วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569

สภากาชาดไทย ขอบคุณทุกเสียงตอบรับคอนเสิร์ตการกุศล “The Giving Concert : 3 Generation 1 Heart” ประกาศเพิ่มรอบพิเศษ “SING MEMORIES เพลงหวานในความทรงจำ” 4 กรกฎาคมนี้

 สภากาชาดไทย ขอบคุณทุกเสียงตอบรับคอนเสิร์ตการกุศล “The Giving Concert : 3 Generation 1 Heart”  ประกาศเพิ่มรอบพิเศษ “SING MEMORIES เพลงหวานในความทรงจำ” 4 กรกฎาคมนี้

หลังจากได้รับกระแสตอบรับอย่างท่วมท้นในรอบแรก DONATION HUB สภากาชาดไทย และเวิร์คพอยท์ กรุ๊ป เดินหน้าขับเคลื่อนพลังแห่งการแบ่งปันครั้งสำคัญอย่างต่อเนื่อง ด้วยการประกาศเปิดการแสดง "รอบพิเศษ"  ในคอนเสิร์ตการกุศลเชื่อมหัวใจ 3 GEN “The Giving Concert 3 Generations 1 Heart” คอนเสิร์ตที่ 2  “SING MEMORIES เพลงหวานในความทรงจำ” คอนเสิร์ตที่ไม่ใช่เพียงมอบความสุขความบันเทิงผ่านเสียงเพลงเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างปรากฏการณ์ทางดนตรีเพื่อขับเคลื่อนและสร้างแรงบันดาลใจให้สังคมไทยตระหนักถึงพลังของการแบ่งปัน สนับสนุนภารกิจหลักของสภากาชาดไทย ในการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ประสบภัยพิบัติ ตลอดจนผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริจาคผ่านเสียงเพลงแทนคำขอบคุณ ที่จะช่วยเชื่อมโยงความผูกพันและสร้างรอยยิ้มให้กับคนทุกเจเนอเรชันร่วมกันอย่างยั่งยืน

ความพิเศษของคอนเสิร์ตในรอบพิเศษนี้ มาในรูปแบบ “คอนเสิร์ตนั่งเล่าเรื่อง” ที่จะชวนทุกคนย้อนเวลาไปสัมผัสกับความทรงจำแสนพิเศษและเรื่องเล่าของความรักที่จะพาหัวใจของคุณเต้นแรงอีกครั้ง ผ่านบทเพลงฮิตสุดคลาสสิกในตำนานที่ยังคงตราตรึงอยู่ในใจ โดยได้รับเกียรติจากศิลปินระดับตำนานอย่าง “วงเฉลียง” มาร่วมพาย้อนวันวานอย่างอบอุ่น พร้อมด้วยทัพศิลปินรับเชิญสุดพิเศษชุดใหม่ที่จะมาสร้างสีสันและเสียงหัวเราะอย่างคับคั่ง นำโดยดีวาสาวทรงพลัง “ปาน-ธนพร แวกประยูร”, ไอคอนความหวานยุค 90s “แหม่ม-พัชริดา วัฒนา”, พิธีกรและนักแสดงอารมณ์ดี “ซูโม่กิ๊ก-เกียรติ กิจเจริญ” และนักร้องนักแสดงหนุ่มมากความสามารถ “อาร์ม-กรกันต์ สุทธิโกเศศ” ที่จะมาร่วมถ่ายทอดสุนทรียภาพทางดนตรีและความสุขแบบเต็มอิ่มให้กับผู้ชม

คอนเสิร์ตการกุศล “SING MEMORIES เพลงหวานในความทรงจำ” รอบพิเศษ มีกำหนดการจัดแสดงขึ้นใน วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.00 น. ณ SiamPic Hall ชั้น 7 สยามสแควร์วัน ทั้งนี้ สภากาชาดไทยขอขอบพระคุณในพลังแห่งการให้ที่ทุกท่านมอบให้เสมอมา และขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อความรักและความห่วงใย เพื่อสร้างชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่เพื่อนมนุษย์ โดยจะเปิดให้ร่วมบริจาคเพื่อรับบัตรชมคอนเสิร์ตพร้อมกันใน วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ผ่านช่องทางเว็บไซต์ www.iredcross.org      ทุกการร่วมบริจาค 5,000 / 4,500 / 4,000 / 3,000 และ 2,000 บาท จะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line: @iredcross หรืออีเมล iredcross@redcross.or.th

#TheGivingConcert3Generations1Heart #SingMemories #เพลงหวานในความทรงจำ #คอนเสิร์ตการกุศล #DonationHUB #สภากาชาดไทย #iRedcross #workpointgroup #วงเฉลียง #ปานธนพร #แหม่มพัชริดา


ผลิตภัณฑ์ “ข้าวขาหมูคากิและไข่พะโล้” จาก CPF คว้ารางวัล ThailandStar Packaging Awards 2026

 ผลิตภัณฑ์ “ข้าวขาหมูคากิและไข่พะโล้” จาก CPF คว้ารางวัล ThailandStar Packaging Awards 2026

ในยุคที่อาหารพร้อมทานกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนเมือง บรรจุภัณฑ์ไม่เพียงทำหน้าที่บรรจุอาหาร แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการรักษาคุณภาพ เพิ่มความสะดวก และสร้างประสบการณ์การบริโภคที่ดียิ่งขึ้น

 

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ได้นำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคมาต่อยอดสู่การพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน “STACKABLE DIAMOND BOX” สำหรับผลิตภัณฑ์ “ข้าวขาหมูคากิและไข่พะโล้พร้อมน้ำจิ้มซีพี” จนได้รับรางวัล ThailandStar Packaging Awards 2026 ประเภทบรรจุภัณฑ์เพื่อการขายปลีก (Consumer Package) ภายในงาน ProPak Asia 2026 สะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพ ความสะดวก และความยั่งยืน

 



รางวัลดังกล่าวจัดโดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมกับสหพันธ์การบรรจุภัณฑ์แห่งเอเชีย เพื่อส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ไทยสู่มาตรฐานสากล

 


CPF พัฒนาบรรจุภัณฑ์ “STACKABLE DIAMOND BOX” ที่ผสานฟังก์ชันการใช้งาน คุณภาพอาหาร และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก “เพชร” สัญลักษณ์แห่งคุณค่า ความแข็งแรง และความประณีต สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ช่วยตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่

 

จุดเด่นสำคัญคือการออกแบบเป็นบรรจุภัณฑ์ 2 ชั้น แยกข้าวและกับข้าวออกจากกัน ช่วยคงรสชาติและคุณภาพอาหารได้ดียิ่งขึ้น สามารถอุ่นไมโครเวฟได้พร้อมกันโดยไม่ต้องแยกภาชนะ พร้อมเพิ่มความสะดวกในการใช้งานด้วยช่องระบายไอน้ำ ช่องวางซองน้ำจิ้ม และถาดรองที่ช่วยลดความร้อนขณะจับถือหลังการอุ่น ขณะที่โครงสร้างทรงเพชรยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงและสร้างความโดดเด่นบนชั้นวางสินค้า

 


นอกจากการตอบโจทย์ด้านการใช้งานแล้ว CPF ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเลือกใช้วัสดุโพลีโพรพิลีน (PP) ที่สามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเป้าหมายการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืนของบริษัท

 


ความสำเร็จครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ CPF ในการพัฒนานวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค พร้อมสร้างคุณค่าให้สังคมอย่างยั่งยืน./


เอ็นไอเอเปิดตัว “INNOMALL 2026” ปักหมุด 4 ภูมิภาคทั่วไทย ดันนวัตกรรมไทยสู่ตลาดจริง สร้างโอกาสผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมเติบโตเชิงพาณิชย์ ปักหมุดภาคกลางที่แรก ณ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า 14–16 มิถุนายนนี้ ...

 เอ็นไอเอเปิดตัว “INNOMALL 2026” ปักหมุด 4 ภูมิภาคทั่วไทย ดันนวัตกรรมไทยสู่ตลาดจริง สร้างโอกาสผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมเติบโตเชิงพาณิชย์ ปักหมุดภาคกลางที่แรก ณ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า 14–16 มิถุนายนนี้ ...

กรุงเทพฯ 14 มิถุนายน 2569 – กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม (Innovation-Based Enterprise: IBE) สู่เวทีการค้าเชิงพาณิชย์ เปิดตัวโครงการ “INNOMALL 2026” แพลตฟอร์มส่งเสริมการตลาดและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการนวัตกรรมไทย พร้อมเชื่อมโยงนวัตกรรมสู่ผู้บริโภค นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจในระดับภูมิภาค ตอกย้ำบทบาทของ NIA ในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “ชาตินวัตกรรม” (Innovation Nation) โดยประเดิมจัดงานครั้งแรกในพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคกลาง ระหว่างวันที่ 14 – 16 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ก่อนเดินหน้าจัดกิจกรรมต่อเนื่องในอีก 3 ภูมิภาค ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดสงขลา (อำเภอหาดใหญ่) ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2569 นี้


ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA กล่าวว่า “NIA มีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ พร้อมกำหนดทิศทางและส่งเสริมระบบนวัตกรรมไทยให้เป็นระบบที่เปิดกว้างและเอื้อต่อการเติบโตของผู้ประกอบการ โครงการ INNOMALL ถือเป็นกลไกสำคัญภายใต้กลยุทธ์ 4G ของ NIA ได้แก่ GROOM GRANT GROWTH GLOBAL ซึ่งมุ่งพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรมไทยอย่างครบวงจร INNOMALL เกิดขึ้นจากแนวคิดที่ว่า ‘นวัตกรรมที่ดี ทุกคนต้องสามารถเข้าถึงได้ในชีวิตประจำวัน และนวัตกรรมที่ยั่งยืน ต้องสามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมได้จริง’ INNOMALL จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการจัดแสดงสินค้า แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการนวัตกรรมกับลูกค้า นักลงทุน พันธมิตรทางธุรกิจ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ สร้างยอดขาย และขยายตลาดในอนาคต”






ภายในงาน INNOMALL 2026 ผู้เข้าร่วมจะได้พบกับกิจกรรมไฮไลต์มากมาย ได้แก่ โซนจำหน่ายสินค้านวัตกรรม จากผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกโดย NIA มากกว่า 16 ราย ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม Innovation Showcase นิทรรศการจัดแสดงผลงานนวัตกรรมที่โดดเด่น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและโชว์ศักยภาพความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย Business Matching พื้นที่เจรจาธุรกิจ เปิดโอกาสให้นักลงทุนและผู้ที่สนใจร่วมต่อยอดธุรกิจกับเจ้าของนวัตกรรมโดยตรง เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางการค้า และกิจกรรมบนเวที เพื่อกระตุ้นการรับรู้และส่งเสริมการขายให้กับผู้ประกอบการ พร้อมกิจกรรมเล่นเกม และลุ้นรับของรางวัลตลอดงาน และเพื่อกระจายโอกาสการเข้าถึงนวัตกรรมสู่ภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม INNOMALL 2026 จะเดินสายจัดงานในอีก 3 ภูมิภาคทั่วประเทศ ดังนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 8 – 10 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส ภาคเหนือ วันที่ 21 – 23 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ และภาคใต้ 4 – 6 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่

“การจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการสร้างพื้นที่จำหน่ายสินค้า แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การสร้างเครือข่าย และการจับคู่ทางธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการนวัตกรรมสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเอง และก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมช่วยขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น NIA คาดหวังว่า INNOMALL 2026 จะเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่สำหรับผู้ประกอบการนวัตกรรมไทย เกิดการลงทุน การจับคู่ธุรกิจ และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะ ‘ชาตินวัตกรรม’ ที่พร้อมแข่งขันบนเวทีโลก” ดร. กริชผกา กล่าวทิ้งท้าย

ผู้สนใจสามารถร่วมชม ช้อป และสนับสนุนสินค้านวัตกรรมฝีมือคนไทยได้ ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nia.or.th หรือ เฟซบุ๊ก: NIA: National Innovation Agency ...

วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ผลสำรวจเมืองผู้ดีเผย แบนบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ผล ทำสินค้าเถื่อนโต - คนสูบบุหรี่เพิ่ม

 ผลสำรวจเมืองผู้ดีเผย แบนบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ผล ทำสินค้าเถื่อนโต - คนสูบบุหรี่เพิ่ม

ผลสำรวจล่าสุดจาก Haypp ผู้ค้าปลีก e-commerce ระดับโลก เผยมาตรการห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง (Disposable Vape) ในสหราชอาณาจักรไม่ได้ผลตามที่ตั้งเป้าไว้ พบผู้ใช้ยังคงหาซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้จากร้านค้าผิดกฎหมาย ขณะที่บางส่วนกลับไปสูบบุหรี่มวนแทน

การสำรวจผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 1,000 คน พบว่า 35% ยังคงซื้อบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งแม้ว่าจะมีการบังคับใช้กฎหมายห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งมาเป็นระยะเวลา 1 ปีแล้ว โดยแหล่งซื้อบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายที่พบมากที่สุด ได้แก่ ร้านสะดวกซื้อหรือร้านค้าชุมชน (51%) ตลาดนัดหรือร้านค้ารถเข็นตามตลาดต่างๆ  (35%) ร้านบุหรี่ไฟฟ้า (28%) และจากเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัว (28%)

แม้มาตรการห้ามจำหน่ายจะส่งผลให้ความต้องการใช้บุหรี่ไฟฟ้าลดลง โดย 61% ระบุว่าลดการใช้บุหรี่ไฟฟ้า และ 8% เลิกใช้โดยสิ้นเชิง แต่ยังพบแนวโน้มที่น่ากังวลในกลุ่มผู้ที่ลดหรือเลิกใช้บุหรี่ไฟฟ้า โดย 41% หันกลับไปสูบบุหรี่มวน ขณะที่ 44% เปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินถุง (Nicotine pouch) หรือสนูส (Snus) 17% ใช้บุหรี่ไฟฟ้าแบบเติมน้ำยา และ 12% ใช้ยาสูบแบบเคี้ยว

ดร.มารินา เมอร์ฟี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกิจการวิทยาศาสตร์ของ Haypp กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนผลกระทบเชิงลบจากนโยบายห้ามแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งไม่เพียงกระตุ้นตลาดมืด แต่ยังทำให้ผู้ใช้จำนวนมากกลับไปสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่น่ากังวลมากกว่าในด้านสาธารณสุข ซึ่งชี้ได้ว่ามาตรการแบนบุหรี่ไฟฟ้าเป็นกฎหมายที่ไม่ได้ประสิทธิผล

ผลสำรวจยังพบว่าเมืองที่ยังมีการซื้อบุหรี่ไฟฟ้าใช้แล้วทิ้งในระดับสูงหลังการแบน ได้แก่ เชฟฟิลด์ (50%) นิวคาสเซิล (48%) เซาแทมป์ตัน (48%) ลอนดอน (46%) แมนเชสเตอร์ (38%) ลีดส์ (33%) บริสตอล (31%) และเอดินบะระ (30%)


ที่มา https://www.edinburghnews.scotsman.com/your-world/30-of-edinburgh-vapers-still-purchased-disposable-vapes-since-uk-ban-8656605


กรมพัฒน์ฯ เปิดคอร์สอัปสกิลบริการอาหาร - เครื่องดื่ม เรียนฟรีได้ใบเซอร์ รับตลาดท่องเที่ยวและบริการโต

 กรมพัฒน์ฯ เปิดคอร์สอัปสกิลบริการอาหาร - เครื่องดื่ม เรียนฟรีได้ใบเซอร์ รับตลาดท่องเที่ยวและบริการโต 

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เดินหน้าจัดอบรม Upskill–Reskill ฟรีมีใบรับรอง เสริมศักยภาพแรงงานไทยรองรับเศรษฐกิจเติบโตในจังหวัดท่องเที่ยวชั้นนำ

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการถือเป็นเสาหลักและฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันมีการเติบโตและฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการบุคลากรที่มีทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและมีมาตรฐานการให้บริการในระดับสากลเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน จึงมุ่งเน้นนโยบายเชิงรุกในการเตรียมความพร้อม พัฒนา และยกระดับศักยภาพของแรงงานไทยให้มีศักยภาพสูง มีคุณภาพตามมาตรฐาน เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคธุรกิจท่องเที่ยว ตลอดจนช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และสร้างความประทับใจให้แก่ฟันเฟืองด้านการท่องเที่ยวของประเทศ

นายสมาสภ์ กล่าวต่อไปว่า การจัดหลักสูตรฝึกอบรมในสาขาการท่องเที่ยวและบริการ ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มทักษะความรู้ (Upskill) และปรับเปลี่ยนทักษะ (Reskill) ให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบอาชีพในภาคบริการสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับงานที่ทำ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนรายได้และสร้างความมั่นคงให้แก่วิชาชีพได้อย่างยั่งยืน เพื่อตอบสนองต่อแนวโน้มดังกล่าว กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรในพื้นที่ขับเคลื่อนโครงการ ขณะนี้ มีหน่วยงานกำลังเปิดรับสมัครฝึกอบรม เช่น สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 11 สุราษฎร์ธานี เปิดรับสมัครผู้ที่สนใจอบรมหลักสูตรพนักงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม และหลักสูตรเทคนิคการให้บริการไวน์ (ระยะเวลา 30 ชั่วโมง) ทั้งนี้ ผู้สมัครสามารถเลือกเรียนได้เพียงหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งเท่านั้น จะอบรมระหว่างวันที่ 25–28 มิถุนายน 2569 ณ วิทยาลัยสหวิทยาการ เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี  และ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 31 สระแก้ว เปิดฝึกอบรม หลักสูตรพนักงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม อบรมวันที่ 1-4 กรกฎาคม 2569 เป็นต้น โดยจะเปิดรับสมัครจำนวนจำกัดเพียงหลักสูตรละ 20 คนเท่านั้น ผู้เข้าอบรมจะได้รับการฝึกทักษะฟรี พร้อมบริการอาหารจัดเลี้ยง และเมื่อสำเร็จการอบรมจะได้รับวุฒิบัตรจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานทันทีเพื่อนำไปใช้ประกอบการทำงานในอนาคต 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ด้วยตนเองที่ สถาบัน/สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน ทุกแห่งทั่วประเทศ หรือดูหลักสูตรอื่น ๆ ที่สนใจได้ที่เว็บไซต์ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน www.dsd.go.th หัวข้อ กำหนดการฝึกอบรม อธิบดีสมาสภ์ กล่าว

วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ก.แรงงาน ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในปารีส ดันนวดไทยสู่ซอฟต์พาวเวอร์ระดับโลก

 ก.แรงงาน ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในปารีส ดันนวดไทยสู่ซอฟต์พาวเวอร์ระดับโลก

วันที่ 12 มิถุนายน 2569  พ.ต.ท. วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานพิธีปิดการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาพนักงานนวดไทย ระดับ 1 และระดับ 2 โครงการส่งเสริมศักยภาพมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในต่างประเทศ และมอบเครื่องหมายรับรองที่แสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ประกอบกิจการ ซึ่งจ้างงานผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ โดยมี นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการดำเนินการทดสอบฯ คุณศศิมา ปาร์ค นายกสมาคมนวดไทยและสปาในฝรั่งเศส กล่าวต้อนรับ นายพีรพล พีรานนท์ นักการทูตชำนาญการ ที่ปรึกษารับผิดชอบงานด้านกงสุล จากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส กล่าวแสดงความยินดี นายสมชาติ สุภารี รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และนางพลาพร รัตนปริคณน์ ผู้อำนวยการกองพัฒนามาตรฐานและทดสอบฝีมือแรงงาน และผู้บริหารร่วมเป็นเกียรติ ณ เอเซียง 6 ถนน รู อัลแบรต์ เดอ ลาปารัง นครปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส 


พ.ต.ท. วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีปิดฯ ว่า ผมขอแสดงความยินดีกับผู้ผ่านการทดสอบทุกคน ซึ่งถือเป็นบุคลากรคุณภาพที่มีส่วนสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการนวดไทยสู่ระดับสากล สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาทักษะและศักยภาพวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ รัฐบาลและกระทรวงแรงงานให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามนโยบาย “เรียนได้งบ จบได้งาน” โดยมุ่งยกระดับทักษะแรงงานไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ รายได้ที่มั่นคง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งผู้ผ่านการทดสอบในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นแรงงานฝีมือคุณภาพ แต่ยังเป็นตัวแทนในการเผยแพร่ภูมิปัญญาและเอกลักษณ์การนวดไทยสู่สายตานานาชาติด้วย

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวเสริมว่า การดำเนินงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส และสมาคมนวดไทยและสปาในฝรั่งเศส ภายใต้โครงการส่งเสริมศักยภาพมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในต่างประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพแรงงานไทยและสร้างความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานวิชาชีพในระดับนานาชาติ โดยการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาพนักงานนวดไทย ระดับ 1 และระดับ 2 นั้นจัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 มีผู้เข้ารับการทดสอบระดับ 1 จำนวน 24 คน ผ่านการทดสอบทั้ง 24 คน และระดับ 2 จำนวน 2 คน ผ่านการทดสอบทั้ง 2 คน ซึ่งผู้ผ่านการทดสอบจะได้รับหนังสือรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อยืนยันความรู้ ความสามารถ และมาตรฐานการปฏิบัติงานตามเกณฑ์มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ




พร้อมกันนี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานยังได้มอบเครื่องหมายรับรองแก่สถานประกอบกิจการที่จ้างผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเห็นความสำคัญของการจ้างแรงงานคุณภาพ และร่วมกันยกระดับมาตรฐานการให้บริการนวดไทยในต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย สำหรับแรงงานไทย หรือสถานประกอบกิจการที่สนใจต้องการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ กลุ่มงานส่งเสริมการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน กองพัฒนามาตรฐานและทดสอบฝีมือแรงงาน โทร 0 2245 4837 หรือเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/share/1CUpC5qdsU/?mibextid=wwXIfr  อธิบดีสมาสภ์ กล่าว

วธ. ผนึกพลังบวรภาคอีสาน ต่อยอดทุนศรัทธา–ทุนวัฒนธรรม สู่เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

 วธ. ผนึกพลังบวรภาคอีสาน ต่อยอดทุนศรัทธา–ทุนวัฒนธรรม สู่เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน





เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ร่วมกับจังหวัดร้อยเอ็ด จัดงานมหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายใต้โครงการพลังบวรในมิติศาสนา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ ลานสาเกตนคร (หอโหวดร้อยเอ็ด) สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ บึงพลาญชัย อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีนางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยนายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม 


นายประภาส แก้วสวรรค์ ผู้อำนวยการกองพัฒนามาตรฐานการส่งเสริมคุณธรรม นายสมศักดิ์ สาโดด วัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดร้อยเอ็ด ศิลปินแห่งชาติ สื่อมวลชลและภาคีเครือข่ายพลังบวรทั้ง 20 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และต่อยอดทุนทางศาสนาและวัฒนธรรมสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน


นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อน “ชุมชนคุณธรรมพลังบวร” ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง บ้าน วัด/ศาสนสถาน โรงเรียน และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อพัฒนาคน สังคม และชุมชนให้มีคุณธรรม ควบคู่กับการนำทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นทุนทางเศรษฐกิจ สอดคล้องกับนโยบาย “ไทไทย : สร้างพลังวัฒนธรรม สร้างสุข สร้างอนาคต (Empowering Culture for Better Living)” ที่มุ่งผลักดันวัฒนธรรมไทยสู่การเป็นทุนเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ

การจัดงานครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการยกระดับชุมชนคุณธรรมให้ก้าวสู่การเป็นต้นแบบการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาศักยภาพเครือข่าย และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทุนทางศาสนาและวัฒนธรรม โดยมีผู้แทนเครือข่ายชุมชนคุณธรรมพลังบวรจาก 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าร่วม

ภายในงานมีการประชุมเชิงวิชาการและเวทีเสวนาเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนคุณธรรม การสื่อสารชุมชนผ่านสื่อดิจิทัล การต่อยอดประเพณีท้องถิ่นสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน และการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับเคลื่อนชุมชนคุณธรรมโดยคณะสงฆ์และภาคีเครือข่าย

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้า OTOP อาหารพื้นถิ่น และผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมจากชุมชนคุณธรรมทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมกิจกรรมฝึกอาชีพและการสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งสะท้อนศักยภาพของชุมชนในการนำทุนทางศาสนา วัฒนธรรม และภูมิปัญญามาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน

เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า งานมหกรรมสีสันแห่งศรัทธาฯ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำ “พลังศรัทธา” มาสร้าง “พลังเศรษฐกิจ” ผ่านการพัฒนาชุมชนคุณธรรมให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ การท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีอัตลักษณ์ ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ งานมหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 14 มิถุนายน 2569 ณ ลานสาเกตนคร (หอโหวดร้อยเอ็ด) จังหวัดร้อยเอ็ด โดยเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม ชม ชิม ช็อป และสัมผัสเสน่ห์ของทุนทางศาสนาและวัฒนธรรมจากทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับการจัดงานมหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรม อีก 3 ภูมิภาค กรมการศาสนาได้กำหนดการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ภาคกลาง ระหว่างวันที่ 17 - 19 กรกฎาคม 2569 ณ หาดพัทยากลาง จังหวัดชลบุรี, ภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 24 - 26 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลำปาง จังหวัดลำปาง และภาคใต้ ระหว่างวันที่ 7 - 9 สิงหาคม 2569 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสตูล จังหวัดสตูล เพื่อเดินหน้าขยายผลการขับเคลื่อนพลังบวรและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ \\\

สภากาชาดไทย ขอบคุณทุกเสียงตอบรับคอนเสิร์ตการกุศล “The Giving Concert : 3 Generation 1 Heart” ประกาศเพิ่มรอบพิเศษ “SING MEMORIES เพลงหวานในความทรงจำ” 4 กรกฎาคมนี้

  สภากาชาดไทย ขอบคุณทุกเสียงตอบรับคอนเสิร์ตการกุศล “The Giving Concert : 3 Generation 1 Heart”  ประกาศเพิ่มรอบพิเศษ “SING MEMORIES เพลงหวานใ...