วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล

 ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล


บริษัท ทิปโก้ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) Tipco Foods Public Company Limited หนึ่งในผู้นำธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มของประเทศไทยก้าวสู่การครบรอบ 50 ปีของการดำเนินธุรกิจ  คุณอนุรัตน์ เทียมทัน ประธานกลุ่มบริษัททิปโก้ฟู้ดส์ ประกาศเดินหน้ารุกธุรกิจสุขภาพเต็มรูปแบบ โดยให้บริษัททิปโก้ ไบโอเท็ค จำกัด (Tipco Biotech Co., Ltd.) รับหน้าที่เปิดประตูสู่ธุรกิจสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ ทิปโก้ เฮิร์บส์ (Tipco Herbs) เพื่อการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน รักษา และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้บริโภครุ่นใหม่

 


คุณวิวัฒน์ ลิ้มศักดากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัททิปโก้ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทิปโก้ ไบโอเท็ค เป็นกลไกสำคัญในการขยายพอร์ตธุรกิจสุขภาพขององค์กร เพราะตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ทิปโก้ ไบโอเท็ค ได้พัฒนาความเชี่ยวชาญด้านการเพาะปลูก การแปรรูป และการสกัดสารสำคัญจากสมุนไพรไทยด้วยทิปโก้เทคโนโลยี (Tipco Technology)ควบคู่ระบบควบคุมคุณภาพ ระดับอุตสาหกรรม จนก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตและส่งออกสารสกัดสมุนไพรรายใหญ่ของประเทศ

 


การเปิดตัวผลิตภัณฑ์แบรนด์ทิปโก้ เฮิร์บส์ถือเป็นก้าวสำคัญของการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับสมุนไพรไทย โดยมีเป้าหมายให้คนไทยได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพ และเป็นที่ยอมรับของสากล ส่วนในเชิงกลยุทธ์เป็นการขยายพอร์ตธุรกิจสู่ตลาดสุขภาพที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ ต้องการผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่เชื่อถือได้ มีที่มาชัดเจน และผ่านมาตรฐานการผลิตระดับสากลจึงมั่นใจว่า  ทิปโก้ เฮิร์บส์ จะสามารถยืนอยู่ในตลาดสุขภาพอย่างยั่งยืน

     


ในงาน Re–Vision Day บริษัทได้เปิดตัว 5 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้แบรนด์ ทิปโก้ เฮิร์บส์ประกอบด้วย ยาแคปซูลผสมเปล้าน้อย, ขมิ้นชัน แคปซูล, แบล็คแอนด์ไวท์กระชายสกัดแคปซูล, ฟ้าทะลายโจรสกัดแคปซูล และฟ้ามินต์ รีเฟรชเชอร์ เม้าท์สเปรย์ พร้อมด้วย 5 พรีเซนเตอร์ของผลิตภัณฑ์ ได้แก่ พาร์ท เคียราน ไชยทัช ชีวมงคล หนุ่มฮอท ดีกรีปริญญาโทจากสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นศิลปินนักร้องนักแสดงคนดังในวงการบันเทิง, แพม ปาเมล่า ปาสิเนตตี้ สาวลูกครึ่งไทย-อิตาลี สาวเก่งของวงการนางงามและพิธีกร, แดนนี่ ดานิเอล เบล็สซิ่ง พิธีกรและ Content Creator สายท่องเที่ยวที่มีผู้ติดตามมากมาย, เจมส์ กษม กาญจนวัฒนา นักแสดงและนายแบบหนุ่มคนดัง และ จ๊อบ กฤษ อหันทริก หนุ่มหล่อสายบิวตี้และแฟชั่นที่มีสไตล์โดดเด่นเฉพาะตัว ร่วมถ่ายทอดภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ

หนึ่งในผลิตภัณฑ์เด่น คือ “เปล้าน้อย” สมุนไพรไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ จากการที่นักวิจัยชาวญี่ปุ่นได้ศึกษาจนค้นพบสารสำคัญ Plaunotol และนำไปพัฒนาเป็นยาแผนปัจจุบันสำหรับดูแลโรคกระเพาะอาหารในประเทศญี่ปุ่นจากองค์ความรู้ดังกล่าวทิปโก้ได้ต่อยอดสู่ “ยาผสมเปล้าน้อย” (Tipco Herbs Compound Plaunoi Capsule) โดยใช้สายพันธุ์เปล้าน้อยคุณภาพสูงจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผสานกับสมุนไพรอีก 5 ชนิดตามตำรับยาไทย เพื่อช่วยดูแลและบรรเทาปัญหาแผลในกระเพาะอาหารและกระเพาะอักเสบเรื้อรัง ผลิตภัณฑ์นี้จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำสมุนไพรไทยที่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ มาพัฒนาเป็นทางเลือกด้านสุขภาพสำหรับคนไทย

 


แบล็คแอนด์ไวท์ กระชายสกัด (Tipco Herbs Black & White Grachai Extracts) เป็นการผสานคุณค่าจากกระชายดำและกระชายขาว สมุนไพรเด่นของไทย ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ส่งเสริมการเปลี่ยนไขมันสะสมให้เป็นพลังงาน เพิ่มความทนทานของร่างกาย และเหมาะกับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพและการออกกำลังกาย

 

ฟ้ามินต์ รีเฟรชเชอร์ เม้าท์สเปรย์ (FahmintBy Tipco Herbs Refresher Mount Spray) ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพช่องปากจากสมุนไพร มีให้เลือก 2 กลิ่น ได้แก่ มินต์ และบลูเบอร์รี่ ผสานสารสกัดจากฟ้าทะลายโจร มะกรูด เปลือกส้ม และสเปียร์มินต์ ช่วยลดการสะสมของเชื้อโรค ลดการอักเสบและระคายเคืองคอ พร้อมเพิ่มความสดชื่น ให้ลมหายใจ ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพช่องปากและระบบทางเดินหายใจควบคู่กัน

 


ขมิ้นชัน แคปซูล (Tipco Herbs Turmeric Capsule) พัฒนาจากขมิ้นชันสายพันธุ์คุณภาพจากอำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกที่มีสารเคอร์คิวมินอยด์(Curcuminoids) สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ วิเคราะห์ดินและน้ำสม่ำเสมอ มั่นใจได้ว่าไม่มีสารเคมีปนเปื้อน ทุกล็อตการผลิตได้รับการตรวจวิเคราะห์สารสำคัญอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้รับ สารเคอร์คิวมินอยด์ ในปริมาณสูงถึง 50 มิลลิกรัมต่อแคปซูล ช่วยดูแลระบบทางเดินอาหาร บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และกรดไหลย้อน พร้อมคุณสมบัติต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ และสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

 

ฟ้าทะลายโจรสกัดแคปซูล (Tipco Herbs Andrographis Paniculata Extract Capsule) ได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีการสกัด ที่ช่วยเพิ่มความเข้มข้นของสารสำคัญ ทำให้มั่นใจได้ว่า ในทุกแคปซูลมีแอนโดรกราโฟไลด์ 20 มิลลิกรัม สูงกว่าฟ้าทะลายโจรชนิดผงบดทั่วไปถึง 4 เท่า จึงช่วยลดจำนวนแคปซูลที่ต้องรับประทานเหลือเพียงครั้งละ 1 แคปซูล พร้อมแยกสารที่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงออก และผ่านการวิเคราะห์สารสำคัญทุกครั้งก่อนผลิต มีจุดเด่นด้านการเสริมภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ ฟื้นฟูร่างกาย รวมถึงช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอและไข้หวัด

 


ในงาน Re–Vision Day ครั้งนี้ กลุ่มทิปโก้ฟู้ดส์ได้ประกาศก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ตลาดสุขภาพ จากความเชี่ยวชาญด้านอาหาร โภชนาการ และสมุนไพรไทยที่สั่งสมมายาวนาน ผสานกับการขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม   วันนี้...ทิปโก้ เฮิร์บส์ได้สร้าง 5 ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทยเพื่อต่อยอดคุณค่าจากภูมิปัญญาดั้งเดิม สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่


บริษัท ดีคอลเจน จำกัด สานต่อโครงการ “ชีวิตดีมีสุข” ปี 2026​ เดินหน้าส่งต่อสุขภาพและกำลังใจสู่ชุมชน

 บริษัท ดีคอลเจน จำกัด สานต่อโครงการ “ชีวิตดีมีสุข” ปี 2026​  เดินหน้าส่งต่อสุขภาพและกำลังใจสู่ชุมชน


บริษัท ดีคอลเจน จำกัด ร่วมกับ บริษัทเกร๊ต อิสเทอร์น ดรั๊ก จำกัด (GED) สานต่อโครงการ “ชีวิตดีมีสุข” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการดูแลสุขภาพให้กับคนไทย ผ่านกิจกรรม “ส่งมอบความสุขเคลื่อนที่” โดยลงพื้นที่ในชุมชน เพื่อส่งต่อกำลังใจและสุขภาพที่ดีให้ชุมชนและผู้คนในพื้นที่

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โครงการ “ชีวิตดีมีสุข” มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับสังคมไทย โดยในปี 2025 ได้ลงพื้นที่ดูแลผู้คนในพื้นที่สาธารณะทั่วกรุงเทพมหานคร ผ่านกิจกรรม “อิ่มดี สุขภาพดี และชีวิตดี” ร่วมสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์มูลค่ารวมกว่า 1.5 ล้านบาท ให้แก่บ้านอิ่มใจ สดชื่นสถาน และมูลนิธิกระจกเงา รวมถึงร่วมสนับสนุนโอกาสทางอาชีพผ่านโครงการ “จ้างวานข้า” ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากชุมชนและสามารถสร้างรอยยิ้มให้กับผู้คนได้อย่างแท้จริง


ในปี 2026 นี้ บริษัทฯ ได้ต่อยอดเจตนารมณ์เดิมด้วยแนวคิด “ส่งมอบความสุขเคลื่อนที่” ผ่านกิจกรรมลงพื้นที่ใน 3 ชุมชน เพื่อส่งต่ออาหาร เครื่องดื่ม และของใช้จำเป็นที่ผ่านการคัดสรร ภายใต้แนวคิด “ของกินดี ของใช้ดี ของเย็นดี” เพื่อช่วยบรรเทาค่าครองชีพ พร้อมส่งเสริมสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับแรงงานไทย นอกจากนี้ โครงการยังสนับสนุนกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ด้วยการคัดเลือกวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการท้องถิ่นมาจัดทำเป็นชุดอาหารและของอุปโภคบริโภค เพื่อช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนและเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจในระดับชุมชน อันเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน

กิจกรรม “ส่งมอบความสุขเคลื่อนที่” ปักหมุด 3 เส้นทางยุทธศาสตร์ที่เป็นศูนย์รวมของพี่น้องแรงงาน ได้แก่ เส้นทางชลบุรี วันที่ 9 มิ.ย. 69 ตลาดนัดหัวสนามบิน เครือสหพัฒน์, เส้นทางสมุทรสาคร วันที่ 11 มิ.ย. 69 ตลาดนัดวัดโคกขาม และ เส้นทางปทุมธานี วันที่ 13 มิ.ย. 69 ตลาดนัดไพรเวซี่ นวนคร 

เภสัชกรพิศม์พงศ์ พงศ์พานิช ผู้จัดการทั่วไป บริษัทเกร๊ต อิสเทอร์น ดรั๊ก จำกัด กล่าวว่า “GED มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลสุขภาพคนไทยมาโดยตลอด แม้รูปแบบกิจกรรมในแต่ละปีอาจแตกต่างกัน แต่หัวใจสำคัญยังคงเดิม คือการส่งต่อความห่วงใยและสุขภาพที่ดีให้กับคนไทยทุกคน เราเชื่อว่าสุขภาพที่แข็งแรงคือรากฐานสำคัญในการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพ จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการเติมกำลังใจและสร้างรอยยิ้มให้กับพี่น้องในชุมชนต่างๆ พร้อมขอบคุณทุกการสนับสนุนที่มีให้กับ GED มาโดยตลอด”

แม้อากาศจะเปลี่ยนแปลง แต่ความตั้งใจในการส่งมอบสิ่งดีๆ ให้สังคมของเราไม่เคยเปลี่ยน”

เพราะเราเชื่อว่า...สุขภาพที่ดี เริ่มต้นจาก “ใจที่ดี”


ติดตามกิจกรรมต่างๆ ของบริษัทฯ ได้ทื่ Facebook Fanpage: Ged Good Life ชีวิตดี ดี


#ชีวิตดีมีสุข2026 #ส่งมอบความสุขเคลื่อนที่ #สุขภาพดี #อิ่มดี #ชีวิตดี


จากการเติบโตของพลังงานแสงอาทิตย์สู่นวัตกรรมพลังงานอัจฉริยะ: ทำไมระบบกักเก็บพลังงานจึงกลายเป็นสมรภูมิถัดไปของอุตสาหกรรม

 จากการเติบโตของพลังงานแสงอาทิตย์สู่นวัตกรรมพลังงานอัจฉริยะ: ทำไมระบบกักเก็บพลังงานจึงกลายเป็นสมรภูมิถัดไปของอุตสาหกรรม

Solis เตรียมนำเสนอโซลูชันระบบกักเก็บพลังงานแบบครบวงจรในงาน SNEC 2026

ในขณะที่อุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลกยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จุดสนใจของตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว จากเพียงแค่การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (PV) ที่มากขึ้น ไปสู่การแก้ปัญหาที่ใหญ่กว่ามาก:

พลังงานหมุนเวียนจะมีความเสถียร ยืดหยุ่น และสามารถจัดการอย่างชาญฉลาดมากขึ้นได้อย่างไร?

คำตอบของคำถามนี้ ชี้ชัดไปที่การใช้ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage)

ข้อมูลจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุว่า ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีพลังงานที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกในปี 2025 โดยมีการติดตั้งใช้งานทั่วโลกถึง 108GW — เพิ่มขึ้นเกือบ 40% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมยังเห็นความต้องการที่เร่งตัวขึ้น ซึ่งขับเคลื่อนโดยความต้องการความยืดหยุ่นของโครงข่ายไฟฟ้า ความผันผวนของค่าไฟ การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้า (Electrification) และการเติบโตของการใช้พลังงานที่เกี่ยวข้องกับ AIส่งผลให้ระบบกักเก็บพลังงานไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงเทคโนโลยีสนับสนุนสำหรับพลังงานแสงอาทิตย์อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของระบบพลังงานยุคใหม่

การเปลี่ยนผ่านนี้คาดว่าจะเป็นหนึ่งในธีมหลักของงาน SNEC PV Power Expo 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นที่นครเซี่ยงไฮ้ ระหว่างวันที่ 3-5 มิถุนายน 2026 โดยงานนี้ถือเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มระดับโลกชั้นนำสำหรับนวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงาน

ภายใต้บริบทดังกล่าว Solis จะนำเสนอพอร์ตโฟลิโอระบบกักเก็บพลังงานแบบครบวงจร (All-Scenario) ภายในงาน SNEC ซึ่งครอบคลุมการใช้งานทั้งในระดับที่อยู่อาศัย (Residential) เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม (C&I) และระดับโรงไฟฟ้า (Utility-scale)ระบบกักเก็บพลังงานสำหรับที่อยู่อาศัย: การจัดการพลังงานในบ้านที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น

เนื่องจากเจ้าของบ้านให้ความสำคัญกับความเป็นอิสระทางพลังงานและการจัดการพลังงานอัจฉริยะมากขึ้น Solis จึงเตรียมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ ดังนี้:

IntelliHouse 5–16kWh Low Voltage — ระบบกักเก็บพลังงานแรงดันต่ำแบบแยกส่วน (Split) ติดตั้งได้ทั้งแบบแขวนผนังและตั้งพื้น สำหรับที่อยู่อาศัย

FlexHome 5kWh-L/H — ระบบกักเก็บพลังงานแบบแยกส่วน วางซ้อนกันได้ (Stackable) รองรับแรงดันต่ำ/สูง สำหรับที่อยู่อาศัย

FlexAIO-EH1P 6kW-6/9kWh & EH3P 20kW-6/9kWh — ระบบกักเก็บพลังงานแรงดันสูงแบบออลอินวัน (All-in-One) วางซ้อนกันได้ สำหรับที่อยู่อาศัย

โซลูชันเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการด้านพลังงานในที่พักอาศัยที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นที่การบูรณาการ ความยืดหยุ่น และการโต้ตอบด้านพลังงานภายในบ้านที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น


ระบบกักเก็บพลังงาน C&I: สนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานสำหรับธุรกิจ

ในขณะที่ภาคธุรกิจต้องเผชิญกับต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นและความต้องการความมั่นคงทางพลังงานที่เพิ่มขึ้น ระบบกักเก็บพลังงานระดับ C&I (Commercial & Industrial) จึงมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับการลดความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงสุด (Peak Shaving) การสำรองไฟฟ้า และความเสถียรในการดำเนินงาน

ในงาน SNEC 2026 ทาง Solis จะนำเสนอ:

EverCore 261kWh — ระบบกักเก็บพลังงานระดับ C&I

FlexCore-ID 261kWh — ระบบกักเก็บพลังงานแบบแยกส่วน วางซ้อนกันได้ สำหรับติดตั้งภายในอาคารระดับ C&I

FlexCore-OD 253kWh — ระบบกักเก็บพลังงานแบบแยกส่วน วางซ้อนกันได้ สำหรับติดตั้งภายนอกอาคารระดับ C&I

ระบบเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการจัดการพลังงานที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในสถานการณ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมที่มีความซับซ้อน


ระบบกักเก็บพลังงานระดับโรงไฟฟ้า: ขับเคลื่อนความยืดหยุ่นของโครงข่ายไฟฟ้าในอนาคต

สำหรับการใช้งานในระดับโรงไฟฟ้า (Utility-Scale) Solis จะจัดแสดง:

ConsusPrime — ระบบกักเก็บพลังงานระดับโรงไฟฟ้า

ระบบนี้ได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับการบูรณาการพลังงานหมุนเวียนและความยืดหยุ่นฝั่งโครงข่ายไฟฟ้า (Grid-side) โดยเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการที่เพิ่มขึ้นด้านการควบคุมความถี่ (Frequency Regulation) การตัดยอดความต้องการไฟฟ้า (Peak Shaving) และการสร้างสมดุลพลังงานขนาดใหญ่



“คุณประกฤต ธรรมฤทธิ์ – Product Solution Engineer, Solis นำสื่อเข้าชมระบบกักเก็บพลังงาน ณ Solis HQ”


ในขณะที่อุตสาหกรรมกำลังก้าวผ่านจาก “ยุคพลังงานแสงอาทิตย์” ไปสู่ “ยุคพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน” (Solar-plus-storage era) ระบบกักเก็บพลังงานกำลังกลายมาเป็นส่วนสำคัญแห่งอนาคตของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานโลก


พบกับ Solis ได้ที่บูธ 5.1H ในงาน SNEC PV Power Expo 2026 เพื่อค้นพบว่า โซลูชันระบบกักเก็บพลังงานแบบบูรณาการกำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในก้าวต่อไปได้อย่างไร


ติดตาม Solis Thailand ได้ที่:

Facebook: https://www.facebook.com/SolisThailand/ 

LINE: https://lin.ee/ZSvpBUD 

สมาคมกำลังสำรองรักษาดินแดนไทยเปิดฝึกหลักสูตรภาคสนาม ภายใต้หลักสูตรผู้กำกับกำลังสำรองรักษาดินแดนรุ่นที่ 37 ในที่29-31 พฤษภาคม 2569

 สมาคมกำลังสำรองรักษาดินแดนไทยเปิดฝึกหลักสูตรภาคสนาม ภายใต้หลักสูตรผู้กำกับกำลังสำรองรักษาดินแดนรุ่นที่ 37 ในที่29-31 พฤษภาคม 2569                                                                                             




พันเอก พงษ์สัณห์ ดำนิล เสนาธิการกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ผู้แทนผู้บังคับการทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์พร้อมด้วย ผู้กำกับกำลังสำรองเอก ณัฏฐ์คเณศ ฉัตรคุปภูวิศ นายกสมาคม กำลังสำรองรักษาดินแดนไทย ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดภาคสนาม ณ กรมทหารราบ ที่31 รักษาพระองค์





หลักสูตร ผู้กำกับกำลังสำรองรักษาดินแดน รุ่นที่ 37 นี้ ยังได้ รับเกียรติจาก ร.ต.รวิสุต ทองทิพย์ ตำเเหน่ง ผบ.มว.ร้อย.อวบ.ร.31 พัน.2 รอ.​ ปฏิบัติหน้าที่ หัวหน้าครูปกครองครอง หลักสูตร อีกด้วย




ด้วยหลักสูตร ผู้กำกับกำลังสำรองรักษาดินแดน เป็นการสร้างเสริมศักยภาพผู้นำภาคประชาชน เพื่อสนับสนุนความมั่นคงของชาติ เน้นการพัฒนาบุคลากร ขององค์กรต่างๆ ให้มีระเบียบวินัย พร้อมจะเป็นแนวหลังเพื่อสนับสนุนกำลังพลแนวหน้าของชาติต่อไป






จึงอยากเชิญชวนให้เข้ามาฝึกหลักสูตร ผู้กำกับรักษาดินแดน ระยะสั้น ของสมาคมกำลังสำรองรักษาดินแดน

สามารถติดต่อได้ที่​ 02-2624191, 089-2020392

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569

สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย เชิญร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ “การผลิตทุเรียนคุณภาพพรีเมียมเพื่อการส่งออก” ยกระดับมาตรฐานทุเรียนไทยสู่ตลาดโลก

 สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย เชิญร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ “การผลิตทุเรียนคุณภาพพรีเมียมเพื่อการส่งออก” ยกระดับมาตรฐานทุเรียนไทยสู่ตลาดโลก

     กรุงเทพฯ – สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย (Horticultural Science Society of Thailand) เตรียมจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การผลิตทุเรียนคุณภาพพรีเมียมเพื่อการส่งออก” ระหว่างวันที่ 25 – 27 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุม Executive 1 โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร พร้อมศึกษาดูงานแหล่งผลิตทุเรียนคุณภาพในจังหวัดระยองและจังหวัดจันทบุรี


     รองศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท นายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการผลิตทุเรียนไทยให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านสุขอนามัยพืชและมาตรฐานความปลอดภัยอาหารของประเทศคู่ค้า ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของทุเรียนไทยในตลาดโลก


     โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้แบบครบวงจร ตั้งแต่การจัดการสวนทุเรียน การผลิตทุเรียนคุณภาพระดับ Premium Grade การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) การลดความสูญเสียทางการเกษตร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ รวมถึงแนวทางการพัฒนาธุรกิจส่งออกทุเรียนอย่างยั่งยืน


     นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้เรียนรู้แนวโน้มตลาดทุเรียนโลก มาตรฐานการส่งออกของประเทศคู่ค้า ตลอดจนกลยุทธ์การสร้างมูลค่าเพิ่มและการสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ “Thailand Durian” เพื่อผลักดันผลไม้ไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ


     การอบรมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากหลายภาคส่วน ทั้งเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน ผู้ประกอบการธุรกิจผลไม้ บริษัทส่งออก นักวิชาการ อาจารย์ เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และผู้สนใจด้านการส่งออกผลไม้ โดยกำหนดรับผู้เข้าอบรมจำนวน 50 คน


     วัตถุประสงค์สำคัญของโครงการ ได้แก่


• ยกระดับมาตรฐานการผลิตทุเรียนไทยสู่ระดับสากล

• ส่งเสริมการผลิตทุเรียนคุณภาพพรีเมียมเพื่อการส่งออก

• ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่

• เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานทุเรียน

• สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการเกษตร

• เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของทุเรียนไทยในตลาดโลก

• สนับสนุนการสร้างแบรนด์ทุเรียนไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ


     ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้รับองค์ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับการผลิตทุเรียนคุณภาพเพื่อการส่งออก การบริหารจัดการต้นทุน การพัฒนาคุณภาพผลผลิต การเพิ่มมูลค่าทางการตลาด รวมถึงโอกาสสร้างเครือข่ายทางธุรกิจกับผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมทุเรียนของประเทศไทย


     สำหรับผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 โดยติดต่อ คุณสร้อยดาว วัฒธาจารุเกียรติ เจ้าหน้าที่สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 089-494-5172 หรืออีเมล nhc12th@gmail.com


     โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การผลิตทุเรียนคุณภาพพรีเมียมเพื่อการส่งออก” นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย เพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลก และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกทุเรียนคุณภาพระดับพรีเมียมของโลกอย่างยั่งยืน


ข้อมูลหน่วยงาน


     สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย (Horticultural Science Society of Thailand)


สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร

เลขที่ 50 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900


โทรศัพท์ 0 2940 6578

อีเมล : nhc12th@gmail.co


Share This Facebook    


กรมการศาสนา (ศน.) จัดพิธีมอบพัดรองและเข็มเชิดชูเกียรติ​ แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘

 กรมการศาสนา (ศน.) จัดพิธีมอบพัดรองและเข็มเชิดชูเกียรติ​  แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘




เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๙ ณ ศาลาร้อยปีปิยมหาราชอนุสรณ์ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการคัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยนายชัยพล​ สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีมอบพัดรองที่ระลึกและเข็มเชิดชูเกียรติแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘


นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กรมการศาสนา ได้ดำเนินโครงการยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นต้นมา เพื่อประกาศเกียรติคุณและสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคคล หน่วยงานที่อุทิศตนในการทำนุบำรุง ส่งเสริม และเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๘​ มีผู้ได้รับการคัดเลือกทั้งสิ้น จำนวน ๑๖๐ ราย ซึ่งจะได้เข้ารับพระราชทานรางวัล “เสาเสมาธรรมจักร” จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันอังคารที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๙​ ณ ศาลาพระราชศรัทธา วัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร






ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประจำปี ๒๕๖๘ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นผู้ที่ได้ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมโดยรวมอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมพิธีมอบพัดรองแก่บรรพชิต จำนวน ๙๔ รูป และมอบเข็มเชิดชูเกียรติแก่คฤหัสถ์ จำนวน ๕๒ คน และหน่วยงาน จำนวน ๑๔ แห่ง รวมทั้งชี้แจงแนวทางการปฏิบัติและซักซ้อมความเข้าใจ

ในการเข้ารับพระราชทานรางวัล เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ



อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาล้วนเป็นผู้มีคุณูปการสำคัญในการส่งเสริม สนับสนุน และขับเคลื่อนกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เป็นแบบอย่างของพุทธศาสนิกชนที่ดี มีจิตสาธารณะและมีบทบาทในการประสานเครือข่ายทางศาสนา เพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ ตลอดจนส่งเสริมให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานต่าง ๆ น้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมและความเข้มแข็งของสังคมอย่างยั่งยืน



กรมการศาสนาเชื่อมั่นว่า ผู้ได้รับการยกย่องในครั้งนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการสืบสานและเผยแผ่พระพุทธศาสนา ตลอดจนเป็นแบบอย่างแห่งการทำความดีแก่สาธารณชนและอนุชนรุ่นหลังต่อไป ///

ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล

  ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล บริษัท ทิปโก้ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) Tipco Foods ...