วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ศน. ร่วมกับจังหวัดสตูล จัดกิจกรรม “พลังศรัทธาถวายเทียนพรรษา 2 แผ่นดิน สานสัมพันธ์ ไทย – มาเลเซีย” เชิญชวนพุทธศาสนิกชน งด ละ เลิกอบายมุข เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา

 ศน. ร่วมกับจังหวัดสตูล จัดกิจกรรม “พลังศรัทธาถวายเทียนพรรษา 2 แผ่นดิน สานสัมพันธ์ ไทย – มาเลเซีย” เชิญชวนพุทธศาสนิกชน งด ละ เลิกอบายมุข เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา







วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569 กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับจังหวัดสตูล จัดโครงการ “พลังศรัทธาถวายเทียนพรรษา 2 แผ่นดิน สานสัมพันธ์ ไทย – มาเลเซีย” เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปีพุทธศักราช 2569 ณ วัดดุลยาราม อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล ประเทศไทย และวัดบุญญาราม อำเภอกูบังปาสู รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ คณะสงฆ์ ภาคีเครือข่ายทางศาสนา วัฒนธรรมจังหวัดสตูล และพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายสยามในประเทศมาเลเซียเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อร่วมกันสืบสานประเพณีถวายเทียนพรรษา อนุรักษ์พระพุทธศาสนา และกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ผ่านมิติศาสนาและวัฒนธรรมที่มีรากฐานร่วมกันมาอย่างยาวนาน




นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมบทบาทของศาสนาในการสร้างความเข้าใจ ความสามัคคี และความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ โดยร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนจัดกิจกรรม “พลังศรัทธาถวายเทียนพรรษา 2 แผ่นดิน สานสัมพันธ์ ไทย – มาเลเซีย” จึงเป็นการใช้มิติทางพระพุทธศาสนาเป็นกลไกในการเชื่อมโยงผู้คน สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และการอนุรักษ์อัตลักษณ์ของชุมชนชาวไทย ในต่างประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาในภูมิภาคอาเซียน

กิจกรรมครั้งนี้เริ่มต้นที่ วัดดุลยาราม จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่และศูนย์กลางพระพุทธศาสนาที่สำคัญของจังหวัด โดยประธานในพิธีและผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะร่วมสักการะ "หลวงพ่อแก่" พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ก่อนประกอบพิธีถวายเทียนพรรษา ผ้าอาบน้ำฝน และเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ จากนั้นเยี่ยมชมพระอุโบสถและเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ก่อนเดินทางข้ามพรมแดนไปยัง วัดบุญญาราม รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อประกอบพิธีถวายเทียนพรรษา รับชมการแสดงแลกเปลี่ยนวิถีวัฒนธรรมอาเซียน และเยี่ยมชมศูนย์การศึกษาพระพุทธศาสนา ภาษาไทย และวัฒนธรรม ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญของชุมชนชาวไทยเชื้อสายสยามในประเทศมาเลเซีย




วัดดุลยารามเป็นวัดที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธจังหวัดสตูลมายาวนาน ภายในวัดประดิษฐาน "หลวงพ่อแก่" หรือ "พระหน้านาง" พระพุทธรูปไม้โบราณที่เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย อีกทั้งยังเป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เคยเสด็จพระราชดำเนินมายกช่อฟ้าพระอุโบสถเมื่อปี พ.ศ.2522 ขณะที่วัดบุญญารามเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของชุมชนชาวไทยเชื้อสายสยามในรัฐเคดาห์ ทำหน้าที่สืบทอดพระพุทธศาสนา ภาษาไทย และวัฒนธรรมไทยสู่เยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง จึงนับเป็นสัญลักษณ์ของความผูกพันทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ และจังหวัดสตูลเป็นพื้นที่ชายแดนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ศาสนา และชาติพันธุ์ อีกทั้งยังมีความเชื่อมโยงกับรัฐเคดาห์มาอย่างยาวนาน ทั้งด้านวิถีชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะชุมชนชาวไทยเชื้อสายสยามในประเทศมาเลเซียที่ยังคงรักษาภาษาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี และหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไว้อย่างเข้มแข็ง กิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม พร้อมส่งเสริมให้วัดเป็นศูนย์กลางของการอนุรักษ์มรดกทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรมร่วมของประชาชนทั้งสองประเทศ





อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการศาสนาจึงมุ่งส่งเสริมให้กิจกรรมทางศาสนาเป็นพลังในการสร้างคุณธรรม จริยธรรม ความสามัคคี และความเข้าใจอันดีระหว่าง อีกทั้งกระชับความสัมพันธ์ อันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ พร้อมขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมและศาสนาของไทยให้เป็นพลังสร้างสรรค์ที่ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในเวทีนานาชาติ" อีกทั้ง เทศกาลเข้าพรรษาเป็นช่วงเวลาที่พุทธศาสนิกชนจะได้ร่วมกันทำบุญ เข้าวัด ฟังธรรม รักษาศีล และถวายเทียนพรรษา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและสืบทอดพระพุทธศาสนา จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมทำความดีในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา น้อมนำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนามาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต เสริมสร้างสังคมแห่งคุณธรรม และร่วมกันสืบทอดพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป ///

ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ เปิดทางด่วนวิ่งฉิว! นำส่งอวัยวะหัวใจดวงที่ 185 จาก รพ.ราชบุรี ถึง รพ.ศิริราช สำเร็จใน 48 นาที

 ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ เปิดทางด่วนวิ่งฉิว! นำส่งอวัยวะหัวใจดวงที่ 185 จาก รพ.ราชบุรี ถึง รพ.ศิริราช สำเร็จใน 48 นาที

วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. : ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ร่วมมือร่วมใจปฏิบัติภารกิจต่อชีวิตสุดท้าทาย อำนวยความสะดวกเปิดทางนำส่งอวัยวะหัวใจ (ดวงที่ 185) จากโรงพยาบาลราชบุรี มุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลศิริราช ได้ทันเวลาอย่างปลอดภัย

สืบเนื่องมาจากศูนย์วิทยุตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริได้รับแจ้งเหตุเร่งด่วนในการขนส่งอวัยวะหัวใจเพื่อนำไปปลูกถ่ายให้แก่ผู้ป่วยพล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา จึงได้สั่งการให้ทีมปฏิบัติการ ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ นำโดย พ.ต.ท.พีรวุฒิ ใหม่อ่อง,ร.ต.อ.มานะ จอกโคกสูง และ ร.ต.ต.อารยะ ป้อมค่าย นำกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วและชุดช่าง นำรถเข้าสนับสนุนบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ศาลายา ทันที

ตลอดเส้นทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ร่วมกับตำรวจจราจรท้องที่,เจ้าหน้าที่การทางพิเศษ (ฉก.116) และพนักงานวิทยุ ได้ประสานงานเปิดทางจราจรอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถนำส่งหัวใจดวงสำคัญนี้จากจุดรับช่วงต่อเข้าสู่ โรงพยาบาลศิริราช ได้สำเร็จโดยใช้เวลาปฏิบัติการเพียง 48 นาที เท่านั้น


ทางกองบังคับการตำรวจจราจร ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่ เจ้าหน้าที่ทางพิเศษ ตลอดจนพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่าน ที่ช่วยหลบทางและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่งผลให้ภารกิจต่อลมหายใจในครั้งนี้บรรลุเป้าหมายได้อย่างทันท่วงที

#ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ

#นำส่งอวัยวะ

#หัวใจดวงที่185 

#ภารกิจต่อชีวิต

#รพราชบุรี 

#รพศิริราช

จิ้มแจ่มบ็อกซิ่งจัดมวยเปิดเวที Knockout หายอดมวย ดันสู่เวทีสากล พร้อมมอบทุนการศึกษา

 จิ้มแจ่มบ็อกซิ่งจัดมวยเปิดเวที Knockout หายอดมวย ดันสู่เวทีสากล พร้อมมอบทุนการศึกษา

 จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง จัดการแข่งขัน  Knockout The Last Man Standing  ด้วยการสนับสนุนจาก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) และ เครื่องดื่ม KNOCKOUT เพื่อเปิดโอกาสให้นักชกดาวรุ่งจากทั่วประเทศได้แสดงศักยภาพบนสังเวียนมาตรฐาน พร้อมเฟ้นหายอดมวยฝีมือดีเข้าสู่การพัฒนาสู่เวทีระดับสากล สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนใช้กีฬาเป็นเส้นทางสู่ความสำเร็จ

การแข่งขันครั้งนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมกีฬา สร้างประสบการณ์จริงให้กับนักมวยรุ่นใหม่ ภายใต้การดูแลของทีมงานและผู้ฝึกสอนที่มีประสบการณ์ เพื่อยกระดับมาตรฐานนักชกไทยให้พร้อมก้าวสู่การแข่งขันในระดับประเทศและระดับนานาชาติ เน้นเรื่องโภชนาการให้กับนักมวยเยาวชน ได้รับการสนับสนุนโปรตีน คุณภาพดีจาก บริษัท สยาม ฟู้ดส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ทูน่ากระป๋อง) และ ฟาร์มจระเข้ลำพูน (เนื้อจระเข้)  

จัดงาน ณ ค่ายจิ้มแจ่ม บ็อกซิ่ง อ.พยุหคีรี จ.นครสวรรค์ 

มีมวยชกกว่า 47 คู่ นำโดยมาดามพิม วิชาดา เดอ สมิท หัวเรือใหญ่ของการจัดงานในครั้งนี้ ‘’การจัดการแข่งขันมวยในครั้งนี้และทุกๆครั้งที่จัดมาเป้าหมายคือการสร้างโอกาสให้เยาวชนและสืบสานวัฒนธรรมมวยไทยให้ไปสู่เวทีโลก‘’   มาดามพิม กล่าว 

วันนี้เป็นการชิงแชมป์เข็มขัดKNOCKOUT ภาคเหนือตอนล่างภาคกลางตอนบน 

งานนี้นักชกจากจิ้มแจ่ม บ็อกซิ่ง นำโดย ฟ้าผ่า และ เดอะ ทอร์นาโด รวมกับค่ายมวยอีกหลายค่าย อาทิ  ศิษย์พระอาจารย์ต่าย,ศิษย์หลวงพ่อพรม,ศิษย์วัดสระแก้ว,ATK มวยไทยยิมส์,วัดเขาลัง,ค่ายมวยส.กำพล,แสนชัยดีล.ประกบคู่ถึง47 คู่ ผลการแข่งขัน 

1.ชิงแชมป์ เข็มขัด JimJam รุ่นน้ำหนัก 30 kg  ระหว่าง Sunday จิ้มแจ่มบ๊อกซิ่ง กับ อั่งเปา ว.เขาลัง 

ผลการแข่งขัน ซันเดย์ จิ้มแจ่มบ๊อกซิ่งชนะคะแนน 

2.ชิงแชมป์ เข็มขัด JimJam รุ่นน้ำหนัก 38 kg ระหว่าง มูลิน จ.อภิชาติมวยไทย vs นครหงส์ ส.หญ้าคา 

ผลการแข่งขัน มูลินชนะคะแนน

3. ชิงแชมป์เข็มขัด ชมรมมวยสยามภาคเหนือตอนล่าง รุ่น 100 ปอนด์ชาย ระหว่าง ฟ้าผ่า จิ้มแจ่มบ๊อกซิ่ง vs ปกรณ์ ส.กำพล  ผลการแข่งขัน ฟ้าผ่าชนะคะแนน

4.ชิงแชมป์เข็มขัด ชมรมมวยสยามภาคเหนือตอนล่าง รุ่น 72 kg ระหว่าง อิ๊กคิวสั่ง ส.มานิต vs เดอะทอร์นาโด จิ้มแจ่มบ๊อกซิ่ง  ผลการแข่งขันอิ๊กคิวซัง รักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ได้ โดยการชนะน๊อคในยกที่ 3 

4.มวยคู่พิเศษในรายการ รุ่น 65 kg 

ระหว่าง แมททิว แสนชัยดีนายิม vs นฤเบส สิงห์คลองสี่ ผลการแข่งขัน แมทธิว แสนชัยดีน่ายิมชนะคะแนน

ท่ามกลางคนดูมาจากทุกสารทิศ บรรยากาศกันเอง พ่อแม่ ผู้ปกครองให้กำลังใจลูกหลานเรียกว่าวันนี้ไม่ต่างจากวันครอบครัวที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุข 

และยังได้รับเกียรติจาก แสนชัย King Of Muay Thai มาร่วมให้กำลังใจน้องๆติดขอบเวที ‘’ผมดีใจมากที่เห็นเยาวชนไทยเอาจริงเอาจัง และมีความฝันขอให้ทุกคนสู้ต่อไป ‘’  

นอกจากการแข่งขันแล้ว ยังได้ร่วมชมคอนเสิร์ต จาก Estella De Smit มือกีตาร์ จากเนเธอแลนด์ร่วมโชว์กับศิลปินรับเชิญ John The Voice 


ภายในงานยังมีการ  มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่มีความสามารถและมีความมุ่งมั่น เพื่อสนับสนุนทั้งด้านการศึกษาและการพัฒนาทักษะกีฬา สะท้อนเจตนารมณ์ของจิ้มแจ่มบ็อกซิ่งในการสร้างคนคุณภาพควบคู่ไปกับการสร้างนักกีฬาคุณภาพ

จิ้มแจ่มบ็อกซิ่งเชื่อมั่นว่า "ทุกหมัดคือโอกาส ทุกความพยายามคือก้าวแรกสู่ความสำเร็จ" และพร้อมผลักดันนักชกไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีโลกในอนาคต พร้อมสร้างสังคมกีฬาแห่งการเรียนรู้ ความมีวินัย และการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน

ซึ่งในเดือน กันยายน จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง ส่งนักชกในค่าย วันชนะ และ เดอะโคบร้า โกอินเตอร์ ไปชกที่ประเทศสเปน เป็นการพิสูจน์ถึงความตั้งใจที่ต้องการผลักดันนักชกไทย สู่เวทีสากล 


ติดตามความเคลื่อนไหวและให้กำลังใจนักมวยของ จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง 

ทาง Facebook Jimjam Boxing 

Tiktok :Jimjam  


วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ศน. ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ จัด “มหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวร” สืบสานคุณธรรม ต่อยอดทุนวัฒนธรรมสู่ชุมชน

 ศน. ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ จัด “มหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวร” สืบสานคุณธรรม ต่อยอดทุนวัฒนธรรมสู่ชุมชน



วันที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลา 19.00 น. กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับจังหวัดสตูล และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ จัดพิธีเปิดงาน “มหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวร ภาคกใต้” ภายใต้โครงการพลังบวรในมิติศาสนา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7–9 สิงหาคม 2569 



ณ ลานวัฒนธรรม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ คฤหาสน์กูเด็น ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล โดยมี นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยคือ นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายกิตติพงษ์ แก้วยอดทอง วัฒนธรรมจังหวัดสตูล หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำศาสนา 5 ศาสนา ภาคีเครือข่ายชุมชนคุณธรรมพลังบวรจาก 14 จังหวัดภาคใต้ ประชาชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนชุมชนคุณธรรมด้วยพลัง "บวร" ผ่านการบูรณาการทุนทางศาสนา วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่การพัฒนาชุมชนอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน




ภายในงานมีกิจกรรม อาทิ การบรรยายให้ความรู้ เกี่ยวกับการสร้างสรรค์ พัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ชุมชน การบรรยาย “รวมพลังบวร สร้างเศรษฐกิจชุมชน”หัวข้อ “ตลาดออนไลน์ สร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน”และกิจกรรม WORK SHOP เยี่ยมชมบูธแสดงสินค้าทางวัฒนธรรมจำนวน 40 บูธ ชมการแสดงวัฒนธรรมพหุศิลป์ ถิ่นแดนใต้ ,ว่าวควายระเริงรม ภูมิปัญญาศิลป์ถิ่นสตูล ,วิถีคนชาวเล แห่งอันดามัน ,สีสันลายผ้าบาติก ,จำปาดะ ราชินีผลไม้แห่งเมืองสตูล,เคบาย่า สู่มรดกโลก , ขวัญสตูล ,ลีลาชาชัก และ ลิเกป่า  ชมการแสดง Motion Mapping ชื่อชุดการแสดง “สีสันแห่งศรัทธา รวมพลังบวร 14 จังหวัดภาคใต้” การแสดงจากศิลปิน เบนซ์ จริยา แอมป์ ซีทรู และน้องเพลง โรงเรียนเทศบาล 5 วัดหัวป้อมนอก อีกทั้งภายในงานมีนิทรรศการสาธิตอาหารพื้นบ้าน และนิทรรศการผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณธรรมพลังบวร จากทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้

สำหรับการจัดงานมหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวร" ประจำปี 2569 ได้จัดทั้ง 4 ภาค ได้แก่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 - 14 มิถุนายน 2569 ณ ลานสาเกตนคร 

(หอโหวดร้อยเอ็ด) สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ บึงพลาญชัย อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ภาคกลาง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 19 กรกฎาคม 2569 ณ บริเวณชายหาดพัทยากลาง เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ภาคเหนือ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๔ – ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙  ณ ลานรถม้า ชั้น ๑ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลำปาง อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง และภาคใต้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 9 สิงหาคม 2569 

ณ ลานวัฒนธรรม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ คฤหาสน์กูเด็น ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล


นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม มุ่งมั่นที่จะพลิกโฉมวัฒนธรรมไทยสู่การเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และ Soft Power ของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับสร้างคนดี มีคุณธรรม เสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็งผ่านพลังความร่วมมือภายใต้แนวคิด “บวร” (บ้าน วัด/ศาสนสถาน โรงเรียน) และหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมกับการสืบสาน รักษาคุณค่า และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่อย่างมีชีวิต  


อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อว่า การจัดงาน “มหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวร ภาคใต้” ในครั้งนี้ ยังสอดคล้องกับนโยบายสำคัญด้านเศรษฐกิจวัฒนธรรม ที่มุ่งเน้นการแปลงทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นคุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง (High Value) ผ่านการยกระดับผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และเชื่อมโยงอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าของท้องถิ่นสู่สายตาสากล โดยเวทีนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ขยายผลความสำเร็จ และสร้างแรงบันดาลใจผ่านเครือข่ายชุมชนคุณธรรมจาก 14 จังหวัดภาคใต้




ภายในงาน ประชาชนจะได้ร่วม “ชม ชิม ช็อป” ผลิตภัณฑ์จากชุมชนคุณธรรม ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม การสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่น และกิจกรรมที่สะท้อนความหลากหลายทางศาสนาและ

พหุวัฒนธรรมของภาคใต้ อันเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม ควบคู่กับการสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ตามเป้าหมายในการนำวัฒนธรรมไทยก้าวไกลสู่อนาคตอย่างมั่นคงต่อไป ////


ศน. ผสานพลัง 14 จังหวัดภาคใต้ ขับเคลื่อนแผนส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 3​ สร้างสังคมคุณธรรมเข้มแข็ง

 ศน. ผสานพลัง 14 จังหวัดภาคใต้ ขับเคลื่อนแผนส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 3​ สร้างสังคมคุณธรรมเข้มแข็ง



วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามผลการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566–2570) ประจำปีงบประมาณ 

พ.ศ. 2569 ระดับภาคใต้ ณ โรงแรมสินเกียรติบุรี อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล โดยมี นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วย นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ผู้แทนศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) วัฒนธรรมจังหวัด และเครือข่ายส่งเสริมคุณธรรมจาก 14 จังหวัดภาคใต้ เข้าร่วมประชุมกว่า 106 คน



นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กรมการศาสนามุ่งขับเคลื่อนการส่งเสริมคุณธรรมของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักคุณธรรม 5 ประการ ได้แก่ “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู” ผ่านการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันศาสนา และชุมชน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมของประชาชน และขยายผลต้นแบบความสำเร็จสู่สังคมในวงกว้าง อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมคุณธรรมที่เข้มแข็งและยั่งยืน






ภายในงานมีการบรรยาย หัวข้อ “แนวทางการส่งเสริมคุณธรรม 5 ประการ ภายใต้มิติหลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงามในระดับพื้นที่” ,“ความสำเร็จในการขับเคลื่อนบุคคล ชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรม เชิงพื้นที่ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 - 2570)” ตลอดจนการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิเคราะห์ปัจจัยความสำเร็จ ความท้าทาย และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2571 – 2575) ซึ่งจะเป็นกรอบทิศทางสำคัญในการพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมคุณธรรมอย่างยั่งยืน



อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อว่า การประชุมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามผลการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติใน 4 ภูมิภาค ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สะท้อนผลการดำเนินงาน รับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ตลอดจนร่วมกันวิเคราะห์ประเด็นที่มีความท้าทายและแนวทางพัฒนาการขับเคลื่อนงานส่งเสริมคุณธรรมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา และเครือข่ายคุณธรรมจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 680 คน

ทั้งนี้ ข้อเสนอและความคิดเห็นจากทั้ง 4 ภูมิภาค จะถูกรวบรวมนำเสนอต่อคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดนโยบาย ทิศทาง และจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 3 รวมถึงวางแนวทางการขับเคลื่อนงานในระยะต่อไป อันนำไปสู่การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสร้างสังคมคุณธรรม จริยธรรม พร้อมร่วมผลักดันประเทศไทยก้าวสู่ “สังคมคุณธรรม” อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในทุกมิติ


ศน. ร่วมกับจังหวัดสตูล จัดกิจกรรม “พลังศรัทธาถวายเทียนพรรษา 2 แผ่นดิน สานสัมพันธ์ ไทย – มาเลเซีย” เชิญชวนพุทธศาสนิกชน งด ละ เลิกอบายมุข เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา

  ศน. ร่วมกับจังหวัดสตูล จัดกิจกรรม “พลังศรัทธาถวายเทียนพรรษา 2 แผ่นดิน สานสัมพันธ์ ไทย – มาเลเซีย” เชิญชวนพุทธศาสนิกชน งด ละ เลิกอบายมุข เน...