วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569

แรงงานยกระดับทักษะนวดไทยในญี่ปุ่น ทดสอบมาตรฐานฝีมือสู่ระดับสากล

 แรงงานยกระดับทักษะนวดไทยในญี่ปุ่น ทดสอบมาตรฐานฝีมือสู่ระดับสากล

วันที่ 6 มีนาคม 2569 พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการส่งเสริมศักยภาพมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในต่างประเทศ การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาพนักงานนวดไทย ระดับ 1 และ ระดับ 2 โดยมี  นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์  อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ นางวิภาวี รังสิมาภรณ์ อัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุง โตเกียว กล่าวต้อนรับ นายสมชาติ สุภารี รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นางสาวพรรวี นาคพิพัฒน์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) สำนักงานแรงงานในประเทศญี่ปุ่น ร่วมเป็นเกียรติ ณ หอประชุม สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น



พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การนวดไทยซึ่งมีรากฐานจากภูมิปัญญาการดูแลสุขภาพของชุมชนไทยมาตั้งแต่อดีต ได้รับการยอมรับในระดับสากลเมื่อองค์การยูเนสโก (UNESCO) ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2562 นับเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทยและเป็นแรงผลักดันสำคัญในการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้แก่แรงงานไทย ทั้งยังสะท้อนคุณค่าทางวัฒนธรรมและวิทยาการด้านสุขภาพของไทย โครงการในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว และสำนักงานแรงงานในประเทศญี่ปุ่น เพื่อยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะสาขาพนักงานนวดไทย พร้อมส่งเสริมให้แรงงานไทยพัฒนาทักษะและผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้รับบริการทั่วโลก และเป็นตัวแทนถ่ายทอดอัตลักษณ์และวัฒนธรรมไทยอย่างมืออาชีพ









นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์  อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวเสริมว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว และสำนักงานแรงงานในประเทศญี่ปุ่น จัดโครงการส่งเสริมศักยภาพมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในต่างประเทศ และทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาพนักงานนวดไทย ระดับ 1 และระดับ 2 ระหว่างวันที่ 6–7 มีนาคม 2569 มีผู้สมัครเข้าทดสอบรวม 28 คน ซึ่งผู้ผ่านการทดสอบจะได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อยกระดับทักษะแรงงานไทยในต่างประเทศให้มีมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพและขยายธุรกิจนวดและสปาในตลาดต่างประเทศ 


“โครงการดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของกระทรวงแรงงานในการยกระดับศักยภาพแรงงานไทยในต่างประเทศให้มีทักษะและมาตรฐานวิชาชีพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมส่งเสริมภาพลักษณ์นวดไทยในฐานะภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ของชาติ ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้กับแรงงานไทยในตลาดแรงงานต่างประเทศต่อไป” อธิบดีสมาสภ์ กล่าวทิ้งท้าย

ศน.จัดประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการส่งเสริมพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนไปปฏิบัติศาสนกิจ ตามรอยพุทธประวัติสู่แดนพุทธภูมิ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล อินเดีย–เนปาล ประจำปี 2569

 ศน.จัดประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการส่งเสริมพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนไปปฏิบัติศาสนกิจ ตามรอยพุทธประวัติสู่แดนพุทธภูมิ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล อินเดีย–เนปาล ประจำปี 2569


เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 เวลา 12.00 น. ณ วัดเวฬุวนาราม เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ โครงการส่งเสริมพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนไปปฏิบัติศาสนกิจ ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ประเทศอินเดีย–เนปาล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 2






โดยมี พระพรหมวัชรวิมลมุนี (บุญชิต ญาณสํวโร) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พระครูวิวิธธรรมานุสิฐ เจ้าอาวาสวัดเวฬุวนาราม (ไผ่เขียว) และ นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม พร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “บทบาทของกรมการศาสนาในการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม”



ในการนี้ มีพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนผู้เข้าร่วมโครงการเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจ จำนวน 70 รูป/คน เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ กรมการศาสนาให้ความสำคัญต่อมาตรการด้านสาธารณสุขและความปลอดภัยระหว่างการเดินทาง โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวภาณินี ปัญญะการ นายแพทย์ชำนาญการ กรมควบคุมโรค บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคไวรัสนิปาห์ระหว่างการเดินทางไปประกอบศาสนกิจ 


นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กรมการศาสนา โดยกองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อคัดเลือกพระสงฆ์และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจ ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล อันเป็นสถานที่สำคัญในพุทธประวัติ ได้แก่ สถานที่ประสูติ ณ สวนลุมพินี รัฐลุมพินี สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล สถานที่ตรัสรู้ ณ พุทธคยา บริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์ และเขาดงคสิริ เมืองคยา รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย สถานที่แสดงปฐมเทศนา “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน หรือสารนาถ เมืองพาราณสี รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน ณ สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา หรือกุสินาคาร์ รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย

เพื่อส่งเสริมให้พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนได้ศึกษาหลักธรรมจากแหล่งกำเนิดพระพุทธศาสนาโดยตรง เกิดความซาบซึ้งในพุทธประวัติ และสามารถนำองค์ความรู้และประสบการณ์ไปต่อยอดการเรียนการสอน ตลอดจนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับการเดินทางในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 แบ่งออกเป็น 3 รุ่น รวมทั้งสิ้น 200 รูป/คน ได้แก่ รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 14–22 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 70 รูป/คน รุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่ 7–15 มีนาคม 2569 จำนวน 70 รูป/คน รุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 14–22 มีนาคม 2569 จำนวน 60 รูป/คน


อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน กองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์อำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางไปประกอบศาสนกิจ ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล รวมทั้งสิ้น 16 แห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนที่เดินทางไปประกอบศาสนกิจในดินแดนพุทธภูมิ ทั้งนี้ ในการเดินทางไปประกอบศาสนกิจ รุ่นที่ 2 กรมการศาสนา โดยกองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มีแผนเตรียมเปิดศูนย์อำนวยความสะดวกเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการอีก 1 แห่ง ณ วัดไทยสะสาราม รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย เป็นแห่งที่ 17 เพื่อเสริมสร้างการอำนวยความสะดวกแก่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนในการเดินทางไปประกอบศาสนกิจให้เป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสม


การดำเนินโครงการดังกล่าว นับเป็นการส่งเสริมบทบาทของพระสงฆ์และเครือข่ายพุทธศาสนิกชนที่ปฏิบัติงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา อาทิ พระธรรมวิทยากร พระสงฆ์ประจำศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ให้สามารถนำหลักธรรมไปถ่ายทอด อบรม และพัฒนาประชาชนให้มีคุณธรรมจริยธรรม อันเป็นพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่เข้มแข็ง สงบสุข และยั่งยืน ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรม ในการส่งเสริมบทบาทของสถาบันศาสนา ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม และเสริมสร้างความสามัคคีของสังคมไทยอย่างยั่งยืน ///


วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569

Dow - Eco Phoenix - สถาบันพลาสติก ผนึกกำลังหนุนต้นแบบ MRFเปลี่ยนขยะชุมชนเป็นมูลค่า ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนไทย

 Dow - Eco Phoenix - สถาบันพลาสติก ผนึกกำลังหนุนต้นแบบ MRFเปลี่ยนขยะชุมชนเป็นมูลค่า ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนไทย

 



กรุงเทพฯ – 5 มีนาคม 2569 - ท่ามกลางความท้าทายด้านปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นทุกปี ประเทศไทยกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ 3 องค์กรชั้นนำจับมือกันผลักดัน “ขยะ” ให้กลายเป็น “ทรัพยากร” และเปลี่ยนรูปแบบการจัดการของเสียของไทยไปสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรมและครบวงจร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ร่วมกับ บริษัท อีโค ฟีนิกซ์ จำกัด (Eco Phoenix) และอุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันพลาสติก (PITH) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อพัฒนา “ต้นแบบโรงคัดแยกขยะชุมชน (Material Recovery Facility – MRF)” ที่สามารถเพิ่มมูลค่าขยะด้วยกระบวนการคัดแยกอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม


จากปัญหาขยะ สู่โอกาสทางเศรษฐกิจสีเขียว:

ปัจจุบัน ขยะจำนวนมากยังคงถูกกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบ ทั้งที่ขยะเหล่านี้มีศักยภาพในการนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกมาก ความร่วมมือครั้งนี้จึงมุ่งศึกษารูปแบบธุรกิจ MRF ที่สามารถดำเนินงานได้จริง ในระดับชุมชน เชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานของโครงการ Smart Recycling Hub ภายใต้ความร่วมมือของ PPP Plastics Network เพื่อสร้างห่วงโซ่คุณค่าพลาสติกหมุนเวียนตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง


Eco Phoenix จะถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึกด้านการออกแบบผังโรงงาน เทคโนโลยี และการบริหารจัดการโรงคัดแยกขยะ สถาบันพลาสติกทำหน้าที่ส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และประสานเครือข่ายภาครัฐ–เอกชน พร้อมให้คำแนะนำในการกำหนดมาตรฐานวัสดุรีไซเคิล ขณะที่ Dow สนับสนุนความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ เชื่อมโยงสู่ภาคีเครือข่ายผู้ประกอบการเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม และจัดการสื่อสารเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในวงกว้าง

เป้าหมายสำคัญของโครงการพัฒนาการเพิ่มมูลค่าขยะชุมชนโดยนำกลับมาใช้ประโยชน์ด้วยวิธีการคัดแยก คือ การสร้าง “โมเดลต้นแบบ” เพื่อส่งมอบให้กับกรุงเทพมหานคร ที่สามารถขยายผลได้จริง และสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ของประเทศไทย


ประโยชน์ที่มากกว่าการจัดการขยะ:

ความร่วมมือนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การคัดแยกขยะ แต่คือการสร้างระบบใหม่ที่ทุกภาคส่วนได้ประโยชน์ร่วมกัน


ในระดับชุมชน จะเกิดแหล่งเรียนรู้และต้นแบบธุรกิจที่สร้างรายได้ เพิ่มมูลค่าขยะในพื้นที่ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน


ในระดับประเทศ จะช่วยลดการพึ่งพาวัตถุดิบใหม่ สนับสนุนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมรีไซเคิลไทย


ในระดับสิ่งแวดล้อม จะลดปริมาณขยะฝังกลบ ลดการรั่วไหลของพลาสติก และช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คนรุ่นต่อไป


เสียงจากผู้นำ: “ขยะไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของคุณค่าใหม่”:

นายวิชาญ ตั้งเคียงศิริสิน ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวว่า “พลาสติกมีคุณค่าเกินกว่าจะกลายเป็นขยะ เพราะยิ่งเราเพิ่มการรีไซเคิลมากเท่าไร ก็ยิ่งลดคาร์บอนและลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศได้มากขึ้นเท่านั้น เศรษฐกิจหมุนเวียนจึงไม่ใช่แค่เรื่องการจัดการขยะ แต่คือคำตอบของทั้งวิกฤตสิ่งแวดล้อมและโอกาสทางเศรษฐกิจสีเขียว Dow เชื่อว่าขยะไม่ใช่จุดจบของผลิตภัณฑ์ แต่คือจุดเริ่มต้นของคุณค่าใหม่ จากประสบการณ์ศูนย์ MRF บ้านฉาง เราเห็นแล้วว่าหากมีระบบที่ดีและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ขยะสามารถกลายเป็นทรัพยากรที่สร้างประโยชน์ให้ชุมชนและประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม”

นายณัฏฐชัย ศิริโก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเซีย จำกัด (มหาชน) และบริษัท อีโค ฟีนิกซ์ จำกัด กล่าวว่า "เราไม่ได้มองขยะเป็นแค่ของเสีย แต่คือ 'ทรัพยากรที่รอการปลดล็อกมูลค่า' ระบบ MRF ที่แม่นยำและบริหารจัดการด้วยมาตรฐานสากล คือกลไกหลักที่จะพลิกโฉมวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาส อีโค ฟีนิกซ์ พร้อมส่งมอบองค์ความรู้และนวัตกรรมทั้งหมดของเรา เพื่อปั้นโมเดลต้นแบบที่ทรงประสิทธิภาพ โปร่งใส และขยายผลได้จริง นี่ไม่ใช่แค่การจัดการขยะ แต่คือการสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจใหม่ที่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน"

นางสาวสินีนาฏ เล้าชินทอง รักษาการผู้อำนวยการสถาบันพลาสติก กล่าวว่า “สถาบันพลาสติกมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตควบคู่ความยั่งยืน ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับมาตรฐานวัสดุรีไซเคิล และพัฒนารูปแบบธุรกิจที่สามารถขยายผลได้ทั่วประเทศ สร้างระบบหมุนเวียนของพลาสติกที่แข็งแรงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

เมื่อภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคความรู้ ผนึกกำลังร่วมกัน “ขยะ” จึงไม่ใช่ภาระของสังคมอีกต่อไป หากแต่เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ และเป็นกุญแจสำคัญสู่อนาคตที่ประเทศไทยเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน


###

โฮมโปร-เมกาโฮม ขับเคลื่อนมูฟเมนต์ใหม่! “ซ่อมก่อนเปลี่ยน”ยกระดับ ‘ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า’ สู่เทศกาลดูแลบ้านแห่งปี

 โฮมโปร-เมกาโฮม ขับเคลื่อนมูฟเมนต์ใหม่! “ซ่อมก่อนเปลี่ยน”ยกระดับ ‘ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า’ สู่เทศกาลดูแลบ้านแห่งปี 

 



โฮมโปร เดินหน้าขับเคลื่อนมูฟเมนต์ใหม่ให้การดูแลบ้านเป็นเรื่องง่าย คุ้มค่า และรักษ์โลก ชวนคนรักบ้านทั่วประเทศ รีเฟรชบ้านรับหน้าร้อน ผ่านกิจกรรม “ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า” ครั้งแรกของปี 2569 ตอกย้ำแนวคิด “ซ่อมก่อนเปลี่ยน” เพื่อยืดอายุการใช้งานสินค้า ลดรายจ่ายในครัวเรือน และช่วยลดการเกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยเปิดพื้นที่หน้าสาขาให้ลูกค้านำเครื่องใช้ไฟฟ้ามาตรวจเช็กและซ่อมแซม กับช่างโฮมโปร-ช่างมืออาชีพ พร้อมผนึกโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” เปิดรับเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ไม่ใช้แล้ว เพื่อให้โฮมโปรช่วยนำไปจัดการให้อย่างถูกวิธี สอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและความยั่งยืนมากขึ้น โดยกิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6–8 มีนาคม 2569 ที่โฮมโปรและเมกาโฮมทุกสาขาทั่วประเทศ 


นายธีรพล รอดเฉื่อย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานบริการช่างโฮมโปร บริษัท โฮม 

ปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร”  กล่าวว่า “โฮมโปรอยากทำให้การดูแลบ้านเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย ทั้งในด้านความสะดวกสบาย ความคุ้มค่า และมาตรฐานการบริการที่มั่นใจได้ การจัดกิจกรรม “ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า” ครั้งแรกของปีนี้ จึงถูกออกแบบให้ลูกค้า ได้รับบริการจากช่างโฮมโปร ช่างมืออาชีพที่ช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด รวมถึงโปรโมชั่นที่ทำให้การช้อป–ซ่อมแซม–ปรับปรุงบ้าน เป็นเรื่องเบาใจมากขึ้น ที่สำคัญโฮมโปรอยากชวนคนไทยร่วมกันดูแลบ้านอย่างมีคุณค่า ผ่านกิจกรรมซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้าและร่วมส่งต่อของเก่าที่ไม่ใช้แล้ว เพื่อนำไปจัดการอย่างถูกวิธี เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม (Better Living) อย่างยั่งยืนในระยะยาว”


ไฮไลต์ครั้งนี้ คือการรวมความพิเศษของเรื่องซ่อม–เรื่องช้อป-เรื่องรักษ์โลก มาเสิร์ฟให้ลูกค้าเลือกได้ตามใจ จะเลือกเป็นทีมซ่อมฟรี! ทีมแลกส่วนลดแบบสายรักษ์โลก ทีมช้อปสินค้าเข้าบ้าน หรือทีมอัปเกรดบ้านรับหน้าร้อน...ก็มีดีลรออยู่ครบ–คุ้ม–จบในที่เดียว !!


โปรแรง : ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่โฮมโปรทุกสาขาและออนไลน์

ซ่อมฟรีค่าแรง 2 ชิ้นแรก และ ชิ้นที่ 3 ลดค่าแรง 50%

แรงทุกเช้า 09.00–12.00 น. โปรตัวจบรับหน้าร้อน ค่าบริการล้างแอร์เพียง 399 บาท

รับส่วนลดบริการช่างโฮมโปร ลดเพิ่ม 10% ตลอดทั้ง 3 วัน

ฟรี! บริการตรวจระบบน้ำ/ไฟฟ้า เมื่อซื้อบริการช่างโฮมโปรครบ 3,000 บาท

ซ่อมฟรี! เครื่องมือช่าง และสาธิตอุปกรณ์งานช่าง ที่เมกาโฮมทุกสาขาและออนไลน์


โปรเอาใจสายช้อป : ดีลแน่นทั้งโฮมโปร–เมกาโฮมทุกสาขา และออนไลน์

สินค้าราคาพิเศษมากมาย พร้อมลุ้นดีลไวไม่ต้องรอ...สินค้า Flash Sale ทุกวัน!

ช้อปครบ 10,000 บาท ลดเพิ่มสูงสุด 5% (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ)

รับฟรี! คูปองส่วนลด 300 บาท เมื่อช้อปสินค้าตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป

สมาชิกบัตรเครดิตโฮมโปร วีซ่า ลดสูงสุด 5% เมื่อซื้อบริการช่างโฮมโปร


โปรเอาใจสายรักษ์โลก : อัปเกรดบ้านรับร้อน + รักษ์โลกได้คุ้ม 

ทีม “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” แลกพัดลมเก่า เป็นส่วนลดเพื่อซื้อเครื่องปรับอากาศใหม่ เปลี่ยนของเดิมให้คุ้มค่าแบบสบายใจ

ทีม “แลกขวด” นำขวดน้ำพลาสติก PET ขนาด 330 ML ขึ้นไป จำนวน 29 ขวด แลกรับคูปองส่วนลด 200 บาท (สำหรับซื้อสินค้าตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ) ที่โฮมโปรและเมกาโฮมทุกสาขา *เฉพาะสมาชิกโฮมการ์ด*

ทีม “แลกคะแนน” นำสินค้ามาซ่อม แลกคะแนนสะสม 1,000 คะแนน รับทันทีคูปองส่วนลด 200 บาท (สำหรับซื้อสินค้าตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ)


ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า’ ครั้งแรกของปี เสิร์ฟความคุ้มจัดเต็ม 3 วันเท่านั้น! 6 -8 มีนาคม 2569 นี้

ที่โฮมโปร–เมกาโฮมทุกสาขา และออนไลน์ ใครกำลังมองหาจังหวะซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือช้อปของเข้าบ้านให้คุ้มกว่าเดิม มางานนี้งานเดียว ครบทั้งซ่อม ทั้งช้อป และรักษ์โลกในที่เดียว...ห้ามพลาด!

#ซ่อมก่อนเปลี่ยนกับช่างโฮมโปร #ซ่อมฟรีเครื่องใช้ไฟฟ้ากับโฮมโปร #CHANGHomePro #ช่างโฮมโปร #มือโปรประจำบ้านคุณ #ช่างโฮมโปรมือโปรประจำบ้านคุณ #โฮมโปร #HomePro #BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #เมกาโฮม #MegaHome #ศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและงานช่าง #ช่างเลือกเมกาโฮม #Homepropr

งานเฉลิมฉลองครบรอบ 74 ปี แห่งการสถาปนาโรงเรียนศิลปศึกษา – วิทยาลัยช่างศิลป

 งานเฉลิมฉลองครบรอบ 74 ปี แห่งการสถาปนาโรงเรียนศิลปศึกษา – วิทยาลัยช่างศิลป


บรรยากาศอบอุ่นและเปี่ยมด้วยพลังแห่งความทรงจำของคนศิลป์ ถูกถ่ายทอดอย่างงดงามในงานเฉลิมฉลองครบรอบ 74 ปี การสถาปนา “โรงเรียนศิลปศึกษา – วิทยาลัยช่างศิลป” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ณ อาคารหอประชุมเล็ก วิทยาลัยช่างศิลป (ลาดกระบัง) ท่ามกลางการกลับมาพบกันของศิษย์เก่า ศิลปิน และคนรักศิลปะจากหลากหลายรุ่น




พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และศิษย์เก่าศิลปศึกษารุ่นที่ 6 เป็นประธานในพิธี ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศักดิ์ชาย บุญอินทร์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยช่างศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อรำลึกถึงประวัติศาสตร์ของสถาบันศิลปะสำคัญ และสร้างพื้นที่พบปะของเครือข่ายศิษย์เก่าที่เติบโตบนเส้นทางศิลปะ




ไฮไลต์สำคัญของงานคือ นิทรรศการ “ศิลป์แห่งความภักดี (ทุกหยาดสีน้อมรำลึก)” ที่รวบรวมผลงานศิลปะทรงคุณค่า จัดแสดงระหว่างวันที่ 4 – 14 มีนาคม 2569 พร้อมกิจกรรมเปิดงานที่สร้างสีสัน ด้วยการวาดภาพสดจากศิลปิน 3 ท่าน เคล้าเสียงบรรเลงไวโอลิน สร้างบรรยากาศศิลปะที่ทั้งร่วมสมัยและเปี่ยมอารมณ์


ภายในงานยังคึกคักด้วย Art & Craft Market ที่รวมงานแฮนด์เมดและผลงานสร้างสรรค์จากศิลปินและศิษย์เก่า ขณะที่โซน Food & Drinks เติมสีสันด้วย Food Truck หลากหลายเมนู อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจคือการเปิดเส้นทางเดินข้ามสะพานหลังหอประชุม เชื่อมต่อสู่ชุมชนศิลป์เก่าอย่าง ตลาดหัวตะเข้ พร้อมกิจกรรม Stamp Challenge สะสมสติกเกอร์จากร้านค้าศิษย์เก่า เพื่อนำไปแลกรับของที่ระลึกสุดลิมิเต็ดภายในงาน


นอกจากนี้ยังมี Classic Car Display การจัดแสดงรถคลาสสิกจากคอลเลกชันพิเศษของรุ่นพี่ศิษย์เก่า เพิ่มมิติให้พื้นที่งานกลายเป็นเหมือนลานรวมแรงบันดาลใจจากหลายยุคสมัย


ตลอดทั้งงาน บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม บทสนทนา และการทักทายของพี่น้องศิษย์เก่า ที่กลับมาร่วมรำลึกถึงวันวานในรั้วศิลป์ งานเฉลิมฉลองครบรอบ 74 ปีครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการย้อนมองอดีตของสถาบันเท่านั้น แต่ยังสะท้อนพลังเครือข่ายของคนช่างศิลปที่ยังคงเติบโตและเชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง


การจัดงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน ได้แก่ วิทยาลัยช่างศิลป, มูลนิธิศิลปินไทย, หอศิลป์ Sociaty, ร้านสี่แยกหัวตะเข้, Veridian Club, เพจช่างศิลป, กลุ่มศิษย์เก่าช่างศิลป, ชมรมผู้สื่อข่าวสร้างสรรค์, Art 4 Worth, มูลนิธิพุทธรักษา และ บ้านจิมะ

#74ปีช่างศิลป #คืนถิ่นช่างศิลป #CollegeOfFineArts #ArtMarket #ClassicCarDisplay #ศิลปศึกษา #วิทยาลัยช่างศิลป #ตลาดหัวตะเข้ #ArtCommunity #ศิลปะกับชุมชน

แรงงานยกระดับทักษะนวดไทยในญี่ปุ่น ทดสอบมาตรฐานฝีมือสู่ระดับสากล

  แรงงานยกระดับทักษะนวดไทยในญี่ปุ่น ทดสอบมาตรฐานฝีมือสู่ระดับสากล วันที่ 6 มีนาคม 2569  พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน  เป็นป...