วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

กรมบังคับคดีร่วมออกบูทนิทรรศการในงานมหกรรมการเงิน “MONEY EXPO 2026” ภายใต้ แนวคิด“LED SMART PARTNER” เปลี่ยนเรื่องหนี้ให้เป็นเรื่องง่าย พร้อมช่วยลูกหนี้จบปัญหาครบวงจร

 กรมบังคับคดีร่วมออกบูทนิทรรศการในงานมหกรรมการเงิน “MONEY EXPO 2026” ภายใต้ แนวคิด“LED SMART PARTNER” เปลี่ยนเรื่องหนี้ให้เป็นเรื่องง่าย พร้อมช่วยลูกหนี้จบปัญหาครบวงจร

นายเสกสรร สุขแสง อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า กรมบังคับคดีได้เข้าร่วมจัดกิจกรรมในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ MONEY EXPO 2026 BANGKOK ครั้งที่ 26 ระหว่างวันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569 ณ บูธกรมบังคับคดี อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 - 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

“LED SMART PARTNER” พาร์ทเนอร์อัจฉริยะเพื่อประชาชน

กรมบังคับคดีในปีนี้ มาพร้อมภาพลักษณ์ใหม่ภายใต้แนวคิด “LED SMART PARTNER : พาร์ทเนอร์อัจฉริยะ คู่คิดที่ทำให้เรื่องซับซ้อนกลายเป็นเรื่องง่าย” เพื่อตอกย้ำว่ากรมบังคับคดีคือ "จุดเริ่มต้นใหม่ของคุณ" ในทุกสถานการณ์หนี้ โดยเน้นการบริการ 3 ด้านหลัก:


ให้ความรู้: ไขข้อสงสัยกฎหมายบังคับคดีให้เข้าใจง่าย


คลี่คลายหนี้สิน: เปิดพื้นที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดีเพื่อหาทางออกที่ยุติธรรม


ความมั่นคงระยะยาว: ช่วยวางแผนและปรับมุมมองการเงินเพื่อความยั่งยืน

เชิญชวนร่วมกิจกรรมสำหรับประชาชนที่มีปัญหาด้านหนี้สิน หรือต้องการปรึกษากฎหมาย สามารถแวะมาที่บูธกรมบังคับคดีได้จนถึงวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ 

ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป


"กรมบังคับคดี...โอกาสใหม่ในการเปลี่ยนมุมมองการเงินของคุณ"


สอบถามเพิ่มเติม: สายด่วนกรมบังคับคดี 1111 กด 79 หรือ www.led.go.th

#กรมบังคับคดี #เริ่มต้นใหม่ #ปลดล็อกหนี้ #MoneyExpo2026

#LEDSmartPartner #นวัตกรรมแก้หนี้ #SmartPartner #แก้หนี้อย่างยั่งยืน #ความรู้ทางการเงิน #ทางออกปัญหาหนี้ #วางแผนการเงิน #บังคับคดีเรื่องง่าย #ปรึกษาฟรี #คุยเรื่องหนี้ #กรมบังคับคดี #กรมบังคับคดีช่วยได้ 

ส.ก.เขตลาดพร้าว ณภัค เพ็งสุข ฉีกความเชื่อ เลือกตั้งครั้งใหม่ ไม่ติดป้ายหาเสียง ลดการกีดขวางทางเท้า การบดบังวิสัยทัศน์ การจราจรของประชาชน

 ส.ก.เขตลาดพร้าว ณภัค เพ็งสุข ฉีกความเชื่อ เลือกตั้งครั้งใหม่  ไม่ติดป้ายหาเสียง ลดการกีดขวางทางเท้า การบดบังวิสัยทัศน์ การจราจรของประชาชน 

วันที่ 8 พ.ค. มีรายงาน ว่า นายณภัค เพ็งสุข ส.ก.เขตลาดพร้าว โพสต์ facebook ส่วนตัวระบุว่า ในการเลือกตั้ง ส.ก. ครั้งนี้ ผมได้รับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนเรื่องที่จะ “ไม่ติดป้ายหาเสียง” เพื่อไม่สร้างภาระและสร้างความกีดขวางต่อพี่น้องประชาชน ทั้งบนทางเท้า การสัญจร และทัศนวิสัยบนท้องถนน โดยมีจุดมุ่งหมายคือ

1. ในทุกการเลือกตั้ง จะมีบอร์ดประชาสัมพันธ์รายชื่อและรูปผู้สมัครติดตั้งอยู่บริเวณหน้าหน่วยเลือกตั้งอยู่แล้ว เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลผู้สมัครได้ก่อนลงคะเเนนเสียง


2. เพื่อลดอุปสรรคต่อการสัญจรของประชาชน ทั้งการกีดขวางทางเท้า การบดบังทัศนวิสัย และการมองเห็นการจราจร ซึ่งในหลายพื้นที่ป้ายหาเสียงจำนวนมากอาจส่งผลต่อความปลอดภัยในการใช้ถนนของประชาชน


3. เพื่อลดปริมาณขยะและการใช้ทรัพยากรแบบใช้แล้วทิ้ง โดยในทุกการเลือกตั้งมักมีป้ายหาเสียงจำนวนมากที่กลายเป็นขยะหลังจบการเลือกตั้ง ทั้งโครงสร้าง เเผ่นพลาสติก(Vinyl) และวัสดุต่าง ๆ ซึ่งสร้างภาระต่อการจัดเก็บและสิ้นเปลืองทรัพยากร


4. การไม่ติดป้ายหาเสียงครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าประมาทคู่แข่งหรือชะล่าใจต่อการแข่งขันทางการเมือง แต่เป็นความตั้งใจที่จะสะท้อนเจตนารมณ์ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอีกแนวทางหนึ่ง แม้จะเริ่มต้นจากพื้นที่เล็ก ๆ แต่ผมเชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงสามารถเริ่มได้จากการลงมือทำ

"และด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ จะเป็นเเรงผลักดันทำให้ผมและทีมงานต้องขยันลงพื้นที่และทำงานให้หนักมากยิ่งขึ้น เพื่อเข้าถึงพี่น้องประชาชนทุกคน ทุกกลุ่ม และทุกพื้นที่ รับฟังทุกปัญหา พูดคุยกับประชาชนอย่างใกล้ชิด และทำงานการเมืองให้เข้าถึงประชาชน มากกว่าการสื่อสารผ่านป้ายหาเสียงเพียงอย่างเดียว


ผมเชื่อว่าการเริ่มต้นทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ไม่ควรเริ่มต้นจากการสร้างภาระหรือผลกระทบให้กับประชาชนและพื้นที่สาธารณะ อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ป้ายหาเสียงก็ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการเข้าถึงประชาชน และเป็นสิทธิในการสื่อสารทางการเมืองของผู้สมัครทุกคนเช่นกัน" นายณภัค ระบุ


โดยหลังจากที่เจ้าตัวโพสต์ facebook ระบุถึงการปฏิรูปวิธีการหาเสียง ซึ่งเลือกที่จะไม่ใช้ป้ายประชาสัมพันธ์ไปติดตัังตามเสา พื้นที่สาธารณะข้างทาง ให้รกและบดบังทัศนียภาพเหมือนการเลือกตั้งทุกสนามที่ผู้สมัครคนไทยใช้เป็นวิธีหลักในอดีตนั้น ทำให้มีประชาชนเข้ามาสนใจและร่วม comment ในโพสต์ดังกล่าวจำนวนมาก.


สยาม ดิจิทัล เลนดิ้ง ฟินเทคไทย ระดมทุน Series A มูลค่า 7.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เดินหน้าขยายธุรกิจสินเชื่อดิจิทัลด้วย AI ในประเทศไทย

 สยาม ดิจิทัล เลนดิ้ง ฟินเทคไทย ระดมทุน Series A มูลค่า 7.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เดินหน้าขยายธุรกิจสินเชื่อดิจิทัลด้วย AI ในประเทศไทย

กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 30 เมษายน 2569 – บริษัท สยาม ดิจิทัล เลนดิ้ง จำกัด (Siam Digital Lending Co., Ltd. หรือ SiamDL) ผู้ให้บริการฟินเทคด้านสินเชื่อผู้บริโภคของไทย ประกาศความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Series A โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนเชิงกลยุทธ์ชั้นนำระดับโลก

การระดมทุนครั้งนี้ได้รับความสนใจเกินกว่าที่คาดหมาย (Oversubscribed) โดยสามารถระดมทุนในรูปแบบทุน (Equity Capital) ได้รวมทั้งสิ้น 7.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากบริษัทบริหารกองทุนชั้นนำของเยอรมนี กลุ่ม Family Office จากเยอรมนี 2 แห่ง และบริษัทการลงทุนชั้นนำจากฮ่องกง

การระดมทุนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของสยาม ดิจิทัล เลนดิ้ง ในการเร่งขยายธุรกิจสินเชื่อดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI-Driven Digital Lending) โดยบริษัทนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ความรวดเร็ว และประสิทธิภาพของกระบวนการประเมินเครดิตและการอนุมัติสินเชื่อ พร้อมช่วยลดระยะเวลาในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่ออย่างมีนัยสำคัญ เพื่อยกระดับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่โปร่งใสและสะดวกสำหรับประชาชนและผู้ประกอบการไทย

ปัจจุบันสยาม ดิจิทัล เลนดิ้ง ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งในประเภทสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ สำหรับการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ขณะที่แอปพลิเคชันของบริษัทบน Apple App Store และ Google Play Store มียอดดาวน์โหลดแบบออร์แกนิกมากกว่า 300,000 ครั้ง และนับตั้งแต่เปิดให้บริการ มีลูกค้าในประเทศไทยยื่นขอสินเชื่อรวมแล้วมากกว่า 3,000 ล้านบาท หรือราว 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นาย Maxwell Meyer ผู้ก่อตั้ง SiamDL กล่าวว่า

เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งกับโอกาสในการส่งมอบผลิตภัณฑ์สินเชื่อระดับโลกให้แก่คนไทย ประเทศไทยมีประชากรมากกว่า 70 ล้านคน และถือเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราเชื่อว่าการเปิดโอกาสให้คนไทยที่ขยันทำงานสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในอัตราที่เป็นธรรม จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศและสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในอนาคต การระดมทุนครั้งนี้จะช่วยให้เราสามารถเดินหน้าภารกิจดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

บริษัทถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกด้าน Agentic AI โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อลดต้นทุนและระยะเวลาของกระบวนการปล่อยสินเชื่อ ระบบ AiTHENA ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของสยาม ดิจิทัล เลนดิ้ง สามารถวิเคราะห์ปัจจัยนับพันรายการเพื่อสร้างโปรไฟล์เครดิตของลูกค้า และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงินให้กับประชาชนในวงกว้าง

นาย Andy Thienkosol ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสยาม ดิจิทัล เลนดิ้ง กล่าวว่า

ผ่านที่มา ต้นทุนถือเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับคนไทยที่ต้องการเข้าถึงสินเชื่อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เรามุ่งมั่นนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดต้นทุนและสร้างผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่คนไทยทั่วประเทศ ด้วยมูลค่าตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลในประเทศไทยที่สูงกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เรามองว่าตลาดไทยมีศักยภาพสูงสำหรับการเปลี่ยนแปลงโดยสตาร์ทอัพที่ใช้แนวคิด AI-first ในการแก้ปัญหา

ทั้งนี้ การระดมทุนรอบดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในดีล Series A ที่มีมูลค่าสูงที่สุดของอุตสาหกรรมฟินเทคในประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน และสะท้อนถึงความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศที่มองประเทศไทยเป็นศูนย์กลางแห่งนวัตกรรมด้านสินเชื่อและการเงินสำหรับผู้บริโภค

เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุน และตั้งตารอที่จะใช้ประเทศไทยเป็นต้นแบบของศักยภาพใหม่ในโลกของสินเชื่อที่ขับเคลื่อนด้วย AI” นาย Thienkosol กล่าว

สยาม ดิจิทัล เลนดิ้ง ยังมีฐานนักลงทุนต่างชาติที่แข็งแกร่ง ซึ่งพร้อมสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นาง Ruth Mörkved ตัวแทนผู้ถือหุ้นจาก Santo Venture Capital และ Cloudberry Ventures กล่าวว่า

การระดมทุนครั้งสำคัญนี้ รวมถึงการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากทั้งนักลงทุนรายใหม่และนักลงทุนเดิม สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อโมเดลธุรกิจ บริษัท และทีมงาน SiamDL เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเดินทางครั้งนี้ต่อไป และยิ่งมีพลังในการผลักดันขอบเขตใหม่ ๆ สร้างนวัตกรรม และกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรม


ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SiamDL ได้ที่ www.siamdl.co.th

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

กรมการศาสนา (ศน.) จัดใหญ่ ประกวดสวดมนต์หมู่ฯ “ทำนองสรภัญญะ” 2569 ระดับประเทศ ปลูกฝังคุณธรรมเยาวชน สืบสานพุทธศาสนาอย่างยั่งยืน

 กรมการศาสนา (ศน.) จัดใหญ่ ประกวดสวดมนต์หมู่ฯ “ทำนองสรภัญญะ” 2569 ระดับประเทศ ปลูกฝังคุณธรรมเยาวชน สืบสานพุทธศาสนาอย่างยั่งยืน



เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีเปิดการประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ ประเภททีม ๕ คน ประจำปี พ.ศ. 2569 ระดับประเทศ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร ครู อาจารย์ นักเรียน ตลอดจนข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมการศาสนา เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง



นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้หลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา ผ่านกระบวนการสวดมนต์หมู่ ในรูปแบบทำนองสรภัญญะ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทยที่ทรงคุณค่า อีกทั้งยังช่วยปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม เสริมสร้างความสามัคคี ความมีระเบียบวินัย และความกล้าแสดงออกในทางที่เหมาะสม






สำหรับการประกวดปีนี้ มีการคัดเลือกตัวแทนจากระดับจังหวัดและกรุงเทพมหานคร เข้าสู่เวทีการประกวดระดับประเทศ โดยมีเยาวชนเข้าร่วมประกวดอย่างคึกคัก รวมทั้งสิ้นกว่า 312 ทีม 2,808 คน แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา/อาชีวศึกษา (ปวช.) ทั้งประเภททีมหญิงล้วน และทีมชายล้วน ประเภทละ 78 ทีม สะท้อนให้เห็นถึงพลังศรัทธาและความตื่นตัวในการสืบสานพระพุทธศาสนา ซึ่งการประกวดในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 10 พฤษภาคม 2569 ณ วัดชัยชนะสงคราม เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร โดยได้รับความร่วมมือจาก พระศรีรัตนวิมล เจ้าอาวาสวัดชัยชนะสงคราม รวมทั้งศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมวัดชัยชนะสงคราม และเครือข่ายสถานศึกษาทั่วประเทศ 



อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า การสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ เป็นศาสนพิธีที่สะท้อนถึงความงดงามของพระพุทธศาสนา ผ่านการสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ ด้วยท่วงทำนองที่ไพเราะ อันก่อให้เกิดความสงบทางจิตใจ ความเลื่อมใสศรัทธา และการซึมซับหลักธรรมอย่างลึกซึ้ง ซึ่งกิจกรรมลักษณะนี้นับเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเยาวชนให้เป็น “คนดี คนเก่ง และมีคุณภาพ” ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ นอกจากนี้ กรมการศาสนายังมีนโยบายส่งเสริมให้สถานศึกษาทุกระดับจัดกิจกรรมสวดมนต์ไหว้พระอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้แก่ผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมที่มีความเข้มแข็งและมีคุณธรรมเป็นพื้นฐาน



นอกจากเยาวชนจะได้รับประสบการณ์ด้านการเรียนรู้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา การทำงานเป็นทีม และการพัฒนาทักษะด้านความกล้าแสดงออกแล้ว ผลงานและประสบการณ์จากการเข้าร่วมการประกวด ยังสามารถนำไปต่อยอดจัดทำแฟ้มสะสมผลงาน หรือ Portfolio เพื่อใช้ประกอบการสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้อีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ช่วยเสริมสร้างทั้งคุณธรรมและโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนไทย




ทั้งนี้ ผู้ชนะการประกวดระดับประเทศ จะได้รับโล่รางวัลและเกียรติบัตร เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการพัฒนาศักยภาพ และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนทั่วประเทศ โดยสามารถติดตามผลการประกวดอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์กรมการศาสนา www.dra.go.th และ Facebook เพจกรมการศาสนา รวมถึง Facebook

เพจศูนย์ส่งเสริมศีลธรรม วัดชัยชนะสงคราม


การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ คณะสงฆ์ และภาคสถานศึกษา ในการขับเคลื่อนงานด้านศาสนาและวัฒนธรรมให้เข้าถึงเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งสืบสานคุณค่าทางพระพุทธศาสนาให้คงอยู่คู่สังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป ///

กรมวิทย์ฯ บริการ เสริมศักยภาพผู้ประกอบการบาติกภาคใต้ฝั่งอันดามันด้วยนวัตกรรมปากกาจันติ้งไฟฟ้าแบบพกพา

 กรมวิทย์ฯ บริการ เสริมศักยภาพผู้ประกอบการบาติกภาคใต้ฝั่งอันดามันด้วยนวัตกรรมปากกาจันติ้งไฟฟ้าแบบพกพา


    วันที่ 7 พฤษภาคม 2569  สถาบันวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีชุมชน  กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยคณะทำงานของศูนย์บริหารกลาง ได้จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “เทคนิคการเขียนเทียนบนผืนผ้าด้วยปากกาจันติ้งไฟฟ้าแบบพกพา” ณ โรงแรมสแปลช บีช รีสอร์ท จังหวัดภูเก็ต  ซึ่งเป็นกิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่สำคัญในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีกระบวนการผลิตและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมด้วยปากกาจันติ้งไฟฟ้าแบบพกพา ให้แก่ผู้ประกอบการ OTOP SMEs ผู้ประกอบการชุมชน และผู้ที่สนใจ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา ให้สามารถนำความรู้ไปใช้ในกระบวนการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นางอาภาพร สินธุสาร ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีชุมชน เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมการอบรมดังกล่าว



       การจัดฝึกอบรมฯ ในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วมอบรม จำนวน 80 คน ซึ่ง กรมวิทย์ฯ บริการ ได้ส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ให้แก่ผู้ประกอบการช่วย สร้างอาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมรองรับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและทันต่อการแข่งขันในตลาด เสริมสร้างงานหัตถศิลป์ที่โดดเด่นของไทย

#กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #MHESI #กระทรวงอว #อว #วิจัยและนวัตกรรม #อุดมศึกษา

วว. ร่วมหารือภาคเอกชนมุ่งปั้นนวัตกรรมเครื่องสำอางไทยสู่ตลาดพาณิชย์

 วว. ร่วมหารือภาคเอกชนมุ่งปั้นนวัตกรรมเครื่องสำอางไทยสู่ตลาดพาณิชย์

ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นางสาวชมพูนุช  อนุศาสน์สิทธิกิจ  ผอ.สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (สจท.) ทีมผู้บริหาร และนักวิจัยจากศูนย์บริการนวัตกรรมเวชสำอางแบบครบวงจร (ICOS) และ สจท. ร่วมให้การต้อนรับ คุณอรจิรา แหลมวิไล  และคุณภาดาท์ วรกานนท์ ในโอกาสเข้าเยี่ยมชม/หารือ และรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับผลงานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรมด้านเครื่องสำอาง และศักยภาพการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของ วว. เพื่อสร้างโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือด้านนวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ในอนาคต  ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ณ วว. เทคโนธานี คลองห้า จังหวัดปทุมธานี


โดยกรอบการหารือในครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่การนำผลงานวิจัยด้านเครื่องสำอางที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลมาต่อยอดสู่ตลาดจริง โดย วว. ได้โชว์จุดแข็งที่โดดเด่น ดังนี้  1) Total Solutions  ให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยสารสกัด การทดสอบประสิทธิภาพ ไปจนถึงเทคโนโลยีการผลิต  2) Scientific Credibility สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคด้วยงานวิจัยที่พิสูจน์ได้จริงทางวิทยาศาสตร์  และ 3) Commercial Potential มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เทรนด์ตลาดและสามารถผลิตขายได้ในเชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน



ความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยน "งานวิจัยบนหิ้ง" ให้กลายเป็น "ผลิตภัณฑ์คุณภาพบนห้าง" ที่จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงต่อไป



ศน. เร่งขับเคลื่อน “Moral NextGen” ปั้นเยาวชนผลิตสื่อคุณธรรมเชิงสร้างสรรค์ ชู “ชุมชนคุณธรรมบ้านฉัน” ต่อยอดพลังความดีสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน

 ศน. เร่งขับเคลื่อน “Moral NextGen” ปั้นเยาวชนผลิตสื่อคุณธรรมเชิงสร้างสรรค์ ชู “ชุมชนคุณธรรมบ้านฉัน” ต่อยอดพลังความดีสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน

กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การปลูกจิตสำนึกและเสริมสร้างค่านิยมเชิงบวกสู่สังคมคุณธรรมอย่างเป็นรูปธรรม จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาทักษะด้านการผลิตสื่อส่งเสริมคุณธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน ภายใต้กิจกรรมการประกวดการผลิตสื่อคุณธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน หัวข้อ “ชุมชนคุณธรรมบ้านฉัน” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ระหว่างวันที่ 9 – 11 พฤษภาคม 2569 ณ เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ โดยมุ่งเสริมศักยภาพเยาวชนรุ่นใหม่ให้เป็นนักสื่อสารที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวความดีจากชุมชนสู่สังคมในวงกว้าง

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเป็นกลไกสำคัญภายใต้แนวคิด “Moral NextGen Model” ที่กรมการศาสนาขับเคลื่อนและส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่มีความรู้ความเข้าใจและเกิดพฤติกรรมเชิงบวก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมและมีบทบาทในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน และสังคมตามหลักคุณธรรม 5 ประการ ได้แก่ ความพอเพียง ความมีวินัย ความสุจริต จิตอาสา 

และความกตัญญู ควบคู่กับการบูรณาการหลัก 3 มิติ คือ หลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยกรมการศาสนาได้จัดอบรมการผลิตสื่อคุณธรรมเชิงสร้างสรรค์ “ชุมชนคุณธรรมบ้านฉัน” ที่มุ่งเน้นให้เยาวชนได้คิด ออกแบบ และลงมือทำจริง ซึ่งมีผู้ส่งผลงานในรอบคัดเลือกจำนวน 272 ทีม 

และได้คัดเลือกเข้ารับการอบรมในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และระดับอุดมศึกษา จำนวน 15 ทีม โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน 100 คน ประกอบด้วย นักเรียน นิสิตนักศึกษา และอาจารย์ที่ปรึกษา คณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อสารมวลชนและการผลิตคอนเทนต์ ที่จะร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด 

ในการอบรมครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น เริ่มจากการเสวนาในหัวข้อ “ประสบการณ์การผลิตสื่อส่งเสริมคุณธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนในศตวรรษที่ 21” โดยผู้เชี่ยวชาญในวงการสื่อและอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อเปิดมุมมองและสร้างความเข้าใจต่อบทบาทของสื่อในยุคดิจิทัล จากนั้นเป็นกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ การบรรยายด้านกฎหมายและจริยธรรมสื่อออนไลน์ เพื่อเสริมสร้างความรับผิดชอบในการสื่อสาร นอกจากนี้ ยังมีการฝึกปฏิบัติจริงในหัวข้อ “เทคนิคการเล่าเรื่องและการตัดต่อ” โดยแบ่งกลุ่มย่อย พร้อมวิทยากรดูแลอย่างใกล้ชิด รวมถึงกิจกรรมลงพื้นที่ภายในเมืองโบราณ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจจากบริบททางวัฒนธรรมและชุมชน นำไปสู่การออกแบบและผลิตคลิปสั้นที่สะท้อนคุณค่าทางคุณธรรมได้อย่างสร้างสรรค์และร่วมสมัย และนำเสนอผลงาน เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเชิงลึก อันจะนำไปพัฒนาผลงานในรอบตัดสินของการประกวดต่อไป 

อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวทิ้งท้ายว่า โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการอบรมหรือการประกวดเท่านั้น แต่ยังมุ่งต่อยอดศักยภาพเยาวชนสู่การปฏิบัติจริงในสังคม และส่งเสริมให้เยาวชนสามารถนำองค์ความรู้และทักษะที่ได้รับไปพัฒนาผลงานสื่อในระดับสถานศึกษาและชุมชนของตนเอง อาทิ การจัดตั้งชมรมผลิตสื่อคุณธรรมในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย การสร้างเพจหรือช่องทางสื่อสารออนไลน์เพื่อเผยแพร่เรื่องราวความดีในพื้นที่ รวมถึงการบูรณาการกิจกรรมจิตอาสาและการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์เข้ากับโครงการพัฒนาชุมชน นอกจากนี้ เยาวชนที่ผ่านการอบรมยังสามารถต่อยอดสู่การเป็นเครือข่ายนักสื่อสารคุณธรรมรุ่นใหม่ สามารถถ่ายทอดเรื่องราว “ชุมชนคุณธรรม” ที่ร่วมกันผลิตและเผยแพร่คอนเทนต์คุณภาพอย่างต่อเนื่อง เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างพื้นที่ และขยายผลไปสู่ระดับภูมิภาคและระดับประเทศ พร้อมทั้งสามารถพัฒนาไปสู่ทักษะอาชีพด้านสื่อดิจิทัลในอนาคต สร้างโอกาสในการประกอบอาชีพบนพื้นฐานของคุณธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม 

กรมบังคับคดีร่วมออกบูทนิทรรศการในงานมหกรรมการเงิน “MONEY EXPO 2026” ภายใต้ แนวคิด“LED SMART PARTNER” เปลี่ยนเรื่องหนี้ให้เป็นเรื่องง่าย พร้อมช่วยลูกหนี้จบปัญหาครบวงจร

  กรมบังคับคดีร่วมออกบูทนิทรรศการในงานมหกรรมการเงิน “MONEY EXPO 2026” ภายใต้ แนวคิด“LED SMART PARTNER” เปลี่ยนเรื่องหนี้ให้เป็นเรื่องง่าย พร...