วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

พิธีมอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรตินักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวร

 พิธีมอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรตินักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวร


⭐️ รองศาสตราจารย์ ดร. พีระศักดิ์ ฉายประสาท 

อาจารย์ประจำสาขาวิชาเกษตรแม่นยำ

✅ได้รับรางวัล จำนวน 9 รางวัล ได้แก่

1. รางวัลนักวิจัยที่ได้รับงบประมาณด้านการวิจัยจากแหล่งทุนภายนอกสูงสุด ปีงบประมาณ พ.ศ.2568 กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อันดับ 1🥇

2. รางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติ นักวิจัยที่ได้รับรางวัลการนำผลงานเข้าร่วมประกวดในเวทีระดับชาติ และนานาชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569

🎖️ผลงานวิจัยเรื่อง “Two New Hybrid Strawberry Cultivars with Increased Fruit Phytochemical Content”

เวที The 4th Silicon Valley International Inventions Festival : SVIIF 2025 📆จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 สิงหาคม 2568 ณ Santa Clara Convention Center รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

3. รางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติ นักวิจัยที่ได้รับรางวัลการนำผลงานเข้าร่วมประกวดในเวทีระดับชาติ และนานาชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569

🎖️ผลงานวิจัยเรื่อง “High Pressure Pasteurization for Safety and Quality Preservation in Ready-to-Drink Aromatic Coconut Water”

เวที The 4 th Silicon Valley International Inventions Festival: SVIIF 2025 📆จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 10 สิงหาคม 2568 ณ Santa Clara Convention Center รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

4. รางวัลยกย่องเชิดชูเกเกียรติ นักวิจัยที่ได้รับรางวัลการนำผลงานเข้าร่วมประกวดในเวทีระดับชาติ และนานาชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569

🎖️ผลงานวิจัยเรื่อง “Maintenance of Fresh-Cut MD2 Pineapple Under Low-Temperature Storage Conditions Using Ascorbic Acid Treatment”

เวที The 4th Silicon Valley International Inventions Festival : SVIIF 2025 📆จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 สิงหาคม 2568 ณ Santa Clara Convention Center รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

5. รางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติ นักวิจัยที่ได้รับรางวัลการนำผลงานเข้าร่วมประกวดในเวทีระดับชาติ และนานาชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569

🎖️ผลงานวิจัยเรื่อง “การพัฒนาผลิตภัณฑ์กัมมี่เยลลี่สุขภาพจากสตรอว์เบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 89”

เวที The 49th INOVA – INTERNATIONAL INVENTION SHOW (INOVA 2025) 📆จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 28 กันยายน 2568 ณ เมืองซาเกร็บ สาธารณรัฐโครเอเชีย

6. รางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติ นักวิจัยที่ได้รับรางวัลการนำผลงานเข้าร่วมประกวดในเวทีระดับชาติ และนานาชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569

🎖️ผลงานวิจัยเรื่อง “นวัตกรรมการฉายรังสีเพื่อยืดอายุและรักษาคุณภาพมังคุดส่งออกประเทศสหรัฐอเมริกา”

เวที The 49th INOVA – INTERNATIONAL INVENTION SHOW (INOVA 2025)📆จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 28 กันยายน 2568 ณ เมืองซาเกร็บ สาธารณรัฐโครเอเชีย

7. รางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติ นักวิจัยที่ได้รับรางวัลการนำผลงานเข้าร่วมประกวดในเวทีระดับชาติ และนานาชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569

🎖️ผลงานวิจัยเรื่อง “การพัฒนาวิธีการเร่งการสุกแก่ของอ้อย เพื่อเพิ่มผลผลิตน้ำตาลต่อไร่ให้สูงขึ้น”

เวที The 49th INOVA – INTERNATIONAL INVENTION SHOW (INOVA 2025) 📆จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 28 กันยายน 2568 ณ เมืองซาเกร็บ สาธารณรัฐโครเอเชีย

8. รางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติ นักวิจัยที่ได้รับรางวัลการนำผลงานเข้าร่วมประกวดในเวทีระดับชาติ และนานาชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569

🎖️ผลงานวิจัยเรื่อง “เทคโนโลยีการยืดอายุการเก็บรักษาสับปะรดพันธุ์ MD2 ด้วยสารเคลือบผิวไคโตซานร่วมกับ 1-MCP เพื่อการส่งออก” (Postharvest Technology for Extending Storage Life of MD2 Pineapple Using Chitosan Combined with 1-MCP for Export)

เวที “The 51st International Exhibition of Inventions Geneva”

📆จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 15 มีนาคม 2569 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

9. รางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติ นักวิจัยที่ได้รับรางวัลการนำผลงานเข้าร่วมประกวดในเวทีระดับชาติ และนานาชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569

🎖️ผลงานวิจัยเรื่อง “ระบบการแจ้งเตือนอัจฉริยะสำหรับการผลิตมะม่วงเพื่อการส่งออก (Intelligent Notification System for Export Mango Production”

เวที “The 51st International Exhibition of Inventions Geneva” 

📆จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 15 มีนาคม 2569 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

ในโอกาสเข้ารับ " รางวัลเชิดชูเกียรติด้านการวิจัย มหาวิทยาลัยนเรศวร ประจำปี 2569 "



กำหนดจัดงานพิธีมอบรางวัลในงานประชุมวิชาการระดับชาติ “นเรศวรวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 22 ⏰ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 | เวลา 13.00 น.

📍ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

กรมพัฒน์ เปิดเทรนหุ่นยนต์ลำเลียง เติมทักษะอนาคตมุ่งอุตสาหกรรม 4.0

 กรมพัฒน์ เปิดเทรนหุ่นยนต์ลำเลียง เติมทักษะอนาคตมุ่งอุตสาหกรรม 4.0

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันหุ่นยนต์ลำเลียงเข้ามามีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมการผลิต คลังสินค้าและโลจิสติกส์ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงโรงพยาบาลและสถานพยาบาลมากขึ้น เพื่อช่วยขนย้าย วัตถุดิบ ชิ้นงาน หรือสินค้าสำเร็จรูปภายในโรงงานและคลังสินค้า มีส่วนในการลดต้นทุนแรงงาน เพิ่มความปลอดภัย และยกระดับประสิทธิภาพการผลิตในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งจากความสำคัญดังกล่าวจำเป็นต้องมีกำลังแรงงานหรือพนักงานในสถานประกอบกิจการที่มีทักษะฝีมือในการขับเคลื่อนหุ่นยนต์ลำเลียงให้มีประสิทธิภาพ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงานจึงได้มอบหมายให้สถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (MARA) จ.ชลบุรี ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนากำลังคนในสาขานี้ ดำเนินการตามนโยบายนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในการพัฒนาทักษะอนาคตส่งเสริมการ Upskill และ Reskill เพื่อเสริมทักษะคนให้ตรงตลาดแรงงาน 


นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ กล่าวต่อว่า ซึ่งสถาบัน MARA มีการจัดฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกยกระดับฝีมือ สาขา การสร้างหุ่นยนต์ลำเลียง (Robot Transportation) ระยะเวลาการฝึกอบรม 30 ชม. อบรมระหว่างวันที่ 1-4 สิงหาคม 2569 การฝึกอบรมเน้นภาคทฤษฎีและปฏิบัติในหัวข้อเกี่ยวกับการออกแบบระบบในการควบคุมและความปลอดภัย โปรแกรมสั่งงาน การประกอบส่วนงานไฟฟ้าและโครงสร้าง การทดสอบแก้ไขปัญหาหน้างาน เป็นต้น โดยผู้ผ่านการฝึกอบรมจะมีความเชี่ยวชาญมีทักษะการออกแบบและประยุกต์ใช้งานควบคุมหุ่นยนต์ลำเลียงในอุตสาหกรรมได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ทั้งนี้เป็นอีกหนึ่งหลักสูตรทักษะอนาคตทีกรมฯ ได้จัดเตรียมให้กำลังแรงงานมีความพร้อมสู่เทคโนโลยีที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

สำหรับคุณสมบัติผู้สมัครต้องอายุ 18 ปีขึ้นไป มีสัญชาติไทย ประกอบอาชีพเกี่ยวกับสาขาที่สมัครหรือทำงานที่เกี่ยวข้อง รับจำนวนจำกัดเพียง 15 คนเท่านั้น สมัคร https://forms.gle/grGzJjQiBLzsmTwF6 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (MARA)Tel : 038-276-823 เพจ MARA : Manufacturing Automation and Robotics Academy และเพจ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน


กรมการค้าภายใน เปิดจุดจำหน่ายมะม่วง ช่วยเกษตรกรระบายผลผลิตช่วงโค้งสุดท้าย เชื่อมโยงผลผลิตแล้วกว่า 1,000 ตัน เดินหน้าบริหารผลไม้ต่อเนื่องตลอดฤดูกาล

 กรมการค้าภายใน เปิดจุดจำหน่ายมะม่วง ช่วยเกษตรกรระบายผลผลิตช่วงโค้งสุดท้าย เชื่อมโยงผลผลิตแล้วกว่า 1,000 ตัน เดินหน้าบริหารผลไม้ต่อเนื่องตลอดฤดูกาล

นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในเดินหน้าเชื่อมโยงช่องทางการตลาดและเปิดพื้นที่จำหน่ายมะม่วงให้แก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยระบายผลผลิตในช่วงปลายฤดูกาล โดยปัจจุบันยังมีมะม่วงพันธุ์เขียวมรกตและโชคอนันต์จากพื้นที่ภาคเหนือทยอยออกสู่ตลาด รวมทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะม่วง เช่น มะม่วงกวน มะม่วงหนึบ และมะม่วงแผ่น ซึ่งเกษตรกรได้แปรรูปไว้ในช่วงผลผลิตออกมากเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาและนำมาจำหน่ายนอกฤดู

ล่าสุด กรมฯ ได้เปิดจุดจำหน่ายมะม่วงรวม 10 จุด ในพื้นที่สำคัญ อาทิ ตลาดนัดกรมศุลกากร กองทัพบก และห้างเจเจมอลล์ ซึ่งเป็นทำเลที่มีศักยภาพและมีประชาชนสัญจรจำนวนมาก ช่วยเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายสินค้าและดูดซับผลผลิตจากเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตลอดการดำเนินโครงการสามารถ เชื่อมโยงและกระจายผลผลิตมะม่วงออกสู่ตลาดได้แล้วมากกว่า 1,000 ตัน ช่วยบรรเทาปัญหาผลผลิตกระจุกตัวและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในช่วงปลายฤดูกาล

นายจิรวุฒิ กล่าวว่า การเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรมาจำหน่ายดังกล่าว เป็นการดำเนินการภายใต้โครงการเชื่อมโยงกระจายผลผลิตมะม่วงออกนอกแหล่งผลิต ปี 2569 ที่มีวัตถุประสงค์ให้เกษตรกรมีช่องทางการจำหน่ายเพิ่มขึ้น รวมถึงได้เรียนรู้การขาย การคำนวณต้นทุน การทำตลาด และเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดการผลิตและการตลาดในอนาคต สอดรับกับนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ควบคู่กับการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการสินค้าเกษตร เพื่อสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้กับภาคการเกษตรไทย


นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยังได้ดำเนินมาตรการบริหารจัดการตลาดมะม่วงเชิงรุกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งฤดูกาล โดยเริ่มเตรียมการตั้งแต่ก่อนผลผลิตออกสู่ตลาด ผ่านการจัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ เชื่อมโยงผู้ประกอบการ ผู้รวบรวม ห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกค้าส่ง โรงงานแปรรูป และองค์การคลังสินค้า ให้เข้าซื้อขายล่วงหน้าผ่านตลาดข้อตกลงของกรมฯ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมการบริโภคในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านตลาดให้แก่เกษตรกร

สำหรับในช่วงเดือนเมษายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่มะม่วงน้ำดอกไม้จากพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ออกสู่ตลาดพร้อมกันในปริมาณมาก ส่งผลให้ราคาอ่อนตัวลง กรมฯ ได้เร่งประสานห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกค้าส่ง ผู้ส่งออก โรงงานแปรรูป และผู้ประกอบการรายใหญ่ เข้ารับซื้อผลผลิตเพิ่มเติมทันที พร้อมทั้งประสานผู้รวบรวมในพื้นที่เข้ารับซื้อในราคานำตลาด เพื่อพยุงราคา รักษาเสถียรภาพตลาด ดูดซับอุปทานส่วนเกิน และบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร


ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คาดการณ์ว่าปี 2569 จะมีผลผลิตมะม่วงประมาณ 1.3 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 2 โดยมีสัดส่วนการส่งออกประมาณร้อยละ 15 และอีกร้อยละ 85 จำหน่ายเพื่อการบริโภคภายในประเทศทั้งในรูปผลสดและผลิตภัณฑ์แปรรูป ผลผลิตจะทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่พื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสิ้นสุดฤดูกาลที่ภาคเหนือตอนบน โดยช่วงที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุดคือปลายเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม คิดเป็นประมาณร้อยละ 70 ของผลผลิตทั้งประเทศ

นายจิรวุฒิ กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมการค้าภายในจะเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2569 อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลไม้ภาคใต้และภาคเหนือที่กำลังทยอยออกสู่ตลาดในระยะต่อไป เพื่อผลักดันให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสมตามคุณภาพ พร้อมขอความร่วมมือให้เกษตรกรรักษามาตรฐานคุณภาพผลผลิต และขอเชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนผลไม้ไทยคุณภาพจากเกษตรกรโดยตรง เพื่อร่วมกันสนับสนุนรายได้ของเกษตรกรไทย และผลักดันให้ปี 2569 เป็นอีกปีแห่งความสำเร็จของผลไม้ไทย

กรมการศาสนา (ศน.) ระดมเครือข่ายภาคเหนือ 17 จังหวัด​ ถอดบทเรียน–วางทิศทางแผนคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 3

 กรมการศาสนา (ศน.) ระดมเครือข่ายภาคเหนือ 17 จังหวัด​ ถอดบทเรียน–วางทิศทางแผนคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 3






เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมทรีธารา จังหวัดลำปาง นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามผลการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (ภาคเหนือ) พร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางการพัฒนาสังคมไทยสู่สังคมคุณธรรมอย่างยั่งยืน” โดยเน้นย้ำการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนคุณธรรมให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในทุกระดับของสังคม



ในการนี้ นายรณรงค์ เทพรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวต้อนรับ โดยมีคณะสงฆ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม เครือข่ายทางศาสนา และภาคีเครือข่ายด้านการส่งเสริมคุณธรรมจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง


นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 25 กรกฎาคม 2569 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 พร้อมรวบรวมข้อเสนอแนะสำหรับการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2571 – 2575) โดยมีการอภิปรายในหัวข้อ “แนวทางการส่งเสริมคุณธรรม 5 ประการ ภายใต้มิติหลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงามเชิงพื้นที่” จากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ได้แก่ พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ นายประเสริฐ เล็กสรรเสริญ นายธาดา เศวตศิลา นางพิมพ์กาญจน์ ชัยจิตร์สกุล นายกิตติพันธ์ ใจดี ซึ่งได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการยกระดับการส่งเสริมคุณธรรมให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่








อีกทั้ง การประชุมกลุ่มย่อยเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 ในระดับจังหวัด ทั้งด้านผลสำเร็จ ปัจจัยแห่งความสำเร็จ อุปสรรค ความท้าทาย ตลอดจนข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 3 โดยมีผู้แทนกรมการศาสนา ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมเป็นวิทยากรและดำเนินการ พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินงานของชุมชนคุณธรรมในพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาชุมชนคุณธรรมให้มีความเข้มแข็ง









การแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับเคลื่อนบุคคล ชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรม จากพื้นที่ต้นแบบในภาคเหนือ อาทิ คนดีศรีจังหวัดเชียงใหม่ ชุมชนคุณธรรมบ้านทุ่งศรี จังหวัดแพร่ เรือนจำกลางเชียงราย อำเภอเมืองนครสวรรค์ และจังหวัดพะเยา พร้อมนำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อยของทุกกลุ่มจังหวัด เพื่อร่วมวิเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบายและกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริมคุณธรรมในระยะต่อไป







อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อว่า จากผลการประชุมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดร้อยเอ็ด และภาคกลาง จังหวัดชลบุรี ที่ผ่านมา รวมถึงผลการประชุมในครั้งนี้ ได้เห็นถึงความคืบหน้าของการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 โดยปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จ ได้แก่ การมีผู้นำที่เข้มแข็ง การบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการมีส่วนร่วมของเครือข่ายเครือข่ายสถานศึกษาทุกระดับในพื้นที่ อีกทั้งยังพบความท้าทายที่ต้องร่วมกันขับเคลื่อน อาทิ การรับมือกับข่าวปลอม (Fake News) การสร้างภูมิคุ้มกันทางคุณธรรมให้กับเด็กและเยาวชนในยุคดิจิทัล การพัฒนาสื่อสร้างสรรค์เพื่อประชาสัมพันธ์ให้เกิดการรับรู้ในวงกว้าง การปรับปรุงระบบงบประมาณ และการบูรณาการแผนงานให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งสู่การสร้างสังคมไทยที่ประชาชนมีคุณธรรมเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิต มีความสงบสุข และเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายในปี พ.ศ. 2570







อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม กำหนดจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามผลการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (ภาคใต้) ระหว่างวันที่ 7 – 8 สิงหาคม 2569 เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นให้ครบทุกภูมิภาค สู่การจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 3 ที่ตอบสนองต่อบริบทของประเทศ และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “สังคมคุณธรรม” อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป ///

พิธีมอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรตินักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวร

  พิธีมอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรตินักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวร ⭐️ รองศาสตราจารย์ ดร. พีระศักดิ์ ฉายประสาท  อาจารย์ประจำสาขาวิชาเกษตรแม่นยำ ✅ได้...