วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569

กรมทรัพย์สินทางปัญญา จับมือ ท็อปส์ จัดแคมเปญใหญ่ “Discover Thai Fruits 2026” ชวนสัมผัสเสน่ห์ผลไม้ GI เกรดพรีเมียมเปิดตัวด้วย “มะม่วง GI” คุณภาพโดนใจ สดชื่นรับหน้าร้อน​ ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่นไทย เพิ่มโอกาสเกษตรกร

 กรมทรัพย์สินทางปัญญา จับมือ ท็อปส์ จัดแคมเปญใหญ่ “Discover Thai Fruits 2026” ชวนสัมผัสเสน่ห์ผลไม้ GI เกรดพรีเมียมเปิดตัวด้วย “มะม่วง GI” คุณภาพโดนใจ สดชื่นรับหน้าร้อน​ ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่นไทย เพิ่มโอกาสเกษตรกร 

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดตัวแคมเปญ “Discover Thai Fruits 2026” เดินหน้าส่งเสริมผลไม้ไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อสร้างการรับรู้และสนับสนุนการบริโภคผลไม้ไทย 






โดยมีผลไม้ GI คุณภาพจากแหล่งผลิตทั่วประเทศสับเปลี่ยนหมุนเวียนมาจำหน่ายในเครือข่ายร้านท็อปส์และตลาดจริงใจ Farmers’ Market กว่า 726 สาขาทั่วประเทศต่อเนื่องตลอดทั้งปี คิกออฟแคมเปญด้วยผลไม้ยอดนิยมประจำหน้าร้อนอย่าง “มะม่วง GI” หลากหลายสายพันธุ์ ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ และขยายโอกาสทางการตลาดให้เกษตรกรไทย 

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ผลไม้ไทยถือเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ที่มีศักยภาพสูง ปัจจุบันประเทศไทยมีสินค้า GI ประเภทผลไม้กว่า 119 รายการ หรือประมาณ 47% ของสินค้า GI ไทยทั้งหมด (254 รายการ) โดย “มะม่วง” เป็นหนึ่งในผลไม้เศรษฐกิจสำคัญที่ได้รับความนิยม

ทั้งในและต่างประเทศ และได้รับการขึ้นทะเบียน GI แล้ว 13 รายการ จาก 9 จังหวัด ซึ่งล้วนมีคุณภาพโดดเด่นและสะท้อนอัตลักษณ์ของแหล่งผลิต ทั้งภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ดิน และภูมิปัญญาการเพาะปลูกของชุมชนได้อย่างชัดเจน ทั้งยังสามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 1,044 ล้านบาทในปี 2568 ทั้งนี้ ในช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่ผลผลิตมะม่วงมีคุณภาพดีและออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก จึงเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันการตลาดเชิงรุก เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรและชุมชนผู้ผลิต 





ภายในงานเปิดตัวแคมเปญได้มีการแนะนำมะม่วง GI จากแหล่งผลิตสำคัญของไทย 6 รายการ ได้แก่ (1) มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า (ฉะเชิงเทรา) ที่มีผลทรงรียาว เปลือกบางสีเหลืองทอง เนื้อสีเหลืองเข้ม ละเอียดไม่มีเสี้ยน เมล็ดลีบบาง รสชาติหวานหอม โดยเป็นผลจากการปลูกในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำบางปะกงซึ่งมีดินตะกอนลำน้ำที่ระบายน้ำดี ซึ่งเป็นพื้นที่ 3 น้ำ คือ ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม (2) มะม่วงขายตึกแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) ที่มีผลทรงกลมมนคล้ายรูปหัวใจ เนื้อกรอบ มีสีเหลืองอมส้ม รสชาติมันหวานอมเปรี้ยว อร่อยจนมีคำเปรียบเปรยว่าต้องยอมขายตึกมาซื้อ (3) มะม่วงแรดแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) ผลทรงกลมรี ด้านหลังผลนูนคล้ายนอแรด ผลดิบมีเนื้อ​ สีขาว กรอบ รสเปรี้ยวจัด เมื่อสุกจะมีเนื้อสีเหลืองอ่อนให้รสชาติหวานหอม (4) มะม่วงเขียวเสวยแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) ผลทรงรียาวงอน เนื้อหนากรอบ รสชาติหวานมัน เมล็ดลีบแบน ปลูกในพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลของสภาพภูมิอากาศเขตร้อนและลมทะเล และ (5) มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก จากอำเภอเนินมะปราง วังทอง และวัดโบสถ์ ซึ่งมีผลใหญ่ รูปทรงคล้ายหยดน้ำ เปลือกสีเหลืองนวล เนื้อแน่น แห้งไม่ฉ่ำน้ำ รสชาติหวานหอม เมล็ดลีบบาง ปลูกในดินที่ระบายน้ำได้ดีและมีแร่ธาตุโพแทสเซียมสูง และ (6) มะม่วงยายกล่ำนนทบุรี เป็นมะม่วงพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของจังหวัดนนทบุรี ผลมีลักษณะป้อมคล้ายรูปหัวใจ เนื้อแน่นละเอียด มีเสี้ยนน้อย เมื่อสุกมีสีเหลืองเข้ม     ให้รสชาติหวานตามธรรมชาติ


ด้าน นายพิริยะ กมลเดชเดชา รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดซื้อสินค้าอาหารสด บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด กล่าวว่า ท็อปส์ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้า GI ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนภูมิปัญญาและอัตลักษณ์อันโดดเด่นของชุมชนท้องถิ่น ท็อปส์มุ่งมั่นที่จะนำสินค้า GI คุณภาพจากแหล่งผลิตต่างๆ ทั่วประเทศมานำเสนอผ่านช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าอัตลักษณ์ไทยได้ง่ายขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้เกษตรกรและผู้ประกอบการเข้าถึงช่องทางจำหน่ายผ่านเครือข่ายร้านท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์ เดลี่ กว่า 726 สาขา รวมถึง ตลาดจริงใจ Farmers’ Market 34 สาขา ใน 30 จังหวัด ซึ่งถือเป็นแหล่งรวบรวมสินค้า GI ที่สำคัญของประเทศ

สำหรับการจัดแคมเปญ “Discover Thai Fruits 2026 – มะม่วง GI” ครั้งนี้ ท็อปส์ได้นำเสนอการจำหน่ายมะม่วง GI ภายใต้แนวคิด “GI My Choice” โดยร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาคัดสรรผลไม้ GI คุณภาพจากเกษตรกรและชุมชนผู้ผลิตมาจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง ทั้งในรูปแบบผลไม้สดพร้อมรับประทาน และผลไม้ในบรรจุภัณฑ์ชะลอมซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ไทย เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและความสะดวกในการเลือกซื้อสำหรับมอบเป็นของฝาก รวมถึงการต่อยอดผลิตภัณฑ์หรือเมนูเบเกอรี่ต่างๆ อาทิ Mango Coconut Puff, Mango Cream Bun, Mango Danish Cup และ Mango Tart เป็นต้น ซึ่งได้นำวัตถุดิบมะม่วง GI มาเป็นส่วนประกอบหลัก เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต และสร้างทางเลือกในการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบทางการเกษตรได้หลากหลายยิ่งขึ้น 


นอกเหนือจากมะม่วง GI ที่จะนำมาจัดจำหน่ายตลอดช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน ศกนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาและท็อปส์ยังมีแผนจัดแคมเปญส่งเสริมผลไม้ GI รายการอื่นๆ อย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569 อาทิ ทุเรียน สับปะรด กล้วยหอมทอง เป็นต้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลผลผลิต เพื่อช่วยกระจายผลผลิตจากแหล่งผลิตสู่ตลาดในช่วงเวลาที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงจากภาวะผลผลิตออกสู่ตลาดในปริมาณมากพร้อมกัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าเกษตร ความร่วมมือระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญาและท็อปส์จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการประสานพลังระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการเชื่อมโยงสินค้า GI ไทยเข้าสู่ช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในชุมชน ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรของไทย โดยผู้สนใจสามารถเลือกซื้อมะม่วง GI ได้แล้ววันนี้ที่ ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์เดลี่ และตลาดจริงใจ Farmers’ Market ทั่วประเทศ หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : GI Thailand และ Tops Thailand – ท็อปส์ ไทยแลนด์

 

-------------------------------------------------




วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569

GAC AION เดินหน้ากลยุทธ์ Thailand Action 2.0 ในงาน Motor Show 2026พร้อมแคมเปญครบทุกไลน์อัพ และ GAC Easy Trade-in มอบส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท

 GAC AION เดินหน้ากลยุทธ์ Thailand Action 2.0 ในงาน Motor Show 2026พร้อมแคมเปญครบทุกไลน์อัพ และ GAC Easy Trade-in มอบส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท

(กรุงเทพฯ, 24 มีนาคม 2569) - GAC AION Thailand ประกาศความยิ่งใหญ่ในงาน Bangkok International Motor Show 2026 ขนทัพยนตรกรรมพลังงานทางเลือกใหม่จัดแสดงแบบเต็มพิกัด โดยในปีนี้มาพร้อมไฮไลต์สำคัญทั้งทิศทางการดำเนินธุรกิจระดับโลก การยกระดับบริการหลังการขาย และการจัดเต็มโปรโมชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบและยั่งยืนในประเทศไทยต่อยอดความสำเร็จสู่ "Thailand Action 2.0" ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางระดับโลก

Mr. Wanye Wei ประธานกรรมการบริหาร GAC International ได้กล่าวถึงความสำเร็จและวิสัยทัศน์ของแบรนด์ว่า ประเทศไทยคือหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ระดับโลกภายใต้พันธกิจ “In Thailand, For Thailand” โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีแห่งการก้าวกระโดด ด้วยยอดจดทะเบียนทะลุ 15,301 คัน เติบโตถึง 305% พร้อมขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายมากกว่า 68 แห่ง สร้างสถานีชาร์จ 160 แห่ง และก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ในตลาดแท็กซี่ไฟฟ้าของไทย


เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569 GAC AION ภูมิใจที่จะเปิดตัวยุทธศาสตร์ ‘Thailand Action 2.0’ ซึ่งเป็นการยกระดับจากการหยั่งรากฐานสู่การเป็นผู้นำแห่งอนาคต โดยมีไฮไลต์สำคัญ ได้แก่:

เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่: เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด 2 รุ่นในปี 2569 นี้ และสัญญาว่าจะเปิดตัวรถใหม่เพิ่มอย่างน้อยปีละ 1 ถึง 2 รุ่น

Mobility Center: แนะนำแพลตฟอร์มโชว์รูมแบบครบวงจรสำหรับไลฟ์สไตล์การเดินทางในแบบฉบับของ GAC

Energy Ecosystem: นำเทคโนโลยีการสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping) มาสู่ประเทศไทย เพื่อสร้างเครือข่ายพลังงานแสงอาทิตย์-การจัดเก็บ-การชาร์จ-และการสลับแบตเตอรี่ที่สมบูรณ์แบบ

ยกระดับกำลังการผลิต: ภายในปี 2569 โรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทยจะมีกำลังการผลิตที่ 20,000 คันต่อปี และจะเพิ่มรุ่นที่ผลิตในไทยอีก 2 รุ่นภายในไตรมาสที่ 4 ดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการส่งออกระดับโลกอย่างเป็นทางการ

ยกระดับบริการหลังการขายด้วย GAC CARE และ Lifetime Warranty 2.0

Mr. Andrew Wang ประธานกรรมการบริหาร GAC AION Thailand เน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานอย่างแท้จริง ด้วยการประกาศเปิดตัว GAC CARE แบรนด์บริการแรกสำหรับตลาดต่างประเทศของ GAC เพื่อตอบโจทย์ความมั่นใจตลอดการเป็นเจ้าของรถ โดยครอบคลุม 4 เสาหลัก ได้แก่:

ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric): ดูแลวงจรชีวิตรถในทุกขั้นตอน ตั้งแต่บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง การอัปเดต OTA ไปจนถึงการเทรดอินรถ

ความเชื่อมั่นขั้นสูง (Advanced Assurance): ขับเคลื่อนด้วยคุณภาพอันดับ 1 จาก J.D. Power โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุดด้วยการอัปเกรดการรับประกันเป็น Lifetime Warranty 2.0 ภายใต้แนวคิด "ความมุ่งมั่นไร้กังวลเรื่องอัคคีภัย และคำมั่นสัญญาการรับประกันเต็มรูปแบบ" (Zero Fire Concern, Full Guarantee Promise) ซึ่งถือเป็นการรับประกันขั้นสูงสุดของแบรนด์ โดย GAC ให้คำมั่นสัญญาว่า หากเกิดเหตุไฟไหม้ที่มีสาเหตุมาจากคุณภาพของแบตเตอรี่ บริษัทฯ จะทำการเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่ให้แก่ลูกค้าทันที รวมถึงการรับประกันตลอดอายุการใช้งานที่ครอบคลุมชิ้นส่วนหลักทั้ง แบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อมอบความอุ่นใจสูงสุดในทุกการเดินทาง

ตอบสนองรวดเร็ว (Rapid Response): รับประกันซ่อมมาตรฐานเสร็จสิ้นภายใน 7 วัน หากใช้เวลาเกิน 3 วัน จะมีรถสำรองให้ใช้ระหว่างซ่อม

ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Exclusive Expertise): ให้บริการอย่างมืออาชีพผ่านแอปพลิเคชันแบบครบวงจร

นอกจากนี้ เพื่อรองรับการบริการที่รวดเร็ว บริษัทฯ ได้เตรียมขยายคลังสินค้าขนาด 12,000 ตารางเมตร ภายในปี 2569 พร้อมอะไหล่ 120,000 ชิ้น เพื่อรองรับความต้องการถึง 99% รับประกันการจัดส่งอะไหล่ภายใน 24 ชั่วโมงในกรุงเทพฯ และภายใน 3 วันสำหรับต่างจังหวัด รวมทั้งยังเป็นผู้ผลิตรถยนต์เพียงรายเดียวที่มีศูนย์บริการแบตเตอรี่ในไทยจัดเต็มแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ต้อนรับ Motor Show 2026เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า GAC AION Thailand มอบสิทธิพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองรถตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 – 5 เมษายน 2569 และต้องออกใบกำกับภาษีภายในวันที่ 30 เมษายน 2569

รายละเอียดราคาและโปรโมชันพิเศษ ต้อนรับงาน Motor Show 2026

(ระยะเวลาโปรโมชัน: 1 มีนาคม 2569 – 5 เมษายน 2569)

GAC AION V

GAC AION V รุ่น 500 Premium

ราคาโปรโมชันพิเศษ 799,900 บาท*

พิเศษยิ่งกว่า! เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ GAC Easy Trade-in (นำรถเก่ามาแลกรถใหม่) รับส่วนลดเพิ่มทันที 40,000 บาท เป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 759,900 บาท*

รับฟรี Lifetime Warranty รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน มูลค่า 50,000 บาท*

รับฟรี Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 25,800 บาท*

GAC AION V รุ่น 602 Luxury

ราคาโปรโมชันพิเศษ 899,900 บาท*

พิเศษยิ่งกว่า! เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ GAC Easy Trade-in (นำรถเก่ามาแลกรถใหม่) รับส่วนลดเพิ่มทันที 40,000 บาท เป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 859,900 บาท*

รับฟรี Lifetime Warranty รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน มูลค่า 50,000 บาท*

รับฟรี Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 25,800 บาท*


GAC AION UT

GAC AION UT รุ่น 420 Standard

ราคาโปรโมชันพิเศษ 519,900 บาท*

พิเศษยิ่งกว่า! เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ GAC Easy Trade-in (นำรถเก่ามาแลกรถใหม่) รับส่วนลดเพิ่มทันที 30,000 บาท เป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 489,900 บาท*

รับฟรี Lifetime Warranty รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน มูลค่า 50,000 บาท*

เลือกรับข้อเสนอพิเศษ! มูลค่าสูงสุด 25,800 บาท*

o Package A. ฟรี! Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง 

o Package B. ฟรี! สายชาร์จพกพา และสายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า V2L (Vehicle-to-Load))*


GAC AION UT รุ่น 500 Premium

ราคาโปรโมชันพิเศษ 619,900 บาท*

พิเศษยิ่งกว่า! เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ GAC Easy Trade-in (นำรถเก่ามาแลกรถใหม่) รับส่วนลดเพิ่มทันที 30,000 บาท เป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 589,900 บาท*

รับฟรี Lifetime Warranty รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน มูลค่า 50,000 บาท*

เลือกรับข้อเสนอพิเศษ! มูลค่าสูงสุด 25,800 บาท* (A. ฟรี! Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง หรือ B. ฟรี! สายชาร์จพกพา และสายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า V2L (Vehicle-to-Load))*


GAC HYPTEC HT รุ่น 620 Premium

ราคาโปรโมชันพิเศษ 1,199,000 บาท*

พิเศษยิ่งกว่า! เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ GAC Easy Trade-in (นำรถเก่ามาแลกรถใหม่) รับส่วนลดเพิ่มทันที 50,000 บาท เป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 1,149,000 บาท*

รับฟรี Lifetime Warranty รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน มูลค่า 100,000 บาท*

รับฟรี Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 25,800 บาท*



GAC M8 PHEV

ราคาโปรโมชันพิเศษ 2,499,000 บาท*

พิเศษยิ่งกว่า! เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ GAC Easy Trade-in (นำรถเก่ามาแลกรถใหม่) รับส่วนลดเพิ่มทันที 150,000 บาท เป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 2,349,000 บาท*

รับฟรี Premium Comfort Package มูลค่ารวม 54,800 บาท* (ประกอบด้วย จอเพดานขนาด 17.3 นิ้ว และตู้เย็นภายในรถยนต์ขนาด 7 ลิตร พร้อมบริการติดตั้ง)

รับฟรี Lifetime Warranty รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน มูลค่า 100,000 บาท*

รับฟรี Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 25,800 บาท*


GAC AION Y Plus รุ่น 490 Premium

ราคาโปรโมชันพิเศษ 749,000 บาท*

พิเศษยิ่งกว่า! เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ GAC Easy Trade-in (นำรถเก่ามาแลกรถใหม่) รับส่วนลดเพิ่มทันที 50,000 บาท เป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 699,000 บาท*

ฟรี! Lifetime Warranty รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน มูลค่า 50,000 บาท*

ฟรี! ที่นอนเป่าลม มูลค่า 8,600 บาท*


* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ทั้งนี้ สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือทอนเป็นเงินสดได้ และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่นได้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

* ลูกค้าต้องเข้าร่วมแคมเปญ “GAC Easy Trade-in รถเก่าแลกรถใหม่” เท่านั้น

* รายละเอียดและเงื่อนไขของรถแต่ละรุ่นมีความแตกต่างกัน โปรดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่าย GAC AION ทุกสาขาทั่วประเทศ

* ต้องจองรถภายในวันที่ 1 มีนาคม 2569 - 5 เมษายน 2569 และต้องออกใบกำกับภาษีภายในวันที่ 1 มีนาคม 2569 - 30 เมษายน 2569

มูลค่าการรับประกันตลอดอายุการใช้งานที่แสดงเป็นการประมาณการมูลค่าการคุ้มครองต่อคัน เพื่อใช้ในการสื่อสารเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงการกำหนดหรือจำกัดยอดเคลมจริง


GAC Easy Trade-in: แคมเปญรถเก่าแลกรถใหม่ รับส่วนลดพิเศษสูงสุด 150,000*

GAC AION Thailand มอบบริการแบบ One-Stop Service ทราบผลประเมินราคารถภายใน 1 ชม. และดำเนินการจบได้เร็วที่สุดภายในวันเดียว พร้อมรับส่วนลดพิเศษสูงสุด 150,000 บาท* เมื่อนำรถคันเดิมทุกยี่ห้อมาเทิร์นเพื่อออกรถ GAC รุ่นใหม่ ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569 – 5 เมษายน 2569


* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ทั้งนี้ สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือทอนเป็นเงินสดได้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

* ลูกค้าต้องเข้าร่วมแคมเปญ “GAC Easy Trade-in รถเก่าแลกรถใหม่” เท่านั้น * รายละเอียดและเงื่อนไขของรถแต่ละรุ่นมีความแตกต่างกัน โปรดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่าย GAC AION ทุกสาขาทั่วประเทศ

* “GAC Easy Trade-in” คือแคมเปญการแลกรถเก่าเป็นรถใหม่


สำหรับลูกค้าที่สนใจสัมผัสประสบการณ์แห่งอนาคตและนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลกจาก GAC สามารถเข้ามาชมรถคันจริงและร่วมทดลองขับรถยนต์พลังงานใหม่ทุกรุ่นจาก GAC ได้ที่บูธ GAC AION Thailand (บูธ A20) ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม - 5 เมษายน 2569 หรือเข้าร่วมแคมเปญ Trade-in และสัมผัสตัวจริงได้ที่โชว์รูม GAC AION ทั่วประเทศ

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูล ตรวจสอบรายละเอียดโปรโมชัน และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ที่:

Website: https://www.gacgroup.com/

Facebook: https://www.facebook.com/GACAIONthailand


โอเบค อาเซียน อีสปอร์ต ไฮสคูล'ดวล2ประเภทแชมป์ไปลุยต่างแดน

'โอเบค อาเซียน อีสปอร์ต ไฮสคูล'ดวล2ประเภทแชมป์ไปลุยต่างแดน

กรุงเทพฯ...เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา เวลา 10.00 น. ได้มีพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ต ระดับมัฐยมศึกษา รายการ "OBEC ASEAN ESPORTS HIGH SCHOOL 2025" รอบชิงชนะเลิศ ที่จะแข่งขันวันที่ 25 - 26 มีนาคม 2569 นี้ ที่ไอส์แลนด์ ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ กรุงเทพ

โดยมี ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เป็นประธาน ในพิธีเปิด พร้อมด้วย รศ.ดร.ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์  อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, นายสันติ โหลทอง นายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ต แห่งประเทศไทย พร้อมคณะกรารรมการจัดการแข่งขันร่วมงานมากมาย

สำหรับการแข่งขันรอบนี้เป็น รอบชิงชนะเลิศของ ROV จากทั้งหมดที่เข้าร่วมในรอบแรก 868 ทีม ที่เป็นนักกีฬาอีสปอร์ต จากนักเรียนระดับมัธยมปลาย โรงเรียนสังกัด สพฐ ทั่วประเทศ คัดจนเหลือ 16 ทีมสุดท้ายมาแข่งขันกันในรอบ Final ในรอบนี้

และการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของ eFootball Mobile ที่คัดเลือกจาก 1,288 คน จากนักเรียนระดับมัธยมปลาย โรงเรียนสังกัด สพฐ ทั่วประเทศ ซึ่งจะมาแข่งขันกันในรอบ 16 คนสุดท้ายเช่นกัน


โดยมีเงินรางวัลการแข่งขันรวมของทั้ง 2 เกม ROV และ eFootball Mobile รวมกว่า 305,000 บาท (ไม่ร่วมตั๋วเครื่องบิน, ค่าที่พัก และค่าอาหารในการเดินทางไปต่างประเทศของทีมที่ได้อันดับที่ 1-3 ในอีก3ประเทศ)


โดยการแข่งข้นรอบ Grand Final แข่งขันกันที่ ที่ไอส์แลนด์ ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์  วันที่ 25-26 มีนาคมนี้ แฟนกีฬาอีสปอร์ตจะได้ พบกับแคสเตอร์ชื่อดัง มากมายภายในงาน ที่จะมาพากย์การแข่งขันกันแบบสุดมันส์ตลอดทั้ง 2 วัน

นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันรายการพิเศษ OBEC ESPORTS ตะลุมบอนทัวร์ ROV & eFootball Mobile ที่มีเงินรางวัลรวมถึง 60,000 บาท โดยแข่งขันประเภทละ 8 ทีม โดยทีมที่แข่งขันชนะได้แชมป์กลุ่มจะรับเงินรางวัลทันที ส่วนทีมแพ้สามารถต่อคิวเพื่อลงสมัครแข่งขันใหม่ได้ตลอดทั้งวัน (เว้นกรณีที่ชนะและได้รับเงินรางวัลแล้ว จะต้องมาแข่งขันใหม่ในวันถัดไป)

งานนี้เปิดให้เยาวชน-ประชาชนทั่วไปเข้ามาเชียร์สดหน้างานให้สนั่นฮอลล์ มาให้กำลังใจอนาคตเกมเมอร์ทีมนักเรียนไทย งานนี้ชมฟรี! ตลอดงาน! หรือชมการถ่ายทอดสดที่เพจ TESF และเพจ สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน


“ ปธ.ชพด. ” ร่วมรับโล่เกียรติคุณ ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และ ช่างผมจิตอาสา ประจำปี 2569 ...

 “ ปธ.ชพด. ” ร่วมรับโล่เกียรติคุณ ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และ ช่างผมจิตอาสา ประจำปี 2569 ... 



ที่ ห้องประชุมโรงพยาบาลทหารผ่านศึก อาคาร 2 ชั้นที่ 2 / เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม 2569  มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ร่วมกับ สมาคมช่างผมประเทศไทย ประจำปี 2569 จัดพิธีมอบ โล่เกียรติคุณ และ ใบประกาศเกียรติคุณ ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และ ช่างผมจิตอาสา ประจำปี 2569 ได้รับเกียรติจาก คุณหญิง แสงดือน ณ นคร ประธานกรรมการมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นประธานในพิธี โดยมีผู้เข้ารับโล่เกียรติคุณและใบประกาศเกียรติคุณ จำนวน 101 คน โดยให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมสาธารณกุศลของมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ และสมาคมช่างผมแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมและช่างผมจิตอาสา ผู้เข้าร่วมพิธีได้ยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้  

โอกาสนี้ นางมนัสวี พยัคฆนันทน์ ประธานชมรมจิตอาสาเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาส (ชพด.) : “ HDUT. ” ได้เข้ารับโล่เกียรติคุณ ในฐานะผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม โดยให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมของมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ และ สมาคมช่างผมแห่งประเทศอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ และ สมาคมช่างผมแห่งประเทศ ได้จัดกิจกรรมสาธารณกุศล บำเพ็ญประโยชน์ให้สังคม โดยนำช่างผมไปให้บริการตัดผมฟรีแก่ทหารผ่านศึก และ ทหารประจำการ ณ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก และ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า มาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน







นางมนัสวี พยัคฆนันทน์ กล่าวว่า.. ขอขอบพระคุณ  พร้อมด้วยความภาคภูมิใจ ที่ได้ “ รับรางวัลอันทรงเกียรติ” ครั้งนี้โดยการได้รับการคัดเลือกและการกลั่นกรองคุณสมบัติให้ได้เข้ารับเชิญ เข้าพิธีรับโล่เกียรติคุณและใบประกาศเกียรติคุณของ มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีร่วมกับสมาคม และ สมาคมช่างผมประเทศไทย ในครั้งนี้ “ รู้สึกเป็นเกียรติมีความสุข และภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง กับ “ งานจิตอาสา ” ที่ได้อุทิศตนเองมา เหมือนการปิดทองหลังพระ เป็นงานราบเรียบไม่มีลักษณะอะไรที่โดดเด่น แต่ก็ได้กระทำไปเรื่อยๆมาด้วยใจรักและผูกพัน เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2520 โดยมี คุณหญิงเนื้อทิพย์ เสมรสุต, ศาสตราจารย์ นายแพทย์อำนวย เสมรสุต และ ศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์กิตติคุณมานิต พยัคฆนันทน์ (สามีของข้าพเจ้า) เป็นผู้นำและเป็นตัวอย่างแนวทางการปฏิบัติตนใน “ งานจิตอาสา ” เคียงคู่กันมาตลอดงเกิดจากความรัก ความเมตตา ความศรัทธา เริ่มจากการเป็นผู้ให้การเป็นผู้รู้จักแบ่งปันให้กับ ผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้และภัยพิบัติต่างๆ เสมอมาในทุกโอกาส ไม่มีเสาร์– อาทิตย์ หรือ ปิดเทอมใดๆ ทำไปเรื่อยๆ เต็มความรู้ความสามารถ จึงไม่ได้เก็บสะสมผลงานใดๆ เพราะไม่ได้คิดหวังผลตอบแทน แต่ก็มีคำตอบสุดท้าย ทุกครั้งให้กับตัวเองเสมอ เมื่อได้เข้าร่วมกิจกรรม “ งานจิตอาสา ” คือ ความสุขและความปิติอิ่ม ”



“ ก่อนเกษียณอายุราชการ ปี 2550 เริ่มจากบุคคล ที่มีใจรักผูกพัน มีความคิดเห็นในทางทิศทางเดียวกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน จากสมาชิก 8 - 10 คน ปัจจุบันมีสมาชิกเข้าร่วมกิจกรรมที่สัมผัสได้ 60 ท่าน ที่ได้ร่วมกันจัดตั้งชมรมจิตอาสานี้ขึ้นมา ชื่อ “ ชมรมจิตอาสาเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาส(ชพด.) : “ HDUT. ” จึงขอขอบพระคุณ ขอบคุณ “ รางวัลอันทรงเกียรติและความภาคภูมิใจนี้” ขอมอบให้กับ “ สมาชิก และ คณะกรรมการบริหารทุกท่านของชมรม ” ที่เรามีวันนี้และมายืนได้อย่างสง่างาม เพราะได้รับความร่วมมือร่วมใจและการส่งเสริม/สนับสนุนอย่างสร้างสรรค์จากพวกเราทุกคนเสมอมา โดยมีผู้ใหญ่อันเป็นที่รักเคารพ และองค์กรต่างๆ ช่วยเกื้อกูล ในการขับเคลื่อน ให้ “ งานจิตอาสา ” นี้เดินทางต่อไป อย่างยั่งยืน ” นางมนัสวี พยัคฆนันทน์ ประธานชมรมจิตอาสาเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาส (ชพด.) : “ HDUT. ” กล่าวขอบคุณ


สำหรับ ชมรมจิตอาสาเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาส (ชพด.) มีชื่อภาษาอังกฤษว่า A group of Humanitarian for the Disabled and Underprivileged people of Thailand (HDUT) โดยมี นางมนัสวี พยัคฆนันทน์ เป็นผู้ริเริ่มและก่อตั้ง ชมรมฯ มาตั้งแต่ พ.ศ.2550 กับกลุ่มเพื่อนร่วมงานที่เกี่ยวข้องกับคนพิการและผู้ด้อยโอกาส ของกลุ่มงานในสังกัด กศน.ศธ. สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ในสมัยนั้น) ซึ่งมีอุดมการณ์ในทิศทางเดียวกัน โดยมีความรู้ความเข้าใจทุ่มเทในเนื้องานด้วยด้วยพลังศรัทธาเป็นงาน " จิตอาสา " ตั้งแต่วันที่ได้รับมอบหมายก่อนเกษียณ ปี 2552 ถึงปัจจุบันก็ยังทำงานนี้อย่างต่อเนื่อง จากจำนวนสมาชิก 8 - 10 ท่าน จนปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 60 ท่าน ...

พาณิชย์ เร่งช่วยชาวนารับมือผลกระทบวิกฤตตะวันออกกลาง เดินหน้าโครงการดูดซับข้าวนาปรัง 1 ล้านตัน- ตลาดนัดข้าวเปลือกราคานำตลาด ลดต้นทุนปุ๋ย–ประสานพน.จัดสรรน้ำมันดีเซลช่วยชาวนา

 พาณิชย์ เร่งช่วยชาวนารับมือผลกระทบวิกฤตตะวันออกกลาง เดินหน้าโครงการดูดซับข้าวนาปรัง 1 ล้านตัน- ตลาดนัดข้าวเปลือกราคานำตลาด ลดต้นทุนปุ๋ย–ประสานพน.จัดสรรน้ำมันดีเซลช่วยชาวนา

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังให้การต้อนรับนายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ซึ่งเดินทางเข้าพบเพื่อหารือแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ณ กรมการค้าภายใน ว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไทยอย่างเต็มที่ หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและต้นทุนการผลิตทั่วโลก โดยเฉพาะราคาปุ๋ยมีความผันผวน ส่งผลต่อต้นทุนการทำนาของเกษตรกร กรมการค้าภายในจึงเร่งใช้มาตรการทั้งด้านตลาดและการลดต้นทุนเพื่อบรรเทาภาระให้พี่น้องชาวนาในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง

โดยการบริหารจัดการผลผลิตข้าวนาปรังที่กำลังจะถึงนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ออก โครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปรัง ปีการผลิต 2569 แล้ว โดยตั้งเป้าหมายดูดซับข้าวนาปรังจำนวน 1 ล้านตันข้าวเปลือก ในพื้นที่แหล่งผลิตข้าวนาปรังทั่วประเทศ โดยองค์การคลังสินค้าจะดำเนินการให้โรงสีและสหกรณ์การเกษตรไปเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรในราคาสูงกว่าตลาด 300 บาทต่อตัน ซึ่งจะเริ่มดำเนินการวันที่ 1 เมษายน 2569 นี้ นำร่อง 5 จังหวัด แหล่งผลิตข้าวนาปรังสำคัญ ได้แก่ นครสวรรค์ พิษณุโลก พระนครศรีอยุธยา กำแพงเพชร และสุโขทัย โดยโครงการนี้จะช่วยรองรับผลผลิตข้าวนาปรังที่จะออกสู่ตลาด และมีแรงจงใจให้ชาวนาขายผลผลิตในราคาที่เหมาะสม ขอให้ชาวนามั่นใจว่า ฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังนี้มีที่ขายข้าวแน่นอน 

นายวิทยากร กล่าวต่อว่า “นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยังได้จัด ตลาดนัดข้าวเปลือก ในแหล่งผลิตข้าวนาปรังเพิ่มเติม โดยนำให้ผู้ประกอบการจากนอกพื้นที่เข้ารับซื้อถึงแหล่งผลิตของเกษตรกรโดยตรง เพื่อลดภาระค่าขนส่ง เพิ่มช่องทางการจำหน่าย และแก้ไขปัญหาบางพื้นที่ที่ขาดผู้รับซื้ออย่างมีประสิทธิภาพ โดยราคารับซื้อในตลาดนัดข้าวเปลือกจะสูงกว่าตลาดทั่วไปเฉลี่ย 200–400 บาทต่อตัน ดำเนินการตั้งแต่เดือนมีนาคมต่อเนื่องไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2569

ขณะนี้มีจังหวัดที่ยืนยันการจัดงานแล้วรวม 8 ครั้ง ได้แก่ ปลายเดือนมีนาคม จำนวน 2 ครั้ง ในจังหวัดสิงห์บุรี และอ่างทอง ต้นเดือนเมษายน จำนวน 3 ครั้ง ในจังหวัดพิจิตร พระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง และปลายเดือนเมษายน จำนวน 3 ครั้ง ในจังหวัดพิษณุโลก น่าน และพระนครศรีอยุธยา

พร้อมกันนี้ กรมการค้าภายในได้กำชับสำนักงานชั่งตวงวัดในพื้นที่ โดยเฉพาะจุดรับซื้อข้าว ให้ลงพื้นที่กำกับดูแลการซื้อขายอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบความถูกต้องของการชั่งน้ำหนัก การวัดความชื้น การหักสิ่งเจือปน รวมถึงการแสดงราคารับซื้อ เพื่อให้การซื้อขายข้าวเปลือกเป็นธรรม เที่ยงตรง และโปร่งใส สร้างความมั่นใจให้แก่พี่น้องเกษตรกร


นายวิทยากร กล่าวต่อว่า “ในด้านการลดต้นทุนการผลิต กรมฯ เตรียมดำเนินโครงการ “ปุ๋ยธงเขียวพลัส” สนับสนุนส่วนลดปุ๋ยเคมีกระสอบละ 200 บาท จำนวน 5 กระสอบ รวม 1,000 บาท และเกษตรกรที่มี “บัตรดินดี” ของกรมพัฒนาที่ดิน จะได้รับสิทธิ์เพิ่มเติมอีก 200 บาท รวมถึงคูปองอีก 200 บาท สำหรับซื้อปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้เกษตรกรได้รับการช่วยเหลือรวมสูงสุด 1,400 บาทต่อราย ช่วยลดต้นทุนการผลิตในช่วงฤดูเพาะปลูกโดยเฉพาะข้าวนาปีที่กำลังจะมาถึง

ทั้งนี้ ในส่วนประเด็นข้อเรียกร้องในด้านการจัดสรรน้ำมันดีเซลในพื้นที่เก็บเกี่ยวข้าวนาปรังให้เพียงพอ กรมการค้าภายในจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะกระทรวงพลังงาน เพื่อเร่งดูแลการรวมถึงผลักดันแนวทางช่วยเหลือด้านพลังงานเพื่อลดภาระต้นทุนเครื่องจักรกลทางการเกษตรของชาวนาในช่วงสถานการณ์วิกฤต

ด้านนายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า ขอขอบคุณกระทรวงพาณิชย์ที่ให้ความสำคัญและเร่งช่วยเหลือพี่น้องชาวนา โดยเข้าใจถึงสถานการณ์ที่ทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบ ซึ่งเกษตรกรมีความกังวลต่อผลผลิตข้าวนาปรังที่กำลังออกสู่ตลาด ทั้งนี้ ภายหลังได้รับทราบจากอธิบดีกรมการค้าภายในถึงมาตรการโครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปรัง ที่เปิดรับซื้อในราคาตลาดพร้อมเพิ่มส่วนต่างให้อีกตันละ 300 บาท รวมถึงการจัดตลาดนัดข้าวเปลือกที่เป็นกลไกสำคัญที่จะเพิ่มช่องทางการขายข้าวของพี่น้องได้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับพี่น้องชาวนา และเห็นว่ารัฐบาลให้ความใส่ใจและห่วงใยเกษตรกรอย่างแท้จริง


นายวิทยากรกล่าวย้ำว่า แม้สถานการณ์ตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและต้นทุนการผลิตหลายด้าน แต่กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และใช้ทุกมาตรการที่มีเพื่อบรรเทาผลกระทบให้เกษตรกรไทย โดยเฉพาะพี่น้องชาวนา พร้อมยืนยันว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่นิ่งนอนใจ และจะเดินหน้าดูแลเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรและรายได้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง.

พาณิชย์เพชรบุรีเปิดงานใหญ่ ดัน Soft Power อาหาร-วัฒนธรรม ชวนเที่ยว “เทศกาลอาหารชะอำ – เพชรบุรี” ครั้งที่ 4 วันที่ 2-5 เม.ย.นี้

 พาณิชย์เพชรบุรีเปิดงานใหญ่ ดัน Soft Power อาหาร-วัฒนธรรม ชวนเที่ยว “เทศกาลอาหารชะอำ – เพชรบุรี” ครั้งที่ 4 วันที่ 2-5 เม.ย.นี้




เพชรบุรี – จังหวัดเพชรบุรี เตรียมจัดงาน “เทศกาลอาหารชะอำ – เพชรบุรี Soft Power And Food Festival ครั้งที่ 4” ระหว่างวันที่ 2-5 เมษายน 2569 ณ จุดชมวิวชายหาดชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านอัตลักษณ์อาหาร ศิลปะ และวัฒนธรรมท้องถิ่น คาดดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 เวลา 09.00-12.00 น. ณ โรงแรมลองบีช ชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน จัดแถลงข่าวการจัดงานดังกล่าว โดยมี นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธาน


นางสาวจินตะณา ปิ่นสุภา พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า จังหวัดเพชรบุรีเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพโดดเด่น ทั้งด้านอาหาร ศิลปะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้รับการยอมรับให้เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของ UNESCO และได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมือง 3 รส” จากวัตถุดิบคุณภาพ ได้แก่ รสเปรี้ยวจากมะนาวแป้นเพชรบุรี รสหวานจากน้ำตาลโตนดเมืองเพชรซึ่งมีค่า GI ต่ำ และรสเค็มจากเกลือทะเลบ้านแหลม ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเกลือสมุทรขนาดใหญ่ของประเทศ


นอกจากนี้ จังหวัดเพชรบุรียังมีสินค้าเด่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) อาทิ ชมพู่เพชรพันธุ์เพชรสายรุ้ง มะนาวเพชรบุรี น้ำตาลโตนดเมืองเพชร ขนมหม้อแกงเมืองเพชร และกล้วยหอมทองเพชรบุรี สะท้อนถึงภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างชัดเจน




ทั้งนี้ เพชรบุรียังขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองขนมหวาน มีงานศิลปะช่าง 10 หมู่ที่สร้างชื่อเสียงระดับประเทศ รวมถึงมรดกทางวัฒนธรรม เช่น ละครชาตรี การเชิดหนังใหญ่ และงานหัตถศิลป์พื้นถิ่นที่สืบทอดมายาวนานตั้งแต่สมัยอยุธยา

อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สะท้อนเอกลักษณ์ของพื้นที่ ทั้ง “เมือง 3 ทะเล” ได้แก่ ทะเลหมอกเขาพะเนินทุ่ง ทะเลโคลนป่าชายเลน และทะเลชายหาดชะอำ-เจ้าสำราญ รวมถึง “เมือง 3 วัง” ประกอบด้วย พระนครคีรี พระรามราชนิเวศน์ และพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ตลอดจนผืนป่าแก่งกระจาน ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้านความหลากหลายทางชีวภาพ


สำหรับการจัดงาน “เทศกาลอาหารชะอำ – เพชรบุรี Soft Power And Food Festival ครั้งที่ 4” ในครั้งนี้ ได้รวบรวมอาหารเด่น เมนูดังของจังหวัดมาจัดแสดงและจำหน่ายกว่า 60 บูธ พร้อมกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การสาธิตการทำอาหาร การสาธิตงานศิลปะ และกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป


พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี กล่าวเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์ของอาหารและวัฒนธรรมท้องถิ่น ในงาน “เทศกาลอาหารชะอำ – เพชรบุรี Soft Power And Food Festival ครั้งที่ 4” ระหว่างวันที่ 2-5 เมษายน 2569 ณ จุดชมวิวชายหาดชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี


จังหวัดเพชรบุรี 

โดย สำนักพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี


กรมทรัพย์สินทางปัญญา จับมือ ท็อปส์ จัดแคมเปญใหญ่ “Discover Thai Fruits 2026” ชวนสัมผัสเสน่ห์ผลไม้ GI เกรดพรีเมียมเปิดตัวด้วย “มะม่วง GI” คุณภาพโดนใจ สดชื่นรับหน้าร้อน​ ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่นไทย เพิ่มโอกาสเกษตรกร

  กรมทรัพย์สินทางปัญญา จับมือ ท็อปส์ จัดแคมเปญใหญ่ “ Discover Thai Fruits 2026 ” ชวนสัมผัสเสน่ห์ผลไม้ GI เกรดพรีเมียมเปิดตัวด้วย “มะม่วง GI”...