วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569

"น้ำยืนไฟต์" เดือดแน่! ส.ส.กังฟู-สมศักดิ์ พรรคไทรวมพลัง หนุนจัดศึกสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสืบสานวัฒนธรรม4ชนเผ่าชาว อ.น้ำยืน

  "น้ำยืนไฟต์" เดือดแน่! ส.ส.กังฟู-สมศักดิ์  พรรคไทรวมพลัง หนุนจัดศึกสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสืบสานวัฒนธรรม4ชนเผ่าชาว อ.น้ำยืน


   ส.ส.กังฟู-วสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง , นายสมศักดิ์ บุญประชุม ส.ส.เขต 10 จ.อุบลราชธานี พรรคไทรวมพลัง , นายสมชัย ริทัศน์โส ปลัดอาวุโส ผู้แทนนายอาทิตย์ บุษบา นายอำเภอน้ำยืน , "เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ และนายสรวีร์ ฤทธิชัย ร่วมแถลงข่าวมหกกรรมมวยไทยนานาชาติ "งานประเพณีบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สืบสานวัฒนธรรม 4 ชนเผ่าชาวอำเภอน้ำยืน ประจำปี 2569 "น้ำยืนไฟต์" 19 มี.ค.69 ที่เวทีมวยชั่วคราวลานหน้าเทศบาลอำเภอน้ำยืน จ.อุบลราชธานี


     วันที่ 9 มี.ค.69 ที่หน้าศาลหลักเมือง อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี นายวสวรรธน์ พวงพรศรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง เป็นประธานในการแถลงข่าวมหกรรมมวยไทยนานาชาติ "งานประเพณีบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สืบสานวัฒนธรรม 4 ชนเผ่า ชาวอำเภอน้ำยืน ประจำปี 2569 "น้ำยืนไฟต์" โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าวประกอบไปด้วยนายสมศักดิ์ บุญประชุม ส.ส.เขต 10 อุบลราชธานี ประธานชมรมคนรักน้ำยืน , นายสมชัย ริทัศน์โส ปลัดอาวุโส อ.น้ำยืน ผู้แทนนายอาทิตย์ บุษบา นอภ.น้ำยืน , นายสุรชัย ชวาลารัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาล ต.น้ำยืน , นายชมเชย ทองชุม ประธานสภาวัฒนธรรม อ.น้ำยืน , นายพิเชษฐ์ ทาบุดดา ที่ปรึกษาพรรคไทรวมพลัง , นางวาสนา คำโส อดีตนายก อบต.โดมประดิษฐ์ , ผู้ใหญ่ไสว บุรากรณ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 บ้านวารีอุดม , "เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์รางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน ผู้บริหารก่อเกีบรติ บ็อกซิ่งกรุ๊ป เจ้าของศึก"ก่อเกียรติสัญจร" ทาง ททบ.5 , นายสรวีร์ ฤทธิชัย โปรโมเตอร์เวทีลุมพินี+ผู้บริหารวันก่อเกียรติ+ผู้บริหารสามชัยกรุ๊ป อุบลฯ 

     นายวสวรรธน์ พวงพรศรี ส.ส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง ประธานกิตติมศักดิ์การจัดการแข่งขันมหกรรมมวยไทยนานาชาติงานประเพณีบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สืบสานวัฒนธรรม 4 ชนเผ่า ชาวอำเภอน้ำยืน ประจำปี 2569 "น้ำยืนไฟต์" กล่าวถึงการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ว่า "เพื่อร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวอำเภอน้ำยืนและร่วมสักการะบูชาศาลหลักเมือง อ.น้ำยืน สิ่งศักดิ์สิทธ์คู่บ้านคู่เมือง โดยอำเภอน้ำยืนจัดงานสมโภชน์ในระหว่างวันที่ 13 - 20 มี.ค.69 และในวันพฤหัสบดีที่ 19 มี.ค.69 จัดมหกรรมมวยไทยนานาชาติ"ก่อเกียรติสัญจร" ถ่ายทอดสดจากเวทีมวยชั่วคราวลานหน้าเทศบาลอำเภอน้ำยืน จ.อุบลราชธานี สู่สายตาประชาชนทั่วประเทศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. - 20.00 น.ซึ่งตนเชื่อว่ามหกรรมมวยไทยนานาชาติ"ก่อเกียรติสัญจร" ในครั้งนี้จะช่วยผ่อนคลายสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และสร้างความสุขให้กับชาวอำเภอน้ำยืน และพื้นที่ใกล้เคียงกับคู่มวยสุดเดือดในรายการกว่า 20 คู่ พร้อมเชิญชวนชาวอำเภอน้ำยืนและนักท่องเที่ยวมาร่วมชมร่วมเชียร์มหกรรมมวยไทยนานาชาติในวันพฤหัสบดีที่ 19 มี.ค.69 

     นายสมศักดิ์ บุญประชุม ส.ส.เขต 10 อุบลราชธานี ประธานชมรมคนรักน้ำยืน ในฐานะประธานดำเนินการจัดการแข่งขันกล่าวถึงการแข่งขันมหกรรมมวยไทยนานาชาติว่า "ชาวอำเภอน้ำยืนต้องพบกับสถานการณ์ตึงเครียดแนวชายแดนจากการสู้รบมาแล้วถึง 2 ครั้ง เชื่อว่างานมหกรรมมวยไทยนานาชาติ"ก่อเกียรติสัญจร"ในงานประเพณีบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองในปีนี้ จะมีส่วนช่วยเยียวยาและฟื้นฟูจิตใจพี่น้องชาวน้ำยืนให้กลับมาแข็งแกร่ง และสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ และเชื่อว่า"มวยไทย" ที่ถูกปลูกฝังอยู่ในสายเลือดของคนไทยทุกคน จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้ชาวน้ำยืนฟันฝ่าในทุกอุปสรรคดำเนินกลับมาชีวิตได้อย่างมีความสุขต่อไป

     นายสมชัย ริทัศน์โส ปลัดอาวุโส อ.น้ำยืน ผู้แทนนายอาทิตย์ บุษยา นายอำเภอน้ำยืน กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่สนับสนุนการจัดมหกรรมมวยไทยนานาชาติงานประเพณีบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สืบสานวัฒนธรรม 4 ชนเผ่า  ชาวอำเภอน้ำยืน ประจำปี 2569 "น้ำยืนไฟต์" มั่นใจว่าชาวน้ำยืนและพื้นที่ใกล้เคียงจะมีความสุขและสนุกสนานกันอย่างเต็มที่ และจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อำเภอน้ำยืนให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

     "เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์ยอดเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน แห่งก่อเกียรติ บ็อกซิ่ง กรุ๊ป กล่าวว่า " ก่อเกียรติสัญจร ทาง ททบ.5 วันเสาร์ที่ 19 มี.ค.69 นี้ต้องขอขอบคุณ ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานกรรมการมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ และประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย และนายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย และประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะประธานที่ปรึกษาบริษัทก่อเกียรติ บ็อกซิ่ง กรุ๊ปในการสนับสนุนจัดมหกรรมมวยไทยนานาชาติงานประเพณีบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สืบสานวัฒนธรรม 4 ชนเผ่าชาวอำเภอน้ำยืนประจำปี 2569 "น้ำยืนไฟต์" ในครั้งนี้ และขอบคุณโรงแรมกัญธิญา การ์เด้น เอื้อเฟื้อสถานที่พัก และยืนยันทุกคู่มวยที่จะมาทำการแข่งขันผ่านการคัดสรรนักมวยเข้าร่วมแข่งขันมาอย่างดี และพร้อมสร้างความสุขกับกับพี่น้องประชาชนชาวน้ำยืนอย่างแน่นอนครับ

     

วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ขับเคลื่อนภารกิจเชิงรุกด้าน GI​ บุกแดนอาทิตย์อุทัย ศึกษาโมเดลเกษตรมูลค่าสูงถึงแหล่งปลูกมันหวานญี่ปุ่น​ ตั้งเป้ายกระดับศักยภาพ GI ไทยสู่ตลาดพรีเมียมโลก

 กรมทรัพย์สินทางปัญญา ขับเคลื่อนภารกิจเชิงรุกด้าน GI​ บุกแดนอาทิตย์อุทัย ศึกษาโมเดลเกษตรมูลค่าสูงถึงแหล่งปลูกมันหวานญี่ปุ่น​ ตั้งเป้ายกระดับศักยภาพ GI ไทยสู่ตลาดพรีเมียมโลก



 





เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 กรมทรัพย์สินทางปัญญาลงพื้นที่แหล่งผลิตมันหวานนาเมะกาตะ (Namegata Sweet Potato) ณ จังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อศึกษาเรียนรู้กระบวนการผลิตมันหวานนาเมะกาตะ GI ต้นแบบของญี่ปุ่นที่มีขั้นตอนผลิตอย่างพิถีพิถันและมีระบบควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด สามารถส่งออกสู่ตลาดพรีเมียมทั่วโลกและสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเกษตรมูลค่าสูงและการบริหารจัดการ GI กับกลุ่มเกษตรกรญี่ปุ่น เพื่อนำแนวทางดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในการยกระดับคุณภาพสินค้า GI ไทยและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลก

 




นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า การเยือนแหล่งผลิตมันหวานนาเมะกาตะของประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ ได้พบหารือกับกลุ่มผู้ประกอบการ นำโดย Mr. Yuji Kuriyama ผู้อำนวยการสหกรณ์การเกษตรนาเมกาตะ ชิโอไซ (JA Namegata Shiosai) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาและคุ้มครองสินค้า GI ตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การกำหนดมาตรฐานคุณภาพ การควบคุมแหล่งผลิต การบริหารจัดการผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการสร้างแบรนด์และทำตลาดเจาะกลุ่มผู้บริโภคระดับพรีเมียมซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนาเกษตรมูลค่าสูงของไทย




นางอรมน กล่าวว่า มันหวานนาเมะกาตะเป็นสินค้า GI ที่มีชื่อเสียงของประเทศญี่ปุ่น มีหลายสายพันธุ์ เช่น เบนิอาซึมะ เบนิฮารุกะ นารุโตะคิงโตคิ ซีลสวีท คุริโคกาเนะ เบนิโคกาเนะ เป็นต้น เนื้อมีสีเหลืองมีปริมาณน้ำตาลสูง รสชาติหวานอร่อย เนื้อสัมผัสนุ่ม เมื่อนำไปเผาจะมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ สามารถนำไปเป็นส่วนผสมของขนมและผลิตภัณฑ์อาหารหลากหลายชนิด จึงมีแนวโน้มการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คุณภาพของมันหวานนาเมะกาตะเป็นผลมาจากปัจจัยทางภูมิศาสตร์โดยตรง โดยพื้นที่แหล่งผลิตตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดอิบารากิ บริเวณรอบทะเลสาบคาซึมิกาอุระและทะเลสาบคิตาอุระ ซึ่งมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ สภาพอากาศค่อนข้างอบอุ่น และดินระบายน้ำได้ดี เหมาะสำหรับการปลูกมันหวานเป็นอย่างยิ่ง

 

มันหวานนาเมะกาตะถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการยกระดับสินค้าเกษตรผ่านระบบ GI ที่ผู้ประกอบการในพื้นที่ให้ความสำคัญตั้งแต่การคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์ การดูแลแปลงเพาะปลูก ตลอดจนการควบคุมคุณภาพการผลิตอย่างพิถีพิถัน โดยผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการเพาะปลูกมันเทศที่สภาจังหวัดอิบารากิกำหนดอย่างเคร่งครัด มีการบริหารจัดการผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยวอย่างเป็นระบบผ่านกระบวนการบ่มและเก็บรักษาในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อรักษาคุณภาพและรสชาติ พร้อมนำจุดเด่นด้านอัตลักษณ์ความแตกต่างมาสร้างแบรนด์สินค้าสู่ตลาดระดับพรีเมียม ปัจจุบันผู้ประกอบการสามารถผลิตมันหวานนาเมะกาตะได้สูงถึง 20,728 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่า 4,718 ล้านเยน หรือประมาณ 940 ล้านบาท โดยมีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ มาเลเซีย ไทย สิงคโปร์ แคนาดา ฝรั่งเศส และเยอรมนี สะท้อนศักยภาพด้านการแข่งขันและการบริหารจัดการสินค้าที่ได้มาตรฐาน สามารถขยายตลาดไปยังประเทศที่มีกำลังซื้อสูงทั่วโลก

นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาเตรียมนำโมเดลการบริหารจัดการ GI แบบครบวงจรของญี่ปุ่น ทั้งด้านการควบคุมคุณภาพสินค้า การบริหารจัดการหลังการเก็บเกี่ยว และการวางกลยุทธ์การตลาดระดับพรีเมียม มาประยุกต์ใช้กับสินค้า GI ไทยที่มีศักยภาพ อาทิ สินค้าในกลุ่มกาแฟ มะพร้าวน้ำหอม ส้มโอ สับปะรด เป็นต้น เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรทั่วไปสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าสินค้า GI ไทยในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ขยายช่องทางจำหน่ายในตลาดที่มีกำลังซื้อสูง และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของสินค้า GI ไทยในตลาดโลก



ทั้งนี้ กรมฯ จะเดินหน้าผลักดันสินค้า GI ไทยให้ได้รับความคุ้มครองในต่างประเทศ และต่อยอดความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการไทย โดยปัจจุบัน


ประเทศญี่ปุ่นได้ประกาศขึ้นทะเบียนคุ้มครองสินค้า GI ไทยแล้ว 3 รายการ ได้แก่ กาแฟดอยตุง (เชียงราย) กาแฟดอยช้าง (เชียงราย) และสับปะรดห้วยมุ่น (อุตรดิตถ์) ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรคุณภาพสูงที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว และกรมฯ เตรียมผลักดันสินค้า GI ไทยรายการอื่นๆ ให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเพิ่มเติมในอนาคต

ซึ่งการได้รับความคุ้มครองในตลาดสำคัญอย่างญี่ปุ่นจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่าจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพตรงใจ และส่งเสริมให้สินค้า GI ไทยสามารถเติบโตในตลาดที่มีกำลังซื้อสูงได้อย่างเข้มแข็งต่อไป

 

------------------

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยฝ่ายสาธารณภัย นำโดยนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ออกให้บริการประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยฝ่ายสาธารณภัย นำโดยนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน  ออกให้บริการประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย





















วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ฝ่ายสาธารณภัย นำโดยนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน พร้อม นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย นำเจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ เจ้าหน้าที่กู้ชีพ แผนกบรรเทาสาธารณภัย อาสาสมัครหน่วยแพทย์ฯ ร่วมกับ มูลนิธิมหากุศลใต้เต็กเซี่ยงตึ๊ง จังหวัดนครศรีธรรมราช  นำโดย นายวินัย เพ็ชรวิจิตร ประธานกรรมการมูลนิธิมหากุศลใต้เต็กเซี่ยงตึ๊ง, นายโอภาส  ดาวโด่ง รองผู้จักการมูลนิธิฯ, นายพยัพ  อนันต์ หัวหน้าฝ่ายบรรเทาสาธารณภัย  พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิมหากุศลใต้เต็กเซี่ยงตึ๊ง  ออกหน่วยบริการประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ วัดโทเอก อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช  โดยมีผู้มาใช้บริการทั้งสิ้น 440 ราย ดังนี้

1.ตรวจรักษาโรคทั่วไปพร้อมจ่ายยาฟรี  96   ราย

2.ตรวจวัดระดับน้ำตาลปลายนิ้ว  12   ราย

3.บริการตัดผมชาย-หญิง  49   ราย

4.แจกแว่นสายตาสั้น-สายตายาว  334   ราย

5.แนะนำสุขภาพช่องปากและฟัน  8  ราย                  

6.ถอนฟัน  17   ราย

7.เคลือบฟลูออไรด์เด็ก  71  ราย                                                                

8.แจกสมุดระบายสี พร้อมชุดเครื่องเขียนสำหรับเด็ก  72  ราย                                                              

9.มอบไม้เท้าสำหรับผู้สูงอายุ  6   ราย


ศธ. รับฟังข้อห่วงใยกรณีสอบเข้าเตรียมอุดม ย้ำการสอบต้องโปร่งใส เป็นธรรม ควบคู่การดูแลผู้เข้าสอบ

 ศธ. รับฟังข้อห่วงใยกรณีสอบเข้าเตรียมอุดม ย้ำการสอบต้องโปร่งใส เป็นธรรม ควบคู่การดูแลผู้เข้าสอบ

วันที่ 8 มีนาคม 2569 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพบรรยากาศบริเวณหน้าสนามสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2569 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี และเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ว่า กระทรวงศึกษาธิการได้รับทราบข้อห่วงใยจากผู้ปกครอง ประชาชน และสังคมต่อเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว โดยการสอบครั้งนี้มีผู้สมัครจำนวน 13,895 คน และรับนักเรียนจำนวน 1,520 คน

โฆษกกระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่า การสอบคัดเลือกในสถานศึกษาที่มีผู้สมัครจำนวนมาก จำเป็นต้องดำเนินการภายใต้หลักความสุจริต โปร่งใส และความเป็นธรรม โดยการกำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับสิ่งของที่สามารถนำเข้าห้องสอบหรือไม่อนุญาตให้นำเข้า ถือเป็นมาตรการที่ใช้ในการสอบแข่งขันโดยทั่วไปเพื่อป้องกันการทุจริต ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการรับทราบว่าผู้เข้าสอบและผู้ปกครองจำนวนมากได้เตรียมตัวตามแนวปฏิบัติของสนามสอบ ขณะเดียวกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการสนามสอบให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่มีผู้เข้าสอบจำนวนมากและเดินทางมาจากหลากหลายพื้นที่

เสียงสะท้อนจากสังคมในครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการจัดสอบในอนาคต ไม่ควรมองเพียงในกรอบของการกล่าวโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ควรใช้เป็นโอกาสในการทบทวนและยกระดับการบริหารจัดการสนามสอบให้เหมาะสม ทั้งในด้านการกำหนดมาตรการ การสื่อสารแนวปฏิบัติ การจัดจุดบริการ รวมถึงการดูแลผู้เข้าสอบให้มีความพร้อม สะดวก และสอดคล้องกับสถานการณ์ที่มีผู้เข้าสอบจำนวนมาก” ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าว

โฆษกกระทรวงศึกษาธิการกล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงศึกษาธิการจะรวบรวมข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปใช้พัฒนาการบริหารจัดการสนามสอบในครั้งต่อไป ทั้งด้านการสื่อสารแนวปฏิบัติให้เข้าใจชัดเจน การจัดพื้นที่บริการให้เหมาะสมกับจำนวนผู้เข้าสอบ ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการบริหารจัดการสนามสอบให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการกระจายสนามสอบในระดับภูมิภาคเพื่อลดภาระการเดินทางของผู้เข้าสอบจากต่างจังหวัด 


ทั้งนี้ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษามีกำหนดประกาศผลการสอบในวันที่ 17 มีนาคม 2569


วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569

“INDIBA” เขย่าตลาดเทคโนโลยี RF เปิดตัว “COMPACT Series” รีเซ็ตมาตรฐาน Radiofrequency ในเอเชียครั้งแรกที่ไทย

 “INDIBA” เขย่าตลาดเทคโนโลยี RF เปิดตัว “COMPACT Series” รีเซ็ตมาตรฐาน Radiofrequency ในเอเชียครั้งแรกที่ไทย

 



กรุงเทพมหานคร (6มีนาคม 2568 )  นายธนชัย เพชรโวหาร รองผู้จัดการ บริษัทอินดิบา เอเซีย ประจำประเทศไทย อินดิบา ประเทศไทยกล่าวท่ามกลางการแข่งขันของตลาดเทคโนโลยี Radiofrequency (RF) ที่หลายปีที่ผ่านมาแบรนด์ต่าง ๆ มักชูจุดขายเพียง “พลังวัตต์ที่สูงกว่า” หรือการสร้างความร้อนที่มากขึ้น ล่าสุด  แบรนด์เทคโนโลยีด้านการฟื้นฟูระดับโลก ประกาศเปิดเกมใหม่ ด้วยการเปิดตัว COMPACT Series ในประเทศไทยเป็นประเทศแรกของเอเชีย พร้อมประกาศแนวคิด “ปฏิวัติมาตรฐาน RF แบบเดิม” ที่เน้นเพียงพลังงานความร้อน

 


INDIBA ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยี TECAR Therapy รายแรกของโลก ยังคงยืนหยัดกับเทคโนโลยีหลักที่แตกต่างจากคู่แข่ง นั่นคือ ความถี่คงที่ 448 กิโลเฮิรตซ์ (448 kHz) ที่ถูกพัฒนามากว่า 40 ปี โดยเน้นการทำงานระดับเซลล์ มากกว่าการสร้างความร้อนเพียงอย่างเดียว

 

เมื่อ RF ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความร้อน”

 

ในอดีต เทคโนโลยี RF ในตลาดมักแข่งขันกันในเรื่องกำลังวัตต์ที่สูงขึ้น การเพิ่มอุณหภูมิในเนื้อเยื่อ

การเปิดตัวรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นยอดขาย อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการฟื้นฟูมองว่า เครื่อง RF แบบเดิมมีข้อจำกัดสำคัญ เช่น ใช้ความถี่หลายระดับ แต่ไม่มีความจำเพาะ เน้นสร้างความร้อน มากกว่าการฟื้นฟูระดับเซลล์ ไม่เหมาะกับการรักษา Acute Injury หรือการบาดเจ็บระยะเฉียบพลัน ความเสถียรและอายุการใช้งานไม่สม่ำเสมอ

 


INDIBA จึงเลือกแนวทางที่ต่างออกไป ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีบน ความถี่ 448 kHz เพียงค่าเดียว ที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการทำงานของ เยื่อหุ้มเซลล์ (Cell Membrane Activity) ควบคุมกระบวนการอักเสบอย่างมีทิศทาง เร่งการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ รองรับการรักษาทั้ง Acute และ Chronic Injury กล่าวได้ว่าเป็นความแตกต่างระหว่าง “การสร้างความร้อน” กับ “การควบคุมกระบวนการฟื้นฟูระดับเซลล์”

 

CEO INDIBA: “นี่คือแพลตฟอร์มระยะยาว ไม่ใช่แค่เครื่องรุ่นใหม่” โดยCharles Chin ผู้บริหาร INDIBA กล่าวถึงทิศทางของเทคโนโลยีนี้ว่า “INDIBA คือแบรนด์เดียวที่กล้าพูดว่า เราสามารถจัดการการบาดเจ็บระยะเฉียบพลันได้อย่างมั่นใจ เพราะเทคโนโลยีของเราเข้าไปทำงานในระดับเซลล์ ไม่ใช่เพียงสร้างความร้อน”

 

“การเลือก INDIBA คือการเลือกแพลตฟอร์มระยะยาว เทคโนโลยีหลักไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกปี เพราะหัวใจของระบบคือความแม่นยำ ความเสถียร และความทนทาน ซึ่งได้รับการพิสูจน์จากผู้ใช้ทั่วโลก”

 

COMPACT Series: เครื่อง RF ที่ออกแบบมาแก้จุดอ่อนของตลาด

 

INDIBA เปิดตัว COMPACT Series ซึ่งถูกออกแบบให้ครอบคลุมการใช้งานทุกระดับ ตั้งแต่ทีมกีฬา คลินิก ไปจนถึงโรงพยาบาลชั้นนำ

 

COMPACT Lite – พลังระดับโปรในขนาดพกพา รุ่นเล็กสุดของซีรีส์ ถูกออกแบบให้เหมาะกับทีมกีฬา การรักษานอกสถานที่ คลินิกขนาดเล็ก จุดเด่นสำคัญคือ น้ำหนักเบา พกพาได้จริง ใช้เทคโนโลยี 448 kHz เต็มระบบ ไม่ลดประสิทธิภาพแม้เป็นเครื่องขนาดเล็ก แนวคิดของ INDIBA แตกต่างจากตลาดทั่วไปที่มักทำให้

“เครื่องเล็ก = ลดสเปค” แต่สำหรับ INDIBA เครื่องเล็ก แต่หัวใจเท่ารุ่นใหญ่

 

COMPACT Plus – เครื่องทำรายได้หลักของคลินิก รุ่นนี้ถูกออกแบบให้เป็น Workhorse ของคลินิก

คุณสมบัติเด่น ได้แก่ พลังงานเสถียร รองรับผู้ป่วยทั้งวัน ใช้รักษาได้ทั้ง Acute และ Chronic Conditions

ลดการอักเสบ ฟื้นฟูเนื้อเยื่อ เหมาะกับการรักษาออฟฟิศซินโดรม และอาการกล้ามเนื้อ ในขณะที่เครื่อง RF แบบเดิมมักต้องเลือกระหว่าง “แรง” หรือ “ปลอดภัย” แต่ INDIBA ออกแบบให้สามารถ ควบคุมทั้งสองด้านได้พร้อมกัน

 

COMPACT Pro – ระดับโรงพยาบาล รุ่นสูงสุดของซีรีส์ ถูกออกแบบสำหรับโรงพยาบาล ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพขั้นสูง การประยุกต์ใช้ในหัตถการทางการแพทย์ จุดเด่นสำคัญ ด้ามจับอัจฉริยะ ระบบควบคุมอุณหภูมิแบบ Real-Time ปรับระดับพลังงานได้ละเอียดสูง รองรับการใช้งานหลากหลาย ในขณะที่เครื่อง RF ทั่วไป ควบคุมความร้อนทางอ้อม INDIBA เลือกใช้ การควบคุมแบบ Real-Time จุดแข็งที่คู่แข่งไม่ค่อยพูดถึง: ความทนทาน

 




หนึ่งในเหตุผลที่ INDIBA ได้รับความนิยมในระดับโลก คือ อายุการใช้งานยาว ระบบเสถียร ลดค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุง เทคโนโลยีไม่ล้าสมัยเร็ว จึงถูกมองว่าเป็น การลงทุนระยะยาว มากกว่าการซื้ออุปกรณ์เพียงชิ้นเดียว

 

กรุงเทพฯ จุดเริ่มต้นของเกมใหม่ในตลาดเอเชีย

 

การเปิดตัว COMPACT Series ในประเทศไทยครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ INDIBA ในภูมิภาคเอเชีย

 



นายชาร์ลส์ ชิน | กรรมการผู้จัดการและซีอีโอ กลุ่มบริษัท อินดิบา เอเซีย ระบุว่า “เราไม่ได้มาเติมสินค้าในตลาด แต่เรามารีเซ็ตมาตรฐานของมัน

 


COMPACT Series จึงไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นสัญญาณว่า ตลาด RF แบบเดิมกำลังถูกท้าทาย

และเกมการแข่งขันครั้งใหม่ของเทคโนโลยีการฟื้นฟูเพิ่งเริ่มต้นขึ้น

"น้ำยืนไฟต์" เดือดแน่! ส.ส.กังฟู-สมศักดิ์ พรรคไทรวมพลัง หนุนจัดศึกสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสืบสานวัฒนธรรม4ชนเผ่าชาว อ.น้ำยืน

  "น้ำยืนไฟต์" เดือดแน่! ส.ส.กังฟู-สมศักดิ์  พรรคไทรวมพลัง หนุนจัดศึกสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสืบสานวัฒนธรรม4ชนเผ่าชาว อ.น้ำยืน  ...