริษัท ทีดับบลิวไอ เทรนนิ่ง แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (TWI) ร่วมเป็นเกียรติ ณ ห้องประชุมโพทะเล สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 สมุทรปราการ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเดินหน้ายกระดับศักยภาพแรงงานไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับบริษัท ทีดับบลิวไอ เทรนนิ่ง แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (TWI) เพื่อพัฒนาทักษะแรงงานสาขาเทคโนโลยีการเชื่อมและการตรวจสอบให้ได้มาตรฐานสากล รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเป้าหมาย (New S-Curve) และโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศ ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ สถาบันพัฒนาบุคลากรการเชื่อม (WelDA) ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ดำเนินการฝึกอบรม ซึ่งเป็นการจำลองสถานการณ์ปฏิบัติงานจริงตามมาตรฐานสากล ผู้เข้าอบรมจะได้รับการฝึกทักษะการเชื่อมในท่า 6G ด้วยกระบวนการ SMAW เป็นท่าที่มีความยาก และใช้ประเมินทักษะขั้นสูง พร้อมเข้ารับการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญจาก TWI (TWI Welding Examiner) ผ่านกระบวนการตรวจสอบทั้งทางสายตาและการทดสอบทางกล ตามมาตรฐาน ASME Section IX




นายสมาสภ์ กล่าวต่อไปว่า ผู้ที่ผ่านการทดสอบจะได้รับใบรับรองมาตรฐาน ISO 9606-1 ภายใต้ระบบ CSWIP ของ TWI ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และเป็นคุณสมบัติสำคัญในการทำงานในโครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการด้านพลังงาน เช่น บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ที่กำหนดมาตรฐาน API 1104 และ ASME Section IX เป็นเกณฑ์หลัก โดยใบรับรองดังกล่าวจะช่วยยกระดับผู้ผ่านการอบรมสู่การเป็น “แรงงานมูลค่าสูง” ที่มีรายได้เฉลี่ยตั้งแต่ 45,000 บาท จนถึง  100,000 บาทต่อเดือน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคอุตสาหกรรมในด้านคุณภาพและความปลอดภัยของงานเชื่อม สำหรับผู้ที่สนใจในหลักสูตรนี้ หากมีเปิดรับสมัครฝึกอบรมทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านช่องทาง เฟซบุ๊กกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน https://www.facebook.com/share/1AxVa865CV/?mibextid=wwXIfr หรือ เว็บไซต์ สถาบันพัฒนาบุคลากรการเชื่อม (WelDA) https://dsd.go.th/welda หรือ เฟซบุ๊ก Welda Dsd  https://www.facebook.com/share/1CP89k3J3B/?mibextid=wwXIfr







โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ในการผลักดันสถาบันพัฒนาบุคลากรการเชื่อม (WelDA) ให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านการเชื่อมในระดับภูมิภาค ASEAN+3 และเตรียมความพร้อมสู่การเป็นหน่วยงานรับรองมาตรฐานสากล (Certified Body) ตามมาตรฐาน ISO 17024 และ ISO 17025 ในอนาคต และการพัฒนาแรงงานไทยให้มีทักษะระดับสากล ไม่เพียงช่วยเพิ่มรายได้และคุณภาพชีวิตของแรงงาน แต่ยังเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ เสริมศักยภาพการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม และรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน อธิบดีสมาสภ์ กล่าวทิ้งท้าย

“พัฒนา สปอร์ต รีสอร์ท” รุกตลาดกอล์ฟปี 2026 เปิดตัว 3 ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ชูคอนเซปต์ “Play Like a Pro” ยกระดับมาตรฐานการแข่งขันสมัครเล่นสู่ระดับโปร

 “พัฒนา สปอร์ต รีสอร์ท” รุกตลาดกอล์ฟปี 2026 เปิดตัว 3 ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ชูคอนเซปต์ “Play Like a Pro” ยกระดับมาตรฐานการแข่งขันสมัครเล่นสู่ระดับโปร

[ชลบุรี – 2 เมษายน 2569] –พัฒนา สปอร์ต รีสอร์ท (Pattana Sports Resort) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านจุดหมายปลายทางกีฬาและสุขภาพ (Sport & Wellness Destination) แห่งภาคตะวันออก ประกาศเปิดตัวซีรีส์การแข่งขันกอล์ฟสมัครเล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี "Pattana Golf Tournament 2026" ภายใต้แนวคิด “Play Like a Pro” มุ่งสร้างประสบการณ์การแข่งขันที่ถอดแบบมาตรฐานมืออาชีพมาไว้ในสนามสมัครเล่น พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในจังหวัดชลบุรี

คุณบดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พัฒนา สปอร์ท คลับ จำกัด เปิดเผยว่า “ในปี 2026 นี้ พัฒนา สปอร์ต รีสอร์ท มุ่งมั่นที่จะยกระดับประสบการณ์การออกรอบให้มากกว่าการแข่งขันทั่วไป ภายใต้แนวคิด ‘Play Like a Pro’ เราตั้งใจให้นักกอล์ฟทุกระดับได้สัมผัสบรรยากาศการแข่งขันที่เข้มข้นบนสนามที่ได้รับการดูแลภายใต้มาตรฐานสากล เพื่อสร้างคอมมูนิตี้กอล์ฟที่แข็งแกร่งและยั่งยืน โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนที่ร่วมผลักดันโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้จังหวัดชลบุรีเป็นจุดหมายสำคัญของนักกอล์ฟทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ”

คุณโรจนสิทธิ์ มีนิจสิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง กล่าวว่า “น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” สนับสนุนกีฬากอล์ฟไทยมาร่วม 20 ปี โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาแบบทั้งระบบ ตั้งแต่ระดับเยาวชน อาชีพ ร่วมถึงระดับมือสมัครเล่น ผ่านแนวคิดในการ “มากกว่ากีฬา คือ น้ำใจนักกีฬา” มุ่งเน้นพัฒนานักกีฬากอล์ฟไทยให้มีคุณภาพทั้งในและนอกสนาม ตลอดระยะเวลากว่า 18 ปีที่ผ่านมา เรามีนักกอล์ฟเยาวชนที่เติบโตไปเป็นโปรกอล์ฟหลากหลายคนไม่ว่าจะเป็น โปรกัญจน์ เจริญกุล, โปรเรย์ อมรินทร์ กรัยวิเชียร, โปรฟีเวอร์ นิติธร ทิพย์พงษ์ และอีกมากมาย ซึ่งเป็นผลผลิตจากความมุ่งมั่นและความตั้งใจในการสร้าง พัฒนา พร้อมผลักดันเยาวชนไทยสู่เวทีโลก นอกจากนี้ “ช้าง” ยังมีการจัดและสนับสนุนการแข่งขันกอล์ฟอเมเจอร์หลายรายการ ซึ่ง “พัฒนา กอล์ฟ ชาเลนจ์ อเมเจอร์ โอเพ่น 2026” เป็นอีกหนึ่งทัวร์นาเมนต์ ที่ “ช้าง” สนับสนุนมาอย่างยาวนาน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 อีกทั้งยังสนับสนุนการแข่งขันกอล์ฟสตรี อย่าง “พัฒนา เลดี้ส์  อเมเจอร์ โอเพ่น 2026” รวมถึงการแข่งขัน “พัฒนาทีม ชาเลนจ์ 2026” ซึ่งถือเป็นทัวร์นาเมนต์รูปแบบใหม่ ที่ให้นักกอล์ฟทั้งเยาวชนและมือสมัครเล่นได้ลงแข่งขันในประเภททีม ได้ลงแข่งขันเพื่อชิงรางวัลมากมาย ทาง“ช้าง”ก็ขอเชิญชวนให้นักกอล์ฟมือสมัครเล่นในทุกรุ่นอายุทั่วประเทศไทย มาลงแข่งขันชิงรางวัลต่างๆ เพื่อสร้างมิตรภาพ ความสนุกสนานและสีสัน ให้แก่วงการกอล์ฟในปีนี้”



สำหรับไฮไลท์ในปีนี้ คือการจัดการแข่งขันที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายผ่าน 3 รายการหลัก ได้แก่:

1. Pattana Golf Challenge Amateur Open 2026: การแข่งขันประเภทบุคคลสำหรับนักกอล์ฟสมัครเล่น (อายุ 21 ปีขึ้นไป) พิสูจน์ความแกร่งในรอบคัดเลือก 4 รอบ เพื่อเฟ้นหา 8 ยอดฝีมือเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ “The Chairman Trophy 2026” ในรูปแบบ Match Play เพื่อชิงรางวัลเกียรติยศและจารึกชื่อในถ้วยรางวัลแชมป์ประจำปี

2. Pattana Ladies Amateur Open 2026: รายการใหม่ล่าสุดเพื่อสนับสนุนนักกอล์ฟสตรีสมัครเล่น (อายุ 21 ปีขึ้นไป) แข่งขันรอบคัดเลือก 2 รอบ เพื่อค้นหา 8 นักกอล์ฟหญิงฝีมือดีเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ “The Chairman Trophy 2026” ในเดือนกันยายน 2569 นี้

3. Pattana Team Challenge 2026: รายการประเภททีมคู่ (Duo) ที่เน้นความสามัคคีและกลยุทธ์การเล่น ในรูปแบบ One-Day Tournament 27 หลุม สลับกันตี (Alternate Shot) โดยปีนี้มีความพิเศษที่เปิดโอกาสให้เยาวชนสามารถจับคู่กับผู้ใหญ่ได้ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และส่งต่อแรงบันดาลใจสู่โปรกอล์ฟรุ่นเยาว์


การแข่งขัน "Pattana Golf Tournament 2026" ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากพันธมิตรชั้นนำ อาทิ น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยา, TaylorMade Golf Thailand By CCK Group, ผลิตภัณฑ์ยาดม ยาหม่อง ยาหม่องน้ำ แบรนด์เซียงเพียว, โรงพยาบาลแปซิฟิค การ์เดน และ อีซูซุ ตะวันออกชลบุรี โดยผู้สมัครนอกจากจะได้สัมผัสความท้าทายบนกรีนแล้ว ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัล Lucky Draw และของรางวัลพิเศษรวมมูลค่ากว่าหลายแสนบาทตลอดทั้งฤดูกาล

นักกอล์ฟที่สนใจสามารถตรวจสอบตารางการแข่งขันและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่:

โทร: 038-318-999

Line ID: @Pattanasportsclub

Facebook: Pattana Sports Resort

Website: Pattana Sports Resort



วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569

วธ. จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ​ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน

 วธ. จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ​ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน



วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 08.00 น. กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตร เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน โดยมีนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วย นางสาวรานี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรมและกรมการศาสนา เจ้าหน้าที่พุทธศาสนิกชน และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ วัดปทุมวนาราม กรุงเทพมหานคร





        



   สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2498 ทรงเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์ที่ 3 ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และได้รับการถวายพระนามจากสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์ พร้อมทั้งประทานคำแปลว่า นางแก้ว อันหมายถึง หญิงผู้ประเสริฐ และมีพระนามที่ข้าราชบริพาร เรียกทั่วไปว่า ทูลกระหม่อมน้อย




         นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ๒ เมษายน นับเป็นโอกาสอันดียิ่งที่พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า จะได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยการบำเพ็ญคุณงามความดีถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์ และทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการตามรอยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านการพระศาสนา พระองค์ทรงเป็นพุทธมามกะ มีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทรงเป็นแบบอย่างแก่พุทธศาสนิกชนชาวไทยในการนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาเป็นหลักปฏิบัติ ทรงเป็นมิ่งขวัญและที่เคารพเทิดทูนของพสกนิกรชาวไทยตลอดมา กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะหน่วยงานของรัฐที่มีบทบาทและหน้าที่ในการดำเนินงานด้านศาสนา ให้คนไทยนำหลักธรรมทางศาสนามาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เป็นคนดีมีคุณธรรม ได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 


        ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อว่า ในส่วนกลาง ร่วมกับวัดปทุมวนาราม กรุงเทพมหานคร จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน และพิธีเจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ ณ พระวิหารหลวง วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ในส่วนของภูมิภาค ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด 76 จังหวัด จัดกิจกรรม


ถวายพระราชกุศล อาทิ การเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก พิธีตักบาตรพระสงฆ์ พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และกิจกรรมจิตอาสาถวายพระราชกุศล เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้น้อมนำหลักธรรมทางศาสนามาเป็นเครื่องมือในการสร้างสติ สมาธิ และปัญญา แล้วนำมาประพฤติปฏิบัติ ให้เกิดความสามัคคีปรองดอง สมานฉันท์ ด้วยการทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาร่วมกัน โดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงระหว่างสถาบันชาติ ศาสนา และประชาชน อันจะก่อให้เกิดความสงบร่มเย็นอย่างยั่งยืน สามารถดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยเพื่อเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตและวิถีปฏิบัตินำสู่ความสมดุลอันส่งผลให้มีความสุขอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จ

พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๙ ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ ๑ – ๓ เมษายน ๒๕๖๙///

สสส.ร่วมมือ รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ ที่ 17 เปิด “ตลาดเขียวมาตรฐาน SAN "

 สสส.ร่วมมือ รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ ที่ 17 เปิด “ตลาดเขียวมาตรฐาน SAN "

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ณ.ลานกิจกรรมสีเขียว โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 นายรัชกฤต พยัคฆ์ นายอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธาน เปิด “ตลาดเขียวสร้างสุข มาตรฐาน SAN” พร้อมด้วย ดร.ณัจยา แก้วนุ้ย ผู้จัดการโครงการพัฒนาและขยายผลระบบอาหารเพื่อสุขภาวะตลอดห่วงโซ่ในโรงเรียนและชุมชน ในจังหวัด สงขลา ปทุมธานี สุพรรณบุร พัทลุง และ นครปฐม สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  ดร.ธนกร ตันติโพจิตร นายกเทศมนตรีเมืองสองพี่น้อง ดร.วิฑูร อินทจันท์ นายกสมาคมการค้าธุรกิจอาหาร นพ.จิรภัทร กัลยาณพจน์พร ผอ.สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 17 และคณะผู้บริหาร กิจกรรมภายในงานมีการแสดงพื้นบ้านไทยทรงดำชุด "กินดี ชีวีมีสุข"  โดยโรงเรียนวัดดอนมะเกลือ ,เวทีการเสวนาให้ความรู้ "กินลดเสี่ยง เลี่ยง NCDs" และการสาธิตเมนูเพื่อสุขภาพตามมาตรฐาน SAN  โดยโครงการSafety Food

    ​“ตลาดเขียว ของโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 เป็นโรงพยาบาลต้นแบบด้านระบบอาหารปลอดภัย ตลอดห่วงโซ่โดยผ่านมาตรฐาน SAN เป็นแหล่งผลิต และอาหารปลอดภัย สามารถตรวจสอบได้ เกษตรกร มีตัวตนจริง ผลผลิตรับรองมาตรฐานแบบมีส่วนร่วมจากชุมชน ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เกษตรกรขายเอง ราคาเป็นธรรม เข้าถึงได้ง่าย คุณภาพสดใหม่ เน้นคุณค่าทางอาหารโภชนาการ เป็นพื้นที่เรียนรู้ แลกเปลี่ยนวิถีวัฒนธรรมและอาหาร และที่สำคัญของการประสบความสำเร็จ คือ การมีส่วนร่วม และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ชุมชนและผู้บริโภค  เชื่อมโยงให้เกิดความร่วมมือในการดูแลสุขภาพเชิงรุก  เปลี่ยนโรงพยาบาลจากที่รักษาโรคอย่างเดียว มาเป็นพื้นที่ "สร้างสุขภาพ" ผ่านการกินอาหารที่ดีไปพร้อมกับการสนับสนุนรายได้เศรษฐกิจชุมชน

ดร.ณัจยา แก้วนุ้ย ผจก.โตรงการอาหารฯ (สสส.) กล่าว

     “ขอขอบคุณเครือข่ายสุขภาพและผู้เข้าร่วมงานทุกท่านที่มาร่วมสร้างสังคมสุขภาพที่ดีเพื่อผลักดันให้โรงพยาบาลเป็นพื้นที่ต้นแบบด้านอาหารปลอดภัย เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการดูแลสุขภาพ   นอกจากเราจะดูแลส่งเสริมเรื่องสุขภาพแล้วเรายังดูแลสุขภาพในการกินอาหารก็เป็นอีกทางเลือก ที่จะให้ผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ มีทางเลือกซื้อสินค้าที่เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ เราจะสนับสนุนตลาดเขียว ให้เกิดความยั่งยืน ในการดูแลสุขภาพของประชาชน เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลและลดการเกิดโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรค NCDs ของประชาชน” 


นพ.จิรภัทร กัลยาณพจน์พร ผอ.โรงพยาบาลฯ กล่าว

​   “ ตลาดเขียว แห่งนี้เริ่มต้นจากชุมชน เพื่อจะหาสินค้าซึ่งเป็นสินค้าของชุมชนได้ออกมาจำหน่าย ที่ตลาดเขียว เอาธรรมชาติมาใช้งานและให้เกิดประโยชน์ และดูแลสุขภาพไปด้วยเพราะตลาดนี้จะอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งพื้นที่แห่งนี้ก็จะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจของชุมชนเพื่อให้ชุมชนได้เข้มแข็ง จะมีการต่อยอดจากเศรษฐกิจพอเพียง นำหลักการของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ซึ่งกลุ่มผู้ประกอบการต้องเน้นมีคุณภาพ ผ่านการคัดเลือกที่พัฒนาในเรื่องอาหารเพื่อส่งเสริมสุขภาพ พลานามัย ที่ดีของพี่น้องประชาชน ดังคำกล่าวที่ว่า อาหารดี สุขภาพดีห่างไกลจากโรค”​  นายรัชกฤต พยัคฆ์ นายอำเภอสองพี่น้อง กล่าว

ศน. นำเด็กและเยาวชนร่วมบวชภาคฤดูร้อน ปี 2569 ชวนเด็กและเยาวชนทั่วไทย “บวชเรียน เปลี่ยนชีวิต” ถวายพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติฯ กทม.

 ศน. นำเด็กและเยาวชนร่วมบวชภาคฤดูร้อน ปี 2569 ชวนเด็กและเยาวชนทั่วไทย “บวชเรียน เปลี่ยนชีวิต” ถวายพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติฯ กทม.




   วันพุธที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น. กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม จัดพิธีบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ถวายพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน  โดยมีสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ประธานพิธีฝ่ายบรรพชิต นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ประธานในพิธี พร้อมด้วย นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมการศาสนา หน่วยงานในพื้นที่ องค์การทางศาสนาพุทธ นาคสามเณร ผู้ปกครอง พุทธศาสนิกชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมพิธี ณ พระอุโบสถ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เขตพระนครกรุงเทพมหานคร 


  นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับคณะสงฆ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทุกจังหวัด ตลอดจนพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ จัดโครงการบรรพชาอุปสมบทพระภิกษุสามเณรและบวชศีลจาริณีภาคฤดูร้อน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ถวายพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน พร้อมชูแนวคิด “บวชเรียนเปลี่ยนชีวิต” ซึ่งการเปิดโครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ได้ศึกษา ฝึกฝนอบรมหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งจะช่วยให้มีคุณธรรมจริยธรรม มีวินัย จิตสาธารณะ มีความกตัญญู ส่งผลให้มีจิตใจที่เข้มแข็งเป็นพลเมืองที่ดี มีคุณภาพ สำหรับการจัดโครงการบรรพชาอุปสมบทพระภิกษุสามเณรและบวชศีลจาริณีภาคฤดูร้อนได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี และได้รับความสนใจจากครอบครัวทั่วประเทศอย่างล้นหลาม ซึ่งในปี 2568 มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 150,000 คน ซึ่งสะท้อนถึงพลังความศรัทธาและเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาของพุทธศาสนิกชนในสังคม โดยการจัดบวชในโครงการนี้ได้กำหนดให้นำหลักสูตรพุทธศาสนศึกษาสำหรับผู้บวชระยะสั้น 15 วัน และ 30 วัน มาเป็นแนวทางในการดำเนินการตามมติมหาเถรสมาคม มติที่ 49/2561 เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2561 ซึ่งหลักสูตรดังกล่าวมุ่งเน้นความรู้ทางภาควิชาการ ประกอบด้วย วิชาธรรม วิชาวินัย วิชาพุทธประวัติ วิชาเทศนา วิชาศาสนพิธี และวิชาภาวนา และภาคปฏิบัติ โดยมีพระธรรมวิทยากรให้ความรู้ภาควิชาการควบคู่กับการฝึกภาคปฏิบัติ  






  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อว่า ในปี 2569 เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าคณะจังหวัดทุกจังหวัด ทั้ง 2 ฝ่าย แจ้งวัดในเขตปกครองที่มีความพร้อมจัดกิจกรรมดังกล่าว ระหว่างเดือนมีนาคม ถึงเดือนพฤษภาคม 2569 พร้อมทั้งได้มีการบูรณาการความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ในการจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาว่างช่วงปิดเรียนภาคฤดูร้อนให้เป็นประโยชน์ ได้รับความรู้ประสบการณ์ตรงจากการบวช และนำมาพัฒนาตนเองให้เป็นผู้มี วินัย และการมีจิตสาธารณะ สำหรับการจัดกิจกรรมในส่วนกลาง กรมการศาสนาร่วมกับวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ถวายพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติฯ ณ พระอุโบสถ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 1 - 15 เมษายน 2569 รวม 15 วัน โดยผู้เข้าร่วมโครงการฯ เป็นกุลบุตรที่สมัครเข้ารับการบรรพชา ซึ่งมีอายุระหว่าง 8 - 18 ปี จำนวน 100 คน หลังจากที่บรรพชาแล้ว ระหว่างวันที่ 2 - 14 เมษายน 2569 สามเณรจะมีการอบรมภาคทฤษฎีในวิชาการ ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา ประกอบด้วย วิชาพุทธประวัติ วิชาธรรม - ศาสนพิธี วิชาเบญจศีล -เบญจธรรม และวิชาพอเพียง สำหรับภาคปฏิบัติจะเป็นการฝึกเกี่ยวกับการทำวัตรสวดมนต์เช้า - เย็น ฝึกปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน กิจวัตรบิณฑบาต กิจกรรมส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรม กิจกรรมสนทนาธรรม และกิจกรรมฝึกเทศนาธรรม ณ สำนักปฏิบัติธรรม “ธมฺมรํสี” สาขาวัดพระเชตุพน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และจะมีพิธีมอบวุฒิบัตรและพิธีลาสิกขา ในวันที่ 15 เมษายน 2569 ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ได้ร่วมกับวัดในส่วนกลาง 


จัดกิจกรรม จำนวน 10 วัด แบ่งออกเป็น วัดที่จัดบรรพชาสามเณร จำนวน 9 วัด ได้แก่ วัดเรืองยศสุทธาราม เขตบางคอแหลม วัดทอง เขตบางพลัด วัดบรมสถล เขตสาทร วัดวชิรธรรมสาธิต เขตพระโขนง วัดนาคปรก เขตภาษีเจริญ วัดกก เขตบางขุนเทียน วัดภคินีนาถ เขตบางพลัด วัดศรีบุญเรือง เขตบางกะปิ วัดสะพาน เขตคลองเตย และวัดบรรพชาอุปสมบทและบวชเนกขัมมจาริณี จำนวน 1 วัด คือ วัดเลียบราษฎร์บำรุง เขตบางซื่อ  


ทั้งนี้ ในส่วนภูมิภาค ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดและวัดในพื้นที่จัดกิจกรรมในระดับภาค ถวายพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติฯ จำนวน 4 จังหวัด ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดบรรพชาอุปสมบทพระภิกษุสามเณร “บรรพชามรดกธรรม งามล้ำพระธาตุพนม” เมื่อวันอังคารที่ 24 มีนาคม 2569 ณ วัดพระธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ภาคเหนือ จัดบรรพชาสามเณร “บรรพชาลูกแก้ว ผ่องแผ้วด้วยศรัทธา” ในวันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2569 ณ วัดพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ภาคกลาง จัดบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณี “ล่องนที สู่วิถีธรรม” ในวันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569  ณ วัดลาดเป้ง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม และภาคใต้ จัดบรรพชาสามเณร 

ธรรมวิถี แผ่นดินศรีบารมีสงขลา” ในวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2569 ณ วัดไทรงาม อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา  นอกจากนี้ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัด จังหวัด สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และสถานศึกษา รวม 72 จังหวัดทั่วประเทศ 

จัดกิจกรรมแบบบูรณาการโดยเน้นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน รวมไปถึงการนำประเพณีการบวช และศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น การแสดงพื้นบ้าน และการแต่งกายท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อเป็นการบูรณาการและมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม เพื่อให้เกิดภาพความสำเร็จของการบวชในวงกว้างทั่วประเทศ  


  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีนี้คาดว่าจะมีเด็ก เยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก ซึ่งการบวชในพระพุทธศาสนาถือเป็นประเพณีสำคัญที่สืบทอดมาอย่างยาวนานในสังคมไทย นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสอันดีของเด็กและเยาวชนในการศึกษาและปฏิบัติธรรมตามหลักคำสอน ทางพระพุทธศาสนาที่มีความเหมาะสมกับวัย เพื่อพัฒนาสติปัญญาและนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งการบวชของบุตรหลานเป็นการสะท้อนภาพความกตัญญูรู้คุณต่อบุพการี และผู้มีอุปการะคุณ ช่วยหล่อหลอมความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม รวมทั้งเป็นผู้รู้คุณต่อสถาบันหลักของประเทศ คือสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ส่งผลให้เด็ก เยาวชน ซึ่งเป็นพลเมืองรุ่นใหม่ได้เติมโตอย่างมีคุณภาพ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติสืบไป///


กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ดันศูนย์เชื่อมสู่ ASEAN+3 Excellence Centre ยกระดับแรงงานไทยสู่แรงงานมูลค่าสูง รองรับอุตสาหกรรมอนาคต

  กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ดันศูนย์เชื่อมสู่ ASEAN+3 Excellence Centre ยกระดับแรงงานไทยสู่แรงงานมูลค่าสูง รองรับอุตสาหกรรมอนาคต วันที่ 2 เมษายน 2...