วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประกอบพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2569 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย พร้อมเชิญชวนสาธุชน ร่วมงานฉลองวันบรรลุธรรม ในวันปฐมฤกษ์ “25 พฤษภาคม 2569”

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประกอบพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2569  ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย  พร้อมเชิญชวนสาธุชน ร่วมงานฉลองวันบรรลุธรรม ในวันปฐมฤกษ์ “25 พฤษภาคม 2569” เปิดศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพฯ  




วันนี้ (วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 09.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ พร้อมด้วย คณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการ และเจ้าหน้าที่บริหาร ร่วมในพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2569  ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย โดยมี ศิษยานุศิษย์และสาธุชน ร่วมในพิธี โดยระหว่างวันที่ 23 - 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญศิษยานุศิษย์และสาธุชน ร่วมงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2569  สักการะหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) เพื่อความเป็นสิริมงคล ชมการแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) และ รับประทานสาคูสิริมงคล (อี๊) โดยมูลนิธิฯ จัดเตรียมบริการเฉพาะบรรจุถุงให้ผู้มีจิตศรัทธานำกลับบ้านเท่านั้น ณ บริเวณลานสำนักงาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ  ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารและกิจกรรมได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung  หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

.



และในวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569  ที่ ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มูลนิธิฯ ได้จัดพิธีสวดมนต์ เนื่องในงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) และเป็นวันแห่งมหามงคลฤกษ์ แห่งการเปิดให้ประชาชนสักการะและเยี่ยมชมมรดกแห่งเมตตาธรรม และแหล่งเรียนรู้ด้านสถาปัตยกรรมเชิงวัฒนธรรมแต้จิ๋วโบราณอันทรงคุณค่า ศูนย์รวมพลังศรัทธาที่ยิ่งใหญ่บนดินแดนศักดิ์สิทธิ์กว่า 120 ปี ใจกลางสาทร อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ “ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา” เปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชม สักการะขอพร และทำบุญบริจาคสมทบทุนงานสาธารณกุศลกับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ทุกวัน (จันทร์ – อาทิตย์) ระหว่างเวลา 07.00 – 18.00 น. ติดตามข่าวสารกิจกรรม ของศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ ได้ที่ http://www.facebook.com/TaiHongGongShrine หรือติดตามข่าวสารตามช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/TaihonggongshrineTH





## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สนับสนุนค่าพาหนะ และสิ่งของ ให้แก่ ผู้รับขาเทียม ช่างและอาสาสมัคร ในโครงการออกหน่วยทำขาเทียม พระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 177 จังหวัดอุบลราชธานี

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สนับสนุนค่าพาหนะ และสิ่งของ ให้แก่ ผู้รับขาเทียม ช่างและอาสาสมัคร ในโครงการออกหน่วยทำขาเทียม พระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 177 จังหวัดอุบลราชธานี







วานนี้ (วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล รักษาการผู้จัดการฝ่ายสาธารณภัย ลงพื้นที่มอบค่าพาหนะรายละ 500 บาท พร้อมสิ่งของ ให้แก่ผู้รับขาเทียม และช่างอาสาสมัคร ที่เข้าร่วมโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 177 มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี รวม 220 คน รวมงบประมาณดำเนินการในครั้งนี้ทั้งสิ้น 186,000 บาท (หนึ่งแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) โดยมี ร้อยตรีสรมงคล มงคละสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี  เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายแพทย์ชาญชัย พจมานวิพุธ รองเลขาธิการมูลนิธิขาเทียมฯ กล่าวรายงานผลการปฏิบัติงาน ศาสตราจารย์ คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต เลขาธิการมูลนิธิขาเทียมฯ กล่าวขอบคุณและแสดงความยินดีกับคนพิการขาขาด พลเอกพจน์ เอมพันธุ์ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกมอบของที่ระลึกขอบคุณผู้สนับสนุนโครงการ ดร.ประจักษ์พงศ์ วรรณโชติ ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ อุบลราชธานี  และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างๆ ร่วมในพิธี  ณ หอประชุมศรีปทุม 1 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ อุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี









การสนับสนุนมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา ตั้งแต่การดำเนินการครั้งที่ 165 รวม 13 จังหวัด คิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5.3 ล้านบาท







ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

.

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารและกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) มอบรางวัลการประกวดข้อเสนอโครงการเพื่อพัฒนาเมืองแห่งศิลปะปี 2569 ดันเมืองแห่งศิลปะ 5 จังหวัด นำคุณค่าทางวัฒนธรรมสร้างมูลค่าทางสังคมและเศรษฐกิจ

 สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) มอบรางวัลการประกวดข้อเสนอโครงการเพื่อพัฒนาเมืองแห่งศิลปะปี 2569 ดันเมืองแห่งศิลปะ 5 จังหวัด นำคุณค่าทางวัฒนธรรมสร้างมูลค่าทางสังคมและเศรษฐกิจ

22 พฤษภาคม 2569 : กระทรวงวัฒนธรรม โดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ได้จัด “พิธีมอบรางวัลการประกวดข้อเสนอโครงการเพื่อพัฒนาเมืองแห่งศิลปะ ปี 2569” โดย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้ นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีและมอบรางวัล โดยมี คณะกรรมการการพัฒนาศักยภาพเมืองแห่งศิลปะ ศิลปินศิลปาธร ผู้ได้รับรางวัล ร่วมงาน ณ ห้องออดิทอเรียม หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน กรุงเทพฯ 


ภายในงาน ได้มีการเสวนา หัวข้อ "ข้อเสนอโครงการกับการพัฒนาเมืองแห่งศิลปะ" จากผู้แทนคณะกรรมการที่จะร่วมเสวนามี 2 ท่าน ได้แก่ นางลักขณา คุณาวิชยานนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาทัศนศิลป์ และนายศิริศักดิ์ คชพัชรินทร์ ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาภาพยนตร์ และนิทรรศการการประกวดข้อเสนอโครงการเพื่อพัฒนาเมืองแห่งศิลปะ ปี 2569 พร้อมกันนี้ได้จัดให้มีการแสดงผลงานภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพชุมชนสู่การเป็นเมืองแห่งศิลปะ “Phimai Inspire”

นางเกษร กำเหนิดเพ็ชร ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กล่าวว่า ในปี 2569 นี้ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ได้เล็งเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของศิลปินและเครือข่ายวัฒนธรรมในพื้นที่ จึงเปิดรับสมัครข้อเสนอโครงการเพื่อพัฒนาเมืองแห่งศิลปะ ปี 2569 โดยมีโครงการที่เข้าร่วมการประกวด จำนวนทั้งสิ้น 56 โครงการ ดังนี้


1. จังหวัดกระบี่ จำนวน 6 โครงการ

2. จังหวัดเชียงราย จำนวน 18 โครงการ

3. จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 12 โครงการ

4. จังหวัดแพร่ จำนวน 11 โครงการ

5. จังหวัดราชบุรี จำนวน 9 โครงการ


จากการพิจารณาข้อเสนอโครงการในรอบคัดเลือกและรอบตัดสินโดยคณะกรรมการการพัฒนาศักยภาพเมืองแห่งศิลปะ ซึ่งประกอบไปด้วย คณะผู้บริหารจากสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยสาขาต่าง ๆ และวัฒนธรรมจังหวัดจากพื้นที่เมืองแห่งศิลปะทั้ง 5 จังหวัด ได้แก่ นางเกษร กำเหนิดเพ็ชร ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ประธานกรรมการ, นายอิสระ ริ้วตระกูลไพบูลย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย รองประธานกรรมการ และ กรรมการ ได้แก่  นางปรียา แก้วบำรุง วัฒนธรรมจังหวัดกระบี่, นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย, นางแสงเพชร ลำไธสง วัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา, นางสาวทัศนีย์ ดอนเนตร์ วัฒนธรรมจังหวัดแพร่, นางสาวสุริสา นิลนารถ วัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี, นายอรรฆย์ ฟองสมุทร, นายศิริศักดิ์ คชพัชรินทร์, นางลักขณา คุณาวิชยานนท์, รองศาสตราจารย์ ดร.สิงห์ อินทรชูโต, นายวรรณศักดิ์  ศิริหล้า, ผู้ช่วยศาสตราจารย์หัตถกาญจน์ อารีศิลป, นางกาญจนา ตุ้มกลีบ ผู้อำนวยการสถาบันศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย

ทั้งนี้ การคัดเลือกข้อเสนอโครงการได้มีหลักเกณฑ์อย่างรอบด้าน เช่น การมีส่วนร่วมของชุมชน ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม ความเป็นไปได้จริงในการดำเนินการและงบประมาณ และความยั่งยืนและการบริหารจัดการ จนได้ผลการตัดสินข้อเสนอโครงการที่ได้รับรางวัล ดังนี้ 

รางวัลยอดเยี่ยม จำนวน 1 รางวัล โครงการบ้านนอก: เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติในพื้นที่ชนบท 

(ระยะที่หนึ่ง) จังหวัดราชบุรี โดย นางพรพิไล มีมาลัย จะได้รับโล่เกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนการดำเนินโครงการ 900,000 บาท

รางวัลดีเด่น จำนวน 5 รางวัล จะได้รับโล่เกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล จำนวน 10,000 บาท พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนการดำเนินโครงการ 500,000 บาท ได้แก่

1. โครงการเทศกาลแอนิเมชันนานาชาติ ภูแล 2569 จังหวัดเชียงราย โดย นายรัฐ จำปามูล

2.   โครงการอาร์ตบุรี: นิทรรศการ Pop-up และแผนที่ศิลปะดิจิทัลย่านเมืองเก่าราชบุรี จังหวัดราชบุรี 

โดย นางสาวพัชณาพร วิมลสาระวงค์

3.   โครงการแพร่-บ้าน-บ้าน จังหวัดแพร่ 

โดย นางสาวสลันดา สิระสราญ

4.   โครงการพัฒนาต้นแบบศูนย์บ่มเพาะธุรกิจบนฐานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (KORAT ART-CUBATOR) 

จังหวัดนครราชสีมา โดย นายอานนท์ บุณยประเวศ

5.   โครงการยุคภยนต์ เมืองกระบี่ KRABI MOVING ERA จังหวัดกระบี่ โดย นายกฤษฎา กันณรงค์


รางวัลชมเชย จำนวน 3 รางวัล จะได้รับเกียรติบัตร และเงินรางวัล จำนวน 2,000 บาท  ได้แก่

1. โครงการ พัฒนาศักยภาพชุมชนสู่เมืองแห่งศิลปะสร้างสรรค์อำเภอลอง จังหวัดแพร่ ภายใต้แนวคิด 

LONG art model : เพื่อพัฒนาศิลปินร่วมสมัยจากทุนวัฒนธรรมสู่การสร้างอัตลักษณ์เมืองลอง 

โดยนายพรรษา ทาปัน

2. โครงการ (แพร่)งทาง พร่างพ(ราย) : โครงการศิลปะบนระเบียงสร้างสรรค์ แพร่-เชียงราย 

โดยนายอนุสรณ์  ธัญญะปาลิต 

3. โครงการ ทุกที่คือแกลเลอรี่ พัฒนาพื้นที่สาธารณะ ชุมชนและตลาดในจังหวัดเชียงรายให้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะมีชีวิตเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์และส่งเสริมความเป็นเมืองศิลปะที่ยั่งยืน โดยนางสาวกีรติ  วุฒิสกุลชัย


โดยรางวัลยอดเยี่ยมและรางวัลดีเด่น จำนวน 6 โครงการนี้จะได้ดำเนินโครงการให้เกิดขึ้นจริงในพื้นที่เมืองแห่งศิลปะทั้ง 5 จังหวัด เพื่อนำคุณค่าทางวัฒนธรรมของแต่ละเมืองมาสร้างมูลค่าทางสังคมและเศรษฐกิจ และสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ โดยอาศัยความร่วมมือและการบูรณาการของทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งทางด้านสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน


วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

Q-CHANG จับมือกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พัฒนาทักษะช่างไทย 
ยกระดับแพลตฟอร์มช่างคุณภาพสู่ยุคดิจิทัล

 Q-CHANG จับมือกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พัฒนาทักษะช่างไทย 
ยกระดับแพลตฟอร์มช่างคุณภาพสู่ยุคดิจิทัล

บริษัท เน็กซเตอร์ ดิจิตอล แอนด์ โซลูชั่น จำกัด ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Q-CHANG (คิวช่าง) ร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เดินหน้าพัฒนาทักษะช่างก่อสร้างและช่างไฟฟ้า พร้อมยกระดับแพลตฟอร์มค้นหาช่างคุณภาพผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล มุ่งเพิ่มโอกาสการเข้าถึงงาน ยกระดับมาตรฐานแรงงานไทย และรองรับความต้องการตลาดแรงงานในยุคปัจจุบัน

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า “กรมพัฒนาฝีมือแรงงานให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพแรงงานไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและความต้องการของตลาดในยุคปัจจุบัน โดยอาชีพช่างก่อสร้างและช่างไฟฟ้าเป็นสายงานสำคัญที่ทุกชุมชนต้องการ จึงจำเป็นต้องพัฒนาทักษะให้ได้มาตรฐาน พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ความร่วมมือกับ Q-CHANG ครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงแรงงานคุณภาพเข้าสู่ตลาดงานผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เปิดโอกาสให้ช่างที่มีฝีมือและผ่านการรับรองมาตรฐานเข้าถึงงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันประชาชนก็มั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการจากช่างมาตรฐาน มีความปลอดภัย และตรวจสอบได้ เพราะสิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงฝีมือ แต่รวมถึงความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของเจ้าของบ้านผู้ใช้บริการด้วย นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานยังเตรียมต่อยอดสู่การพัฒนาหลักสูตร ‘ช่างโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop)’ รองรับเทรนด์พลังงานสะอาด (Clean Energy) โดยมุ่งเน้นองค์ความรู้ด้านเทคนิค มาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน และการผลิตแรงงานทักษะสูงให้ตรงตามความต้องการของตลาดในอนาคต” 

ทั้งนี้ในปี 2564 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และ Q-CHANG (คิวช่าง) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการพัฒนาทักษะอาชีพช่างก่อสร้าง ช่างไฟฟ้า และพัฒนาแพลตฟอร์มค้นหาช่างคุณภาพ ด้วยเป้าหมายยกระดับแรงงานไทยให้มีความรู้ ความสามารถ มีมาตรฐานวิชาชีพ ตลอดระยะเวลากว่า 4 ปีที่ผ่านมา Q-CHANG (คิวช่าง) และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตร และจัดฝึกอบรมในหลากหลายสาขา อาทิ การอบรมสร้างอาชีพผ่านแอปพลิเคชัน Q-CHANG (คิวช่าง) การติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับที่พักอาศัย เทคนิคการปูกระเบื้องผนังและพื้นระดับมาตรฐาน การซ่อมแซมหลังคา การล้างและบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศในบ้านอย่างมืออาชีพ

โดยการลงนามความร่วมมือครั้งใหม่นี้ ถือเป็นการขยายกรอบความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นการเชื่อมโยงฐานข้อมูลและเทคโนโลยีระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงงานของช่างไทยทั่วประเทศ พร้อมส่งเสริมการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน เพื่อให้ช่างได้รับวุฒิบัตรรับรองมาตรฐานสากล 

ด้าน นายศรัณย์วิศว์ ภักดีนอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เน็กซเตอร์ ดิจิตอล แอนด์ โซลูชั่น จำกัด กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “Q-CHANG (คิวช่าง) และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้ร่วมกันพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานช่างไทยมาอย่างต่อเนื่องมากว่า 4 ปี ด้วยความเชื่อมั่นว่า ‘ช่างไทยที่มีฝีมือ ควรมีคุณภาพชีวิตที่ดี’ ซึ่งที่ผ่านมา Q-CHANG (คิวช่าง) รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการมอบความรู้ให้กับช่างไทย ผ่านการจัดฝึกอบรมในหลากหลายหลักสูตร โดยมีช่างไทยผ่านการอบรมแล้วกว่า 1,072 คน และบางรายสามารถต่อยอดสร้างรายได้สูงถึง 200,000 บาทต่อเดือน ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการต่อยอดความร่วมมือให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ถือเป็นก้าวสำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาทักษะอาชีพ แต่ยังสร้างโอกาส รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของช่างไทยให้มีศักยภาพ ให้พร้อมรับมือกับเทคโนโลยีและความเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน”

สำหรับ Q-CHANG (คิวช่าง) แพลตฟอร์มค้นหาช่างคุณภาพที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยบริหารจัดการงานบริการเกี่ยวกับบ้าน ทำให้เจ้าของบ้านสามารถนัดหมายช่างได้อย่างสะดวก ขณะเดียวกันช่างสามารถบริหารจัดการงานของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันดำเนินธุรกิจมาแล้วกว่า 7 ปี และสร้างรายได้ให้กับช่างไทยรวมแล้วไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาท ครอบคลุมงานบริการหลากหลายประเภท ทั้งงานก่อสร้าง รีโนเวท ซ่อมแซมหลังคารั่ว ตรวจสอบระบบไฟฟ้า ติดตั้งโซลาร์เซลล์ ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ และล้างแอร์

นอกจากนี้ Q-CHANG (คิวช่าง) ยังเดินหน้าพัฒนาศูนย์ฝึกอบรมช่าง “Q-CHANG Academy” เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ พัฒนาทักษะผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ www.q-changacademy.com และระบบ Learning Management System (LMS) ที่ช่วยให้ช่างสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคนิคการทำงาน การทดสอบได้ทุกที่ทุกเวลา รวมถึงเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างช่างและผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ (On-site Training) ร่วมกับพันธมิตรสินค้าชั้นนำ ณ ศูนย์ Q-CHANG Academy ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ หาดใหญ่ และโคราช 

“Q-CHANG (คิวช่าง) เชื่อมั่นเสมอว่า ‘ช่างฝีมือไทย’ คือกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม การลงทุนด้านทักษะและองค์ความรู้ให้กับช่างไทย จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า สร้างผลลัพธ์ได้อย่างยั่งยืน ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการลงนามในเอกสาร แต่คือการเดินหน้าสร้างโอกาส อาชีพ และอนาคตที่มั่นคงให้กับแรงงานไทยทั่วประเทศ Q-CHANG (คิวช่าง) รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้ความไว้วางใจร่วมพัฒนาทักษะช่างไทย เราเชื่อมั่นว่าภายใต้ความร่วมมือฉบับใหม่นี้ Q-CHANG (คิวช่าง) จะสามารถยกระดับมาตรฐานช่างไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล” นายศรัณย์วิศว์ กล่าวปิดท้าย 

Q-CHANG (คิวช่าง) แพลตฟอร์มศูนย์รวมช่างคุณภาพและบริการดูแลบ้านครบวงจร ครอบคลุมทุกบริการเรื่องบ้าน...ครบจบในที่เดียว “ล้าง ซ่อม ติดตั้ง ต่อเติม ปรับปรุง” สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือนัดหมายจองใช้บริการ Q-CHANG (คิวช่าง) ได้ทางแอปพลิเคชัน Q-CHANG หรือ โทร. 02-821-6545 และ Line : @q-chang รวมถึง Q-CHANG Shop Service ทั่วประเทศ

#QCHANG #คิวช่าง #wehavegotyourback #แบ็คอัพทุกเรื่องบ้าน #ชีวิตทุกวันช่างง่าย #ฤดูไหนบ้านก็พร้อม


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพฯ พุทธสถานประวัติศาสตร์ มรดกแห่งเมตตาธรรม และแหล่งเรียนรู้ด้านสถาปัตยกรรมเชิงวัฒนธรรมแต้จิ๋วโบราณอันทรงคุณค่า ศูนย์รวมพลังศรัทธาที่ยิ่งใหญ่บนดินแดนศักดิ์สิทธิ์กว่า 120 ปี

 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพฯ พุทธสถานประวัติศาสตร์ มรดกแห่งเมตตาธรรม และแหล่งเรียนรู้ด้านสถาปัตยกรรมเชิงวัฒนธรรมแต้จิ๋วโบราณอันทรงคุณค่า ศูนย์รวมพลังศรัทธาที่ยิ่งใหญ่บนดินแดนศักดิ์สิทธิ์กว่า 120 ปี




วานนี้ (วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร พุทธสถานประวัติศาสตร์แห่งการรวมพลังศรัทธาของหลวงปู่ไต้ฮง มรดกแห่งเมตตาธรรมและแหล่งเรียนรู้ด้านสถาปัตยกรรมเชิงวัฒนธรรมแต้จิ๋วโบราณอันทรงคุณค่า บนดินแดนศักดิ์สิทธิ์กว่า 120 ปี ใจกลางสาทร อันเป็นที่ประดิษฐาน องค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) แกะสลักจากหินหยกขาวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (กวนซีอิมผ่อสัก) และ พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ (ตี่จั๋งอ้วงผ่อสัก) องค์เทพสำคัญตามคติความเชื่อจีน และเป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมผ่านสถาปัตยกรรมแต้จิ๋วโบราณ เป็นแหล่งรวบรวมงานศิลป์ งานไม้แกะสลัก และงานจิตรกรรมหินหยกขาวแกะสลักตกแต่งตามแนวศิลปกรรมจีนแบบราชสำนักที่ถูกต้องตามขนบธรรมเนียม โดยมี นายอรรถนิติ ดิษฐอํานาจ องคมนตรี นายอําพน กิตติอําพน องคมนตรี นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย พร้อมด้วย คณะกรรมการมูลนิธิฯ แขกผู้มีเกียรติ และประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ








เมื่อเสด็จพระราชดำเนินมาถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย เสด็จประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตร แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จากนั้น นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์การดำเนินงานจัดสร้างอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา พร้อมทั้งกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ ทรงประกอบพิธีเปิดอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายชื่ออาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ เมื่อเสด็จเข้าอาคารศาลเจ้าฯ ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก จากนั้น นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล ตามพระราชอัธยาศัย นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กราบบังคมทูลเบิกผู้มีอุปการคุณและผู้บริจาคเงินสมทบทุนการก่อสร้าง



อาคารศาลเจ้าฯ เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานของที่ระลึก นายบวรสินธุ์ ตันธุวนิตย์ ผู้ช่วยกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายแผ่นศิลาเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธย ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ พระมหาคณาจารย์จีนธรรมวชิราจารย์ (เจ้าคุณเย็นอี่) เจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย เจ้าอาวาสวัดโพธิ์เย็น ถวายเทพซิ่ว (เทพอายุวัฒนะ) เนื้อไม้กฤษณาแกะสลัก แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระคณาจารย์จีนธรรมวชิรานุวัตร (เจ้าคุณเย็นงี้) รองเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) ถวายพระกวนอิมโพธิสัตว์ เนื้อไม้กฤษณาแก่สลัก แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี



จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ฉายพระบรมฉายาลักษณ์ ร่วมกับ คณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และผู้ให้การสนับสนุนการก่อสร้างอาคารฯ หน้าองค์ไต้ฮงกงหยกขาว ก่อนเสด็จไปยังบริเวณที่ปลูกต้นไม้ โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปลูกต้นสนฉัตร จำนวน 1 ต้น สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงปลูกต้นสนฉัตร 1 ต้น จากนั้น นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง น้อมเกล้าฯ ถวายองค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) หินหยกขาวแกะสลัก แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง น้อมเกล้าฯ ถวายพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์กวนอิม) หินหยกขาวแกะสลัก แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า การก่อสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา แห่งนี้ ยึดรูปแบบสถาปัตยกรรมจีนตอนใต้ตามสกุลช่างแต้จิ๋ว บนเนื้อที่ 4 ไร่ 17 ตารางวา ซึ่งตั้งอยู่ติดกับสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อันเป็นผืนแผ่นดินประวัติศาสตร์แห่งศรัทธาและการตอบแทนคุณแผ่นดินไทยในนาม “สุสานวัดดอน” ที่ชาวจีน 710 ท่าน ได้รวบรวมเงินจัดซื้อที่ดินในปี พ.ศ. 2442 สร้างสุสานสาธารณะเพื่อผู้วายชนม์โดยไม่แบ่งชนชั้น วรรณะ เชื้อชาติ และศาสนา และเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งคณะเก็บศพไต้ฮงกงพร้อมศาลเจ้าไต้ฮงกงพลับพลาไชย ในปี พ.ศ. 2452-2453 ก่อนจะจดทะเบียนเป็นมูลนิธิฯ ในนาม มูลนิธิฮั่วเคี้ยวป่อเต็กเซี่ยงตึ๊ง (มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง) หมายถึง “มูลนิธิฯ แห่งการตอบแทนคุณแผ่นดิน โดยการทำคุณงามความดี ด้วยการ ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”


ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา แบ่งพื้นที่ออกเป็นตัวอาคารศาลเจ้าและอาคารอเนกประสงค์ จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และฉลองในโอกาสที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งก่อตั้งครบ 110 ปี

.

อาคารแห่งนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามว่า “ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา” เพื่อยกย่องเทิดทูนเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 72 พรรษา พร้อมได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติฯ มาประดิษฐานบนอาคาร นับเป็นสิริมงคลสูงสุดแก่มูลนิธิฯ และพสกนิกรผู้มีจิตศรัทธาทุกหมู่เหล่า

ศาลเจ้าแห่งนี้คือภูมิสัญลักษณ์แห่งใหม่ด้านศาสนาและกิจกรรมเพื่อสังคม เป็นศูนย์รวมพลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่แห่งเมตตาธรรมของหลวงปู่ไต้ฮง และเป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมสถาปัตยกรรมแต้จิ๋วโบราณ บนผืนดินศักดิ์สิทธิ์ใจกลางสาทรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 120 ปี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตกุศล ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจารึกประวัติศาสตร์ ในการสร้างพุทธสถาน สืบสานพลังศรัทธา ร่วมทำความดี เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

.

ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา กำหนดเปิดให้ประชาชนผู้มีศรัทธาเข้าเยี่ยมชม และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ www.facebook.com/TaiHongGongShrine หรือติดตามข่าวสารตามช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/TaihonggongshrineTH

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประกอบพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2569 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย พร้อมเชิญชวนสาธุชน ร่วมงานฉลองวันบรรลุธรรม ในวันปฐมฤกษ์ “25 พฤษภาคม 2569”

  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประกอบพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2569  ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย  พร้อมเ...