วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569

“ธรรมะไม่ไกลตัว” ศน. เปิดพื้นที่ปลอดภัย - เรียนรู้ธรรมะ – ฝึกสติ – พัฒนาจิตใจ ผ่านกิจกรรมธรรมะสัญจรสู่สถานศึกษา

  “ธรรมะไม่ไกลตัว” ศน. เปิดพื้นที่ปลอดภัย - เรียนรู้ธรรมะ – ฝึกสติ – พัฒนาจิตใจ ผ่านกิจกรรมธรรมะสัญจรสู่สถานศึกษา

กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เตรียมจัดกิจกรรม “ธรรมะสัญจรสู่สถานศึกษา” (Dhamma Journey on campus) ภายใต้โครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมเพื่อคนทั้งมวล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

    นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการฝึกสมาธิและการพัฒนาจิตใจให้เข้าถึงประชาชนทุกช่วงวัย โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ได้บูรณาการความร่วมมือกับ คณะสงฆ์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ และการปฏิบัติสมาธิในรูปแบบที่หลากหลาย ภายใต้โครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมเพื่อคนทั้งมวล ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยส่งเสริมการเรียนรู้หลักธรรมและการปฏิบัติ “สมาธิ” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาตนเอง ช่วยให้เกิดความตั้งมั่นของจิตใจ มีสติ รู้เท่าทันอารมณ์และความคิด สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการศึกษาเล่าเรียน การทำงาน และการดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เปิดกว้าง สามารถใช้ได้กับผู้คนทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม 



กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา จึงได้ประสานความร่วมมือกับสถานศึกษา ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนา และองค์กรภาคีเครือข่าย ในการบูรณาการจัดกิจกรรมธรรมะสัญจรสู่สถานศึกษา (Dhamma Journey on campus) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม การฝึกสติ สมาธิ และการพัฒนาจิตใจแก่เด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของประเทศ โดยมีสถานศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร ที่มีความพร้อมและมีศักยภาพเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ วันที่ 19 สิงหาคม 2569 ณ โรงเรียนหอวัง วันที่ 26 สิงหาคม 2569 ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์ และ โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) วันที่ 21 กันยายน 2569 ณ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง



นอกจากนี้ ยังถือเป็นการเปิด “พื้นที่ปลอดภัยให้เด็กและเยาวชน” (Child & Youth Safe Space) มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งทางกายภาพ จิตใจ สังคม และสามารถเป็นตัวของตัวเองในการแสดงความคิด เรียนรู้จากความผิดพลาด และขอความช่วยเหลือ โดยปราศจากความรุนแรง การกลั่นแกล้ง และการเลือกปฏิบัติ อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเติบโตอย่างมีคุณภาพและมีคุณธรรม


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อว่า นับเป็นก้าวสำคัญของการดำเนินกิจกรรมของกระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงวัฒนธรรม ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนผ่านมิติทางศาสนาและวัฒนธรรม โดยสอดคล้องกับนโยบาย C1 : Cultural Well-being ที่มุ่งสร้างคนดี มีคุณธรรม สร้างสังคมเข้มแข็ง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยพลังของศาสนาและวัฒนธรรม ตั้งแต่ระดับสถานศึกษา ซึ่งเป็นช่วงวัยสำคัญของการปลูกฝังค่านิยมและการสร้างรากฐานของการเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ในปัจจุบัน เด็กและเยาวชนต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านสังคม เทคโนโลยี และสื่อดิจิทัล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพฤติกรรม ค่านิยม และสุขภาวะทางจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ความกดดัน การขาดสมาธิ หรือการใช้เวลาว่างอย่างไม่เหมาะสม ดังนั้น การส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมควบคู่กับ การพัฒนาทักษะชีวิต จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีสติ สามารถคิดอย่างมีเหตุผล และอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมดังกล่าวนี้ จะเป็นการส่งเสริมให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ และเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้คุณธรรมจริยธรรม ผ่านกิจกรรมที่เหมาะสมกับช่วงวัย ทั้งการฝึกสมาธิเบื้องต้น การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ การสะท้อนคิด และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ทักษะชีวิต และภูมิคุ้มกันทางจิตใจ อันเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศ ///

Bangkok Auto Salon 2026 กลับมาระเบิดความมันส์ 26-30 ส.ค.นี้!​ ตอกย้ำกรุงเทพฯ ศูนย์กลางคาร์คัลเจอร์หมุดหมายคนรักรถแต่งแห่งอาเซียน​ พร้อมประกาศต่อสัญญาลิขสิทธิ์จากซัง-เอฯ ยิ่งใหญ่ต่อเนื่อง

 Bangkok Auto Salon 2026 กลับมาระเบิดความมันส์ 26-30 ส.ค.นี้!​ ตอกย้ำกรุงเทพฯ ศูนย์กลางคาร์คัลเจอร์หมุดหมายคนรักรถแต่งแห่งอาเซียน​ พร้อมประกาศต่อสัญญาลิขสิทธิ์จากซัง-เอฯ ยิ่งใหญ่ต่อเนื่อง

บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด ชวนสาวกรถแต่งร่วมสัมผัสปรากฏการณ์เร้าใจของ Bangkok Auto Salon 2026 (BAS 2026) มหกรรมแสดงและจำหน่ายยนตรกรรมพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 12 ภายใต้แนวคิด "Celebrate Bangkok Destination" ตอกย้ำบทบาทของกรุงเทพมหานครในฐานะ The Ultimate Hub of ASEAN Custom Car Culture ศูนย์กลางวัฒนธรรมรถแต่งของภูมิภาคอาเชียน และหมุดหมายการการรวมพลของเหล่าคาร์คลับ สำนักแต่ง และอุปกรณ์ตกแต่งชั้นนำจากไทยและต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 26-30 สิงหาคม 2569 ณ ฮอลล์ 100 ไบเทค บางนา 

นายวรรคสร โหลทอง รองประธานการจัดงาน และกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามสปอร์ต ดิจิตอล มีเดีย จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางและภาพรวมการจัดงานว่า "Bangkok Auto Salon มหกรรมรถแต่งและอุปกรณ์โมดิฟายด์งานแรกในประเทศไทย มีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์วัฒนธรรมรถแต่งขึ้นในประเทศไทยที่เติบโตมาโดยตลอด ได้เดินทางมาถึงครั้งที่ 12 ด้วยความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยสำคัญคือการมีพันธมิตรที่ยอดเยี่ยมอย่าง ซัง-เอ คอร์ปอเรชั่น (San-Ei Corporation) ผู้จัดงานและเจ้าของลิขสิทธิ์ Tokyo Auto Salon ที่เคียงข้างและสนับสนุนเราในทุกมิติตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา ในปีนี้เรายังคงผนึกกำลังความร่วมมืออย่างเข้มแข็ง พร้อมเดินหน้าสานต่อสัญญาลิขสิทธิ์การจัดงานในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันช่วยผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์หลังการขาย (Automotive Aftermarket) ของไทยที่มีมูลค่าสูงกว่า 6,500 ล้านบาท ให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดย BAS 2026 พร้อมทำหน้าที่เป็นเวทีระดับภูมิภาคที่รวมทุกเทรนด์และนวัตกรรมแต่งรถล่าสุดมาไว้ในที่เดียว"

นายรณฤทธิ์ ซื่อวาจา กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด ที่ได้รับสิทธิ์อย่างเป็นทางการในการจัดงาน BAS 2026 กล่าวเสริมว่า “จากตำนานความสำเร็จในการจัดงาน Bangkok Auto Salon ทั้ง 11 ครั้งที่ผ่านมา ได้สร้างแรงบันดาลให้เกิดการจัดงานเกี่ยวกับรถแต่งใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นในกรุงเทพ ทำให้มีกิจกรรมด้านรถแต่งอย่างต่อเนื่อง สำหรับครั้งที่ 12 นี้ ภายใต้แนวคิด "Celebrate Bangkok Destination" เราตั้งใจร่วมเฉลิมฉลองกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์รวมจิตวิญญาณของคนรักรถแต่งจากทั่วอาเซียนที่ต้องมาปักหมุด ด้วยไลน์อัปกิจกรรมที่จัดเต็มทั้งอินดอร์และเอาต์ดอร์ ให้ผู้ที่ชื่นชอบยานยนต์ได้สัมผัสงานคราฟต์และความสนุกระดับโลกตลอด 5 วันเต็ม"


งาน Bangkok Auto Salon 2026 ปีนี้ มีไฮไลต์และกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ที่สะท้อนความเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมรถแต่งของภูมิภาคอาเซียน ทั้งส่วนในฮอลล์ และลานกิจกรรมเอาต์ดอร์ ประกอบด้วย


1) ตื่นตาตื่นใจกับนวัตกรรมและสุดยอดรถแต่งระดับตำนาน ณ ฮอลล์ 100

Bangkok auto salon’s SELECTION สัมผัสสุดยอดคัสตอมคาร์ที่ปรับแต่งครบทั้งสมรรถนะ (Performance) และความประณีต (Styling & Detailing) นำทัพโดยดีกรีรถแต่งระดับแชมป์ ส่งตรงจากเวที Tokyo Auto Salon ประเทศญี่ปุ่น ต้นตำรับวัฒนธรรม JDM ประชันความอลังการกับสุดยอดรถแต่งคัดพิเศษฝีมือคนไทย เพื่อเปิดมุมมองและส่งต่อแรงบันดาลใจระดับโลกให้สาวกสายซิ่งได้สัมผัสงานคราฟต์ด้วยตาตัวเอง


AUTOMAKERS’ SPECIAL CUSTOM CARS: การผนึกกำลังของบิ๊กแบรนด์ชั้นนำ อาทิ โตโยต้า ฮอนด้า และมาสด้า ที่นำทัพรถยนต์รุ่นพิเศษซึ่งผ่านการโมดิฟายด์เฉพาะมาอวดโฉมในงาน

RENOWNED TUNING GARAGES: การรวมตัวของสำนักแต่งรถชั้นนำทั้งจากต่างประเทศและในไทย ร่วมนำผลงานสุดพิเศษมาประชันความแรงและความประณีตกันในงานนี้ 

ACCESSORIES ZONE: หนึ่งในหัวใจของงานนี้ ศูนย์รวมเทรนด์และอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ระดับ        พรีเมียมกว่า 200 แบรนด์ชั้นนำระดับโลก จากอิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ไต้หวัน มาเลเซีย ฮ่องกง และไทย ทั้งการเพิ่มสมรรถนะ ความเร็ว และดีไซน์ ให้เลือกช้อปอย่างครบครันในที่เดียว

BANGKOK AUTO SALON’S BEST CAR AWARDS: รางวัลรถยอดเยี่ยม 10 ประเภท โดยคณะกรรมการทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวไทยเป็นผู้คัดเลือก และรางวัลรถยอดนิยมขวัญใจคาร์คลับ โดยให้ผู้เข้าชมงานและเหล่าคาร์คลับเป็นผู้โหวตเลือก 

LEGEND MEET: โอกาสทองของแฟน ๆ ที่จะได้กระทบไหล่และแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจกับ “เจ้าสำนักแต่งรถระดับตำนาน” จากประเทศญี่ปุ่นแบบใกล้ชิด

e-MOTOR SPORT EXPERIENCE: เปิดมิติใหม่แห่งความเร็ว ให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสความตื่นเต้นเร้าใจของการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตในรูปแบบดิจิทัลสุดล้ำ

2) เดือดทะลุปรอท! กิจกรรมลานเอาต์ดอร์ อัดแน่นความมันส์ของคาร์คลับ-สายดริฟต์

CAR CLUB MEET: ปรากฏการณ์รวมพลคาร์คลับสุดยิ่งใหญ่ประจำปี ศูนย์รวมการสังสรรค์แลกเปลี่ยนแพสชันของคนรักรถแต่งทุกสไตล์ พร้อมแพ็กเกจสุดคุ้มสำหรับนำรถเข้าร่วมกิจกรรม 2 ท่าน (รับเสื้อยืด Bangkok Auto Salon Limited Edition บัตรเข้าชมงาน และเครื่องดื่ม) 

CAR PARADE: ตื่นตากับขบวนพาเหรดตระการตาด้วยทัพรถสปอร์ต รถคัสตอม รถหรู และไอคอนิกคาร์ระดับตำนาน สะท้อนเอกลักษณ์และความคิดสร้างสรรค์ของชาวคาร์คลับ ปลุกบรรยากาศ Tokyo Street Show มาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ

CLUB RACE (Pocket Scale Arena): ท้าดวลความเร็วและความแม่นยำบนสนามจำลองสเกลเล็กที่ออกแบบให้มีมุมโค้งสุดท้าทาย ให้อารมณ์เหมือนซ้อมสนามดริฟต์ ชิงตำแหน่ง “เวลาต่อรอบที่เร็วที่สุดประจำวัน” (Best Lap Time) พร้อมรับของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากงาน Bangkok Auto Salon 

DRIFT ARENA: สังเวียนดริฟต์ที่จะลุกเป็นไฟกับการแบทเทิ้ลสุดมันส์ของเหล่า ROOKIE DRIFT พร้อมไฮไลต์เด็ดของนักดริฟต์หญิงดาวรุ่งจากการแข่งขัน D1 Grand Prix Thailand และห้ามพลาดกับโชว์พิเศษจากนักดริฟต์มืออาชีพชาวญี่ปุ่น ที่เปิดโอกาสให้ผู้โชคดีได้ร่วมสัมผัสความเร้าใจในกิจกรรม Drift Taxi 

LIVE STAGE SHOW: เติมเต็มความบันเทิงด้วยไลน์อัปดีเจสาวสุดฮอต SEXY DJ ระดับอินเตอร์ที่จะมา สแคลชบีตสุดมันส์ พร้อมมินิคอนเสิร์ตจากวงดนตรีชั้นนำ ตลอดการจัดงาน

มิสเตอร์ จุนอิจิ ฟุคุอิ กรรมการบริหาร สมาคมโตเกียว ออโต ซาลอน ประเทศญี่ปุ่น กล่าวปิดท้ายตอกย้ำความเชื่อมั่นและประกาศต่อสัญญาความร่วมมือว่า “ความร่วมมือระหว่าง ซัง-เอ คอร์ปอเรชั่น และ คอร์โน แอนด์ แนช ดำเนินมาบนวิสัยทัศน์อันแข็งแกร่งร่วมกันมาตั้งแต่ พ.ศ. 2555 ซึ่งประเทศไทยนับเป็นประเทศแรกนอกประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับสิทธิ์อย่างเป็นทางการ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คอร์โน แอนด์ แนช ได้พิสูจน์แล้วว่าคือพันธมิตรทางธุรกิจที่ยอดเยี่ยม และสามารถยกระดับ Bangkok Auto Salon ให้กลายเป็น “ปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมรถแต่งประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน” ได้อย่างสมศักดิ์ศรี จากความสำเร็จอันยาวนานนี้ ซัง-เอ คอร์ปอเรชั่น เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศการขยายสัญญาต่อลิขสิทธิ์ความร่วมมือนี้ และพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในทุกมิติ ทั้งการคัดสรรสุดยอดรถแต่งระดับแชมป์ส่งตรงจากญี่ปุ่น นวัตกรรมโมดิฟายด์ การเชิญเจ้าสำนักแต่งระดับตำนานร่วมสร้างแรงบันดาลใจ ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างบุคลากรของทั้งสองประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนวัฒนธรรมรถแต่งให้ขยายวงกว้างขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง"

Bangkok Auto Salon 2026 ขอเชิญชวนคนรักรถร่วมสัมผัสมหกรรมจัดแสดงและจำหน่ายยนตรกรรมพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ ภายใต้แนวคิด "Celebrate Bangkok Destination" ที่รวบรวมสุดยอดรถแต่ง นวัตกรรมการแต่งรถ กิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต และความบันเทิงไว้อย่างครบครันตลอด 5 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 26-30 สิงหาคม 2569 ณ ฮอลล์ 100 ไบเทค บางนา บัตรเข้าชมงานราคา 100 บาท เปิดให้เข้าชมเวลา 12.00-21.30 น. (วันพุธ-ศุกร์) และ 11.00-21.30 น. (วันเสาร์-อาทิตย์) 

ติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหว และรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ ของ Bangkok Auto Salon 2026 ได้ทาง

Facebook: Bangkok International Auto Salon

Instagram: @bangkokautosalon_official

YouTube: Bangkokautosalon 

TikTok: @bangkokautosalon

#BangkokAutoSalon2026 #BangkokAutoSalon #BAS2026 #BAS #CelebrateBangkokDestination #TokyoAutoSalon


# # #

ยกของดี 4 จังหวัดสู่กรุงเทพฯ! “ อุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก 2026 ” เปิดพื้นที่สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ...

 ยกของดี 4 จังหวัดสู่กรุงเทพฯ! “ อุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก 2026 ” เปิดพื้นที่สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ...


กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน จัดพิธีเปิดงาน “ อุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก (East–Northern Industrial Fair 2026) ” ภายใต้โครงการบูรณาการ การค้า การลงทุน กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ ยกระดับสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น พร้อมเปิดโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการจาก จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ และ น่าน ได้เชื่อมโยงสู่ผู้บริโภคและตลาดในระดับประเทศ โดยจัดพิธีเปิดในวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ณ BCC HALL ชั้น 5 เซ็นทรัลลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสาวธนิตา ทองเงา อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย, นางพัชรี สองสีโย อุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา, นายประยูร ใบยา อุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ และนายอดิศักดิ์ มณีท่าโพธิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน รวมถึง นายพสุ สุครีวก อุตสาหกรรมจังหวัดนนทบุรี ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง




ภายในพิธีเปิดยังจัดเต็มด้วยกิจกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์และศักยภาพของล้านนาตะวันออก เริ่มด้วยการรับชมวีดิทัศน์ “ VTR แนะนำผลิตภัณฑ์เด่น 4 จังหวัดล้านนาตะวันออก ” ถ่ายทอดเรื่องราวของสินค้า ภูมิปัญญา วิถีชีวิต และความคิดสร้างสรรค์จากผู้ประกอบการเชียงราย พะเยา แพร่ และ น่าน ก่อนตื่นตาตื่นใจกับมินิแฟชั่นโชว์ชุด “ เสน่ห์ศิลป์ถิ่นล้านนา ” ที่นำความงดงามของผ้าไทย ลวดลาย งานหัตถศิลป์ และอัตลักษณ์ของล้านนามาตีความผ่านแฟชั่นร่วมสมัย โดยมี “ เดียร์น่า ฟลีโป ” นักแสดงสาวชื่อดัง และ Presenter ของงาน ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของผ้าไทยบนเวที พร้อมนางแบบนายแบบ และนักแสดงกว่า 30 ชีวิต ที่มาร่วมสร้างสีสันและนำเสนอผลงานจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สายตาผู้ชม นับเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน “ อุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก 2026 ” ซึ่งจัดต่อเนื่องตลอด 5 วัน ระหว่างวันที่ 12–16 สิงหาคม 2569 ณ BCC HALL ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร


ทั้งนี้ งาน อุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ เชื่อมรากฐาน สร้างคุณค่า ต่อยอดล้านนาตะวันออก สู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ” เพื่อสร้างพื้นที่ทางการตลาดและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 รวมถึงประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการที่มีเอกลักษณ์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้บริโภค อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้และการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอย่างยั่งยืน สำหรับงาน “ อุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก 2026 ” ตลอดทั้ง 5 วัน ผู้เข้าชมจะได้พบกับสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนภูมิปัญญา อัตลักษณ์ และความคิดสร้างสรรค์จากเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน กว่า 100 ร้านค้า ครอบคลุมทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผ้าและเครื่องแต่งกาย ของใช้ ของตกแต่ง และผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์อีกหลากหลายประเภท ให้ประชาชนได้ “ ชม ชิม ช้อป ใช้ ” และเลือกซื้อสินค้าโดยตรงจากผู้ประกอบการ




นอกจากนี้ ภายในงานยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมและสีสันตลอดทั้ง 5 วัน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมประชาสัมพันธ์และสาธิตผลิตภัณฑ์ กิจกรรมเวิร์กช็อปสร้างสรรค์ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมงานได้ลงมือทำและสัมผัสภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด อาทิ.. กิจกรรมเพ้นท์เซรามิก จาก Banmatjai (บ้านมัดใจ) จ.แพร่ และ กิจกรรมทำพวงกุญแจ จาก E-NANG (อี-นาง) จ.น่าน พร้อมกิจกรรมเกมแจกของรางวัล โปรโมชั่นพิเศษในช่วง “ นาทีทอง ” และ โซนร้านค้า Outlet ที่รวบรวมสินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพในราคาพิเศษมาให้เลือกช้อปอย่างจุใจ รวมถึงการแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา และการแสดงดนตรีจากศิลปินที่จะผลัดเปลี่ยนกันมาสร้างความสนุกและสีสันตลอดทั้งงาน ขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และผู้สนใจ ร่วมสัมผัสเสน่ห์ของ 4 จังหวัดล้านนาตะวันออก เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ทั้งการ ชม ชิม ช้อป ใช้ เลือกซื้อสินค้าคุณภาพ สนับสนุนผู้ประกอบการไทย ในงาน “ อุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก (East–Northern Industrial Fair 2026) ” วันที่ 12–16 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00–21.00 น. ณ BCC HALL ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ...


ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง..

FACEBOOK สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย : www.facebook.com/industry.ChiangRai ,

FACEBOOK Comm Arts Production : www.facebook.com/Commartsproduction ...




#อุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก #อุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก2026 #อุตสาหกรรมแฟร์ #ล้านนาตะวันออก #ไรอัลกาจบัณฑิต #กันนภัทร #สุนทราภรณ์ #ตรีชัยณรงค์ #ลานดอกไม้ #ปราโมทย์วิเลปะนะ #เล็กรัชเมศฐ์ #EastNorthernIndustrialFair2026 #กระทรวงอุตสาหกรรม #เชียงราย #พะเยา #แพร่ #น่าน #BCCHALL #เซ็นทรัลลาดพร้าว #ของดีล้านนาตะวันออก #ภาคเหนือตอนบน2 #สนับสนุนผู้ประกอบการไทย #เที่ยวงานแฟร์ #งานดีบอกต่อ #CommArtsProduction #ทีมคอมอาร์ต ...

วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569

สสปน. ต่อยอดมาตรฐานไมซ์ไทยสู่โอกาสทางธุรกิจ ผ่าน TMVS Promotional Campaign เชื่อม "มาตรฐาน" สู่ "ตลาด" ยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยแข่งขันเวทีโลก

 สสปน. ต่อยอดมาตรฐานไมซ์ไทยสู่โอกาสทางธุรกิจ ผ่าน TMVS Promotional Campaign เชื่อม "มาตรฐาน" สู่ "ตลาด" ยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยแข่งขันเวทีโลก

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. (TCEB) ประกาศความสำเร็จของ MICE Standards Promotional Campaign ภายใต้แนวคิด "Standards-to-Market" ซึ่งมุ่งเชื่อมโยงมาตรฐานไมซ์ไทยสู่โอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการสร้างการรับรู้ การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และการสร้างเครือข่ายกับผู้จัดงานทั้งในประเทศและระดับอาเซียน ตอกย้ำบทบาทของมาตรฐานไมซ์ไทยในฐานะเครื่องมือสำคัญที่ช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านไมซ์คุณภาพของภูมิภาคอย่างยั่งยืน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สสปน. ได้พัฒนาและผลักดันการนำ มาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย (Thailand MICE Venue Standard: TMVS) มาตรฐานการบริหารการจัดงานอย่างยั่งยืนประเทศไทย (Thailand Sustainable Event Management Standard: TSEMS) และ มาตรฐานสถานที่จัดงานอาเซียน (ASEAN MICE Venue Standard: AMVS) ไปใช้ในสถานประกอบการทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพสถานที่จัดงานทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี ความปลอดภัย การบริหารจัดการ และการดำเนินงานตามแนวทางความยั่งยืน สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้จัดงานและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดไมซ์ระดับสากล

อย่างไรก็ตาม สสปน. มองว่าการมีมาตรฐานเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ หากไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการได้ จึงได้ดำเนิน MICE Standards Promotional Campaign เพื่อเชื่อมโยง "มาตรฐาน" เข้าสู่ "ตลาด" ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเชิงรุก การประชาสัมพันธ์ การสร้างเครือข่ายธุรกิจ และการจับคู่ธุรกิจระหว่างสถานที่จัดงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐานกับกลุ่มผู้จัดงาน ผู้ซื้อ (Buyers) และองค์กรที่มีศักยภาพในการจัดกิจกรรมไมซ์

ภายใต้โครงการดังกล่าว สสปน. ได้นำผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเข้าร่วมกิจกรรมในงานแสดงสินค้าสำคัญ ได้แก่ Thailand HR Tech Conference & Exposition 2026 และ ASEAN Tools Expo 2026 ซึ่งเป็นเวทีที่รวบรวมผู้จัดงาน องค์กรภาคธุรกิจ สมาคมวิชาชีพ และผู้ซื้อจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบปะผู้ตัดสินใจโดยตรง พร้อมนำเสนอศักยภาพของสถานที่จัดงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน

หนึ่งในกลไกสำคัญของโครงการคือ กิจกรรมการจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ซึ่งช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการสถานที่จัดงานกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาคเอกชน สมาคมวิชาชีพ ผู้จัดประชุมและสัมมนา ผู้จัดงานแสดงสินค้า บริษัทรับจัดงาน หน่วยงานภาครัฐ รวมถึงผู้ซื้อจากต่างประเทศ ผ่านการนัดหมายเจรจาธุรกิจและนำเสนอศักยภาพของสถานที่ ส่งผลให้เกิดโอกาสในการรับงานใหม่ สร้างเครือข่ายพันธมิตร และเพิ่มโอกาสทางการตลาดอย่างเป็นรูปธรรม

ผลการดำเนินงานสะท้อนให้เห็นว่า มาตรฐาน TMVS, TSEMS และ AMVS ได้รับการยอมรับมากขึ้นในฐานะหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการพิจารณาคัดเลือกสถานที่จัดงานของทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และการดำเนินงานตามหลัก ESG และ Sustainability ขณะเดียวกัน สถานประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือ ขยายฐานลูกค้า และสร้างโอกาสในการเข้าถึงงานระดับประเทศและระดับนานาชาติได้อย่างชัดเจน

ไม่เพียงเท่านั้น โครงการนี้ยังได้รับความร่วมมือจากผู้ใช้งานสถานที่และผู้จัดงานชั้นนำที่ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรงถึงคุณค่าของมาตรฐานไมซ์ไทย ได้แก่ สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) ผู้จัดงาน Thailand HR Tech Conference & Exposition 2026 และผู้จัดงาน ASEAN Tools Expo 2026 ซึ่งต่างสะท้อนตรงกันว่า การเลือกใช้สถานที่ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน TMVS, TSEMS และ AMVS ช่วยลดความเสี่ยงในการจัดงาน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ร่วมงาน ผู้สนับสนุน และผู้แสดงสินค้า ตลอดจนสนับสนุนการจัดงานตามแนวทางความยั่งยืนที่เป็นความคาดหวังของผู้จัดงานระดับนานาชาติในปัจจุบัน

ด้วยเหตุนี้ สสปน. และทุกภาคส่วน จึงได้ร่วมส่งสารสำคัญว่า "มาตรฐาน TMVS และ TSEMS ไม่ได้สร้างประโยชน์เฉพาะแก่สถานที่จัดงาน แต่ยังสร้างคุณค่าให้กับผู้ใช้งานสถานที่ โดยช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มความมั่นใจ ยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมงาน และสนับสนุนให้ผู้จัดงานสามารถส่งมอบงานคุณภาพระดับสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนำไปสู่การเติบโตของอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในระยะยาว"

ความสำเร็จของ MICE Standards Promotional Campaign สะท้อนบทบาทของ สสปน. ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยผ่านแนวคิด Standards-to-Market ที่ไม่เพียงยกระดับมาตรฐานสถานที่จัดงาน แต่ยังสามารถเปลี่ยน "มาตรฐาน" ให้กลายเป็น "โอกาสทางธุรกิจ" สร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการ เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้จัดงาน และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการจัดประชุม นิทรรศการ และงานแสดงสินค้าคุณภาพของอาเซียนและระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน

Gravity Game Unite (GGU) ประสบความสำเร็จในการจัดงาน Thailand User Conference เปิดตัว “Ragnarok Zero: Global” เตรียมพร้อมสู่การเปิดให้บริการ 18 สิงหาคมนี้ เวลา 08:00 น

 Gravity Game Unite (GGU) ประสบความสำเร็จในการจัดงาน Thailand User Conference เปิดตัว “Ragnarok Zero: Global” เตรียมพร้อมสู่การเปิดให้บริการ 18 สิงหาคมนี้ เวลา 08:00 น.

Image (Please attach one photo from the event)

- สื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และผู้เล่นชาวไทยกว่า 100 คน ร่วมงาน สะท้อนกระแสตอบรับที่ดีต่อ “Ragnarok Zero: Global” ก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ

- ภายในงานนำเสนอภาพรวมของเกม ทิศทางการอัปเดตในอนาคต พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทีมพัฒนาโดยตรง ก่อนเปิดให้บริการในวันที่ 18 สิงหาคม 2569

- GGU เปิดตัว “RO Lite” แบรนด์เกม Casual ใหม่ภายใต้ Ragnarok IP พร้อมเผยโฉม 2 เกมแรก ได้แก่ “RO Lite : Arrow” และ “RO Lite : Puzzle & Monster” เดินหน้าขยายประสบการณ์ Ragnarok สู่ผู้เล่นกลุ่มใหม่

 Gravity Game Unite (GGU) บริษัทในเครือของ Gravity ที่ตั้งอยู่ในประเทศมาเลเซีย ประกาศเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมว่า ประสบความสำเร็จในการจัดงาน “Ragnarok Zero: Global Thailand User Conference” ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

 หลังจากจัดงาน User Conference ครั้งแรกที่ประเทศเยอรมนีเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Gravity Game Unite (GGU) ได้จัดงาน User Conference ครั้งที่ 2 ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการของ “Ragnarok Zero: Global” ในวันที่ 18 สิงหาคม 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้เล่นชาวไทยโดยตรง ตลอดจนสำรวจความสนใจและความคาดหวังที่มีต่อเกมก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ

 ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารและทีมงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน อาทิ Yoshinori Kitamura ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) ของ Gravity พร้อมด้วยทีมพัฒนา “Ragnarok Zero: Global” รวมถึงสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และผู้เล่นชาวไทยกว่า 100 คน สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความสนใจและความคาดหวังที่มีต่อเกมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

Image (Please attach one photo from the event)

 งานเริ่มต้นด้วยการแสดงเปิดงาน ก่อนเข้าสู่การนำเสนอวิสัยทัศน์และทิศทางการดำเนินงานของ Gravity รวมถึงภาพรวมของ “Ragnarok Zero: Global” และแผนการอัปเดตในอนาคต โดย GGU ได้เปิดเผยแนวทางการให้บริการเกมในรูปแบบ Live Service พร้อมแนะนำคอนเทนต์สำคัญหลังเปิดให้บริการ รวมถึงตัวอย่างฟีเจอร์และเนื้อหาที่เตรียมทยอยอัปเดตในอนาคต เพื่อให้ผู้เล่นได้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาและการเติบโตของเกมในระยะยาว

 นอกจากนี้ ภายในงานยังมีช่วง Q&A เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้พูดคุยและสอบถามทีมพัฒนาโดยตรงในประเด็นที่ผู้เล่นให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นแนวทางการพัฒนาเกม การอัปเดตคอนเทนต์ ระบบการให้บริการ รวมถึงทิศทางของเกมหลังเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ โดยความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เล่นจะเป็นอีกหนึ่งข้อมูลสำคัญที่ GGU สามารถนำไปใช้ประกอบการพัฒนาและปรับปรุงประสบการณ์การเล่นให้ตอบโจทย์ผู้เล่นมากยิ่งขึ้น

 ทีมพัฒนาได้ร่วมตอบคำถามจากผู้เล่นชาวไทยในหลากหลายประเด็น พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้เล่นโดยตรง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ GGU ในการสื่อสารกับคอมมูนิตี้และนำความคิดเห็นของผู้เล่นมาประกอบการพัฒนาการให้บริการเกมอย่างต่อเนื่อง

 นอกจากนี้ Gravity Game Unite (GGU) ยังได้เปิดตัว “RO Lite” แบรนด์เกมแคชชวลใหม่ภายใต้ Ragnarok IP พร้อมเปิดตัว 2 เกมแรก ได้แก่ “RO Lite : Arrow” และ “RO Lite : Puzzle & Monster” โดย RO Lite จะทำหน้าที่เป็นแบรนด์หลักสำหรับรวบรวมเกมแคชชวลหลากหลายรูปแบบที่พัฒนาบนพื้นฐานของ Ragnarok IP มุ่งสร้างเอกลักษณ์ที่ชัดเจนในตลาดเกมแคชชวล ขยายฐานผู้เล่นไปยังกลุ่มผู้เล่นที่หลากหลายยิ่งขึ้น และต่อยอดการเติบโตของ Ragnarok IP ในตลาดเกมระดับโลก

 เกมแรก “RO Lite – Arrow” เป็นเกมพัซเซิลแบบแบ่งเป็นด่านที่มาพร้อมรูปแบบการเล่นที่เข้าใจง่าย ผู้เล่นจะต้องวางแผนและหาลำดับที่ถูกต้องในการเคลื่อนลูกศรแต่ละอันออกจากกระดานเพื่อผ่านด่าน พร้อมสะสมมอนสเตอร์ชื่อดังจาก Ragnarok โดยนอกจากความสนุกในการแก้ไขปริศนาแล้ว ผู้เล่นยังสามารถรับคูปองสำหรับใช้เล่น “Ragnarok Zero: Global” ได้ฟรี ส่งผลให้เกมได้รับความสนใจและกระแสตอบรับที่ดีจากผู้เข้าร่วมงานชาวไทย สำหรับ “RO Lite – Puzzle & Monster” GGU 

 ภายในสถานที่จัดงานยังมีโซนถ่ายภาพในธีม Ragnarok และการปรากฏตัวของคอสเพลเยอร์ที่มาร่วมสร้างสีสันตลอดงาน ผู้เข้าร่วมงานให้ความสนใจและมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่าง ๆ อย่างคึกคัก พร้อมแสดงความสนใจและความคาดหวังต่อการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ รวมถึงคอนเทนต์ใหม่ที่จะทยอยเปิดตัวในอนาคต

Image (Please attach one photo from the event)

 สำหรับ “Ragnarok Zero: Global” เป็นเกม PC เกมแรกภายใต้ Ragnarok IP ที่ให้บริการในรูปแบบ Global Single-Build เปิดโอกาสให้ผู้เล่นจากหลากหลายภูมิภาคสามารถเข้าถึงเกมและเล่นบนสภาพแวดล้อมเดียวกัน โดยยังคงเอกลักษณ์สำคัญของ Ragnarok Online ทั้งกราฟิก 2D Pixel Art และระบบอาชีพที่คุ้นเคย พร้อมยกระดับประสบการณ์การเล่นด้วยฟีเจอร์ที่ทันสมัย เช่น ระบบ Auto-Hunting รวมถึงการปรับปรุง UI และ UX ให้ใช้งานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เวอร์ชันเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการจะมาพร้อมคอนเทนต์ใหม่หลากหลายรูปแบบ อาทิ “Get Poring” เกมคู่หูสำหรับ Ragnarok Zero: Global, “RO Factory” ระบบ User-Generated Content (UGC) ระบบแรกของ Ragnarok IP ตลอดจนแผนที่ใหม่และคอนเทนต์การต่อสู้กับ MVP Raid โดยตัวเกมรองรับทั้งหมด 8 ภาษา รวมถึงภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ภาษาเยอรมัน และภาษาฝรั่งเศส เพื่อให้ผู้เล่นจากทั่วโลกสามารถเข้าถึงและสนุกกับเกมได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

“Get Poring” เป็นเกมคู่หูที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสะสมและเลี้ยง Porings หลากหลายประเภท ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นสัตว์เลี้ยงภายใน “Ragnarok Zero: Global” ได้ ขณะที่ “RO Factory” เป็นระบบ User-Generated Content ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสร้าง อัปโหลด และดาวน์โหลดไอเทม Footprint ที่ออกแบบขึ้นเองได้ โดยทั้ง Get Poring และ RO Factory ได้รับความสนใจและเสียงตอบรับที่ดีจากผู้เล่นชาวไทยตั้งแต่ช่วง OBT และจากความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้น GGU ยังได้เพิ่มจำนวนช่องสำหรับ RO Factory เพื่อรองรับการสร้างสรรค์ผลงานและการมีส่วนร่วมของผู้เล่นที่เพิ่มขึ้น

 Harry Choi ประธาน Gravity Game Unite (GGU) กล่าวว่า “งาน Thailand User Conference ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งโอกาสอันมีค่า ที่ทำให้เราได้สัมผัสถึงความสนใจและความคาดหวังที่ผู้เล่นชาวไทยมีต่อ Ragnarok Zero: Global โดยตรง เราจะนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากงานครั้งนี้ไปใช้ประกอบการพัฒนาการให้บริการ เพื่อมอบประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจแก่ผู้เล่นเมื่อเกมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 สิงหาคม นอกจากนี้ เราจะยังคงสื่อสารกับผู้เล่นอย่างใกล้ชิด และมุ่งมั่นให้บริการเกมด้วยความเสถียรและความน่าเชื่อถืออย่างต่อเนื่องหลังเปิดให้บริการ”

ปัจจุบัน Gravity Game Unite (GGU) อยู่ระหว่างการจัดกิจกรรมลงทะเบียนล่วงหน้าและกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ “Ragnarok Zero: Global” เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนล่วงหน้าได้ผ่านหน้าลงทะเบียนอย่างเป็นทางการของ “Ragnarok Zero: Global”

ลงทะเบียนล่วงหน้า: https://roz.mygnjoy.com/en/event/prereservation?media=pr7

Image (Please attach one photo from the event)

[Gravity Official Website] https://www.gravity.co.kr/en/ 

[Ragnarok Zero: Global Official Website] 

https://roz.mygnjoy.com/en/main

[Ragnarok Zero: Global Pre-registration page] https://roz.mygnjoy.com/en/event/prereservation?media=pr7

[Ragnarok Zero: Global Official Discord Community] 

https://discord.gg/bFg77WjcHT

[Ragnarok Zero: Global Official Facebook Page] https://www.facebook.com/ragnarokzeroglobal/

[Ragnarok Zero: Global Official YouTube Channel] https://www.youtube.com/@RagnarokZeroGlobal


[เกี่ยวกับ Gravity]

Gravity ก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน 2000 และเป็นบริษัทเกมระดับโลกจากประเทศเกาหลีใต้ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq โดย Ragnarok IP ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาหลักของ Gravity มียอดบัญชีผู้ลงทะเบียนสะสมทั่วโลกประมาณ 250 ล้านบัญชี ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026 Ragnarok ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเกมเกาหลีที่ผู้ตอบแบบสำรวจชื่นชอบมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในผลสำรวจ Global Hallyu Trends ระหว่างปี 2019–2022 และอยู่ในอันดับ 3 จาก Overseas Hallyu Survey ระหว่างปี 2023–2025 นอกจากนี้ จากผลสำรวจ 2025 Survey on Korean Game Users in Overseas Markets พบว่า Ragnarok Online ได้รับการจัดอันดับเป็นเกม PC จากเกาหลีที่มีผู้เล่นมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ทั้งในไต้หวันและบราซิล สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมและการเติบโตของ Ragnarok IP ในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง


Gravity ได้สร้างเครือข่ายธุรกิจระดับโลกที่แข็งแกร่ง ประกอบด้วยบริษัทในเครือในประเทศเกาหลีใต้ ได้แก่ Gravity NeoCyon และบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ ได้แก่ Gravity Communications ในไต้หวัน, Gravity Game Link ในอินโดนีเซีย, Gravity Interactive ในสหรัฐอเมริกา, Gravity Game Arise ในญี่ปุ่น, Gravity Game Tech ในประเทศไทย, Gravity Game Hub ในสิงคโปร์, Gravity Game Vision ในฮ่องกง และ Gravity Game Unite ในมาเลเซีย Gravity และบริษัทในเครือดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายเกมในตลาดโลก โดยค้นหาและนำเสนอเกมที่หลากหลายทั้งในด้านแพลตฟอร์มและประเภทเกม ไม่ว่าจะเป็น PC, Mobile, Console และ IPTV รวมถึงเกมที่พัฒนาจาก Ragnarok IP ด้วยความพยายามดังกล่าว บริษัทเดินหน้าขยายการเป็นที่รู้จักและอิทธิพลของแบรนด์ในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ Gravity ยังเดินหน้าขยายธุรกิจด้านคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง โดยนำ Ragnarok IP ไปต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ Merchandise, แอนิเมชัน และ Screen Golf รวมถึงพัฒนา Webtoon และดำเนินความร่วมมือกับแบรนด์ต่าง ๆ เพื่อค้นหาและพัฒนา IP ใหม่ ๆ ให้เติบโตต่อไป


เกมเด่นของ Gravity

เกมแนว MMORPG อาทิ Ragnarok Online (เปิดให้บริการในปี 2002), Ragnarok M: Eternal Love, Ragnarok X: Next Generation, THE Ragnarok, Ragnarok Idle Adventure PLUS, Ragnarok M: Classic และ Ragnarok Origin Classic

วศ.อว. ให้ความร่วมือสำนักงานเขตบางนา เก็บตัวอย่างน้ำจากลำรางสาธารณะ ส่งแลปตรวจสอบรอพิสูจน์ผล เพื่อแก้ปัญหาข้อร้องทุกข์ ปชช. หลังพบสีของน้ำไม่เป็นธรรมชาติ

 วศ.อว. ให้ความร่วมือสำนักงานเขตบางนา เก็บตัวอย่างน้ำจากลำรางสาธารณะ  ส่งแลปตรวจสอบรอพิสูจน์ผล เพื่อแก้ปัญหาข้อร้องทุกข์ ปชช. หลังพบสีของน้ำไม่เป็นธรรมชาติ

      เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) มอบหมายนักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่กลุ่มสิ่งแวดล้อม ศูนย์ห้องปฏิบัติการอ้างอิงเคมี สถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ ลงพื้นที่ร่วมกับฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล สำนักงานเขตบางนา จัดเก็บตัวอย่างน้ำจากลำรางสาธารณะในพื้นที่เขตบางนา กรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการในการแก้ไขปัญหาน้ำในลำรางสาธารณะ กรณีได้รับคำร้องทุกข์จากประชาชนผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue โดยประชาชนสังเกตพบว่าสีของน้ำไม่เป็นธรรมชาติ และเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง

      ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดี วศ. เปิดเผยว่า ขณะนี้ วศ. ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำจากลำรางสาธารณะในจุดที่เกี่ยวข้อง และอยู่ระหว่างนำไปตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ โดยเมื่อทราบผลการตรวจวิเคราะห์แล้ว จะประสานแจ้งไปยังสำนักงานเขตบางนา เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาแนวทางดำเนินการที่เหมาะสมต่อไป




     สำหรับแอปพลิเคชัน Traffy Fondue เป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการปัญหาเมืองที่พัฒนาโดยเนคเทค (NECTEC) สวทช. กระทรวง อว. เพื่อเป็นช่องทางรับแจ้งปัญหาและข้อร้องเรียนจากประชาชน และส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการแก้ไข โดยประชาชนสามารถแจ้งปัญหาผ่าน LINE Official Account : @traffyfondue หรือ Web Application ของ Traffy Fondue เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถรับทราบปัญหาและนำไปสู่การดำเนินการแก้ไขอย่างเหมาะสมต่อไป


“ธรรมะไม่ไกลตัว” ศน. เปิดพื้นที่ปลอดภัย - เรียนรู้ธรรมะ – ฝึกสติ – พัฒนาจิตใจ ผ่านกิจกรรมธรรมะสัญจรสู่สถานศึกษา

   “ธรรมะไม่ไกลตัว” ศน. เปิดพื้นที่ปลอดภัย - เรียนรู้ธรรมะ – ฝึกสติ – พัฒนาจิตใจ ผ่านกิจกรรมธรรมะสัญจรสู่สถานศึกษา กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธร...