วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569

กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เปิดรับสมัคร “ครูต้นแบบ รุ่นที่ 5” เฟ้นหา 10 ครูต้นแบบจาก 5 ภูมิภาค ชิงทุนสนับสนุนการสอนและสถานศึกษา รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท

 กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เปิดรับสมัคร “ครูต้นแบบ รุ่นที่ 5” เฟ้นหา 10 ครูต้นแบบจาก 5 ภูมิภาค ชิงทุนสนับสนุนการสอนและสถานศึกษา รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท

กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เดินหน้าสานต่อปณิธานด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่องกว่า 1 ทศวรรษ ประกาศเปิดรับสมัคร สว>“ครูต้นแบบ รุ่นที่ 5” ภายใต้โครงการ “บีเจซี ครูไทยของแผ่นดิน ประจำปี 2569” เพื่อเปิดโอกาสให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาระดับปฐมวัยและประถมศึกษาจากทั่วประเทศ ได้แสดงศักยภาพ แนวคิด และหัวใจความเป็นครู ผ่านผลงานที่สะท้อนการเสียสละ ความคิดสร้างสรรค์ และบทบาทการเป็นศูนย์กลางของชุมชน โครงการนี้ไม่เพียงเป็นเวทีเชิดชูเกียรติครู แต่ยังสะท้อนความเชื่อสำคัญของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ที่เชื่อว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพในการเติบโตอย่างมีคุณภาพ หากได้รับการดูแล หล่อหลอม และชี้นำจากครูที่มีคุณภาพ ผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นครูต้นแบบ จะได้รับโล่เกียรติยศและทุนสนับสนุนรวมมูลค่ากว่า 30,000 บาทต่อ 1 รางวัล โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้–16 กุมภาพันธ์ 2569


โครงการ “บีเจซี ครูไทยของแผ่นดิน” ริเริ่มขึ้นโดยกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ด้วยความเชื่อมั่นว่าการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต้องเริ่มจากรากฐานทางการศึกษาที่เข้มแข็ง โดยมอง “ครู” เป็นเสมือนต้นน้ำของห่วงโซ่การศึกษา ผู้ปลูกฝังทั้งความรู้ คุณธรรม และทักษะชีวิตให้แก่เยาวชน ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา โครงการมุ่งเน้นการเชิดชูเกียรติและพัฒนาศักยภาพครูไทยให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ อาทิ แคมป์ครูเชิงปฏิบัติการ และการพัฒนาทักษะดิจิทัล 


สำหรับการเปิดรับสมัคร “ครูต้นแบบ รุ่นที่ 5” ในปีนี้ โครงการมีเป้าหมายในการเฟ้นหาครูต้นแบบจำนวน 10 คน ได้แก่ ระดับปฐมวัย 5 คน และระดับประถมศึกษา 5 คน จาก 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ (ภูมิภาคละ 2 คน) เพื่อสร้างเครือข่ายครูคุณภาพ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และส่งต่อแรงบันดาลใจให้แก่เพื่อนครู ชุมชน และสังคมไทยในวงกว้าง


คุณสมบัติและหลักเกณฑ์การคัดเลือก : โครงการเปิดรับสมัครข้าราชการครู พนักงานราชการ หรือครูอัตราจ้าง ที่มีประสบการณ์การสอนไม่น้อยกว่า 2 ปี ในระดับปฐมวัยหรือประถมศึกษา โดยคณะกรรมการจะพิจารณาคัดเลือกภูมิภาคละ 2 ท่าน จากคะแนนรวม 100 คะแนน ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่

1.ความทุ่มเทเพื่อการศึกษา (40 คะแนน)

พิจารณาจากจิตวิญญาณความเป็นครู การอุทิศตนดูแลนักเรียน และผลลัพธ์การพัฒนาผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม

2.นวัตกรรมหรือเทคนิคการจัดการเรียนรู้ (30 คะแนน)

ความคิดสร้างสรรค์ในการจัดการเรียนการสอน การพัฒนาสื่อหรือแนวทางใหม่ที่สามารถนำไปขยายผลได้จริง

3.ความทุ่มเทและเสียสละเพื่อสังคม (30 คะแนน)


บทบาทการมีส่วนร่วมกับชุมชน ผู้ปกครอง และการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่ท้องถิ่น : รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็น “ครูต้นแบบ รุ่นที่ 5” จำนวน 10 ท่าน จะได้รับรางวัลเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ รวมมูลค่ากว่า 30,000 บาทต่อท่าน ประกอบด้วย:

• โล่รางวัลเกียรติยศ พร้อมเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ

• ทุนสนับสนุนการสอน (ส่วนตัว) มูลค่า 10,000 บาท

• Big C Gift Voucher สนับสนุนสถานศึกษา มูลค่า 20,000 บาท

นอกจากนี้ ผู้ผ่านเข้ารอบ 30 ท่านสุดท้าย จะได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ พร้อมเกียรติบัตร เพื่อยกย่องความมุ่งมั่นตั้งใจในการเป็นพลังสำคัญของวงการศึกษาไทย


กำหนดการและช่องทางการสมัคร

• เปิดรับสมัคร : ตั้งแต่วันนี้–16 กุมภาพันธ์ 2569

• วิธีการสมัคร : ดาวน์โหลดฟอร์มส่งผลงานและกรอกข้อมูลผ่าน Google Form (แนบไฟล์ PDF)

• ประกาศผลรอบ 30 ท่านสุดท้าย : ต้นเดือนมีนาคม 2569 ผ่านทาง Facebook Page: บีเจซีครูไทยของแผ่นดิน

• รอบตัดสิน : นำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการ ในวันที่ 9 มีนาคม 2569 ณ อาคารบิ๊กซี เฮ้าส์


ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ 

Facebook Fanpage : bjckruthaikhongphandin หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณลัทธชัย เกตุปาน โทร.084-942-9159

ดร.จำนงค์ อัศวเรืองชัย ประธานบริษัท สีไทยกันไซเพนท์ จำกัดและกาญจนา อัศวเรืองชัย พร้อมด้วยคุณ นงนุช นามวงศ์ ที่ปรึกษาอาวุโส เดอะมอลล์ กรุ๊ป เป็นประธานมอบทุนการศึกษาประจำปี 2569

 ดร.จำนงค์ อัศวเรืองชัย ประธานบริษัท สีไทยกันไซเพนท์ จำกัดและกาญจนา อัศวเรืองชัย พร้อมด้วยคุณ นงนุช นามวงศ์ ที่ปรึกษาอาวุโส เดอะมอลล์ กรุ๊ป เป็นประธานมอบทุนการศึกษาประจำปี 2569 



แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดโรงวัว ต.แม่ก๊า อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ พร้อมจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน ซึ่งนอกจากมอบทุนการศึกษาแล้ว ดร.จำนงค์และคุณกาญจนา ยังบริจาคเงินเพื่อสร้างอาคารเรียน  สร้างโรงอาหาร ปรับปรุงและสร้างสนามกีฬาโรงเรียน บริจาครถตู้สำหรับใช้ในกิจการโรงเรียน จัดซื้อโต๊ะ เก้าอี้ และยังสนับสนุนโรงเรียนในด้านอื่นๆอีกจำนวนมาก เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กนักเรียน โดยมีคุณ พิชญาภัค โนลา  ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นผู้รับมอบ

 







นอกจากนี้ยังมีพิธีมอบ “สีตราพัด” นวัตกรรมใหม่สีน้ำกันยุง ภายใต้ แบรนด์แรกของประเทศไทย ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท สีไทยกันไซเพนท์ จำกัด ที่ใช้ป้องกันยุงได้ยาวนานถึง 70 เดือน ภายใต้การรับรองของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) มอบให้กับโรงเรียนบ้านห้วยแม่จะค่าน ตชด.อนุสรณ์ ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โดยมีคุณคำจันทร์ เรือนธนวงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปทาสีอาคารเรียนโรงเรียนบ้านห้วยแม่จะค่าน ตชด.อนุสรณ์ ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2518 และมีการจัดตั้งเป็นโรงเรียน ตชด.ชื่อโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบำรุงที่ 107 จนกระทั่งในปี 2541 กก.ตชด.ที่ 33 ได้มอบโอนโรงเรียนให้แก่สำนักงานการประถมศึกษา จังหวัดเชียงใหม่ และใช้ชื่อใหม่ว่า "โรงเรียนบ้านแม่จะค่าน   ปัจจุบันมีคุณคำจันทร์ เรือนธนวงษ์ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน

กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวง อว. ผนึกภาคีจัดประชุม “Thailand Sustainable Food Horizons 2026–2030” ปักหมุดอาหารไทยสู่ความยั่งยืนระดับโลก

 กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวง อว. ผนึกภาคีจัดประชุม “Thailand Sustainable Food Horizons 2026–2030” ปักหมุดอาหารไทยสู่ความยั่งยืนระดับโลก


     วันที่ 20 มกราคม 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.กนิษฐ์ ตะปะสา นักวิทยาศาสตร์ทรงคุณวุฒิ และผู้อำนวยการสถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ  เป็นประธานเปิดการประชุมและเสวนาวิชาการ เรื่อง “Thailand Sustainable Food Horizons 2026–2030: วิสัยทัศน์และทิศทางอาหารไทยเพื่อความยั่งยืน” เพื่อยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมอาหารไทย และเตรียมความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ

     ดร.กนิษฐ์ ตะปะสา กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) โดยสถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ  มุ่งยกระดับงานวิจัย นวัตกรรม และมาตรฐานการตรวจสอบรับรองเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยตลอดห่วงโซ่การผลิตควบคู่การขับเคลื่อนตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งจะผลักดันอาหารแห่งอนาคต เทคโนโลยีอาหาร และบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมพร้อมเสริมศักยภาพ SMEs และวิสาหกิจชุมชนให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก 

      ด้านนายสมภพ ลาภวิบูลย์สุข ผู้อำนวยการศูนย์ห้องปฏิบัติการอ้างอิงชีวภาพ สถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ วศ. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ภายในงานมีการบรรยายพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญหลายหน่วยงาน อาทิ เรื่องการยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการอาหาร ความปลอดภัยอาหารอย่างยั่งยืน แนวโน้ม Future Food และกรอบทิศทางการวิจัยด้านอาหารในช่วงปี 2026–2030 นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนากลยุทธ์และกรอบทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทยแบบบูรณาการ เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน







       การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทย ที่มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน รวมกว่า 35 หน่วยงาน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอาหารคุณภาพและยั่งยืนในเวทีโลก

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เร่ง Up Skill ช่าง EV เปิดรับกว่า 200 คน ฝึกเสาร์–อาทิตย์ เต็มอัตรา

 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เร่ง Up Skill ช่าง EV เปิดรับกว่า 200 คน ฝึกเสาร์–อาทิตย์ เต็มอัตรา

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่าในช่วงเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมาสถาบันพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ หรือAHRDA ดำเนินการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ EV เพื่อเป็นการยกระดับและผลิตแรงงานสู่อุตสาหกรรมนี้ เพื่อตอบสนองการขยายตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มีเพิ่มมากขึ้น ด้วยการจัดฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ เช่น หลักสูตรการซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า หลักสูตรการซ่อมบำรุงและดัดแปลงจักรยานยนต์ไฟฟ้า หลักสูตรการติดตั้งและทดสอบสถานีอัดประจุไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีเป็นอย่างมากทั้งสถานประกอบกิจการส่งพนักงานเข้าอบรม และแรงงานสมัครเข้าอบรมด้วยตนเอง  แต่ยังคงไม่เพียงพอต่อความต้องการดังกล่าว จึงมอบหมายให้สถาบัน AHRDA เร่งดำเนินการจัดฝึกอบรมเพิ่มเติม 

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ กล่าวต่อไปว่า ซึ่งล่าสุดในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม 2569 สถาบัน AHRDA เปิดฝึกอบรมหลักสูตรการซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า (ระยะเวลาการฝึกอบรม 30 ชม.) จำนวน 10 รุ่น และที่สำคัญจะอบรมในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อให้เหมาะสมกับพนักงานในสถานประกอบกิจการและแรงงานทั่วไป หลักสูตรนี้ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน โครงสร้างและส่วนประกอบต่างๆ หลักการทำงานของระบบภายใน การปฏิบัติงานซ่อมและวินิจฉัยปัญหารถยนต์ไฟฟ้าขัดข้อง ตั้งเป้ามีผู้เข้าอบรมไม่น้อยกว่า 200 คน สถานที่ฝึกอบรมสถาบันพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ ถ.เทพารักษ์ ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ

กระแสยานยนต์ EV กลายเป็นตลาดแรงงานที่มีการจ้างงานในตำแหน่งงานช่างเทคนิคและวิศวกรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นความท้าทายของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ต้องเร่งดำเนินการขับเคลื่อนเพิ่มการฝึกอบรมในส่วนนี้ โดยทุกหลักสูตรต้องมีคุณภาพจะที่จะช่วยส่งเสริม Up Skill / Re-Skill ให้เป็นแรงงานที่มีทักษะฝีมือ” อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าว 


สำหรับผู้ที่จะสมัครหลักสูตรข้างต้นต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ สัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป มีพื้นฐานด้านช่างที่เกี่ยวข้อง เป็นแรงงานในสถานประกอบการด้านยานยนต์ หรือแรงงานใหม่ เป็นต้น สมัครออนไลน์ได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSeOvx2hzesk2jqXTrpXyRveCl2ZXVOKTrCRvXvNWchwBF_pXA/viewform?usp=send_form โดยดูตารางการฝึกอบรมทั้ง 10 รุ่น ในเพจ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 2315 3789 และ 06 3328 5885  ส่วนจังหวัดอื่น ๆ จะมีฝึกอบรมเช่นกันดำเนินการโดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน ติดตามข่าวสารการฝึกอบรมได้ที่เพจกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (www.facebook.com/dsdgothai) หรือโทรสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 4


วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกผู้เสียหาย สูญเงิน 1.5 ล้าน ใช้คนมาเลเซียแทนบัญชีม้ามารับเงินต่อกัน

 รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกผู้เสียหาย สูญเงิน 1.5 ล้าน ใช้คนมาเลเซียแทนบัญชีม้ามารับเงินต่อกัน



เมื่อวันที่ 19 ม.ค.2569 ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.,พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2,พ.ต.อ.เด่นโดม ลาภานันต์ ผกก.สน.เตาปูน,พ.ต.ท.อภิวัฒน์ อาจอินทร์ รอง ผกก.สส.สน.เตาปูน สั่งการให้ พ.ต.ต.เกียรติศักดิ์ เพชรสงค์ สว.สส.สน.เตาปูน พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวน ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ คือชายชาวมาเลเซีย วัย 28 ปี ฐานความผิดฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ตามหมายจับศาลอาญา ณ โรงแรมย่านรามคำแหงกรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2569 ผู้เสียหาย วัย 72 ปี ได้มาลงประจำวันแจ้งความว่า เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 15.30 น. ตนได้ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอก และตนได้ไปกดเงิน จำนวน 1,500,000 บาท และส่งมอบให้ผู้ก่อเหตุบริเวณลานจอดรถ คอนโดรีเจนท์ เฟส 27 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร

ต่อมาฝ่ายสืบสวนได้ติดตามตรวจสอบกล้องวงจรปิด จนสืบทราบว่าคนมารับเงินจากผู้เสียหาย คือชาววัย 28 ปี ชาวมาเลเซียเมื่อได้รับเงินแล้วจะได้นำเงินไปส่งต่อให้กับ ผู้ร่วมขบวนการสัญชาติ มาเลเซีย เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ขอศาลอนุมัติขอหมายจับผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ราย

   

 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับได้พักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบตัวไปตรวจค้นห้องพักของโรงแรม พบของกลางภายในห้องคือ

1.เงินสด 53,300 บาทไทย

2.เงินริงกิต มาเลเซีย 63 ริงกิต

3.กระเป๋าสะพายหลัง สีดำ จำนวน 1 ใบ 

4.กระเป๋าเดินทาง สีดำขอบน้ำตาล จำนวน 1 ใบ (ใส่เครื่องปริ้นและตาชั่งดิจิตอล)

5.เครื่องปริ้นเตอร์ ยี่ห้อEPSON จำนวน 1 เครื่อง (พบภายในกระเป๋าเดินทาง ของกลางลำดับที่2)

6.เครื่องชั่งดิจิตอล จำนวน 1 เครื่อง (พบภายในกระเป๋าเดินทาง ของกลางลำดับที่2)

7.ซองกระดาษ สีน้ำตาล จำนวน 47 ซอง 

8.กระดาษ เอ4 จำนวน 1 ริม 

9.ถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 20 ใบ

10.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน สีแดง จำนวน 1 เครื่อง (ใช้ส่วนตัว)

11.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน สีน้ำเงิน จำนวน 1 เครื่อง (ใช้ในการติดต่อสื่อสาร)

12.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อHONOR สีฟ้า จำนวน 1 เครื่อง (ใช้สำหรับส่วนตัว)


จึงทำการตรวจยึดนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผนึกกำลังพันธมิตรครั้งสำคัญลุยขับเคลื่อน “IP Financing” ปลดล็อกศักยภาพทรัพย์สินทางปัญญาไทยสู่สินทรัพย์ทางการเงินเพื่อเศรษฐกิจแห่งอนาคต

 กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผนึกกำลังพันธมิตรครั้งสำคัญลุยขับเคลื่อน “IP Financing” ปลดล็อกศักยภาพทรัพย์สินทางปัญญาไทยสู่สินทรัพย์ทางการเงินเพื่อเศรษฐกิจแห่งอนาคต

 



กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายแปลงทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นสินทรัพย์ทางการเงิน (IP Financing) โดยผสานความร่วมมือกับองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) สถาบันการเงิน สถาบันวิจัย หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงกลยุทธ์ ในงาน “Thailand IP Finance & Valuation Connect 2026” มุ่งสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบนิเวศการค้าและการเงินยุคใหม่ โดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน พร้อมเปิดตัวโปรเจค IP Finance Sandbox ระบบนิเวศต้นแบบที่ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์แบบครบวงจร เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 กรุงเทพฯ

 


นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ประธานในพิธีเปิดงาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนด้วยผู้ประกอบการ SMEs และ Startup ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการจ้างงาน การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการพัฒนานวัตกรรม ขณะเดียวกัน รูปแบบของธุรกิจของไทยได้เปลี่ยนผ่านสู่การพึ่งพาทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม หรือทรัพย์สินทางปัญญา อย่างไรก็ดี แม้โครงสร้างธุรกิจจะเปลี่ยนไป แต่กลไกทางการเงินยังคงยึดโยงกับสินทรัพย์ที่จับต้องได้เป็นหลัก ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมาก โดยเฉพาะธุรกิจนวัตกรรมและเทคโนโลยี ยังคงเผชิญกับข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

 





กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงมุ่งมั่นขับเคลื่อนแนวทางแปลงทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นสินทรัพย์ทางการเงิน (IP Financing) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สนองต่อนโยบาย Quick Big Win ของกระทรวงพาณิชย์ ผ่านการผลักดันให้นวัตกรรม งานวิจัยพัฒนา และผลงานการสร้างสรรค์ของคนไทยที่ได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา สามารถนำมาประเมินมูลค่าเพื่อเข้าถึงแหล่งทุนใน 2 มิติ ได้แก่ ทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อการระดมทุน (Raise Fund) และทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อหลักประกันทางธุรกิจ (Business Collateral) นับเป็นการยกระดับบทบาททรัพย์สินทางปัญญาในการแข่งขันของไทย จากการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย สู่การเป็นสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงภาคธุรกิจให้เข้าถึงกลไกทางการเงิน ซึ่งจะเพิ่มโอกาสและทางรอดของ SMEs ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน อันจะนำไปสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ

 



งาน “Thailand IP Finance & Valuation Connect 2026” นับได้ว่าเป็นเวทีระดับนโยบายที่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ โดยได้รับเกียรติจาก Mr.Marco Alemán ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ร่วมกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ โดยย้ำว่าทรัพย์สินทางปัญญาคือหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจในเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ พร้อมชื่นชมบทบาทเชิงรุกของไทยในการยกระดับระบบทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศให้ก้าวไปอีกขั้น และยืนยันว่า WIPO พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของกรมทรัพย์สินทางปัญญาในทุกมิติ เพื่อวางรากฐานระบบนิเวศ IP Finance ของไทยให้เกิดขึ้นอย่างมั่นคงและเป็นรูปธรรม จากนั้นภายในงานได้มีการสัมมนาแลกเปลี่ยนมุมมองต่อแนวทางการสร้างระบบนิเวศ IP Finance ของไทย โดยมีการศึกษาเรียนรู้แนวคิดและรูปแบบความสำเร็จด้าน IP Finance ของต่างประเทศ ตลอดจนแนวทางการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทภายในประเทศ รวมทั้งวิเคราะห์โอกาสและช่องทางในการระดมทุนสำหรับสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ของไทยในปัจจุบัน

 

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการประชุมหารือเพื่อเสนอทิศทางการขับเคลื่อนระบบการเงินด้านทรัพย์สินทางปัญญาของไทย ทั้งการสร้างบุคลากรและผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา การยกระดับสมาคมประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้เป็นที่ยอมรับของภาคการเงิน กลไกการสนับสนุนและมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ และการต่อยอดโครงการนำร่อง WIPO IP Finance Pilot Project ซึ่งจะนำไปสู่การออกแบบ IP Finance Sandbox ของไทย เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาระบบนิเวศ IP Finance ของประเทศ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพเชิงนโยบาย ประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ ภาคการเงิน หน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรม และภาคธุรกิจ ร่วมกำหนดทิศทางและออกแบบนโยบายสร้างความเชื่อมั่น และเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ทั้งในมิติของการคัดเลือกทรัพย์สินทางปัญญา การประเมินมูลค่า และการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ประกอบการตัดสินใจทางการเงิน ภายใต้การบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มศักยภาพและโอกาสแก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs และ Startup ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้หลากหลายและมีประสิทธิภาพ ช่วยลดข้อจำกัดทางการเงิน และเปิดโอกาสให้มีการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มศักยภาพ

 


นางอรมน กล่าวเสริมว่า งานดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการพัฒนาระบบ IP Finance ของประเทศไทย ซึ่งไม่ใช่มาตรการบังคับให้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันทางการเงินในทันที และไม่ใช่การเปลี่ยนกระบวนการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงิน แต่เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมและกลไก

ที่เอื้อให้ทรัพย์สินทางปัญญาสามารถถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาทางการเงินได้อย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม และเป็นต้นทางของการสร้างมูลค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต

 

----------------------

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำคณะกรรมการมูลนิธิฯ และหน่วยงานในเครือ เข้าวางพวงมาลาและกราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำคณะกรรมการมูลนิธิฯ และหน่วยงานในเครือ เข้าวางพวงมาลาและกราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง 



วันนี้ (วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นำคณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิฯ พร้อมหน่วยงานในเครือ เข้าวางพวงมาลาและกราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง




ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เปิดรับสมัคร “ครูต้นแบบ รุ่นที่ 5” เฟ้นหา 10 ครูต้นแบบจาก 5 ภูมิภาค ชิงทุนสนับสนุนการสอนและสถานศึกษา รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท

  กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เปิดรับสมัคร “ครูต้นแบบ รุ่นที่ 5” เฟ้นหา 10 ครูต้นแบบจาก 5 ภูมิภาค ชิงทุนสนับสนุนการสอนและสถานศึกษา รวมมูลค่ากว่า 300,...