วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ดร.วันดี ยุโส้ รับโล่เกียรติคุณจากจุฬาราชมนตรี ในงาน “ดาลอสัมพันธ์ 69”

 ดร.วันดี ยุโส้ รับโล่เกียรติคุณจากจุฬาราชมนตรี ในงาน “ดาลอสัมพันธ์ 69”

กรุงเทพมหานคร – ดร.วันดี ยุโส้ ประธานกรรมการ ห้างหุ้นส่วนจำกัดสลิลทิพย์การบัญชีและกฎหมาย และประธานกลุ่มอัลอิคลาสเพื่อเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาส นำคณะสมาชิกกลุ่มอัลอิคลาสเข้าร่วมงาน “ดาลอสัมพันธ์ 69” งานน้ำชาการกุศลครั้งยิ่งใหญ่ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “รำลึกคุณครู เชิดชูปอเนาะ สานต่อสายใยอุมมะฮ์” ณ มัสยิดฮิดาย่าตุ้ลอิสลามียะห์ (แสนแสบ) กรุงเทพมหานคร

ภายในงาน กลุ่มอัลอิคลาสเพื่อเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาส ได้ร่วมปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายปฏิคม คอยอำนวยความสะดวกและให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ผู้เข้าร่วมงาน และพี่น้องมุสลิมจากหลากหลายพื้นที่ ด้วยความเสียสละและจิตอาสา สะท้อนถึงเจตนารมณ์ขององค์กรที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อสังคม ดูแลเด็กกำพร้า ผู้ด้อยโอกาส และสร้างประโยชน์แก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง

โอกาสสำคัญครั้งนี้ ดร.วันดี ยุโส้ ยังได้รับเกียรติรับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจาก  เพื่อเชิดชูเกียรติในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม โดยเฉพาะการสนับสนุนกิจกรรมด้านการศึกษา การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการช่วยเหลือเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสมาอย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรม

วัตถุประสงค์การจัดงาน “ดาลอสัมพันธ์ 69”

การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ ดังนี้

เพื่อรำลึกถึงคุณูปการของครูผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา และเชิดชูเกียรติสถาบันปอเนาะ

เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน และพี่น้องมุสลิมในพื้นที่

เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการกตัญญูและการตอบแทนคุณครูในสังคมมุสลิม

เพื่อระดมทุนสนับสนุนกิจกรรมการศึกษา และช่วยเหลือคุณครู รวมถึงสถาบันที่ยังขาดแคลน

เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาสังคมมุสลิมให้เข้มแข็งและยั่งยืน

ดร.วันดี ยุโส้ กล่าวว่า การได้รับเกียรติในครั้งนี้ถือเป็นกำลังใจสำคัญในการเดินหน้าทำงานเพื่อสังคม และยืนยันว่าจะยังคงสานต่อภารกิจช่วยเหลือเด็กกำพร้า ผู้ด้อยโอกาส และสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องมุสลิมและสังคมไทยต่อไป

สำหรับบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น ความศรัทธา และความสามัคคีของประชาคมมุสลิม โดยมีศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ผู้นำศาสนา และผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

การมีส่วนร่วมของกลุ่มอัลอิคลาสในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของพลังจิตอาสาและการทำงานเพื่อสังคม ที่มุ่งสร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้ด้อยโอกาส พร้อมร่วมขับเคลื่อนสังคมแห่งการแบ่งปันและความเมตตาให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

วศ.อว. โชว์ผลงานมาตรฐานสอบเทียบเครื่องมือแพทย์ ในงานวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 34

 วศ.อว. โชว์ผลงานมาตรฐานสอบเทียบเครื่องมือแพทย์ ในงานวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 34

     เมื่อวันที่ 24-26 มิถุนายน 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.จิตตกานต์ อินเที่ยง ผู้อำนวยการศูนย์ห้องปฏิบัติการอ้างอิงการสอบเทียบ สถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ พร้อมเจ้าหน้าที่ วศ. ร่วมจัดนิทรรศการ "รากฐานสำคัญของการดูแลสุขภาพที่แม่นยำและปลอดภัย" ในการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 34 จัดโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด "From Lab to Life: Sciences for Healthy Longevity จากห้องแล็บสู่ชีวิตจริง วิทยาศาสตร์เพื่อการมีชีวิตที่ยืนยาว" ณ ศูนย์ประชุมอิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี



     นิทรรศการดังกล่าว มุ่งส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของการสอบเทียบ (Calibration) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความแม่นยำของเครื่องมือแพทย์ ตั้งแต่เครื่องวัดความดันโลหิต เครื่องควบคุมการให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ ไปจนถึงเครื่องวัดอุณหภูมิอินฟาเรด ปัจจุบัน วศ. ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 สำหรับการสอบเทียบเครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติแบบไม่รุกล้ำจาก สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ซึ่งผลของการสอบเทียบที่แม่นยำนี้ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์วินิจฉัยและรักษาได้อย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงจากความคลาดเคลื่อน เพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ป่วย และสนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน อันเป็นหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพที่ยืนยาวต่อไป



#กรมวิทยาศาสตร์บริการ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กระทรวงอว #สอบเทียบเครื่องมือวัด

เผยโฉมสุดยอดนักสร้าง 3D Game Art ในเวทีแข่งขันฝีมือแรงงาน ครั้งที่ 31 ระดับภาค

 เผยโฉมสุดยอดนักสร้าง 3D Game Art ในเวทีแข่งขันฝีมือแรงงาน ครั้งที่ 31 ระดับภาค

30 มิ.ย. 69 นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นประธานพิธีมอบรางวัล การแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 31 ระดับภาค สาขาการสร้างโมเดลในเกมสามมิติ (3D Digital Game Art) มีนางพลาพร รัตนปริคณน์ ผู้อำนวยการกองพัฒนามาตรฐานและทดสอบฝีมือแรงงาน กล่าวรายงาน คณะผู้บริหารกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมพิธี ณ ห้องประชุม ชั้น 4 อาคาร 11 คณะดิจิทัลมีเดีย มหาวิทยาลัยศรีปทุม กรุงเทพมหานคร

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ก่อนอื่น ผมขอแสดงความชื่นชมในความสามารถ ความตั้งใจ และความมุ่งมั่นของน้อง ๆ เยาวชนทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ตลอดจนขอชื่นชมคณะทำงานทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนให้การแข่งขันในครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างสมเกียรติ ในยุคปัจจุบันที่โลกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล อุตสาหกรรมเกมดิจิทัลคอนเทนต์ แอนิเมชัน ตลอดจนเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง (Metaverse) มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล "สาขาการสร้างโมเดลในเกมสามมิติ" จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของความบันเทิงหรือทักษะทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็น "ทักษะวิชาชีพแห่งอนาคต" ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เป็นสายงานที่ต้องอาศัยการผสมผสานอย่างลงตัว ระหว่าง "จินตนาการทางศิลปะ" และ "ความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี" เพื่อเนรมิตโลกในจินตนาการให้มีชีวิตและจับต้องได้ น้อง ๆเยาวชนผู้เข้าแข่งขันทุกคน คือ ฟันเฟืองสำคัญที่จะเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยให้ก้าวไปสู่เวทีโลก กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จึงได้บรรจุ "สาขาการสร้างโมเดลในเกมสามมิติ" เข้ามาในการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 31 ระดับภาค เพื่อสร้างโอกาสให้เยาวชนไทยได้ประลองฝีมือ เท่าทันเทคโนโลยี และเพื่อคัดเลือกผู้แทนที่มีผลงานและศักยภาพโดดเด่นของแต่ละภูมิภาค เข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 31 ระดับชาติต่อไป





นายสมาสภ์ กล่าวต่อว่า การแข่งขันครั้งนี้มีผู้เข้าแข่งขันซึ่งเป็นตัวแทนระดับภาคทั้ง 4 ภูมิภาค รวมจำนวนทั้งสิ้น 22 คน และวันนี้เราได้ผู้ชนะการแข่งขันฯ แล้ว น้อง ๆ ที่ได้รับรางวัลและเป็นตัวแทนระดับภาคทั้ง 4 ภาค ผมขอแสดงความยินดีในความสำเร็จของทุกท่าน ความทุ่มเท ความอดทน และการฝึกฝนอย่างหนัก ขอให้เก็บความภาคภูมิใจนี้ไว้เป็นพลังก้าวเดินต่อไป ขอให้รักษามาตรฐาน หมั่นพัฒนาฝีมือตนเองยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 31 และก้าวไปสู่การเป็นตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขันฝีมือแรงงานระดับนานาชาติต่อไป ส่วนน้อง ๆ ที่ยังไม่ได้รับรางวัลในการแข่งขันครั้งนี้ ผมขอให้กำลังใจและขออย่าได้ท้อแท้ การแข่งขันย่อมมีผู้ชนะและผู้แพ้ แต่สิ่งที่ทุกคนได้รับ คือ "ประสบการณ์" ที่หาไม่ได้จากในห้องเรียน ประสบการณ์ภายใต้ความกดดัน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และมิตรภาพจากเพื่อนร่วมสายอาชีพ ขอให้นำจุดที่ต้องปรับปรุงไปพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

การแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 31 ระดับภาค ยังมีการแข่งขันอีกหลายสาขา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 กรกฎาคม 2569 ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 2 สุพรรณบุรี สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 7 อุบลราชธานีสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 10 ลำปาง และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 11 สุราษฎร์ธานี ทั้งนี้จะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 โดยประชาชนที่อยู่ในจังหวัดดังกล่าว หรือจังหวัดใกล้เคียงสามารถให้กำลังใจเยาวชนได้ หรือติดตามข่าวสารจากเพจกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือเพจ WorldSkills Thailand

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569

SURE ยกระดับแบรนด์เต็มสูบ! ดึง "ต้นหอม" นั่งพรีเซ็นเตอร์ จับมือ มช. พัฒนาผลิตภัณฑ์

 SURE ยกระดับแบรนด์เต็มสูบ! ดึง "ต้นหอม" นั่งพรีเซ็นเตอร์ จับมือ มช. พัฒนาผลิตภัณฑ์

แบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคท้องถิ่นโตสวนตลาด "SURE" ของบริษัท สยาม เฟมัส จำกัด ผู้ผลิตจากจังหวัดสมุทรสาคร เดินหน้ายกระดับแบรนด์เต็มรูปแบบ วางยุทธศาสตร์ "ผลิต–วิจัย–การตลาด" ครบวงจร พร้อมจับมือ ม.เชียงใหม่ ตั้งแล็บสกัดพืชธรรมชาติ และดึงดาราสาว ต้นหอม ศกุนตลา นั่งพรีเซ็นเตอร์คนแรก

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน บริษัท สยาม เฟมัส จำกัด ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคจากจังหวัดสมุทรสาคร ได้จัดงานเปิดตัวแบรนด์ “SURE” อย่างเป็นทางการที่กรุงเทพฯ พร้อมประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์ “ผลิต–วิจัย–การตลาด” แบบครบวงจร มุ่งยกระดับการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคไทย และต่อยอดสู่ตลาดอาเซียนในระยะต่อไป

ภายใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าว บริษัทวางแผนผสานฐานการผลิตในประเทศเข้ากับความร่วมมือด้านงานวิจัยกับสถาบันการศึกษาไทย รวมถึงการพัฒนากลยุทธ์การตลาดที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งคุณภาพและความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน

 


หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน คือการเปิดตัว “ต้นหอม ศกุนตลา เทียนไพโรจน์” ดาราและพิธีกรชื่อดัง ในฐานะพรีเซ็นเตอร์คนแรกของแบรนด์ SURE โดยต้นหอม เล่าถึงจุดเริ่มต้นกับ SURE ว่า รู้จักและใช้สินค้าจริงตั้งแต่ก่อนมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพราะส่วนตัวทำธุรกิจสปาที่ต้องซักผ้าขนหนูจำนวนมากเป็นประจำ และช่วงแรกยังไม่มีแม่บ้านจึงต้องลงมือเองทุกอย่าง "หอมไล่หาตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ ว่าตัวไหนราคาเหมาะสมและใช้ได้จริง จนมาเจอ SURE ซึ่งเคยได้ยินชื่ออยู่แล้ว พอลองซื้อมาใช้ก็รู้สึกว่าคุ้มมาก ผ้าสะอาดและกลิ่นหอมติดทน ซึ่งสำคัญมากสำหรับงานสปา เพราะเราอยากให้ลูกค้าประทับใจ"

ดาราสาวยังเผยเคล็ดลับการดูแลเสื้อผ้าว่า เป็นคนละเอียดและชอบแต่งตัว จึงแยกซักเป็นผ้าขาว ผ้าสีอ่อน ผ้าสีเข้ม และผ้าที่ต้องดูแลพิเศษ เพื่อให้เสื้อผ้าอยู่ทนและคงสภาพดี พร้อมบอกว่าหลังร่วมงานกับแบรนด์ เตรียมจัดกิจกรรมร่วมกันอีกหลายรูปแบบ รวมถึงกิจกรรมเพื่อสังคม "หอมขายออนไลน์อยู่แล้ว และมองแบรนด์นี้มาสักพักว่าจะทำอย่างไรให้ได้มาปักตะกร้า พอได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ก็ยิ่งมั่นใจว่าแบรนด์น่าสนใจ เชื่อว่าจะขายได้แน่นอน" ต้นหอม กล่าว

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างบริษัท สยาม เฟมัส จำกัด และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมเปิดตัว “ห้องปฏิบัติการสกัดพืชธรรมชาติ” อย่างเป็นทางการ ภายใต้ความร่วมมือนี้ ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะศึกษาการนำสารสกัดจากพืชท้องถิ่นของไทยมาประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในครัวเรือน เพื่อพัฒนาไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ โดยมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมที่เชื่อมโยงงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรม

ด้าน ดร.จรูญ จักร์มุณี รองศาสตราจารย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบันความต้องการผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดของครัวเรือนยุคใหม่ได้เปลี่ยนจากการมองแค่ประสิทธิภาพการทำความสะอาด ไปสู่ความใส่ใจทั้งความปลอดภัย ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และคุณภาพควบคู่กัน โดยผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของส่วนผสม การถนอมเส้นใยผ้า การย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และการผ่านการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น สำหรับความร่วมมือกับ SURE ดร.จรูญ ระบุว่า มหาวิทยาลัยเชื่อมั่นว่างานวิจัยต้องตอบโจทย์สังคม ขณะที่ SURE ให้ความสำคัญกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และพร้อมลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์บนพื้นฐานงานวิจัย ทั้งสองฝ่ายจึงร่วมกันแปลงผลงานวิชาการให้เป็นนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ถือเป็นความร่วมมือที่ได้ประโยชน์ทั้งภาควิชาการและภาคธุรกิจ

ดร.จรูญ กล่าวอีกว่า ในอนาคตทั้งสองฝ่ายจะมุ่งเน้นการพัฒนาสูตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและย่อยสลายได้ เทคโนโลยีชีวภาพและนาโนเทคโนโลยี วิธีตรวจสอบคุณภาพที่รวดเร็ว และการทดสอบตามมาตรฐานสากล ควบคู่กับการทำวิจัยร่วม การฝึกงานของนักศึกษา และการแลกเปลี่ยนบุคลากร เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมในระยะยาว พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า ด้วยนวัตกรรม คุณภาพ และความยั่งยืน SURE มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนชั้นนำของไทย และขยายต่อไปยังตลาดอาเซียนและระดับสากล

ด้าน คุณสวี อี้ ผู้บริหารบริษัท สยาม เฟมัส จำกัด กล่าวว่า ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ SURE มีการเติบโตต่อเนื่องทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยปัจจุบันมีฐานการผลิตที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบซัพพลายเชนบริษัทระบุว่า SURE ใช้ 3 กลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ ได้แก่ การวิจัยและพัฒนาโดยเน้นความปลอดภัยและส่วนผสมธรรมชาติ การผลิตด้วยระบบอัตโนมัติที่ช่วยควบคุมคุณภาพและต้นทุน และการตลาดที่อาศัยทีมงานและเครือข่าย KOL/KOC ในประเทศ สำหรับการเลือก “ต้นหอม ศกุนตลา” เป็นพรีเซ็นเตอร์ มาจากภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่ายและสอดคล้องกับแบรนด์ พร้อมเตรียมเดินหน้ากิจกรรมการตลาดรูปแบบใหม่ เช่น Brand Day และไลฟ์ขายสินค้าร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์

 


ปัจจุบันสินค้า SURE วางจำหน่ายแล้วในห้างค้าปลีกและศูนย์วัสดุก่อสร้างชั้นนำ อาทิ HomePro, Mega Home, Global House และ Makro รวมถึงช่องทางอีคอมเมิร์ซอย่าง TikTok, Shopee และ Lazada

บริษัทระบุว่า แบรนด์มียอดขายออนไลน์เติบโตต่อเนื่อง และอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในครัวเรือนที่มียอดขายอันดับต้น ๆ บนแพลตฟอร์ม TikTok

ในระยะต่อไป บริษัทมีแผนใช้ประเทศไทยเป็นฐานหลักในการเติบโต ก่อนขยายสู่ตลาดเมียนมา เวียดนาม และประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน โดยมุ่งยกระดับให้ SURE เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนระดับภูมิภาคที่ผู้บริโภคไว้วางใจในระยะยาว

 

 

 


นางฐนิดา ทองเลม็ด ประธานมูลนิธินิดาบีฟ อนุสรณ์ ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 29 กรกฎาคม สะท้อนพลังแห่งความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

 นางฐนิดา ทองเลม็ด ประธานมูลนิธินิดาบีฟ อนุสรณ์ ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม สะท้อนพลังแห่งความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์


เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 นางฐนิดา ทองเลม็ด ประธานมูลนิธินิดาบีฟ อนุสรณ์ ได้เข้าร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม เพื่อร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมน้อมถวายพระพรชัยมงคลให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง และทรงเป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรชาวไทยตลอดไป

นางฐนิดา ทองเลม็ด เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง “มูลนิธินิดาบีฟ อนุสรณ์” ร่วมกับคุณสุรัตน์ (ฮัจยีการีม) ทองเลม็ด โดยทั้งสองเป็นคู่ชีวิตและคู่คิดทางธุรกิจ ซึ่งดำเนินกิจการหลากหลายประเภทภายใต้เครือนิดากรุ๊ป อาทิ ธุรกิจจำหน่ายเนื้อวัวโคขุน ร้านอาหาร โรงแรม ธุรกิจรับจัดเลี้ยง อุตสาหกรรมเครื่องประดับ และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ด้วยความเชื่อมั่นว่า ทุกความสำเร็จในชีวิตล้วนเป็นความโปรดปรานจากอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทั้งสองท่านจึงมุ่งมั่นตอบแทนสังคมผ่านการทำกิจกรรมสาธารณกุศลอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการแจกเนื้อกุรบ่านมากกว่า 1,000 กิโลกรัมต่อปี การมอบทุนการศึกษา การสนับสนุนครูสอนศาสนา เด็กกำพร้า ผู้ยากไร้ ตลอดจนการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมในหลากหลายมิติ

จากการทำงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับได้รับการสนับสนุนจากญาติพี่น้อง เพื่อน และเครือข่ายภาคธุรกิจ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้ง “มูลนิธินิดาบีฟ อนุสรณ์” เพื่อให้การดำเนินงานด้านสาธารณกุศลเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักศาสนาและกฎหมาย โดยได้รับหนังสือรับรองการจัดตั้งมูลนิธิจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2565

มูลนิธินิดาบีฟ อนุสรณ์ มีวัตถุประสงค์สำคัญในการช่วยเหลือเด็กกำพร้า แม่หม้าย ผู้ยากไร้ จัดหาโลงศพให้ผู้ขาดแคลน ส่งเสริมกิจการด้านศาสนาอิสลาม สนับสนุนโรงเรียนและครูสอนศาสนา ตลอดจนร่วมดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์กับองค์กรการกุศลต่าง ๆ โดยไม่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเมือง

หนึ่งในภารกิจสำคัญของมูลนิธิ คือการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคเหนือ เมื่อวันที่ 20–21 ตุลาคม 2567 โดยคณะกรรมการมูลนิธิและผู้มีจิตศรัทธากว่า 30 คน ร่วมกันระดมทุนและนำความช่วยเหลือไปยังพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย และอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมอบเงินช่วยเหลือ ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องใช้ในครัวเรือน รวมถึงสนับสนุนครูสอนศาสนา เด็กกำพร้า และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของมูลนิธิที่มุ่งสร้างประโยชน์แก่สังคมอย่างแท้จริง พร้อมยึดมั่นในหลักศรัทธา หลักคุณธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

นางฐนิดา ทองเลม็ด กล่าวว่า “การเป็นผู้ให้นั้นเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ความสำเร็จทางธุรกิจจะมีคุณค่าอย่างแท้จริง เมื่อสามารถนำกลับมาสร้างประโยชน์แก่สังคม ช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน และสนับสนุนกิจการที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม”

การร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคลในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของผู้นำองค์กรภาคประชาสังคมที่นอกจากจะอุทิศตนเพื่อการกุศลและการพัฒนาสังคมแล้ว ยังแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นสถาบันหลักของชาติไทยอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง

ทั้งนี้ มูลนิธินิดาบีฟ อนุสรณ์ ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าภารกิจด้านสาธารณกุศล ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน ความเมตตา และความสามัคคีให้เกิดขึ้นในสังคมไทยต่อไป


นักวิชาการหนุนรัฐปรับภาษีบุหรี่อัตราเดียว เร่งปรับให้ทันปีงบประมาณใหม่ ดึงรายได้เข้ารัฐ ปรับวิถีชีวิตประชาชน

 นักวิชาการหนุนรัฐปรับภาษีบุหรี่อัตราเดียว เร่งปรับให้ทันปีงบประมาณใหม่ ดึงรายได้เข้ารัฐ ปรับวิถีชีวิตประชาชน

นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์เสนอแนะรัฐบาล เริ่มใช้ภาษีบุหรี่อัตราเดียวในปีงบประมาณใหม่  โดยชี้ว่าการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่กลับมาเป็น “อัตราเดียว” (Single Rate) เป็นมาตรการที่เหมาะสมและควรดำเนินการมานานแล้ว เนื่องจากมีบทเรียนและผลลัพธ์เชิงประจักษ์ในต่างประเทศรองรับอย่างชัดเจน พร้อมเสนอให้เริ่มบังคับใช้ทันทีในช่วงต้นปีงบประมาณถัดไปเพื่อประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูล 

หนุนเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่สกัดกลยุทธ์เลี่ยงภาษี

ผศ.ดร.ถิรภาพ ฟักทอง คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้คำแนะนำว่า การกลับมาใช้ภาษีบุหรี่อัตราเดียวนั้นเป็นการปรับนโยบายที่ดีที่สุดและควรทำมานานแล้ว และช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในเปลี่ยนโครงสร้างคือช่วงก่อนเริ่มปีงบประมาณใหม่ ซึ่งใกล้เข้ามาแล้ว เพื่อเริ่มบังคับใช้ได้ทันตุลาคมนี้ เนื่องจากจะช่วยให้กลไกการจัดเก็บข้อมูลของหน่วยงานรัฐมีความเป็นระบบ สามารถตรวจสอบปัญหาตามข้อมูลที่ได้รับได้ชัดเจน

           นอกจากนี้ การใช้ภาษีบุหรี่อัตราเดียวยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหา Down Trading หรือพฤติกรรมการเล่นแร่แปรธาตุในตลาดปัจจุบัน ที่ผู้บริโภคหันไปหาบุหรี่ราคาถูกกว่า หรือผู้ประกอบการปรับราคาสินค้าเพื่อหลบเลี่ยงขั้นภาษี (Tax Tier) ซึ่งส่งผลให้รัฐจัดเก็บภาษีได้ยาก การปรับมาใช้อัตราเดียวจึงช่วยให้ระบบภาษีมีความโปร่งใสและตรวจสอบง่ายขึ้น

25 เปอร์เซ็นต์ เหมาะสมที่สุดในมิติเศรษฐกิจยุคปัจจุบันในส่วนของตัวเลขโครงสร้างภาษีที่เหมาะสม 

           ผศ.ดร.ถิรภาพ เปิดเผยว่า จากการคำนวณผ่านเครื่องมือแบบจำลอง และข้อมูลที่ได้รับเพิ่มเติมหลังการเปิดตัวเครื่องมือนี้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา และอัปเดตผ่านระบบเว็บไซต์ล่าสุด พบว่าการจัดเก็บภาษีบุหรี่อัตราเดียวที่ 25 เปอร์เซ็นต์ คือตัวเลขที่ดีที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน ตัวเลขนี้ได้มาจากการพิจารณาและคำนวณร่วมกับมิติต่างๆ รอบด้าน เช่น ปัญหาบุหรี่เถื่อน โดยจำเป็นต้องดำเนินมาตรการปราบปรามบุหรี่เถื่อนควบคู่ไปกับมาตรการทางภาษี ซึ่งปัจจุบันทางภาครัฐได้ดำเนินการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง และปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสงครามและปัญหาระหว่างประเทศ ที่กำลังส่งผลกระทบและสร้างความรุนแรง ต่อระบบเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศไทย และสำคัญที่สุดก็คือสภาพเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ โดยไม่ควรให้เกิดภาระต่อกำลังซื้อของประชาชนมากจนเกินไปในช่วงเวลานี้

ภาษีบุหรี่ ควรครอบคลุม "ยาสูบ-ยาเส้น" ทุกประเภท

นอกจากนี้ ผศ.ดร.ถิรภาพ ยังได้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สำคัญคือ รัฐบาลควรจัดเก็บภาษีในอัตราดังกล่าวกับสินค้าผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกรูปแบบ โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ No Discrimination ตามหลักเศรษฐศาสตร์ ซึ่งหมายความรวมถึงสินค้าประเภทยาเส้นด้วย เนื่องจากในความเป็นจริง สินค้าเหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้คุณและโทษต่อสุขภาพไม่แตกต่างกัน มีเพียงรูปแบบภายนอกเท่านั้นที่ต่างกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เป้าหมายที่รัฐบาลต้องการให้ลดการสูบบุหรี่หันไปสูบยาเส้นที่มีราคาถูกกว่า แต่เป็นอันตรายต่อสุขภาพไม่ต่างกัน  

ควรประกาศล่วงหน้าและให้เวลาประชาชนปรับตัว                                                                                                   

                                                                                      สำหรับข้อกังวลเรื่องการปักป้ายกักตุนสินค้าของกลไกตลาดก่อนภาษีใหม่มีผลบังคับใช้เป็นเหตุให้การปรับโครงสร้างภาษีต้องเลื่อนออกไปเพราะยังไม่พร้อมนั้น นักวิชาการระบุว่าในงานวิจัยได้มีการเสนอทางออกด้วยระบบ “ปฏิทินภาษี” (Tax Calendar) ไว้แล้ว “ระบบปฏิทินภาษีจะทำหน้าที่เป็นแผนที่นำทาง (Roadmap) ให้ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการสามารถคาดการณ์ทิศทาง และปรับกลยุทธ์ในการบริหารจัดการสต็อกสินค้า และการขายได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่เกิดการชะงักงันหรือการกักตุนสินค้าในลักษณะที่ส่งผลกระทบต่อระบบตลาด” ผศ.ดร.ถิรภาพ กล่าว

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569

NIA - TikTok มุ่งปั้นครีเอเตอร์คุณภาพสายนวัตกรรม ประกาศผลผู้ชนะ ‘InnovaTok Contest 2026’ชี้เทรนด์คนดูปีนี้ ความสนใจสั้นลง แต่ต้องการสาระมากขึ้น

 NIA - TikTok มุ่งปั้นครีเอเตอร์คุณภาพสายนวัตกรรม ประกาศผลผู้ชนะ ‘InnovaTok Contest 2026’ชี้เทรนด์คนดูปีนี้ ความสนใจสั้นลง แต่ต้องการสาระมากขึ้น

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) จับมือกับ TikTok ผนึกกำลังจัดงาน “InnovaTok Contest 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “STEAM4INNOVATOR” ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Rookie สำหรับบุคคลทั่วไปที่มีผู้ติดตามบน TikTok ไม่เกิน 10,000 คน และ Pro สำหรับมืออาชีพ อินฟลูเอนเซอร์ หน่วยงาน หรือองค์กรที่มีผู้ติดตามบน TikTok มากกว่า 10,000 คน เพื่อเฟ้นหานักสื่อสารนวัตกรรมรุ่นใหม่ (Innovation Creator) ที่สามารถนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมให้เป็นคอนเทนต์ที่เข้าใจง่าย น่าสนใจ และเข้าถึงผู้คนในวงกว้างผ่านแพลตฟอร์มที่ทรงพลังอย่าง TikTok โดยจัดงานประกาศผลผู้ชนะภายในงาน SITE 2026 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน 

ปัจจุบันระบบนิเวศครีเอเตอร์ไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง บทบาทของ “ครีเอเตอร์” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสร้างคอนเทนต์เพื่อความบันเทิง แต่เป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ในฐานะ “ฟันเฟือง” เพื่อผลักดันและส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นเมืองแห่งนวัตกรรม โดยเฉพาะ “TikTok” ที่ได้ชื่อว่าเป็นแพลตฟอร์มแห่งยุคสมัยที่มีจำนวนครีเอเตอร์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สอดคล้องไปกับจำนวนผู้ใช้งานและมุมมองจากฝั่งแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับการทำการตลาดผ่านคอนเทนต์วิดีโอสั้นบน TikTok โดยเฉพาะ 

ดร. กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA ระบุว่า “จากความสำเร็จของ ‘InnovaTok Contest 2025’ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมในการสื่อสารนวัตกรรมผ่านแพลตฟอร์ม TikTok ที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมโครงการมากกว่า 180 ผลงานทั่วประเทศ สร้างการเข้าถึงรวมมากกว่า 1,700,000 ครั้ง และปีนี้ ‘InnovaTok Contest 2026’ มีเป้าหมายในการเพิ่มจำนวนครีเอเตอร์สายนวัตกรรม ซึ่งปัจจุบันยังมีจำนวนไม่มาก เพื่อสร้างความตื่นตัวด้านนวัตกรรมในสังคม ตลอดจนส่งเสริมและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ ‘ชาตินวัตกรรม’ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างนักสื่อสารนวัตกรรมรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยไม่จำเป็นว่าต้องเติบโตหรือมีพื้นฐานมาจากเด็กสายวิทยาศาสตร์ แต่ขอให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดเรื่องการสื่อสารที่คำนึงถึงความถูกต้องอยู่เสมอ ขณะเดียวกันครีเอเตอร์ที่มีความรู้ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ที่สามารถสื่อสารเนื้อหาที่มีความซับซ้อนให้เป็นเรื่องสนุกและเข้าใจง่ายยังมีจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับสัดส่วนครีเอเตอร์ทั้งหมด” 


สำหรับคอนเซปต์ของ “InnovaTok Contest 2026” เปิดโอกาสให้นำเสนอกระบวนการสร้างสรรค์นวัตกรรมและกระบวนการพัฒนาศักยภาพด้านนวัตกรรม ลงลึกถึงขั้นตอนก่อนจะได้มาซึ่งนวัตกรรม เพื่อชี้ให้เห็นว่า ก่อนจะมาเป็นนวัตกรรมสักหนึ่งอย่างต้องผ่านอะไรมาบ้าง มีการคิดวิเคราะห์ วางแผนสร้างรูปแบบธุรกิจอย่างไร การผลิตและกระจายเข้าสู่ตลาดอย่างไร สร้างแบรนด์อย่างไร โดยเพิ่มมิติและสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างนวัตกรรมให้กับเด็กและเยาวชนก่อนก้าวสู่การเป็น “นวัตกร” ผ่านการเรียนรู้แบบ “STEAM4INNOVATOR” ที่บูรณาการทั้งศาสตร์และศิลป์เข้าด้วยกัน ผสานความรู้ “STEAM” ได้แก่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์ เข้ากับทักษะการเป็นผู้ประกอบการ โดยอาศัยตัวอย่างธุรกิจนวัตกรรมจากผู้ประกอบที่ได้รับการสนับสนุนจาก NIA ซึ่งครอบคลุมในหลากหลายอุตสาหกรรมทั้งเกษตรและอาหาร การแพทย์และสุขภาพ พลังงานและสิ่งแวดล้อม ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์และไอโอที รวมถึงนวัตกรรมเพื่อสังคมและไลฟ์สไตล์ จำนวน 10 ราย ได้แก่ 

1. นวัตกรรมทรายแมวจากมันสำปะหลัง Hide and seek บริษัท เวลตี้ ม็อกกี้ อินโนเวชั่น จำกัด 

2. ศูนย์การเรียนรู้การเขียนโปรแกรมและนวัตกรรมหุ่นยนต์ บริษัท อีซี่คิดส์ โรโบติกส์ จำกัด 

3. นวัตกรรมรองเท้าแตะวิ่งมาราธอน VING บริษัท วีอิ้ง อินเตอร์เทรด จำกัด 

4. นวัตกรรมไฮโดรเจลผสมนาโนซิลเวอร์สีฟ้า BluGel เพื่อการดูแลแผลสดและแผลเรื้อรัง บริษัท วีแคร์ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด 

5. ข้าวปลาวาฬ นวัตกรรมข้าวไร้แป้ง บริษัท เนรมิต ฟู้ดเทค จำกัด 

6. MuvMi ผู้ให้บริการเรียกรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า (EV) แบบ Ride-Sharing บริษัท มูฟมี ฮีโร่ จำกัด 

7. QueQ ระบบบริหารจัดการคิวและจองคิวนอกสถานที่แบบครบวงจร บริษัท คิว คิว (ประเทศไทย) จำกัด 

8. BOTNOI ผู้ให้บริการ AI Chatbot, AI Voicebot และ AI Agent บริษัท บอทน้อยคอนซัลติ้ง จำกัด 

9. จุลินทรีย์คึกคัก นวัตกรรมจุลินทรีย์ฟื้นฟูดิน - ป้องกันโรคพืช บริษัท ไบโอม จำกัด 

10. Moreloop แพลตฟอร์มขายผ้าเหลือใช้จากโรงงาน บริษัท มอร์ลูป จำกัด

ในปีนี้มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดมากกว่า 152 ผลงาน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1) Rookie สำหรับบุคคลทั่วไปที่มีผู้ติดตามบน TikTok ไม่เกิน 10,000 คน โดยรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ อภิสิทธิ์ ณัฐวรวโรตม์ จากช่อง okk.is.ok รองชนะเลิศอันดับที่ 1 อัครพล ธนวัฒนาเจริญ จากช่อง ake.locol และรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ภิญญ์ ประดิษฐ์แท่น จากช่อง pinnpn_ และ 2) Pro สำหรับมืออาชีพ อินฟลูเอนเซอร์ หน่วยงาน หรือองค์กรที่มีผู้ติดตามบน TikTok มากกว่า 10,000 คน ซึ่งรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ศิราเมษฐ์ อัญธานีสกุล จากช่อง benz.siramet รองชนะเลิศอันดับที่ 1 กรวิก จันทร์แด่น จากช่อง themodevan และรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ชนนิกานต์ หงษ์สุวรรณ จากช่อง jangmomketing

ดร.กริชผกา กล่าวเพิ่มเติมว่า “InnovaTok Contest เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบนิเวศผู้สื่อสารนวัตกรรมที่เชื่อมโยงนักวิจัย นักนวัตกรรม หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สตาร์ตอัป และครีเอเตอร์เข้าด้วยกัน ผ่านการพัฒนากลุ่มผู้ผลิตคอนเทนต์ที่มีความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้การสื่อสารนวัตกรรมไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นความร่วมมือของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบนิเวศทั้งหมด เมื่อประชาชนสามารถเข้าถึงและเข้าใจเรื่องนวัตกรรมได้มากขึ้น จะนำไปสู่การยกระดับความรู้ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (Innovation Literacy) ของประเทศ ส่งผลให้สังคมมีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี สามารถแยกแยะข้อมูลที่ถูกต้อง และเปิดรับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทยมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต เหมือนกับที่เรามั่นใจเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมจากต่างชาติ”


ด้านนางชนิดา คล้ายพันธ์ Director of Public Policy for Southeast Asia, TikTok มองภาพรวมเศรษฐกิจ ครีเอเตอร์บน TikTok ในประเทศไทยขณะนี้ว่าอยู่ในช่วงที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดและทรงพลังมาก จากเดิมที่เป็นเพียงแพลตฟอร์มเพื่อความบันเทิงสั้นๆ ได้กลายเป็นระบบนิเวศทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ขับเคลื่อนทั้งการจ้างงาน วัฒนธรรม และยอดขายระดับพันล้านบาทให้กับผู้ประกอบการไทย การเติบโตของครีเอเตอร์ใน TikTok เริ่มจากการใช้งานเพื่อความบันเทิง เน้นความสมจริงมากกว่ารูปแบบที่เป็นทางการ จากนั้นจึงเข้าสู่ยุคของสาระความรู้เฉพาะทาง แล้วไปสู่รูปแบบการสร้างรายได้ที่หลากหลายและจับต้องได้จริง โดยในส่วนเทรนด์ของคอนเทนต์ด้านนวัตกรรมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ มองว่าแนวโน้มคอนเทนต์กำลังจะก้าวข้ามจากการรีวิวอุปกรณ์ไปสู่การหลอมรวมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตเต็มตัว ความสนใจของผู้ชมจะสั้นลงอีก แต่ต้องการสาระมากขึ้น AI จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำคอนเทนต์ด้านนวัตกรรม 

“TikTok ในฐานะแพลตฟอร์มที่มีพลังขับเคลื่อนขนาดใหญ่ และมีผู้ใช้งานครอบคลุมทุกช่วงวัยในไทย เราได้เดินหน้าเป็นกระบอกเสียงและเป็นช่องทางให้กับส่วนราชการที่มีนโยบายที่ดีเพื่อประชาชนอย่างหลากหลายภายใต้ยุทธศาสตร์ Smart Education Smart Economy และ Smart Environment สำหรับโครงการ InnovaTok ที่มาจาก Innovation on TikTok นั้น ได้ถูกริเริ่มขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่าง TikTok กับ NIA เพื่อส่งเสริมคอนเทนต์ที่มีสาระความรู้ให้เพิ่มมากขึ้นบน TikTok โดยโครงการนี้ตั้งใจจะปรับเปลี่ยนทัศนคติที่ดีของคนไทยให้เห็นว่า นวัตกรรมไม่ใช่เรื่องไกลตัว เราจึงต้องการสร้างนักเล่าเรื่องนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนของเนื้อหาในลักษณะนี้ ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นการเปลี่ยนนวัตกรรมในรูปแบบตัวอักษรให้กลายเป็นคอนเทนต์ที่เข้าใจง่ายและจับต้องได้” นางชนิดา กล่าวปิดท้าย

นายอภิสิทธิ์ ณัฐวรวโรตม์ จากช่อง okk.is.ok ผู้ชนะเลิศประเภท Rookie เผยว่า การเข้าร่วมโครงการนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้คอนเทนต์ด้านดีไซน์และนวัตกรรมได้เข้าถึงผู้คนมากขึ้น เป็นเวทีที่สร้างกำลังใจให้ครีเอเตอร์สายวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมได้แสดงศักยภาพ และทำให้เห็นว่าความรู้ก็สามารถเล่าเรื่องให้สนุกและเข้าถึงผู้คนได้เช่นกัน แม้การเล่าเรื่องให้สั้นกระชับและเข้าใจง่าย ให้ตอบรับพฤติกรรมผู้ชมในยุคนี้จะท้าทายครีเอเตอร์


นายศิราเมษฐ์ อัญธานีสกุล จากช่อง benz.siramet ผู้ชนะเลิศ ประเภท Pro กล่าวว่า เวทีนี้เป็นอีกเวทีที่เป็นเครื่องพิสูจน์คุณภาพของผลงานที่ครีเอเตอร์สร้างสรรค์ออกมา ซึ่งผมเองทำคอนเทนต์ด้านไลฟ์สไตล์แต่จะสอดแทรกเนื้อหาให้ความรู้ โดยเลือกเรื่องใกล้ตัว ลงพื้นที่จริง และทดลองใช้จริง ก่อนจะนำข้อมูลนั้นๆ มาสอดแทรกความบันเทิงลงไป ด้วยเทรนด์คนดูยุคนี้ที่จะให้ความสนใจสั้นลงเรื่อย ๆ แต่ต้องการเสพเนื้อหาคุณภาพ ในฐานะครีเอเตอร์ก็ต้องปรับตัวตามกระแส โดยสรุปเนื้อหาให้กระชับได้สาระ และคงความสนุกไม่น่าเบื่อ เพื่อดึงดูดให้ผู้ชมติดตามจนจบ


ติดตามคอนเทนต์ด้านนวัตกรรมและกิจกรรมที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : NIA - National Innovation Agency Thailand และเว็บไซต์ www.nia.or.th



ดร.วันดี ยุโส้ รับโล่เกียรติคุณจากจุฬาราชมนตรี ในงาน “ดาลอสัมพันธ์ 69”

  ดร.วันดี ยุโส้ รับโล่เกียรติคุณจากจุฬาราชมนตรี ในงาน “ดาลอสัมพันธ์ 69” กรุงเทพมหานคร – ดร.วันดี ยุโส้ ประธานกรรมการ ห้างหุ้นส่วนจำกัดสลิลท...