วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สายสีแดง จัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสลอยฟ้า ครั้งที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมด้วย 30 คู่รักเข้าร่วมฉลองเทศกาลแห่งความรักอย่างชื่นมื่น

 สายสีแดง จัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสลอยฟ้า ครั้งที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมด้วย 30 คู่รักเข้าร่วมฉลองเทศกาลแห่งความรักอย่างชื่นมื่น



รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง จัดกิจกรรมสุดพิเศษ จดทะเบียนสมรสลอยฟ้า ครั้งที่ 2 “Love in the Sky 2026” อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมด้วย 30 คู่รักเข้าร่วมฉลองเทศกาลแห่งความรักอย่างชื่นมื่น


นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง บูรณาการความร่วมมือกับ สำนักงานเขตจตุจักร จัดกิจกรรม “Love in the Sky 2026” จดทะเบียนสมรสลอยฟ้าเป็นครั้งที่ 2 ของโลก ซึ่งในปีนี้มีคู่รักจูงมือกันเข้าร่วมจดทะเบียนสมรสบนขบวนรถไฟฟ้ากว่า 30 คู่ ทั้งนี้รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ได้ให้ความสำคัญและเปิดโอกาสในการใช้ขบวนรถไฟฟ้าเป็นพื้นที่สำหรับคู่รักทุกเพศทุกวัยได้แสดงออกถึงความรักอย่างเท่าเทียม สะท้อนถึงค่านิยมในสังคมที่ยอมรับและเคารพในสิทธิของทุกคน และคู่รักยังได้แลกเปลี่ยนคำมั่นสัญญาในบรรยากาศสุดพิเศษที่ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้เมื่อเสร็จสิ้นพิธีจดทะเบียนสมรสแล้ว รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ได้เปิดโอกาสให้ทั้ง 30 คู่รัก ร่วมบันทึกภาพแบบ Unseen โดยช่างภาพมืออาชีพ บริเวณห้องควบคุมภายในขบวนรถไฟฟ้าอีกด้วย


ท้้งนี้ คู่รักทุกคู่ยังได้ร่วมกิจกรรมสอยดาวภายในขบวนรถไฟฟ้าเพื่อลุ้นของรางวัลมากมาย โดยรางวัลใหญ่ได้แก่ทะเบียนสมรสทองคำ นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมบันเทิงมากมาย อาทิ Mini Concert จาก ตุ๊กตา The Voice พูดคุยกับคู่รักดารา เจ้าบ่าวป้ายแดง แอนด์ดรูว์ โคนินทร์ ดีเจสอง ซินแสโต๋ รวมถึงภายในงานยังมีบริการอาหาร เครื่องดื่มแบบจัดเต็ม โดยการเฉลิมฉลองในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์เท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงถึงพลังแห่งความรักและการเคารพในความหลากหลายของมนุษย์ โดยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง รู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างวันแห่งความประทับใจอันแสนพิเศษไปพร้อมกับคู่รักทั้ง 30 คู่ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคู่รักจะได้เริ่มต้นความสุขไปด้วยกันอย่างมั่นคง และเป็นความรักที่ยั่งยืนตลอดไป








บริษัทฯ ยังยึดมั่นในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง รวมทั้งรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร ตลอดจนสร้างวันแห่งความประทับใจ พร้อมมอบรอยยิ้มให้แก่ประชาชนอย่างเต็มความสามารถ






โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th


“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ”


รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง


วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจับมือยักษ์ใหญ่ยามาฮ่า พัฒนาทักษะจักรยานยนต์สายพาน

 กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจับมือยักษ์ใหญ่ยามาฮ่า พัฒนาทักษะจักรยานยนต์สายพาน

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ดำเนินการการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อเป็นการพัฒนาฝีมือแรงงานทุกสาขาอาชีพให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศ โดยหน่วยงานเหล่านี้จะมีความเชี่ยวด้านวิชาการทักษะฝีมือ วิทยากร สถานที่ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งความร่วมมือกับบริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด เช่นเดียวกัน ทั้งสองหน่วยงานร่วมกันจัดตั้งศูนย์อบรมเทคนิคยามาฮ่าในสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 12 แห่งของกรมฯ ได้แก่ สมุทรปราการ สุพรรณบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก ลำปาง สุราษฎร์ธานี และสงขลา ที่มีอุปกรณ์การฝึกอบรมทันสมัยทั้งเครื่องระบบหัวฉีด เกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อนด้วยสายพาน และระบบเซนเซอร์เตือนข้อบกพร่อง เป็นต้น สามารถพัฒนาครูฝึกและเจ้าหน้าที่ของกรมฯ ในหลักสูตรเทคโนโลยีระบบหัวฉีดรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า และรถจักรยานยนต์ Big bike เพื่อเป็นวิทยากรในการถ่ายทอดความรู้ให้แก่กำลังแรงงงานและประชาชนทั่วไป และจัดฝึกอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ เช่น สาขาการซ่อมรถจักรยานยนต์พื้นฐาน ระดับ BRONZE สาขาเทคโนโลยีรถจักรยานยนต์ YAMAHA รุ่นใหม่ สาขาเทคนิควิเคราะห์ปัญหารถจักรยานยนต์ ระดับ SILVER เป็นต้น มีผู้ผ่านการฝึกอบรม จำนวน 2,952 คน


นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ กล่าวต่อว่าสำหรับในปี 2569 กรมพัฒนาฝีมือแรงงานและบริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด ยังคงร่วมกันดำเนินการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน เบื้องต้นจัดฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกยกระดับฝีมือ สาขาเทคโนโลยีรถจักรยานยนต์ YAMAHA รุ่นใหม่ ให้แก่ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์หรือนักศึกษาอาชีวศึกษาที่สนใจ ช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม – กันยายน 2569 ที่ ศูนย์อบรมเทคนิคยามาฮ่าดังกล่าว ตั้งเป้ามีผู้เข้ารับการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 500 คน ส่วนหลักสูตรอื่นๆ ก็มีการฝึกอบรมเช่นกันซึ่งกำลังดำเนินการกำหนดโปรแกรมการฝึกอบรม ซึ่งสามารถติดตามข่าวสารการฝึกอบรมได้ที่เพจกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (www.facebook.com/dsdgothai) หรือโทรสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 4




ขอใช้พื้นที่ตรงนี้ขอบคุณบริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด ที่ร่วมเป็นพันธมิตรกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ในการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานในสาขานี้ ทำให้มีการฝึกอบรมในหลักสูตรที่ทันสมัยด้านรถจักรยานยนต์ที่ปรับเปลี่ยนเป็นระบบสายพานในปัจจุบัน ทำให้แรงงานได้รับโอกาสในการพัฒนาตนเองเข้าถึงการจ้างงานสร้างรายได้” อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวทิ้งท้าย




"อภิวิชญญ์" หนึ่งเดียวรวมพลังประชาชน ลั่น 1 เสียงก็มีค่า พร้อมชูประสบการณ์การเมืองแน่น ประกาศหนุน "อนุทิน" นั่งนายกฯ

 "อภิวิชญญ์" หนึ่งเดียวรวมพลังประชาชน ลั่น 1 เสียงก็มีค่า พร้อมชูประสบการณ์การเมืองแน่น ประกาศหนุน "อนุทิน" นั่งนายกฯ

นายอภิวิชญญ์ ทิพรัตน์ หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชน และว่าที่ สส. หนึ่งเดียวของพรรค เปิดใจด้วยความตื้นตันหลังทราบผลการเลือกตั้ง โดยขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบความไว้วางใจให้กับพรรคการเมืองน้องใหม่ที่เพิ่งครบรอบ 1 ปีไปเมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากการสะสมประสบการณ์บนเส้นทางการเมืองมาอย่างยาวนาน โดยเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ ผู้อำนวยการสำนักงานบริการ พรรคทางเลือกใหม่ และอดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติไทย (พรรคพลังไทยรักไทย) รวมถึงการทุ่มเทลงพื้นที่คลุกคลีกับปัญหาของชาวบ้านมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 10 ปี จนกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจสร้างพื้นที่ทางการเมืองของตนเองขึ้นมาเพื่อรับใช้ประชาชนอย่างเต็มตัว

สำหรับบทบาทในสภาฯ นายอภิวิชญญ์ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า แม้จะเป็นเพียงเสียงเดียว แต่เป็น 1 เสียงที่มีค่าและมีพลังมหาศาล เพราะเป้าหมายหลักคือการทำงานด้วย "อุดมการณ์นิยม" มุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องเพื่อให้คนไทยกินดีอยู่ดี มีรายได้ที่ยั่งยืน และพร้อมเป็นที่พึ่งให้แก่พี่น้องประชาชนในทุกมิติอย่างเต็มกำลังความสามารถ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อาคารพรรคภูมิใจไทย นายอภิวิชญญ์ ทิพรัตน์ ได้เดินทางเข้าร่วมแถลงข่าวกับนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เพื่อประกาศจุดยืนร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ พร้อมกับพรรคเล็กรวม 3 พรรค ได้แก่ พรรครวมใจไทย และพรรคไทยทรัพย์ทวี โดยนายอภิวิชญญ์และกลุ่มพรรคร่วมได้ยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันในการสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อขับเคลื่อนประเทศต่อไป


#อภิวิชญญ์ทิพรัตน์ #พรรครวมพลังประชาชน #พรรคภูมิใจไทย #จัดตั้งรัฐบาล2569 #สสหนึ่งเดียว #อนุทินชาญวีรกูล #การเมืองไทย #รวมพลังประชาชน #แก้ปัญหาปากท้อง


"วศ.อว. จับมือ ม.สวนดุสิต ประกาศความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงาน PACCON 2027"

 "วศ.อว. จับมือ ม.สวนดุสิต ประกาศความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงาน PACCON 2027"


  วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยสมาคมเคมีแห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ ของศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี ได้มอบหมายให้กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต  เป็นเจ้าภาพร่วมจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ Pure and Applied Chemistry International Conference 2027 (PACCON 2027) ภายใต้ธีม "Chemical Innovation Longevity and Well-being มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ทั้งในส่วนของงานวิจัยพื้นฐาน งานวิจัยประยุกต์และนวัตกรรมในระดับนานาชาติ รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการในระดับชาติและนานาชาติ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 กุมภาพันธ์ 2570 ณ ศูนย์ประชุมวายุภักดิ์โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

    พิธีรับมอบการเป็นเจ้าภาพจัดงาน ฯ ดังกล่าว ได้จัดขึ้นภายในงาน PACCON 2026 ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นเจ้าภาพ โดยช่วงเช้ามีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการรับเป็นเจ้าภาพระหว่าง วศ. กับ ม.สวนดุสิต พร้อมด้วย ศ.ดร.วุฒิชัย พาราสุข นายกสมาคมเคมีแห่งประเทศไทย และคณะผู้บริหารทั้งสองฝ่าย ร่วมเป็นสักขีพยาน จากนั้นช่วงบ่ายเป็นพิธีปิดงานและส่งมอบธงสัญลักษณ์การเป็นเจ้าภาพจัดงานในปีถัดไป


   ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กล่าวว่า วศ. ขอขอบคุณสมาคมเคมีฯ ที่ให้โอกาส วศ. และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงาน PACCON ในปี 2570  โดย วศ. ในฐานะหน่วยงานหลักด้านโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ (National Quality Infrastructure: NQI) มีบทบาทสำคัญในการพัฒนา บูรณาการ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบตรวจสอบ วิเคราะห์ ทดสอบ และรับรองทางวิทยาศาสตร์ของประเทศ  เราเป็นหน่วยงานแรกด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศ ที่เริ่มต้นจากหน่วยวิเคราะห์แร่เติบโตต่อเนื่องเป็นสถานเคมีปฏิบัติผลิตนักเคมีจากรุ่นสู่รุ่น พัฒนาการไปตามยุคสมัย จนมีอายุครบ 135 ปีเมื่อเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา ดังนั้น วศ. พร้อมนำพาและเชิญชวนหน่วยงานภายใต้กระทรวง อว. มาร่วมแสดงวิสัยทัศน์และทิศทางขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์เคมีของประเทศ และสร้างการมีส่วนร่วมโดยเชิญชวนนักวิจัยมาแสดงผลงานสู่สายตานานาชาติ   

     ด้าน ผศ.ดร.พรชณิตว์ แก้วเนตร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่ามหาวิทยาลัยสวนดุสิตมีความเชี่ยวชาญโดดเด่นด้านการวิจัยสุขภาพ อาหาร ธุรกิจบริการ และการท่องเที่ยว การบูรณาการความเชี่ยวชาญของทั้งสองหน่วยงาน จะช่วยยกระดับเวทีวิชาการด้านเคมีให้ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ เสริมสร้างความเข้มแข็งทางวิทยาศาสตร์ และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนต่อไป


    ทั้งนี้ ดร.พจมานฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า  วศ. และ ม.สวนดุสิต เรามีเจตนารมย์ตั้งใจและมุ่งมั่นเป็นเจ้าภาพที่ดีเพื่อให้การจัดงาน PACCON 2027 บรรลุวัตถุประสงค์ และเป็นโอกาสสำคัญในการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 70 พรรษาในปี 2570 ดังกล่าวด้วย


#กรมวิทยาศาสตร์บริการ #DSS #กรมวิทย์ฯบริการ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กระทรวงอว #อว #อุดมศึกษา #วิจัยและนวัตกรรม

#PureandAppliedChemistryInternationalConference2027 #paccon2027

ศน. เตรียมเปิดตัวเส้นทางแสวงบุญ “ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา” จังหวัดลำพูน ขับเคลื่อนเส้นทางท่องเที่ยวในมิติศาสนา-ศรัทธา-เศรษฐกิจ*

 ศน. เตรียมเปิดตัวเส้นทางแสวงบุญ “ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา” จังหวัดลำพูน ขับเคลื่อนเส้นทางท่องเที่ยวในมิติศาสนา-ศรัทธา-เศรษฐกิจ*



กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา (ศน.) เตรียมจัดกิจกรรมเปิดตัวเส้นทางแสวงบุญ “ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา” จังหวัดลำพูน ระหว่างวันที่ 15–16 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้กิจกรรม “ตามรอยเส้นทางธรรมแห่งศรัทธา” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 20 เส้นทางท่องเที่ยวในมิติทางศาสนา ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมการศาสนา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ ควบคู่กับการพัฒนาชุมชนคุณธรรมและกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน



ครูบาศรีวิชัย” นักบุญแห่งล้านนา เป็นพระเถราจารย์ผู้มีศีลาจารวัตรอันงดงาม เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในภาคเหนือ ท่านได้จาริกเผยแผ่หลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในดินแดนล้านนา พร้อมทั้งริเริ่มก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอาราม ตลอดจนสาธารณประโยชน์หลายแห่ง ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นโบราณสถานและแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของภาคเหนือ


ทั้งนี้ จังหวัดลำพูน จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสมาคมชาวลำพูน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายจังหวัดในภาคเหนือ รวม 9 จังหวัด ได้ร่วมกันเสนอชื่อ “ครูบาศรีวิชัย” ต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) เพื่อพิจารณายกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลก ในวาระครบชาตกาล 150 ปี ในปี พ.ศ. 2571 อันเป็นการยกระดับคุณูปการของท่านสู่เวทีนานาชาติ


นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เปิดเผยว่า สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูนได้เสนอ “เส้นทางแสวงบุญครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา” เพื่อขับเคลื่อนเส้นทางท่องเที่ยวในมิติศาสนาของจังหวัดลำพูน และได้รับการประกาศให้เป็น 1 ใน 20 เส้นทางท่องเที่ยวในมิติทางศาสนา ตามรอยเส้นทางธรรมแห่งศรัทธา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้กรอบแนวคิดหลัก ได้แก่ 1) เส้นทางสักการะพระบรมธาตุ 2) เส้นทางตามรอยพระเถราจารย์ 3) เส้นทางตามรอยความเชื่อความศรัทธาแห่งลุ่มแม่น้ำโขง และ 4) เส้นทางศาสนิกสัมพันธ์และอื่น ๆ

สำหรับเส้นทางแสวงบุญฯ จังหวัดลำพูน ประกอบด้วยสถานที่สำคัญที่มีความเกี่ยวเนื่องกับครูบาศรีวิชัย จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ 1) วัดบ้านปาง (วัดจ๋อมสะหรี่ทรายมูลบุญเรือง) วัดแห่งแรกที่ท่านเริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. 2444 และเป็นสถานที่ที่ท่านมรณภาพ 2) วัดบ้านโฮ่งหลวง อุปสัมปทาสถานของครูบาศรีวิชัย 3) วัดพระธาตุหริภุญชัย พระอารามหลวงอันเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุหริภุญชัย พระธาตุประจำปีเกิดปีระกา ภายในบรรจุพระบรมเกศาธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นวัดที่ครูบาศรีวิชัยมีบทบาทสำคัญในการก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์

4) สะพานศรีวิชัยอนุสรณ์ สะพานที่ท่านดำริสร้างเพื่อเชื่อมสองฝั่งลำน้ำปิง เมื่อปี พ.ศ. 2480 ก่อนที่ท่านจะมรณภาพ โดยปัจจุบันจังหวัดลำพูนได้จัดสร้างอนุสาวรีย์เพื่อรำลึกถึงคุณูปการของท่าน 5) วัดจามเทวี (วัดกู่กุด) วัดเก่าแก่สำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี และเป็นสถานที่พระราชทานเพลิงศพครูบาศรีวิชัย และ 6) วัดดอยติ สถานที่ที่ครูบาศรีวิชัยได้สร้างบันไดนาค วิหาร และอุโบสถ ปัจจุบันมีพิพิธภัณฑ์ครูบาศรีวิชัย และอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่บริเวณด้านหน้าวัดซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดลำพูน

อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อไปว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงวัฒนธรรมในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมอันดีงามของสังคมไทย ผ่านการใช้ทุนทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาคน พัฒนาพื้นที่ และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน โดยมุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ศาสนสถาน และเครือข่ายชุมชน เพื่อยกระดับแหล่งเรียนรู้ทางศาสนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ สร้างโอกาสและรายได้ทางเศรษฐกิจแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า เส้นทางแสวงบุญครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา มิได้เป็นเพียงกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงศาสนาเท่านั้น หากแต่เป็นการเชื่อมโยงมิติแห่งศรัทธาประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตชุมชนชาวล้านนาเข้าด้วยกันอย่างมีความหมาย ซึ่งกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม มุ่งหวังให้การดำเนินงานครั้งนี้เป็นต้นแบบของการนำพลังศรัทธามาสร้างคุณค่าและมูลค่าทางสังคม ตลอดจนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ควบคู่กับการธำรงรักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่นอันจะนำไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืนทางวัฒนธรรมของประเทศต่อไป


ทั้งนี้ กรมการศาสนา ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน ประชาชน และผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมตามกำหนดการดังกล่าว เพื่อร่วมกันสืบสานคุณค่าทางศาสนาและวัฒนธรรมล้านนา ผ่านการเดินทางแห่งศรัทธาอย่างพร้อมเพรียงกัน ///

สายสีแดง จัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสลอยฟ้า ครั้งที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมด้วย 30 คู่รักเข้าร่วมฉลองเทศกาลแห่งความรักอย่างชื่นมื่น

  สายสีแดง จัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสลอยฟ้า ครั้งที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมด้วย 30 คู่รักเข้าร่วมฉลองเทศกาลแห่งความรักอย่างชื่นมื่น รถไฟฟ้าชานเม...