วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง หนุนกำลังใจ เชิดชูเกียรติจิตอาสาฯ ทำความดี ตามปณิธานมูลนิธิฯ “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” มอบโล่เกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2567- 2568 ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารจอดรถมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ เขตสาทร กรุงเทพฯ

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง หนุนกำลังใจ เชิดชูเกียรติจิตอาสาฯ ทำความดี ตามปณิธานมูลนิธิฯ “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”  มอบโล่เกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2567- 2568 ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารจอดรถมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ เขตสาทร กรุงเทพฯ

วันนี้ (วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ ประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายปฏิบัติการและกรรมการเลขาธิการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก นายนิพนธ์ โชคภิรมย์วงศา กรรมการปฏิคม พร้อมด้วยคณะกรรมการ และผู้ช่วยกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีมอบโล่เกียรติให้แก่อาสาสมัครดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2567 - 2568 รวม 7 ประเภท จำนวน 195 ท่าน ประกอบด้วย อาสาสมัครกู้ภัย-กู้ชีพ อาสาสมัครบริการ อาสาสมัครจราจร อาสาสมัครเฉพาะกิจ อาสาสมัครสื่อสาร อาสาสมัครศิลปิน และอาสาสมัครหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน โดยมี ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และ ศาสตรเมธี ดร.สุปรีดิ์ วงศ์ดีพร้อม รองประธาน กรรมการ มูลนิธิการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ในพระราชูปถัมภ์ (มพฉ.) พร้อมด้วย ที่ปรึกษากฎหมายและคดี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้แก่ พล.ต.ท.จักรทิพย์ กุญชร ณ อยุธยา และ พล.ต.ต.วิชัย แดงประดับ ร่วมในพิธี ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารจอดรถมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เขตสาทร กรุงเทพฯ







ภายในงาน นางศิริกุล โอภาสวงศ์ ประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายปฏิบัติการและกรรมการเลขาธิการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้กล่าวให้โอวาท และชื่นชมอาสาสมัครดีเด่น ที่ได้อุทิศตน กำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ รวมถึงการเสียสละเวลาส่วนตัว เพื่อช่วยเหลือสังคมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ตามปณิธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” ซึ่งบางครั้งต้องพบกับความเสี่ยง กรณีเป็นภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน รวมทั้ง ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ได้กล่าวให้แสดงความยินดี "การเชิดชูคุณงามความดี ความเสียสละ และจิตวิญญาณแห่งการเป็นผู้ให้" เพื่อช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากและผู้ป่วยฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง












ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาในอีกหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

.

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกรวมถึงพิกัดมูลนิธิฯ ได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

.

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## 

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

เปิดประสบการณ์ดำดิ่งใต้ทะเลไทยด้วย VR ในโครงการ 'ทะเลไทยในโลกเสมือน'คลังชีวิตใต้น้ำ

 เปิดประสบการณ์ดำดิ่งใต้ทะเลไทยด้วย VR ในโครงการ 'ทะเลไทยในโลกเสมือน'คลังชีวิตใต้น้ำ

โครงการพัฒนาสื่อการเรียนรู้เสมือนจริง (Learning VR) ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพก หนึ่งในนิทรรศการที่จัดแสดงภายในงาน "ลาดกระบังนิทรรศน์ 2026" กำลังพาผู้คนดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเลไทยได้โดยไม่ต้องลงน้ำแม้แต่หยดเดียว ลองจินตนาการว่าคุณกำลังยืนอยู่กลางแนวปะการังสีสันสดใส มีปลาการ์ตูนแหวกว่ายอยู่ตรงหน้าในระยะใกล้ชิดจนแทบเอื้อมมือแตะได้ ทุกรายละเอียดคมชัดราวกับอยู่ในที่นั้นจริง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องใส่ชุดดำน้ำ ไม่ต้องกลั้นหายใจ และไม่ต้องเดินทางไปถึงชายฝั่งแม้แต่ก้าวเดียว นี่คือประสบการณ์ที่โครงการ "ทะเลไทยในโลกเสมือน" กำลังพยายามส่งมอบให้กับคนไทยทุกคน ผ่านการนำเทคโนโลยี VR มาจัดเก็บและถ่ายทอดความหลากหลายของปลา ปะการัง และทรัพยากรทางทะเลไทย ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ให้กลายเป็น "คลังชีวิตใต้ท้องทะเล" ที่ไม่มีวันเลือนหายไปตามกาลเวลา


รศ.ดร. อนัญญา เจริญพรนิพัธ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศชายฝั่ง ทะเล และการจัดการทรัพยากรประมง หัวหน้าโครงการ "ทะเลไทยในโลกเสมือน" เล่าถึงจุดเริ่มต้นของโครงการมาจากข้อจำกัดของการศึกษาระบบนิเวศใต้ทะเลแบบเดิม ที่ต้องอาศัยการดำน้ำสำรวจซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงและเข้าถึงยาก ขณะที่สิ่งมีชีวิตหลายชนิดกำลังเสี่ยงสูญพันธุ์ เมื่อประกอบกับยุคที่เทคโนโลยี AI และดิจิทัลเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทีมงานจึงเห็นโอกาสในการจำลองระบบนิเวศใต้ทะเลให้อยู่ในรูปแบบเสมือนจริง เพื่อสื่อสารความรู้ให้ทั่วถึงโดยไม่ต้องลงน้ำจริง ทั้งหมดนี้ดำเนินงานภายใต้กรอบของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) ที่มุ่งจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ทะเลพื้นถิ่นหายากทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ไปยังเครือข่ายโรงเรียนและชุมชนทั่วประเทศ

กระบวนการสร้างโลกใต้ทะเลเสมือนจริงต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด เริ่มจากการรวบรวมข้อมูลธรรมชาติ สภาพแวดล้อม แหล่งที่อยู่อาศัย และภาพถ่ายสัตว์น้ำลงในฐานข้อมูล ก่อนส่งต่อให้ฝ่ายอาร์ต สถาปนิก และนักออกแบบอุตสาหกรรมขึ้นโมเดล 3 มิติ แล้วจึงส่งต่อให้ทีมวิศวกรโรโบติกส์และนักพัฒนาซอฟต์แวร์นำเข้าสู่ระบบ Immersive VR หัวใจสำคัญของกระบวนการนี้คือขั้นตอนตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่ง ที่รศ.ดร. อนัญญา ควบคุมรายละเอียดทางวิทยาศาสตร์อย่างเข้มงวด ทั้งสัดส่วนลำตัว ตำแหน่งครีบ รูปแบบหาง และสเกลเทียบกับฉากปะการัง เพื่อไม่ให้คลาดเคลื่อนจากจินตนาการของนักออกแบบ นอกจากนี้ยังต้องหาจุดสมดุลระหว่างความสมจริงของโมเดลกับขีดความสามารถในการประมวลผลของคอมพิวเตอร์และแว่น VR เพราะยิ่งรายละเอียดสูง ภาระการประมวลผลก็ยิ่งมากตามไปด้วย

ความแตกต่างสำคัญระหว่าง VR กับสื่อการเรียนรู้แบบเดิมคือการเปลี่ยนจาก "การดูภาพ" สู่ "การมีประสบการณ์ร่วม" (Immersive Experiential Learning) ในอดีตการเรียนเรื่องระบบนิเวศทางทะเลอาศัยหนังสือหรือภาพถ่ายสองมิติ ซึ่งไม่สามารถถ่ายทอดสรีระ ท่วงท่าการว่ายน้ำ หรือตำแหน่งที่อยู่อาศัยจริงได้ชัดเจน ขณะที่ VR ให้มิติสามมิติเสมือนได้ลงไปอยู่ใต้น้ำจริง เห็นปลาการ์ตูน ปลาสลิดหิน หรือปลาเทวดาแหวกว่ายรอบแนวปะการังในระยะใกล้ชิดกว่าที่นักดำน้ำจริงบางครั้งยังเข้าไม่ถึง และยังถ่ายทอดภาพขึ้นจอขนาดใหญ่ให้ผู้ชมคนอื่นเรียนรู้ไปพร้อมกันได้ ทำให้ใช้งานได้ทั้งในห้องเรียน พิพิธภัณฑ์ และพื้นที่จัดกิจกรรมสาธารณะ

ปัจจุบันโครงการฯ เลือกพื้นที่นำร่องหลัก 2 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช ซึ่งนำซอฟต์แวร์ไปติดตั้งในห้องแล็บ Metaverse AI ของโรงเรียนสังกัดเทศบาลนคร และจังหวัดกระบี่ ที่ร่วมกับเทศบาลเมืองกระบี่จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ใต้ทะเลอันดามัน ด้วยการจำลองระบบนิเวศของ "เรือหลวงเกล็ดแก้ว" เรือปลดประจำการที่จมกลายเป็นแนวปะการังเทียมบริเวณเกาะพีพี เพื่อให้นักเรียน ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้สัมผัสโลกใต้ทะเลเสมือนก่อนดำน้ำจริง แผนขยายผลต่อไปคือกระจายสื่อการเรียนรู้นี้สู่โรงเรียนในเครือข่าย อพ.สธ. ทั่วประเทศ และพื้นที่ห่างไกลทะเลอย่างภาคเหนือ-อีสาน เพื่อเปิดโลกทัศน์ให้เด็กที่ไม่เคยเห็นทะเลจริง "อย่างเด็กที่อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคเหนือ เขาไม่เคยเจอทะเลเลย แต่ถ้าเทศบาลเอาซอฟต์แวร์ตัวนี้ไปเปิดให้นักเรียนดูก็จะเป็นคุณูปการอย่างมหาศาลเลยกับความคิดและโลกทัศน์ของเด็ก"


เป้าหมายของโครงการฯ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การให้ความรู้ที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ แต่มุ่งสร้าง "ความรู้สึกผูกพันกับทะเลไทย" เพราะเมื่อผู้เรียนได้เห็นทั้งความงดงามและความเปราะบางของระบบนิเวศด้วยตนเอง ย่อมนำไปสู่จิตสำนึกการอนุรักษ์ในระยะยาว สำหรับทิศทางในอนาคตข้างหน้า โครงการตั้งเป้าพัฒนาระบบให้รองรับการโต้ตอบ (Interactive) ที่สมบูรณ์ขึ้น เมื่อผู้เรียนชี้อุปกรณ์ไปยังสัตว์ทะเล เช่น ปลาหูช้าง ปลาหมอทะเล หรือปลาสิงโต ระบบจะแสดงชื่อวิทยาศาสตร์ ลักษณะทางชีววิทยา และแหล่งที่อยู่อาศัยขึ้นทันที เสมือนคลังข้อมูลดิจิทัลในตัว พร้อมวางแผนเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบ VR ออกสู่แพลตฟอร์มเว็บไซต์ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงฐานข้อมูลธรรมชาติทางทะเลไทยได้สะดวกและยั่งยืน "อยากให้คนเข้าใจในบริบทของงานที่เราทำ แล้วเห็นภาพว่าใต้ทะเลมันสวยแบบนี้ ทำให้อาจารย์อยากสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเข้ามาท่องในโลกใต้ทะเลอันสวยงาม ถ้าเราดูผ่านแว่น VR แล้วเราเลือกไปที่ตัวปลา สมมุติปลาหูช้าง ก็บอกชื่อวิทยาศาสตร์ ลักษณะ แหล่งที่อยู่อาศัยมาหมดเลยได้ข้อมูลเหมือนเป็นฐานข้อมูลของคนที่จะเข้าไปศึกษา"

หัวใจของโครงการ "ทะเลไทยในโลกเสมือน" จึงไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยี VR มาใช้กับการศึกษาเท่านั้น แต่คือการใช้เทคโนโลยีเป็นสะพานเชื่อมระหว่างความรู้ ประสบการณ์ และการอนุรักษ์เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ทะเลไทยสามารถดำรงอยู่ได้ทั้งในธรรมชาติและในความทรงจำของคนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์ดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเลไทยด้วยตนเอง สามารถเข้าไปทดลองใช้งานได้ที่เว็บไซต์ pla.fish

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2569

เจาะอาณาจักรธุรกิจ ดร.ณัฐวุฒิ เจ้าสัว แห่ง บจ. AURELIAN GROUP และกลุ่มธุรกิจ AG สินทรัพย์สามหมื่นกว่าล้าน ธุรกิจครบวงจร รวยติดอันดับประเทศ

 เจาะอาณาจักรธุรกิจ ดร.ณัฐวุฒิ เจ้าสัว แห่ง บจ. AURELIAN GROUP และกลุ่มธุรกิจ AG สินทรัพย์สามหมื่นกว่าล้าน ธุรกิจครบวงจร รวยติดอันดับประเทศ

       

วันที่ 18 กันยายน 2569 ภายหลังเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ บจ. AURELIAN GROUP ณ โรงแรมอัศวินแกรนด์ คอนเวนชั่น โรงแรมระดับห้าดวว เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมานั้น

     

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เจาะลึกธุรกิจอาณาจักรธุรกิจพบว่า AURELIAN GROUP และกลุ่มธุรกิจ AG สำนักงานใหญ่เลขที่ 118 อาคารสปริงทาวเวอร์ ชั้น M 9 ถนนพญาไท แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร โดย บจ. AURELIAN GROUP และกลุ่มธุรกิจ AG รวม 42 บริษัท จดทะเบียนรวม 210,000,000 บาท (สองร้อยสิบล้านบาท) โดย ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ถือหุ้นใหญ่ และได้ชำระค่าหุ้นเต็มจำนวนแล้ว

        

เจาะลึกอาณาจักร AURELIAN GROUP 42 บริษัท ครอบคลุมเครือข่าย ธุรกิจหลากหลายอุตสาหกรรมภายใต้การนำของ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่(MD) AURELIAN GROUP ธุรกิจวางโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจ ให้ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ

      


ผู้สื่อข่าวตรวจสอบกับ นายทะเบียนพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ บริษัทในกลุ่มรวม 42 บริษัท และมีมูลค่าสินทรัพย์รวมประมาณ 30,000 กว่าล้านบาท

          

ENERGY & INFRASTRUCTURE พลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน ขอบเขตธุรกิจ

พลังงาน • พลังงานสะอาด • พลังงานทดแทน • ระบบสาธารณูปโภค • โครงสร้างพื้นฐาน • การลงทุนและพัฒนาโครงการเป็นกลุ่มธุรกิจสินทรัพย์ระยะยาวรองรับการลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานรวมถึงสร้างโอกาสเชื่อมโยงกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมของ

        

PROPERTY & ASSET MANAGEMENT อสังหาริมทรัพย์และบริหารสินทรัพย์

ขอบเขตธุรกิจซื้อ–ขายและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ • ที่ดิน • อาคารสำนักงาน • พื้นที่เชิงพาณิชย์ • การให้เช่า • การบริหารสินทรัพย์ สร้างและบริหารฐานสินทรัพย์ของกลุ่ม ตลอดจนพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ให้สามารถสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าในระยะยาว

      

COMMERCE, RETAIL & E-COMMERCE  การค้า ค้าปลีก และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ขอบเขตธุรกิจ ค้าปลีก • ค้าส่ง • E-Commerce • Marketplace • นำเข้า–ส่งออก • ตัวแทนจำหน่าย • การพัฒนาแบรนด์สินค้า เป็นช่องทางนำสินค้าและบริการของกลุ่มเข้าสู่ตลาด เชื่อมผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และผู้บริโภค เข้าด้วยกัน

    

LOGISTICS & SUPPLY CHAIN โลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน ขอบเขตธุรกิจขนส่ง • คลังสินค้า • Fulfillment • กระจายสินค้า • Supply Chain • โลจิสติกส์ในประเทศและระหว่างประเทศ ทำหน้าที่เป็นระบบสนับสนุนการเคลื่อนย้ายสินค้าให้แก่ธุรกิจการค้า อาหาร เกษตร อุตสาหกรรม และ E-Commerce

    

INDUSTRIAL & MANUFACTURING อุตสาหกรรมและการผลิต ขอบเขตธุรกิจ โรงงาน • การผลิต • OEM/ODM • เครื่องจักร • วัตถุดิบ • บรรจุภัณฑ์ • การแปรรูปสินค้าสร้างฐานการผลิตและเพิ่มมูลค่าจากวัตถุดิบไปสู่ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ลดการพึ่งพาผู้ผลิตภายนอก เมื่อมีขนาดธุรกิจเหมาะสม

     

AGRICULTURE & AGRI-BUSINESS เกษตรและเกษตรอุตสาหกรรม ขอบเขตธุรกิจ การเกษตร • วัตถุดิบทางการเกษตร • เกษตรแปรรูป • Food Supply • เทคโนโลยีการเกษตร • การจัดจำหน่ายผลผลิต เป็นต้น สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและการผลิต และสามารถเชื่อมต่อ ไปยังการแปรรูป การกระจายสินค้า และร้านอาหารของกลุ่ม

        

FOOD & RESTAURANT อาหารและร้านอาหาร ขอบเขตธุรกิจ ร้านอาหาร • Quick Service Restaurant • แบรนด์อาหาร • แฟรนไชส์ • อาหารพร้อมรับประทาน • การขยายสาขา เป็นธุรกิจปลายน้ำที่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง สามารถต่อยอดจากวัตถุดิบ การผลิต และระบบโลจิสติกส์ภายในเครือ

      

COFFEE & BEVERAGE กาแฟและเครื่องดื่ม ขอบเขตธุรกิจ Coffee Shop • เครื่องดื่ม • เมล็ดกาแฟ • ผลิตภัณฑ์กาแฟ • Retail • Franchiseพัฒนาแบรนด์สำหรับตลาด ผู้บริโภค และสร้างเครือข่ายสาขา โดยสามารถเชื่อมโยงกับธุรกิจอาหาร ค้าปลีก และอสังหาริมทรัพย์

    

TECHNOLOGY, AI & DIGITAL ECONOMY เทคโนโลยี AI และเศรษฐกิจดิจิทัล ขอบเขตธุรกิจ Artificial Intelligence • Software • Digital Platform • Data • Cloud • E-Commerce Technology • FinTech • Digital Services เป็นโครงสร้างเทคโนโลยีสำหรับยกระดับประสิทธิภาพของบริษัทต่าง ๆ ในเครือ ตั้งแต่การขาย การตลาด ข้อมูล ไปจนถึงระบบบริหารจัดการ

     

MEDIA, CONTENT & COMMUNICATION สื่อ คอนเทนต์ และการสื่อสาร ขอบเขตธุรกิจ ข่าว • Digital Media • Online Content • Production • Advertising • Marketing • Public Relations พัฒนาธุรกิจสื่อและคอนเทนต์เป็นธุรกิจในตัวเอง พร้อมสร้างช่องทางการสื่อสาร และการตลาดสำหรับแบรนด์ต่างๆ ในกลุ่ม โดยแยกการดำเนินงานด้านข่าว ออกจากการประชาสัมพันธ์ของกลุ่มอย่างชัดเจนเพื่อรักษามาตรฐานด้านบรรณาธิการ

      

TOURISM & HOSPITALITY ท่องเที่ยว โรงแรม และบริการ ขอบเขตธุรกิจ Tourism • Travel Services • โรงแรม • ที่พัก • Hospitality • การจัดกิจกรรม • บริการนักท่องเที่ยว เชื่อมโยงอสังหาริมทรัพย์ อาหาร เครื่องดื่ม การเดินทาง และบริการเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างรายได้ จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

       

HEALTH, WELLNESS & LIFESTYLE สุขภาพ เวลเนส และไลฟ์สไตล์ ขอบเขตธุรกิจ Wellness • Beauty • Lifestyle • ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ • ธุรกิจบริการด้านสุขภาพ ภายใต้ใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ขยายฐานธุรกิจเข้าสู่ตลาดสุขภาพและคุณภาพชีวิต ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับ Hospitality, Retail และ E-Commerce

      

INVESTMENT & HOLDING การลงทุน การถือหุ้น และการร่วมทุน ขอบเขตธุรกิจ Holding Company • Strategic Investment • Joint Venture • M&A • Venture Investment • การบริหารเงินลงทุน ทำหน้าที่บริหารการถือหุ้น การจัดสรรเงินลงทุน และการร่วมทุนกับพันธมิตร รวมถึงเป็นเครื่องมือสำหรับขยายเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่

     

BUSINESS ECOSYSTEM โครงสร้างสามารถมองเป็นห่วงโซ่ธุรกิจได้ว่า “ ต้นน้ำ พลังงาน + เกษตร + วัตถุดิบ + สินทรัพย์”  “กลางน้ำ อุตสาหกรรม + การผลิต + เทคโนโลยี + โลจิสติกส์” “ปลายน้ำ ค้าปลีก + E-Commerce + อาหาร + กาแฟ + สุขภาพ + ท่องเที่ยว “การเข้าถึงตลาด สื่อ + คอนเทนต์ + การตลาด + Digital Platform” “ศูนย์กลางเงินทุน Investment + Holding + Joint Venture” 

   


 

จุดแข็งสำคัญของ AURELIAN GROUP และกลุ่มบริษัท AV  ไม่ได้อยู่เพียงที่ “จำนวนบริษัท” แต่เป็นการสร้าง Business Ecosystem ธุรกิจแต่ละอุตสาหกรรมสามารถสนับสนุนและต่อยอดซึ่งกันและกัน

ดร.ณัฐวุฒิฯ กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของกลุ่ม AG คือ การวางรากฐานธุรกิจให้มั่นคง พร้อมพัฒนาระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทในเครือ AG ให้สอดคล้องกันในทิศทางเดียวกัน และต่อยอด ศักยภาพของกลุ่มธุรกิจ AG ในระยะยาว ทั้งนี้ ให้การเติบโตเป็นไปอย่างมั่นคงและพร้อมรับโอกาสทำธุรกิจใหม่ๆที่เกิดขึ้นในอนาคต โดยทั้งหมดนี้ มุ่งเน้นการร่วมพัฒนากับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อสร้างโอกาสในการลงทุนและต่อยอดธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดสร้างมูลค่าเพิ่มและเสริมความแข็งแกร่งให้กลุ่มธุรกิจ AG โดยยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งหมดนี้ สะท้อนถึงแนวทางในการบริหารที่มุ่งสร้างความเชื่อมั่นและความไว้ใจแก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย พร้อมขับเคลื่อน AURELIAN GROUP และกลุ่มบริษัทในเครือ AG อย่างมั่นคง


#เศรษฐกิจ #เจาะลึกอาณาจักรบริษัทAG #เจ้าสัวแห่งAURELIANGROUP #เปิดตัวเจ้าสัวรายใหม่สามหมื่นล้าน #ธุรกิจครบวงจร #เปิดอาณาจักรธุรกิจ #ดรณัฐวุฒิวงศ์เนียมประธานกรรมการผู้จัดการใหญ๋(MD) #บจAURELIAN GROUPและกลุ่มธุรกิจกลุ่ม AG AURELIAN GROUP 42 COMPANIES | MULTI-INDUSTRY BUSINESS ECOSYSTEMASSETS APPROX. THB 30 BILLION

“อธิบดีบุปผา” มอบพลังใจ 27 เยาวชนไทยก่อนชิงชัย WorldSkills 48 เซี่ยงไฮ้ “เชื่อมั่นฝีมือไทย พร้อมสู้ในเวทีโลก“

  “อธิบดีบุปผา” มอบพลังใจ 27 เยาวชนไทยก่อนชิงชัย WorldSkills 48 เซี่ยงไฮ้  “เชื่อมั่นฝีมือไทย พร้อมสู้ในเวทีโลก“

นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นประธานให้โอวาทและอวยพรสร้างขวัญกำลังใจแก่เยาวชนตัวแทนประเทศไทย ก่อนออกเดินทางไปแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 48 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันพรุ่งนี้ (19 ก.ย. 69) โดยมี นายภัทรวุธ เภอแสละ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นำคณะเยาวชนตัวแทนประเทศไทย 27 คนใน 22 สาขา สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงานในช่วงเช้า เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และเข้ารับโอวาทอย่างพร้อมเพรียง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร  ณ ห้องประชุมชั้น 6 อาคาร DSD กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

นางสาวบุปผา กล่าวว่า ในนามของกระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีความยินดีและภูมิใจ เป็นอย่างยิ่งที่ได้พบกับตัวแทนประเทศไทย ที่เข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 48 ขอชื่นชมในความมุ่งมั่นและการทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทย พร้อมย้ำให้เชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ เชื่อมั่นในสิ่งที่ฝึกฝนมา มีสมาธิ กล้าคิด กล้าตัดสินใจ และทำให้ดีที่สุดในทุกวินาทีของการแข่งขัน สำหรับการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ จัดทุก 2 ปี ปีนี้เป็นครั้งที่ 48 กำหนดขึ้นระหว่างวันที่ 19 - 28  กันยายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมแห่งชาติเซี่ยงไฮ้ (The National Exhibition and Convention Center :NECC) นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยจัดแข่งขัน 64 สาขา มีผู้เข้าแข่งขันจาก 73 ประเทศ รวมผู้เข้าแข่งขันมากกว่า 1,400 คน สำหรับประเทศไทยส่งตัวแทนเยาวชน 27 คนใน 22 สาขา ประกอบด้วย

1) สาขาเมคคาทรอนิกส์ (ประเภททีม) ได้แก่ นายปิยังกูร มารัศมี และนายธีรภัทร เตชะชมภูเวทย์

2) สาขาการเขียนแบบวิศวกรรมเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์ ได้แก่ นายสรวิศ เก่งธัญกรรม 

3) สาขาเทคโนโลยีงานเชื่อม ได้แก่ นายรัชชานนท์ ทิพฤาชา

4) สาขาการปูกระเบื้อง ได้แก่ นายธนพล ถวิลมาตร์

5) สาขาเทคโนโลยีเว็บ ได้แก่ นายอรรถสิทธิ์ แสงศักดิ์

6) สาขาเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าภายในอาคาร ได้แก่ นายอมรฤทธิ์ เชาวิรัตน์

7) สาขาการก่ออิฐ ได้แก่ นายศุภกฤต แสงธูป

8) สาขาหุ่นยนต์เคลื่อนที่ (ประเภททีม) ได้แก่ นายสุวิจักขณ์ จักวาโชติ และ นายรัชนาท ศิริคุณ

9) สาขาไม้เครื่องเรือน ได้แก่ นายสิทธิกานต์ หลวงนา

10) สาขาการแต่งผม ได้แก่ นายศักรินทร์ สังคนุช

11) สาขาการประกอบอาหาร ได้แก่ นายนครินทร์ จรูญพันธุ์วณิช

12) สาขาการบริการอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ นางสาวพัชรมล ลิ่มทอง

13) สาขาเทคโนโลยีระบบทำความเย็น ได้แก่ นายศักดิ์สิทธิ์ พิมพ์รัตน์

14) สาขากราฟิกดีไซน์ ได้แก่ นายเมธาสิทธิ์ วิสาขชัย 

15) สาขาการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วย ได้แก่ นางสาวชญานิศวร์ ศรีสวัสดิ์เพ็ญ

16) สาขาการสร้างโมเดลในเกมสามมิติ ได้แก่นายเอกภพ สีทอน

17) สาขาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (ประเภททีม) ได้แก่ ร้อยตำรวจโท กรวิชญ์  ในกระโทก และว่าที่ร้อยตำรวจตรี นันท์ธร  จอมศิลป์ 

18) สาขาเครื่องจักรกล CNC (เครื่องกลึง) ได้แก่ นายวรชาติ  แตงรื่น

19) สาขาอุตสาหกรรม 4.0 (ประเภททีม) ได้แก่นายคณาธิป กรสันเทียะ  และ นายสิรภพ ไกรคุ้ม

20) สาขาการบูรณาการระบบหุ่นยนต์ (ประเภททีม) ได้แก่ นายธนกฤต ศรีมาคำ และ นายภาคิน เกลี้ยงเมือง

21) สาขาการซ่อมตัวถังรถยนต์ ได้แก่ นายธีระพงษ์ บุญเรือน 

22) สาขาเทคโนโลยีสีรถยนต์ ได้แก่ นายปวเรศ โวหารลึก






นางสาวบุปผา กล่าวเพิ่มเติมว่า เชื่อมั่นในศักยภาพและฝีมือของเยาวชนไทยทั้ง 27 คน ที่ผ่านการคัดเลือกและสั่งสมประสบการณ์จากเวทีการแข่งขันมาแล้ว จึงมั่นใจว่าทุกคนมีความพร้อมที่จะก้าวขึ้นสู่เวทีระดับโลก และสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มความสามารถ โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานคาดหวังผลการแข่งขันที่ดีในทั้ง 22 สาขา อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงผลแพ้หรือชนะ แต่คือการที่เยาวชนทุกคนได้ทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยอย่างเต็มภาคภูมิ ขอให้นำความมุ่งมั่น ความพยายาม และหัวใจของนักสู้ขึ้นไปบนเวทีเซี่ยงไฮ้ ให้ทั่วโลกได้เห็นว่า คนไทยมีฝีมือ มีศักยภาพไม่แพ้ชาติใด และพร้อมก้าวไปสู่มาตรฐานระดับสากล ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ แล้วนำประสบการณ์และความภาคภูมิใจกลับมาเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยรุ่นต่อไป


ทั้งนี้ ในช่วงบ่าย เยาวชนตัวแทนประเทศไทย จะรับฟังบรรยายธรรม และฝึกสมาธิ ที่วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เพื่อเสริมสร้างสมาธิ และมีจิตใจที่ผ่องใสก่อนการเดินทางไปแข่งขันฯ อีกด้วย

มาดามพิม จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง​ ส่งวันชนะ คว้าชัย ศึกมวยสเปน

 มาดามพิม จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง​ ส่งวันชนะ คว้าชัย ศึกมวยสเปน

 มาดามพิม – วิชาดา เดอ สมิท ประธานกรรมการบริหารค่ายมวย จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง และเจ้าของแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังKnockout นำทัพนักมวยฝีมือดีอย่าง "วันชนะ จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง" บินลัดฟ้าข้ามทวีปไปประชันฝีมือบนเวที ศึกแสนชัย อินเตอร์เนชันแนล คัพ (Saenchai International Cup) ที่เมืองมูร์เซีย ประเทศสเปน และสามารถคว้าชัยชนะกลับมาสู่ประเทศไทยได้สำเร็จ สร้างชื่อเสียงให้วงการมวยไทยและค่ายจิ้มแจ่มบ็อกซิ่งอย่างภาคภูมิใจ

ศึกนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ที่สนามกีฬา Pabellón Municipal Paco Marín เมืองมูร์เซีย ประเทศสเปน  โดยเป็นการนำนักมวยไทยปะทะนักมวยสเปนและยุโรป เพื่อเผยแพร่ศิลปะมวยไทยสู่สายตาชาวโลก และสานต่อเจตนารมณ์ของ แสนชัย ศุภชัย แสนพงษ์ ตำนานนักมวยที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก

คู่เอกฝั่งไทยคือ วันชนะ จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง ซึ่งต้องเจอกับคู่ชกเจ้าถิ่นอย่าง เดวิด นักมวยชาวสเปนที่มีชื่อเสียง และประสบการณ์การแข่งขันในต่างประเทศมากมาย ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนมวยท้องถิ่นที่แน่นขนัด

ตลอดการชก วันชนะ แสดงให้เห็นถึงศิลปะการต่อสู้ที่ครบเครื่อง ทั้งหมัด เข่า ศอก และการคลุมตัวที่เหนือกว่า ใช้ความรวดเร็วและความแม่นยำในการอ่านเกม สวนกลับจังหวะที่คู่ต่อสู้เปิดโอกาส แม้จะเจอคู่ชกที่มีประสบการณ์สูงแต่ก็ใช้เทคนิคและประสบการณ์บดบังข้อเสียเปรียบได้อย่างยอดเยี่ยม ยกที่3 ใช้จังหวะศอกเข้ากลางหน้าผากคู่ต่อสู้แตก จนกรรมการต้องยุติการชก 

"ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ส่งนักมวยจากค่ายจิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง ออกไปสร้างชื่อเสียงในต่างประเทศ นี่คือโอกาสที่สำคัญ ที่จะแสดงให้โลกเห็นว่า มวยไทยไม่ได้แพ้ใคร และเรายังส่งต่อความมุ่งมั่นตามแนวทางของศึกแสนชัย คัพ ที่ต้องการสร้างนักมวยรุ่นใหม่ให้ยืนได้บนเวทีระดับโลก จุดมุ่งหมายของจิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง ไม่ใช่เพียงแค่การชนะหรือแพ้ แต่คือการสร้างโอกาสให้เยาวชน โดยเฉพาะคนรากหญ้า ได้ใช้กีฬามวยเป็นบันไดสู่ความสำเร็จ ทั้งด้านการศึกษา อาชีพ และการพัฒนตนเอง"มาดามพิมกล่าว

การคว้าชัยชนะครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง ที่ยืนยันถึงมาตรฐานการฝึกฝนและพัฒนานักมวยของค่าย ที่ไม่เพียงแต่สร้างผลงานในประเทศ แต่ยังส่งออกศิลปะมวยไทยไปทั่วโลก ควบคู่ไปกับธุรกิจอาหารภายใต้แบรนด์ "จิ้มแจ่ม" ซอสพริกและเครื่องปรุงรสที่มีมาตรฐานระดับโลก  — สร้างชื่อเสียงทั้งในวงการมวยและอาหารไทย

มาดามพิม ยังย้ำว่า จะยังคงเดินหน้าสานต่อโครงการต่างๆ ทั้งด้านมวยและสังคม ตามแนวทางที่ตั้งใจไว้ คือ "ทุกหมัดคือโอกาส ทุกความพยายามคือก้าวแรกสู่ความสำเร็จ" พร้อมผลักดันนักมวยรุ่นใหม่ให้ได้ไปแสดงฝีมือในเวทีระดับนานาชาติเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้มวยไทยยังคงเป็นมรดกและความภาคภูมิใจของคนไทยตลอดไป


วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569

SASOM ชวนสายแฟชั่นเปิดประสบการณ์ช้อปแบรนด์เนมใน “Brandname Fest” 7 วันเต็ม มอบส่วนลดรวมสูงสุด 750,000 บาท พร้อมดีล One Price เริ่มต้นเพียง 3,900 บาท

 SASOM ชวนสายแฟชั่นเปิดประสบการณ์ช้อปแบรนด์เนมใน “Brandname Fest” 7 วันเต็ม มอบส่วนลดรวมสูงสุด 750,000 บาท พร้อมดีล One Price เริ่มต้นเพียง 3,900 บาท

SASOM แพลตฟอร์มช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่นที่ให้บริการตรวจสอบความแท้ของสินค้าก่อนจัดส่ง เดินหน้าสร้างประสบการณ์ใหม่ให้คนรักแฟชั่นและสินค้าแบรนด์เนมอีกครั้งกับแคมเปญ “Brandname Fest” จัดเต็มตลอด 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 24–30 กันยายน 2569 บนแอป SASOM ชวนเหล่าแฟชั่นเลิฟเวอร์ออกตามหาไอเทมชิ้นโปรดจากแบรนด์ชั้นนำ พร้อมดีลพิเศษและโปรโมชั่นที่คัดสรรมาให้ช้อปได้อย่างคุ้มค่า โดยตลอดแคมเปญมอบส่วนลดรวมสูงสุดถึง 750,000 บาท

ภายในแคมเปญรวบรวมไอเทมจากแบรนด์แฟชั่นระดับโลกหลากหลายแบรนด์ อาทิ Dior, Goyard, Celine, Bvlgari, Saint Laurent และ Prada ครอบคลุมทั้งไอเทมแฟชั่นยอดนิยม ไปจนถึงชิ้นที่สายแฟชั่นและนักสะสมกำลังมองหา พร้อมไฮไลต์อย่าง One Price ดีลพิเศษสำหรับสินค้า Brand New ราคาเริ่มต้นเพียง 3,900 บาท หรือส่วนลดสูงสุดถึง 61% เติมความคุ้มค่าด้วย Daily Coupon ที่แจกทุกวัน วันละ 2 รอบ เวลา 10.00 น. และ 20.00 น. มีทั้งส่วนลด 150 บาทแบบไม่มีขั้นต่ำ ไปจนถึงส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท เมื่อช้อปครบ 50,000 บาท โดยสิทธิ์มีจำนวนจำกัดและใช้ได้ครั้งเดียวต่อผู้ใช้งาน

สำหรับไอเทมไฮไลต์ที่น่าสนใจภายในแคมเปญ ได้แก่ Celine Triomphe Metal 01 Sunglasses จากราคา 24,500 บาท เหลือเพียง 3,900 บาท, Dior CD Garden Earrings Gold จาก 17,000 บาท เหลือ 5,900 บาท และ Goyard Saint-Sulpice Card Wallet จาก 15,900 บาท เหลือ 7,900 บาท พร้อมไอเทมจาก Saint Laurent, Bvlgari และ Goyard อีกหลากหลายรายการ เปิดโอกาสให้แฟชั่นเลิฟเวอร์ได้เติมเต็มคอลเลกชันและค้นหาไอเทมที่ใช่ในราคาที่น่าสนใจยิ่งขึ้น

นอกจากดีลบนแอปแล้ว SASOM ยังเตรียมเสิร์ฟความพิเศษผ่าน SASOM Live ในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 20.00–22.00 น. ชวนสายแฟชั่นมาช้อปสินค้าแบรนด์เนมมือสองที่คัดสรรจากผู้ขายบน SASOM พร้อมดีลและโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะในไลฟ์ รวมถึงกิจกรรมแจก Travel Size Perfume จากแบรนด์ดัง อาทิ Burberry และ Calvin Klein ตลอดการไลฟ์ ผู้ที่สนใจสามารถกดแจ้งเตือน Live ผ่านแอป SASOM เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนดีลพิเศษเริ่มต้น

สำหรับ SASOM การสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อยังคงเป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์การช้อป โดยสินค้าจะผ่านกระบวนการตรวจสอบความแท้ก่อนจัดส่งถึงมือผู้ซื้อ และหากสินค้าไม่ตรงตามเงื่อนไข ผู้ซื้อสามารถขอคืนสินค้าได้ภายใน 3 วันหลังได้รับสินค้า โดยสินค้าต้องอยู่ในสภาพเดิม ไม่มีการตัดป้าย SASOM Tag ออกจากตัวสินค้า และ Authentication Tag ต้องสแกนตรงกับสินค้าที่จัดส่ง

เตรียมพบกับ “Brandname Fest” ตั้งแต่วันที่ 24–30 กันยายน 2569 บนแอป SASOM พร้อมเปิดประสบการณ์ช้อปไอเทมแบรนด์เนมจากหลากหลายแบรนด์ดัง ในราคาพิเศษตลอด 7 วัน ทั้ง One Price, Daily Coupon และดีลสุดคุ้มที่มาพร้อมส่วนลดรวมสูงสุดถึง 750,000 บาท งานนี้สายแฟชั่นไม่ควรพลาด เพราะไอเทมและสิทธิ์พิเศษมีจำนวนจำกัด