วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ก.แรงงาน ปักหมุดสระแก้ว เปิด SAKAEO SKILLS FOR ALL เรียนได้งบ จบได้งาน” สร้างทักษะ สร้างอาชีพ

 ก.แรงงาน ปักหมุดสระแก้ว เปิด SAKAEO SKILLS FOR ALL  เรียนได้งบ จบได้งาน” สร้างทักษะ สร้างอาชีพ

วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “SAKAEO SKILLS FOR ALL : เรียนได้งบ จบได้งาน ยกระดับทักษะ เติมโอกาส สร้างรายได้อย่างยั่งยืน”  โดยมี นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวต้อนรับ นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถานประกอบกิจการ และสถานศึกษา เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 31 สระแก้ว 



นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยหลังจากเป็นประธานว่า กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะแรงงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ เทคโนโลยีดิจิทัล และรูปแบบการจ้างงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยขับเคลื่อนนโยบาย “เรียนได้งบ จบได้งาน” เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งการยกระดับทักษะ (Upskill) การเพิ่มทักษะใหม่ (Reskill) และการสร้างทักษะแห่งอนาคต (New Skill) เพื่อนำไปสู่การมีงานทำที่มั่นคง มีรายได้เพิ่มขึ้น และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ซึ่งจังหวัดสระแก้วเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจที่มีศักยภาพทั้งด้านอุตสาหกรรม การค้า การบริการ การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจชายแดน การพัฒนากำลังแรงงานให้มีทักษะตรงกับความต้องการของตลาด จึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดและประเทศ พร้อมชื่นชมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา และสถานประกอบกิจการ ที่ร่วมกันสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง สามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่อาชีพและสร้างรายได้ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวเสริมว่า กระทรวงแรงงาน มอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานมุ่งพัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการฝึกอบรม การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน และการรับรองความรู้ความสามารถ อันจะนำไปสู่การมีงานทำและสร้างรายได้อย่างมั่นคง






สำหรับโครงการ “SAKAEO SKILLS FOR ALL” จัดขึ้นโดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 31 สระแก้ว เพื่อเปิดโอกาสให้แรงงานในสถานประกอบกิจการ แรงงานอิสระ ผู้ว่างงาน นักเรียน นักศึกษา ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และประชาชนทั่วไป ได้เข้าถึงองค์ความรู้และการพัฒนาทักษะอาชีพอย่างทั่วถึง โดยได้รับความร่วมมือจากจังหวัดสระแก้ว หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน สถานศึกษา สถานประกอบกิจการ และภาคีเครือข่าย ร่วมจัดนิทรรศการและกิจกรรมสาธิตกว่า 30 บูธ ครอบคลุมเทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ระบบ IoT พลังงานสะอาด การแปรรูปสินค้าเกษตร การประกอบอาหาร เครื่องดื่ม งานบริการ สุขภาพและเวลเนส ตลอดจนการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน การรับรองความรู้ความสามารถ การแนะแนวอาชีพ และการจัดหางานแบบครบวงจร

ทั้งนี้ ท่านจุลพันธ์ได้เยี่ยมชมกิจกรรมสาธิตการฝึกอาชีพและนิทรรศการภายในงาน อาทิ เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) กราฟิกดีไซน์และเทคโนโลยีดิจิทัล การแปรรูปสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน การประกอบอาหารไทย สตรีทฟู้ด บาริสต้ามืออาชีพ การทำเบเกอรี่ การนวดสปาและเวลเนส การตัดผมชายมืออาชีพ การสาธิตระบบโซลาร์เซลล์ การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ และพบปะพูดคุยกับผู้ผ่านการฝึกอบรมช่างเชื่อมทิกอลูมิเนียมแผ่นบาง กลุ่มผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ตลอดจนเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานและเครือข่ายสถานประกอบกิจการในครั้งนี้ด้วย นายสมาสภ์ กล่าวทิ้งท้าย

"เมื่อคำพูดกลายเป็นกำแพง ล่ามจึงกลายเป็นสะพาน" เปิดตัวภาพยนตร์สร้างจากเรื่องจริง "ล่าม (LAAM : The Thai Interpreter)" เตรียมเข้าฉาย 12 สิงหาคมนี้

  "เมื่อคำพูดกลายเป็นกำแพง ล่ามจึงกลายเป็นสะพาน" เปิดตัวภาพยนตร์สร้างจากเรื่องจริง "ล่าม (LAAM : The Thai Interpreter)" เตรียมเข้าฉาย 12 สิงหาคมนี้

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับภาพยนตร์สร้างจากเรื่องจริง "ล่าม (LAAM : The Thai Interpreter)" ภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตและการต่อสู้ของ เบญจวรรณ ภูมิแสน หรือ "ครูเอ๋" ล่ามไทยผู้ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้กับคนไทยและแรงงานไทยในประเทศสหรัฐอเมริกามาอย่างยาวนาน ภายใต้แนวคิดที่ว่า "เมื่อคำพูดกลายเป็นกำแพง ล่ามจึงกลายเป็นสะพาน" สะท้อนบทบาทของล่ามที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแปลภาษา แต่ยังเป็นผู้แปลความหวัง ความรู้สึก และช่วยนำพาผู้คนไปสู่ความยุติธรรมและโอกาสในชีวิต


การแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ The Bazaar Hotel Bangkok โดยได้รับเกียรติจาก วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย อรุณศักดิ์ อ่อนละออ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ ร่วมเปิดตัวโปรเจกต์สำคัญที่ถูกจับตามองในวงการภาพยนตร์ไทยประจำปี 2569

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและได้รับเกียรติจากบุคคลในแวดวงบันเทิงร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง อาทิ ฤทธิ์ ลือชา, ไอศูรย์ ไมดาน หรือ "เล็ก ไอศูรย์" รวมถึง จอน นูโว ที่มาร่วมเป็นสักขีพยานและร่วมส่งกำลังใจให้กับทีมผู้สร้างภาพยนตร์ในครั้งนี้

นอกจากการเปิดตัวภาพยนตร์แล้ว ภายในงานยังมีการเปิดตัวหนังสือ "ล่าม The Thai Interpreter : เบญจวรรณ ภูมิแสน เสียงในโลกต่างภาษา" ผลงานการเขียนของ นิธินันท์ ออแสงวัตน์ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเรื่องราวทั้งหมด ก่อนจะถูกต่อยอดสู่บทเพลงและภาพยนตร์ เพื่อส่งต่อเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจให้เข้าถึงผู้คนในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

หนังสือดังกล่าวจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ปาปาอินดี้ ภายใต้ความร่วมมือของ "FLIXFE Co., Ltd." (https://reference-url-citation.invalid/8), THE UNBOUND VOICE Co., Ltd. และ Film Works TUV Co., Ltd. ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในการผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในรูปแบบหนังสือ บทเพลง และภาพยนตร์ เพื่อบันทึกเรื่องราวชีวิตจริงของผู้หญิงไทยคนหนึ่งที่ใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนจำนวนมาก

สำหรับภาพยนตร์ "ล่าม (LAAM : The Thai Interpreter)" มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 และนับเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ไทยที่น่าจับตามอง ด้วยเนื้อหาที่สร้างจากเรื่องจริง ถ่ายทอดทั้งความหวัง ความเสียสละ และพลังของการสื่อสารที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนได้อย่างแท้จริง

สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จัดใหญ่ครบรอบ 29 ปี วันเสาร์ที่ 4 ก.ค.นี้ ชู 2 เวที "โจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทยท่ามกลางวิกฤตโลก" และ "Agentic AI ภัยคุกคามหรือโอกาสใหม่ ในสมรภูมิสื่อ ?"

 สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จัดใหญ่ครบรอบ 29 ปี วันเสาร์ที่ 4 ก.ค.นี้ ชู 2 เวที "โจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทยท่ามกลางวิกฤตโลก" และ "Agentic AI ภัยคุกคามหรือโอกาสใหม่ ในสมรภูมิสื่อ ?" 

วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายนพปฎล รัตนพันธ์ เลขาธิการสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติเตรียมจัดงานใหญ่ในโอกาสครบรอบ 29 ปี วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องกรุงธนบอลล์รูม โรงแรมรอยัลริเวอร์ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงเช้า Special Talk & Forum หัวข้อ "โจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทยท่ามกลางวิกฤตโลก" และช่วงบ่าย Public Forum หัวข้อ "Agentic AI ภัยคุกคามหรือโอกาสใหม่ ในสมรภูมิสื่อ?"

เลขาธิการสภาการสื่อมวลชนฯ กล่าวว่า ช่วงเช้า พบกับ Special Talk เรื่อง "โจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทยท่ามกลางวิกฤตโลก" โดย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต่อด้วยเวทีเสวนาในหัวข้อเดียวกัน ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย รศ.ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน,ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย,คุณบุรินทร์ อดุลวัฒนะ นักเศรษฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนระหว่างประเทศ และผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการโดย คุณไอลดา พิศสุวรรณ ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมในช่วงเช้าต้องซื้อบัตรเข้างานล่วงหน้า 



เลขาธิการสภาการสื่อมวลชน กล่าวต่อว่า สำหรับช่วงบ่ายเปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมฟังฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พบกับ Keynote Speech หัวข้อ "ทิศทาง AI ใน 1-2 ปีข้างหน้า" โดย คุณโชค วิศวโยธิน ผู้ก่อตั้งกลุ่ม AI เพื่อธุรกิจและสังคม จากนั้นเป็นเวทีเสวนาหัวข้อ "Agentic AI ภัยคุกคามหรือโอกาสใหม่ ในสมรภูมิสื่อ?" ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย คุณสุวิตา จรัญวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทลสกอร์ จำกัด และอุปนายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA),คุณก้าวโรจน์ สุตาภักดี Senior Leader,TNN Digital Channel,คุณปกรณ์ พึ่งเนตร บรรณาธิการบริหาร เนชั่นทีวี ช่อง 22,คุณสุภโชค ภัทรามรุต ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อใหม่ PPTV และผศ.ดร.เอกพล เธียรถาวร คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการโดย คุณอศินา พรวศิน กรรมการสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ


ผู้สนใจเข้าร่วมงานในช่วงเช้าสามารถติดต่อซื้อบัตรได้ที่สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ โทร. 0 2668 9900 ส่วนช่วงบ่ายรับชมการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook Live @PressCouncilThailand, Facebook Live Thai PBS และ YouTube Live Thai PBS โดยรายได้จะนำไปสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ



วธ. จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระกุศล เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 4 กรกฎาคม

 วธ. จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระกุศล เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 4 กรกฎาคม


วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. พระพรหมวชิรโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย–เนปาล เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระกุศล สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 4 กรกฎาคม โดยนายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ นายพจนาถ ปัญญาศิลป์ รองอธิบดีกรมการศาสนา ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนเข้าร่วมพิธี ณ วัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ




นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 4 กรกฎาคม พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่างพร้อมใจกันน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ และร่วมแสดงความจงรักภักดีด้วยการบำเพ็ญกุศลและประกอบกิจกรรมถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ผู้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะในหลากหลายด้าน อันก่อให้เกิดคุณูปการสำคัญต่อประเทศชาติ พระพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน


ในด้านพระพุทธศาสนา พระองค์ทรงดำรงพระองค์เป็นพุทธมามิกาและพุทธศาสนูปถัมภิกา ทรงเอาพระทัยใส่ในการทำนุบำรุงและอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทรงเป็นประธานโครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) ณ วัดป่าบ้านตาด และทรงอุปถัมภ์สถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน นอกจากนี้ ในปี 2563 ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังสาธารณรัฐอินเดีย เพื่อทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจตามโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่และปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระกุศล เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยเสด็จพระราชดำเนินไปประกอบพระราชกรณียกิจ ณ สังเวชนียสถานสำคัญในดินแดนพุทธภูมิ ได้แก่ เมืองคยา รัฐพิหาร แผ่นดินแห่งการตรัสรู้ และเมืองกุสินารา รัฐอุตตรประเทศ แผ่นดินแห่งการปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่ ทรงเวียนประทักษิณ สวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ และทรงถวายผ้าห่มพร้อมปิดทองสักการะพระพุทธรูปปางปรินิพพาน ณ สาวโนทยาน เมืองกุสินารา การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพระราชกรณียกิจในครั้งนั้น สร้างความปลื้มปีติแก่พุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและนานาประเทศที่ได้เฝ้ารับเสด็จฯ และร่วมประกอบศาสนกิจในดินแดนพุทธภูมิ

ในด้านศิลปวัฒนธรรม พระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านทัศนศิลป์ สาขาจิตรกรรม ทรงสร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยฝีพระหัตถ์ และทรงนำรายได้จากการจัดแสดงนิทรรศการไปใช้ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ พร้อมทั้งทรงส่งเสริม อนุรักษ์ และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยพระปรีชาสามารถและพระกรณียกิจอันทรงคุณูปการดังกล่าว กระทรวงวัฒนธรรม โดยคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ จึงได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระสมัญญา "สิริศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ" ประจำปีพุทธศักราช 2567 เพื่อเฉลิมพระเกียรติในฐานะผู้ทรงสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าและทรงธำรงอัตลักษณ์ของชาติ นับเป็นการเชิดชูพระอัจฉริยภาพด้านศิลปกรรมและพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อวงการศิลปวัฒนธรรมของประเทศ






ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ร่วมกับวัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระกุศล เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 4 กรกฎาคม พร้อมทั้งได้ประสานสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศจัดกิจกรรมถวายพระกุศล ประกอบด้วยพิธีเจริญพระพุทธมนต์ การถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ และกิจกรรมเทิดพระเกียรติในมิติทางศาสนา เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความจงรักภักดีและน้อมถวายพระกุศล ณ วัดหรือสถานที่ใกล้บ้านโดยพร้อมเพรียงกัน

นอกจากนี้ สำนักพระราชวังขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ผ่านระบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 3–5 กรกฎาคม 2569 เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและน้อมถวายพระพรชัยมงคลโดยพร้อมเพรียงกัน\\\


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตประชาชนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดพังงา พร้อมมอบจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบท และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรี

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตประชาชนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดพังงา พร้อมมอบจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบท และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรี








วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ผู้ช่วยกรรมการ นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดพังงา (จังหวัดที่ 7 ของทางภาคใต้) จำนวน 32 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่า 792,955 บาท และมอบรถจักรยาน แก่โรงเรียน 2 แห่ง รวมจำนวน 20 คัน มูลค่า 25,800 บาท รวมมูลค่าการช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 818,755 บาท (แปดแสนหนึ่งหมื่นแปดพันเจ็ดร้อยห้าสิบห้าบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมกู้ชีพ และอาสาสมัคร ออกหน่วยให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป แจกแว่นสายตา บริการตัดผมชาย-หญิง ทันตกรรม แก่ประชาชน รวมถึงจัดกิจกรรมนันทนาการเด็กและเยาวชนฟรี โดยมี นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานในพิธี นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานร่วมในพิธี พร้อมด้วย อาสาศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัญญา วงพรนารายณ์ (เก่ง) และนายสดใส โรจนวิชัย (สดใส รุ่งโพธิ์ทอง) ร่วมในพิธี ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลนบปริง อำเภอเมือง จังหวัดพังงา







นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ กล่าวว่า โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว 3 ระยะ โดย ระยะที่ 1 ดำเนินการในพื้นที่ภาคกลาง จำนวน 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ระยะที่ 2 ได้ดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ระยะที่ 3 ได้ดำเนินการในพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 20 จังหวัด รวม 485 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังได้มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนผู้ประสบอุทกภัย ประจำปี พ.ศ.2567 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดเชียงราย อีกจำนวน 57 ครัวเรือน รวมจำนวนครัวเรือนยากจนที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้สร้างอาชีพ สร้างชีวิต ด้วยการมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแล้วทั้งสิ้น 870 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท และขณะนี้ได้พิจารณาดำเนินการระยะที่ 4 ในพื้นที่ภาคใต้ รวม 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล กระบี่ ภูเก็ต ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส






ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

.

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

.

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ก.แรงงาน ปักหมุดสระแก้ว เปิด SAKAEO SKILLS FOR ALL เรียนได้งบ จบได้งาน” สร้างทักษะ สร้างอาชีพ

  ก.แรงงาน ปักหมุดสระแก้ว เปิด SAKAEO SKILLS FOR ALL  เรียนได้งบ จบได้งาน” สร้างทักษะ สร้างอาชีพ วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน...