วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งให้การต้อนรับ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งให้การต้อนรับ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ









วานนี้ (วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก พร้อมด้วย คณะกรรมการมูลนิธิฯ ให้การต้อนรับ นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย  และคณะ เข้าพบคณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สักการะหลวงปู่ไต้ฮง ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย พร้อมเยี่ยมชมภารกิจมูลนิธิฯ หอประวัติมูลนิธิฯ และภารกิจด้านบรรเทาสาธารณภัย และอุปกรณ์ด้านกู้ชีพ กู้ภัย ฯลฯ โดยมี คณะผู้บริหาร และพนักงานมูลนิธิฯ ร่วมให้การต้อนรับ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ







ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung  

.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชันและสายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วศ.อว. รับโล่ประกาศเกียรติคุณ​ รางวัลองค์กรที่ส่งเสริมการจ้างงานและการมีรายได้สำหรับผู้สูงอายุ ระดับดีเยี่ยม ประจำปี 2569

 วศ.อว. รับโล่ประกาศเกียรติคุณ​ รางวัลองค์กรที่ส่งเสริมการจ้างงานและการมีรายได้สำหรับผู้สูงอายุ ระดับดีเยี่ยม ประจำปี 2569

8 เมษายน 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยนางจันทรัตน์ วรสรรพวิทย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารและรับรองห้องปฏิบัติการ พร้อมด้วยนางสาวขนิษฐา อัศวชัยณรงค์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ เป็นผู้แทนเข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณ รางวัลองค์กรที่ส่งเสริมการจ้างงานและการมีรายได้สำหรับผู้สูงอายุ ระดับดีเยี่ยม เนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว ประจำปี 2569 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน และได้รับมอบรางวัลจากนายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมกิจการผู้สูงอายุ  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้แนวคิด “ก้ม กราบ กอดผู้สูงวัย สร้างครอบครัวไทยเข้มแข็ง ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

สำนักบริหารและรับรองห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ มีการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ ให้มีโอกาสทำงานและสร้างรายได้หลังเกษียณ ในฐานะผู้ประเมินและคณะกรรมการด้านการรับรองระบบงานห้องปฏิบัติการ มากกว่า 60 คน ซึ่งล้วนเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการตรวจประเมินความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 การตรวจประเมินความสามารถผู้จัดโปรแกรมการทดสอบความชำนาญห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17043 และการตรวจประเมินความสามารถของผู้ผลิตวัสดุอ้างอิง ทำให้สำนักฯ ได้รับการยอมรับร่วมกับองค์การความร่วมมือภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC MRA) และองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการรับรองห้องปฏิบัติการ (ILAC MRA) อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน บุคลากรผู้สูงอายุเหล่านี้จึงนับเป็นทรัพยากรบุคคลอันทรงคุณค่าของประเทศในด้านการรับรองระบบงานห้องปฏิบัติการ



#กรมวิทยาศาสตร์บริการ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กระทรวงอว #วศ #DSS

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผลักดัน “น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว” ขึ้นทะเบียน GI สำเร็จชูเครื่องดื่มสุขภาพอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทย

 กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผลักดัน “น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว” ขึ้นทะเบียน GI สำเร็จชูเครื่องดื่มสุขภาพอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทย

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ประกาศขึ้นทะเบียน “น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว” เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รายการใหม่ของจังหวัดสมุทรสาคร ชูจุดเด่นอัตลักษณ์จากแหล่งผลิตเฉพาะตัว มุ่งคุ้มครองชื่อสินค้าและรักษาคุณภาพตามแหล่งภูมิศาสตร์ พร้อมยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตร GI ไทย สู่ตลาดเครื่องดื่มสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า น้ำช่อดอกมะพร้าวบ้านแพ้ว หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า น้ำตาลสดบ้านแพ้ว คือน้ำหวานบริสุทธิ์ที่เก็บจากช่อดอก หรือ จั่นของมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ต้นเตี้ย โดยช่อดอกที่เหมาะสมต้องอยู่ในระยะที่ดอกยังไม่บาน หรือเป็นดอกที่ยังไม่มีการผสมเกสรหรือยังมีเปลือกแข็ง เกษตรกรจะใช้มีดปาดปลายจั่นทีละน้อย เพื่อให้น้ำช่อดอกมะพร้าวค่อยๆ หยดลงสู่กระบอกที่รองรับไว้ โดยใช้ระยะเวลาเก็บน้ำช่อดอกมะพร้าวแต่ละครั้งประมาณ 10 – 12 ชั่วโมง ซึ่งเป็นกรรมวิธีดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ น้ำช่อดอกมะพร้าวที่เก็บได้สามารถดื่มได้ทันที โดยมีรสชาติหวานละมุน เป็นเอกลักษณ์และมีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย โดยเป็นเครื่องดื่มที่มีค่าน้ำตาลต่ำ อุดมไปด้วยแร่ธาตุ มีสารต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นระบบย่อยอาหาร ให้พลังงานและความสดชื่นด้วยความหวานจากธรรมชาติ จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่รักสุขภาพ เมื่อนำไปผ่านกระบวนการต้มหรือสเตอริไลซ์จะสามารถยืดอายุการเก็บรักษาได้ยาวนานโดยยังคงคุณภาพไว้ได้เช่นเดิม 

อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดสมุทรสาครถือเป็นแหล่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมที่สำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้วและอำเภอกระทุ่มแบน ซึ่งมีดินเลนและดินเหนียวที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุ และมีแม่น้ำลำคลองมากกว่า 170 สาย นอกจากนี้ ยังมีภูมิอากาศแบบมรสุมเขตร้อน ทำให้มีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศสูง มีปริมาณน้ำฝนกระจายตัวสม่ำเสมอตลอดทั้งปี ส่งผลให้น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมมีรสชาติหวานหอมเป็นเอกลักษณ์ การขึ้นทะเบียน GI น้ำช่อดอกมะพร้าวบ้านแพ้วครั้งนี้ ถือเป็นการคุ้มครองชื่อสินค้าและคุณภาพตามแหล่งภูมิศาสตร์ ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์ 

3 รูปแบบ ได้แก่ 1) น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมใส ที่ได้จากการเก็บแบบสดใหม่กรองด้วยผ้าสะอาด มีลักษณะ สีใส รสหวานและมีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย 2) น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมสด ที่ผ่านการต้มโดยใช้ไฟแรงจนมีสีน้ำตาลใส คงความสดและกลิ่นหอมไว้ได้อย่างครบถ้วน และ 3) น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมแบบสเตอริไลซ์ มีสีขาวใสไปจนถึงน้ำตาลอ่อน อาจมีตะกอนตามธรรมชาติ แต่ยังคงรสชาติและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งผลิตภัณฑ์น้ำช่อดอกมะพร้าวบ้านแพ้วดังกล่าว สามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดให้กับชุมชนได้กว่า 11.75 ล้านบาทต่อปี


ทั้งนี้ น้ำช่อดอกมะพร้าวบ้านแพ้วถือเป็นผลิตภัณฑ์เกษตรที่มีศักยภาพ สามารถนำมาต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างหลากหลาย ซึ่งภายหลังจากขึ้นทะเบียน GI แล้ว กรมทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมสนับสนุนให้ชุมชนผู้ผลิตสามารถใช้ประโยชน์จากระบบ GI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพและขออนุญาตใช้ตรา GI อย่างถูกต้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่าจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพตรงตามความคาดหวัง การพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม อาทิ การผลิตน้ำผลไม้ซูเปอร์ฟรุต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ปรุงอาหารที่ให้ความหวานจากธรรมชาติ เป็นต้น รวมทั้งการขยายช่องทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่กรมฯ จัดขึ้นหรือมีความร่วมมือกับภาคเอกชน 

เพื่อผลักดันให้สินค้า GI น้ำช่อดอกมะพร้าวบ้านแพ้วเป็นที่รู้จักในวงกว้าง อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ช่วยให้เกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพ 


การขึ้นทะเบียน GI น้ำช่อดอกมะพร้าวบ้านแพ้วครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของสินค้าเกษตรไทยที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการผลิต สร้างความแตกต่างในตลาด และผลักดันสินค้าไทยให้ก้าวสู่ตลาดคุณภาพในระดับที่สูงขึ้น ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์สินค้าไทยให้มีความน่าเชื่อถือทั้งในด้านคุณภาพและความปลอดภัย พร้อมตอกย้ำบทบาทของทรัพย์สินทางปัญญาในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าท้องถิ่นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน



----------------------------------------


สสจ.นครศรีธรรมราช เปิดโครงการ “GoSec (CTMR)” ดึงผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ติวเข้ม 25 โรงพยาบาล เสริมเกราะไซเบอร์ขั้นสูง ยกระดับความปลอดภัยข้อมูลสุขภาพ

 สสจ.นครศรีธรรมราช เปิดโครงการ “GoSec (CTMR)” ดึงผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ติวเข้ม 25 โรงพยาบาล เสริมเกราะไซเบอร์ขั้นสูง ยกระดับความปลอดภัยข้อมูลสุขภาพ

​[นครศรีธรรมราช – 8 -10 เมษายน 2569] – สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ยกระดับความเข้มข้นในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “โครงการพัฒนาคุณภาพเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยไซเบอร์ GoSec (Cyber Trust & Monitoring Readiness: CTMR)” โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศร่วมถ่ายทอดเทคนิคการเฝ้าระวังภัยคุกคามดิจิทัลให้แก่บุคลากรไอทีจาก 25 โรงพยาบาลทั่วจังหวัด

​เมื่อวันที่ 8-10 เมษายน 2569 นายแพทย์ธรรมสถิต พิบูลย์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการฯ โดยไฮไลท์สำคัญของการอบรมในครั้งนี้ คือการได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.กฤษณ์ธนะทรรศน์ รัตนภูมิภักดี ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านความปลอดภัยไซเบอร์ เป็นวิทยากรหลักในการบรรยายและนำเวิร์กชอปเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึก

​นายแพทย์ธรรมสถิต พิบูลย์ เผยว่า “การได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.กฤษณ์ธนะทรรศน์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษระดับแถวหน้า มาเป็นผู้บรรยายในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่บุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของโรงพยาบาลทั้ง 25 แห่ง จะได้เรียนรู้กลยุทธ์การรับมือภัยคุกคามในระดับสากล เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการปกป้องข้อมูลสุขภาพของประชาชนชาวนครศรีธรรมราชให้ปลอดภัยจากการถูกโจมตีในทุกรูปแบบ”เจาะลึกกลยุทธ์ GoSec (CTMR) โดยผู้เชี่ยวชาญพิเศษ

​ในการบรรยายโดย ศ.ดร.กฤษณ์ธนะทรรศน์ รัตนภูมิภักดี ได้มุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะความพร้อมผ่านแนวคิด CTMR เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่ระบบสาธารณสุขจังหวัด:

​Cyber Trust: การวางโครงสร้างสถาปัตยกรรมเครือข่ายที่เน้นความปลอดภัยสูงสุด (Zero Trust Architecture)

​Monitoring Readiness: เทคนิคการตรวจจับสัญญาณการบุกรุก (Intrusion Detection) และการวิเคราะห์พฤติกรรมผิดปกติของระบบ

​Incident Response: การจัดทำแผนเผชิญเหตุและการซ้อมรับมือ (Cyber War Game) เพื่อให้ระบบกลับมาใช้งานได้ทันทีหากเกิดวิกฤต

​การอบรมเชิงปฏิบัติการ (Practical Workshop)ผู้เข้าร่วมอบรมจากโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน ทั้ง 25 แห่ง ได้ลงมือปฏิบัติจริงในประเด็นสำคัญ:

​Vulnerability Assessment: การค้นหาและปิดช่องโหว่ของระบบสารสนเทศโรงพยาบาล

​Log Management & Compliance: การบริหารจัดการข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ให้ถูกต้องตามกฎหมายและ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

​Ransomware Defense: การตั้งค่าระบบป้องกันและสำรองข้อมูลเพื่อรับมือมัลแวร์เรียกค่าไถ่

​ก้าวสู่ Smart Hospital ที่เปี่ยมด้วยความมั่นคงปลอดภัย


​โครงการ GoSec (CTMR) ภายใต้การนำของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช และการถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญพิเศษในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวกระโดดสำคัญในการสร้างระบบนิเวศดิจิทัล (Digital Ecosystem) ที่ปลอดภัย ช่วยให้โรงพยาบาลในสังกัดสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างมั่นใจ และพร้อมขับเคลื่อนสู่การเป็น Smart Hospital ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์ในระดับสากล 

​ติดตามรายละเอียดและองค์ความรู้เพิ่มเติม:

เว็บไซต์: www.gosec.one

วว. เชิญชวนพี่น้องชาวไทย "พักรถ...พักผ่อน" ณ สถานีวิจัยลำตะคอง ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569

 วว. เชิญชวนพี่น้องชาวไทย "พักรถ...พักผ่อน" ณ สถานีวิจัยลำตะคอง ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการขับขี่ปลอดภัยและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน พร้อมร่วมสืบสานประเพณีไทย ผ่านกิจกรรม “พักรถ…พักผ่อน...ก่อนกลับบ้าน ” เพื่อบริการประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แวะใช้บริการจุดพักรถเพื่อความปลอดภัยและผ่อนคลายจากการเดินทาง ระหว่างวันที่ 10-15 เมษายน 2569 ณ สถานีวิจัยลำตะคอง ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา บริเวณถนนมิตรภาพ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 184 มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แวะจอดพักรถ พักผ่อน ผ่อนคลายอิริยาบถจากการเดินทาง พร้อมเข้าห้องน้ำ และเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาด้วยความปลอดภัย

https://maps.apple.com/?auid=11816496567967270192&ll=14.770767,101.519372&lsp=7618&q=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%81&_ext=EiYpzeCUXkDELEAxvh9t0qNQWUA5Gv+ZnDUXLkBBg5SOKKNwWUBQDA%3D%3D&t=h


WHA Group เปิดตัววิดีโอ “The Future Shaper” สะท้อนบทบาทของ WHA ในการร่วมขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทย ภายใต้พันธกิจ “WHA: Shape the Future for Thailand”

WHA Group เปิดตัววิดีโอ “The Future Shaper” สะท้อนบทบาทของ WHA ในการร่วมขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทย ภายใต้พันธกิจ “WHA: Shape the Future for Thailand”

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA Group) เปิดตัววิดีโอ “The Future Shaper” ถ่ายทอดเรื่องราวของธุรกิจ ผู้คน และชุมชนในพื้นที่ที่ WHA เข้าไปพัฒนา ซึ่งสะท้อนการสร้างโอกาส การสร้างอาชีพ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและการเติบโตของชุมชนอย่างยั่งยืน ภายใต้พันธกิจ “WHA: Shape the Future for Thailand” ที่มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับความยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว


ภาพอนาคตของประเทศไทยที่การเติบโตทางเศรษฐกิจเดินหน้าไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อมที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ คนรุ่นใหม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเอง และชุมชนท้องถิ่นสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง คือทิศทางการพัฒนาที่ WHA Group มุ่งมั่นร่วมสร้างมาตลอดหลายทศวรรษ โดยวิดีโอชุด “The Future Shaper” ถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ผ่านมุมมองของผู้คนที่เติบโตและได้รับโอกาสภายใต้การพัฒนาของ WHA Group 


เมื่อ WHA เข้าไป “สร้าง”… โอกาสและอนาคตก็เติบโต

WHA Group เชื่อเสมอว่าในทุกพื้นที่ที่บริษัทเข้าไปพัฒนา ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจเท่านั้น แต่กำลัง “สร้างโอกาส” “สร้างอาชีพ” และ “สร้างอนาคต” ให้เกิดขึ้นจริง วิดีโอชุดนี้จึงสะท้อนผลลัพธ์ของการพัฒนาที่ส่งผลต่อผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมในหลายมิติ ได้แก่


• โอกาสการเติบโตในโลกการทำงานระดับสากล

พื้นที่ธุรกิจและอุตสาหกรรมของ WHA เป็นศูนย์รวมของธุรกิจจากหลากหลายประเทศ เปิดโอกาส 

ให้บุคลากรได้พัฒนาทักษะและประสบการณ์ในสภาพแวดล้อมการทำงานระดับนานาชาติ

• สภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิต

พื้นที่ธุรกิจและอุตสาหกรรมได้รับการออกแบบให้รายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวและการจัดการทรัพยากรอย่างใส่ใจ ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในพื้นที่

• การลงทุนเพื่ออนาคตของเยาวชน

WHA ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการศึกษาในพื้นที่ การให้ความรู้และทักษะต่างๆ การให้ทุนการศึกษา  รวมถึงการนำพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ มาใช้ในโรงเรียน เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและเพิ่มทรัพยากรสำหรับการพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน

• การยกระดับเศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่น

WHA สนับสนุนการเชื่อมโยงระหว่างชุมชนกับภาคอุตสาหกรรม เปิดโอกาสให้สินค้าของเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนเข้าสู่ตลาดในโรงงานและสถานประกอบการในพื้นที่ พร้อมทั้งส่งเสริมผ่านโครงการต่าง ๆ รวมถึงแพลตฟอร์ม “ปันกัน” เพื่อช่วยสร้างรายได้และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

• เมืองที่เติบโตเคียงคู่สิ่งแวดล้อม

การพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมของ WHA มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของเมืองและชุมชนโดยรอบ ควบคู่กับการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและการรักษาพื้นที่สีเขียว เพื่อให้เมืองสามารถเติบโตไปพร้อมกับความสมดุลของธรรมชาติ


“สิ่งที่ WHA ภูมิใจที่สุดไม่ใช่เพียงการเติบโตของธุรกิจ แต่คือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการทำงาน การศึกษา หรือคุณภาพชีวิตของชุมชน วิดีโอ ‘The Future Shaper’ คือภาพสะท้อนของผู้คนที่เติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาของเรา” คุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม WHA Group กล่าว


ต่อยอดจาก “WHA: WE SHAPE THE FUTURE” สู่พันธกิจ “WHA: Shape the Future for Thailand”


วิดีโอซีรีส์ “The Future Shaper” เป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารภายใต้แคมเปญ “WHA: Shape the Future for Thailand” ซึ่งสะท้อนบทบาทของ WHA Group ในการร่วมขับเคลื่อนอนาคตของประเทศไทย ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรม เทคโนโลยี นวัตกรรม และโซลูชันด้านความยั่งยืน เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล


แคมเปญนี้ถือเป็นการต่อยอดจากแคมเปญ “WHA: WE SHAPE THE FUTURE” ที่ WHA Group เปิดตัวในปี 2567 เพื่อสะท้อนการทรานส์ฟอร์มองค์กร จากผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจ สู่การเป็นองค์กรที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม


แนวคิดดังกล่าวยังสะท้อนผ่าน Brand Purpose ของ WHA ที่ประกอบด้วย Wellbeing Human Progress และ Accessibility ซึ่งมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน พัฒนาศักยภาพของสังคม และสร้างโอกาสในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเติบโตของประเทศ


“WHA: Shape the Future for Thailand” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ


เรื่องราวในวิดีโอชุด “The Future Shaper” สะท้อนบทบาทของ WHA ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตของผู้คนและชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจ “WHA: Shape the Future for Thailand” ที่มุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคเศรษฐกิจใหม่ (New Economy)


WHA Group เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ทั้ง โลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม โซลูชันสาธารณูปโภคและพลังงาน ดิจิทัลโซลูชัน รวมไปถึง โซลูชันกรีนโลจิสติกส์ครบวงจร เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยและรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต


แนวทางดังกล่าวดำเนินควบคู่กับความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมาภิบาล สะท้อนแนวคิด “กรีนต้องกินได้” ที่เชื่อว่าการเติบโตทางธุรกิจสามารถเดินไปพร้อมกับการดูแลโลกและสังคมได้อย่างสมดุล


กว่า 37 ปี ที่ WHA Group สร้างธุรกิจขึ้นในประเทศไทย บริษัทมีส่วนร่วมในการสร้างงานกว่า 400,000 ตำแหน่ง พร้อมกระจายรายได้สู่ชุมชน และพัฒนาพื้นที่ให้กลายเป็นระบบนิเวศของการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต


รับชมวิดีโอ: https://youtu.be/pnD0N4Zo5LI?si=5UVjpDS8QHGEv2u3


###



กรมพัฒน์ x TIFFA ชวนเด็ก Gen Z พัฒนาทักษะด้านโลจิสติกส์ ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน อบรมฟรี มีงานชัวร์

 กรมพัฒน์ x TIFFA ชวนเด็ก Gen Z พัฒนาทักษะด้านโลจิสติกส์ ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน อบรมฟรี มีงานชัวร์ 

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยสถาบันพัฒนาบุคลากรเทคโนโลยีชั้นสูงด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน (LoSA) ร่วมกับสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA) โดยโรงเรียนธุรกิจการขนส่งและการค้าระหว่างประเทศ (ITBS) เปิดรับสมัครผู้สนใจ ที่จบการศึกษาระดับ ปวช. และ ปวส. เข้าร่วมอบรม หลักสูตรการปฏิบัติการธุรกิจการขนส่งและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการพัฒนาบุคลากรด้านโลจิสติกส์รองรับธุรกิจขนส่งและการค้าระหว่างประเทศ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 22 พ.ค. 69 อบรมฟรี และรับจำนวนจำกัดเพียง 100 คนเท่านั้น

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า  ปัจจุบันอุตสาหกรรมด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และมีการเติบโตเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ตลาดแรงงานมีความต้องการบุคลากรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สถาบันพัฒนาบุคลากรเทคโนโลยีชั้นสูงด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน (LoSA) จึงร่วมกับ สมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA) เปิดฝึกอบรมหลักสูตรการปฏิบัติการธุรกิจการขนส่งและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการพัฒนาบุคลากรด้านโลจิสติกส์รองรับธุรกิจขนส่งและการค้าระหว่างประเทศ  จำนวน 2 รุ่น 100 คน ระยะเวลาการฝึกอบรม 120 ชั่วโมง รุ่นที่ 1/2569 และ รุ่นที่ 2/2569 ฝึกภาคทฤษฎี วันที่ 8 มิ.ย. - 10 ก.ค. 69 ณ โรงเรียน ITBS บางนา และภาคปฏิบัติ ฝึกงานจริงในสถานประกอบการ วันที่ 13 ก.ค. - 4 ก.ย. 69 


โครงการดังกล่าวออกแบบหลักสูตรให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เรียนรู้ครบทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA) ถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ทันสมัย ครอบคลุมตั้งแต่จรรยาบรรณความรับผิดชอบการประกอบอาชีพโลจิสติกส์ ธุรกิจการขนส่งระหว่างประเทศ เงื่อนไขการค้าระหว่างประเทศ การนำเข้าส่งออก พิธีการศุลกากร เอกสารการขนส่งและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ คลังสินค้าและการกระจายสินค้า การบรรจุและการขนถ่ายสินค้าทางบก ทางทะเล ทางอากาศ นอกท่าเรือ (ICD) เทคนิคการทำงานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อต่อยอดสู่อาชีพปฏิบัติการตามตำแหน่งปฏิบัติการขนส่งและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ เช่น Document, Coordinator, Operations ในธุรกิจโลจิสติกส์ พร้อมกับฝึกงานจริงในสถานประกอบการชั้นนำ เพื่อฝึกทักษะการปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมจริง ให้พร้อมในการทำงานและเปิดโอกาสสู่การมีงานทำได้ทันที


ผู้ที่สนใจต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุระหว่าง 18–30 ปี ว่างงาน และสำเร็จการศึกษาระดับ ปวช. หรือ ปวส. โดยสามารถเข้าร่วมการอบรมได้ครบตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 22 พ.ค. 69 และมีกำหนดประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบในวันที่ 25 พ.ค. 69 ผู้สนใจสามารถสมัครผ่านระบบออนไลน์ โดยสแกน QR Code หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-018-2800 ต่อ 8901-8902, 095-759-8058, 095-174-2589 หรือผ่าน Line ID: itbsadmin / itbsteam รวมถึงเว็บไซต์ www.itbslogistics.com และอีเมล itbs@itbsthai.com


กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจที่จะประกอบอาชีพด้านสายงานโลจิสติกส์ อย่าพลาดโอกาสในการพัฒนาทักษะ เพื่อสร้างโอกาสในการมีงานทำ มีรายได้ และก้าวสู่เส้นทางอาชีพอย่างมั่นคงในอนาคต นายสมาสภ์  กล่าวทิ้งท้าย

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งให้การต้อนรับ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งให้การต้อน รับ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ วานนี้ (วันพุธที่...