วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ททท. ขานรับนโยบายการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ประกาศจับมือ Eastern & Oriental Express ผู้ให้บริการรถไฟลักชูรี่ระดับโลก สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวเมืองไทยในมิติใหม่ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก

 ททท. ขานรับนโยบายการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ประกาศจับมือ Eastern & Oriental Express ผู้ให้บริการรถไฟลักชูรี่ระดับโลก สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวเมืองไทยในมิติใหม่ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก 

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเติบโตจากจุดแข็งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และการบริการที่ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ในยุคที่พฤติกรรมการเดินทางเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  รวมถึง KPI ชี้วัดความสำเร็จของการท่องเที่ยวในปัจจุบัน คือ “คุณค่าเชิงประสบการณ์“ ที่ได้รับ และ “มูลค่า” ที่กระจายสู่เศรษฐกิจและชุมชนอย่างยั่งยืน


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงเล็งเห็นถึงการยกระดับการท่องเที่ยวทางรางให้เป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญที่ตอบโจทย์แนวคิดดังกล่าวนี้  โดยใช้การเดินทางโดย “รถไฟ” เพื่อประตูแห่งประสบการณ์ ที่จะเปลี่ยนระยะทางให้กลายเป็นคุณค่าทางความรู้สึก และเปลี่ยนเส้นทางคมนาคมให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่มีความหมาย เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้สัมผัสประเทศไทยในมิติที่แตกต่างจากการเดินทางรูปแบบอื่น


ซึ่งแนวทางของ ททท.นี้ สอดรับกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงนโยบายและกฎระเบียบใหม่ๆ ในการพัฒนาระบบรางของกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 



นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่า ททท. จึงได้นำทีมหารือร่วมกับ Mr. Gary Franklin กรรมการผู้จัดการ Belmond Trains บริษัทในเครือ LVMH ผู้ให้บริการรถไฟลักชูรี่ระดับโลก Eastern & Oriental Express เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคุณภาพสูงของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” โดยโครงการดังกล่าวมุ่งตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพและกลุ่มผู้มีรายได้สูงจากทั่วโลก โดยมีแผนนำร่องที่จะเปิดเส้นทาง กรุงเทพฯ – กาญจนบุรี – หัวหิน – หาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ ภายในปี 2570




ททท. เชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีสำหรับมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ส่งเสริมการขายสินค้าบริการท่องเที่ยว ควบคู่ เสน่ห์ไทย กับ 5 Must Do ตลอดจนช่วยกระจายการเดินทางและรายได้สู่เมืองรองและภูมิภาคของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป


#AmazingThailand

#HealingIsTheNewLuxury

#EasternAndOrientalExpress


ทางยกระดับดอนเมือง ติดโผหุ้นกลุ่ม ESG Emerging ปี 69

 ทางยกระดับดอนเมือง ติดโผหุ้นกลุ่ม ESG Emerging ปี 69

บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT ผู้บริหารโครงการสัมปทานทางยกระดับดอนเมืองช่วงดินแดงจนถึงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ได้รับคัดเลือกให้เป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) เข้าอยู่ในกลุ่มบริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุน หรือ ESG Emerging List ปี 2569

สถาบันไทยพัฒน์ ประกาศให้ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) (DMT) เป็นหนึ่งในรายชื่อหลักทรัพย์จดทะเบียนที่น่าลงทุนในกลุ่ม ESG Emerging ปี 2569 ด้วยการคัดเลือกจาก 931 หลักทรัพย์จดทะเบียน โดยใช้ข้อมูลด้าน ESG ที่ปรากฏในการเปิดเผยข้อมูล การดำเนินงานที่สะท้อนปัจจัยด้าน ESG และความริเริ่มหรือลักษณะธุรกิจที่เกี่ยวโยงกับประเด็นด้าน ESG ของกิจการ

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า “การที่ DMT ได้รับคัดเลือกให้เข้าอยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG Emerging ของสถาบันไทยพัฒน์ ในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการบริหารจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมีความรับผิดชอบ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการสนับสนุนแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ”

ทั้งนี้ DMT ได้กำหนดกลยุทธ์ ESG in process เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการดำเนินธุรกิจ ภายใต้กรอบแนวคิด “3P” ประกอบด้วย People, Planet และ Profit โดยในมติ People บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้บริการ พนักงาน และชุมชนโดยรอบ โดยการใช้เทคโนโลยีเพื่อตรวจจับอุบัติเหตุและจัดการจราจรอัจฉริยะ การพัฒนาระบบเก็บค่าผ่านทางแบบไร้สัมผัส ลดเวลารอคิว ลดมลพิษจากรถติด ในมิติ Planet การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการปรับเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียน โดยการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนอาคารสำนักงานใหญ่และอาคารด่านเก็บค่าผ่านทาง และเพิ่มสถานีชาร์จ EV ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ส่วนในมิติ Profit การพัฒนาบริการโดยใช้เทคโนโลยีที่ลดต้นทุนด้านพลังงานและทรัพยากร และเปิดเผยข้อมูลทางการเงินและการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน

การจัดอันดับหลักทรัพย์ที่น่าลงทุนในกลุ่ม ESG Emerging พิจารณาข้อมูลจากการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) และผลประกอบการของบริษัทควบคู่กันในกระบวนการประเมิน

สำหรับสถาบันไทยพัฒน์ เป็นผู้ริเริ่มพัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจ ได้เปิดเผยรายชื่อหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 เป็นครั้งแรกในปี 2558 และในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG Emerging เป็นครั้งแรกในปี 2563

การจัดอันดับบริษัทจดทะเบียนด้านการพัฒนาความยั่งยืนของธุรกิจในกลุ่มบริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุน หรือ ESG Emerging List ถือเป็นแหล่งข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียน เพื่อรองรับความต้องการของผู้ลงทุนที่ให้น้ำหนักการลงทุนในบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ และเป็นทางเลือกให้ผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีคุณภาพและได้รับผลตอบแทนที่มิได้ด้อยไปกว่าการลงทุนในแบบทั่วไป

สพพ. ร่วมหารือโครงการ R12 ณ สปป.ลาว

 สพพ. ร่วมหารือโครงการ R12 ณ สปป.ลาว



เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 นายกีรติ เวฬุวัน รองผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) และคณะผู้แทน สพพ. ร่วมกับ Mr. Vanthong BOUTTANAVONG อธิบดีกรมขัวทาง กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป.ลาว และคณะ พร้อมด้วยผู้แทนกระทรวงการเงิน สปป.ลาว ตลอดจนที่ปรึกษาควบคุมงานและผู้ประกอบการงานก่อสร้างโครงการปรับปรุงเส้นทางหมายเลข 12 (R12) ช่วงเมืองท่าแขก–จุดผ่านแดนนาเพ้า สปป.ลาว ทั้ง 2 สัญญา ได้ร่วมประชุมหารือประเด็นปัญหาอุปสรรคทางด้านวิศวกรรม การออกแบบรายละเอียด และผลกระทบต่อโครงการจากการปรับราคาสินค้าและบริการเนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นอันเป็นผลจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก (สถานการณ์สงครามระหว่างสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน-สหรัฐอเมริกา-ประเทศอิสราเอล) ตลอดจนหารือแนวทางแก้ไขปัญหาที่กล่าวเพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จตามวัตถุประสงค์ภายใต้กรอบระยะเวลาตามสัญญาจ้างก่อสร้าง 30 เดือนและวงเงินของโครงการ ณ กรมขัวทาง สปป.ลาว 



ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยโดย สพพ. และรัฐบาล สปป.ลาว วงเงิน 1,833.75 ล้านบาท เพื่อผลักดันนโยบายการเชื่อมโยงโครงข่ายเส้นทางการคมนาคมระหว่างไทย-สปป.ลาว-เวียดนาม-จีน อีกทั้งยังสนับสนุนการเชื่อมโยงระหว่างประเทศเพื่อนบ้านภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub-region: GMS) โดยคาดว่าการดำเนินการแล้วเสร็จภายในต้นปี 2571

สพพ. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (ครบ 7 วัน) เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

 สพพ. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (ครบ 7 วัน) เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ



พันเอก ศรัณยู วิริยเวชกุล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) พร้อมนายกีรติ เวฬุวัน รองผู้อำนวยการ เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (ครบ 7 วัน)  เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธี เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ณ อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง บรรเทาทุกข์ ส่งต่อกำลังใจ มอบเงินช่วยเหลือพร้อมสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น เยียวยาผู้ประสบอัคคีภัยบริเวณชุมชนวัดบรมนิวาส ถนนพระรามที่ 6 ซอย 15 รวมงบประมาณกว่า 8 แสนบาท เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ บริเวณโรงเรียนวัดสระบัว เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง บรรเทาทุกข์ ส่งต่อกำลังใจ มอบเงินช่วยเหลือพร้อมสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น เยียวยาผู้ประสบอัคคีภัยบริเวณชุมชนวัดบรมนิวาส ถนนพระรามที่ 6 ซอย 15 รวมงบประมาณกว่า 8 แสนบาท เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ บริเวณโรงเรียนวัดสระบัว เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ





ตามที่ได้เกิดอัคคีภัยบริเวณชุมชนวัดบรมนิวาส ถนนพระรามที่ 6 ซอย 15 เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเพลิงไหม้ในครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยเมื่อเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่แผนกบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายปฏิบัติการ ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือในทันที หลังจากเพลิงสงบได้นำข้าวต้มพร้อมน้ำดื่มแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบอัคคีภัย รวมทั้งเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสาธารณภัย ตั้งจุดลงทะเบียนเพื่อเตรียมการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยต่อเนื่องทันที




วันนี้ (วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.30 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่ และนางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล รักษาการผู้จัดการฝ่ายสาธารณภัย นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสาธารณภัย และ แผนกบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายปฏิบัติการ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยบริเวณชุมชนวัดบรมนิวาส ถนนพระรามที่ 6 ซอย 15 โดยมอบเงินช่วยเหลือคนละ 3,500 บาท รวม 199 คน พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบอัคคีภัยรายครอบครัว มูลค่า 2,500 บาท จำนวน 61 ชุด มอบเครื่องอุปโภคบริโภครายบุคคล มูลค่า 1,500 บาท จำนวน 15 ชุด รวมงบประมาณการช่วยเหลือทั้งสิ้น 871,500 บาท (แปดแสนเจ็ดหมื่นหนึ่งพันห้าร้อยบาทถ้วน)  โดยมี ดร.นรเทพ ชูพูล ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน พร้อมด้วย คณะมูลนิธิส่งเสริมศีลธรรมสงเคราะห์ มูลนิธิไกรสิทธิการกุศล และมูลนิธิพุทธสมาคมปทุมรังษี รวมทั้งอาสาศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายกวินรัฏฐ์ ยศอมรสุนทร (หยวน-กวินรัฏฐ์) นายสัญญา พรนารายณ์ (เก่ง) และนางสาวพัชรมัย บุญเลิศกุล (แพรว พัชรมัย) ร่วมแจกจ่ายสิ่งของและให้กำลังใจ ณ บริเวณโรงเรียนวัดสระบัว เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ




ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

.

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกรวมถึงพิกัดมูลนิธิฯ ได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

.

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## 

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้าง อนาคตเด็กไทย มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา ประจำปี 2569 แก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้าง อนาคตเด็กไทย มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา ประจำปี 2569 แก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ



วันนี้ (วันพุธที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี  นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ  นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก พร้อมด้วย คณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการ และผู้บริหาร ร่วมในพิธี มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา ประจำปี พ.ศ. 2569 ให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงปีที่ 6  จำนวน 1,500 ทุนๆ ละ 2,000 บาท รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน) เพื่อช่วยเหลือให้เยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้มีโอกาสเท่าเทียมสามามารถศึกษาเล่าเรียนต่อโดยไม่ต้องยุติการศึกษา และเติบโตสร้างอนาคตตามความมุ่งหวังของตนเองและครอบครัวต่อไป โดยมีเยาวชน และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา เป็นผู้รับมอบ  ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร 2 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ








นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ กล่าวว่า โครงการ “ป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้างอนาคตเด็กไทย” ด้วยการมอบทุนการศึกษาให้แก่เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่ได้ช่วยเหลือเสริมสร้างชีวิตให้อนาคตแก่เด็กไทยมากว่า 50 ปี และในปี พ.ศ. 2569 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้จัดสรรงบประมาณเพื่อมอบเป็นทุนการศึกษาและทุนส่งเสริมการศึกษา เป็นจำนวนเงินกว่า 20 ล้านบาท โดยแบ่งให้เป็นทุนการศึกษาในระดับต่างๆ ประกอบด้วย 1. เงินสนับสนุนทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา 2. ทุนการศึกษาต่อเนื่องในทุกระดับชั้น  3. ทุนการศึกษาทุกระดับปีสุดท้าย 4. ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนในถิ่นทุรกันดาร






ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ชนชั้น และศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงสนับสนุนด้านการศึกษา เพื่อให้เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ภายใต้ปณิธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” 

ติดตามข่าวสาร กิจกรรม ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือคลิกเพื่อติดตามทางช่องทางอื่นๆ รวมถึงพิกัดของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

.

## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569

“สัปดาห์แห่งการทำความดี” ย้ำจุดยืนผู้นำด้าน Green Insurer

 “สัปดาห์แห่งการทำความดี” ย้ำจุดยืนผู้นำด้าน Green Insurer


บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ในฐานะ ‘Green Insurer’ หรือผู้นำบริษัทประกันที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม นำโดยมร.โธมัส บูเบิร์ล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มแอกซ่า (คนที่ 5 จากขวา) พร้อมด้วย มร.ฮัสซัน เอล ชาบราวิชิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอกซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล มาร์เก็ต (คนที่ 4 จากซ้าย) และ มร.นิโคลา เดอ นาแซล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอกซ่า ในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ และประเทศเกาหลีใต้ และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต (คนที่ 4 จากขวา) พร้อมกับคณะผู้บริหารระดับสูง พนักงานของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดกิจกรรมใหญ่ สัปดาห์แห่งการทำความดี หรือ “Week for Good”  ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทุกบริษัทของแอกซ่าทั่วโลกจัดขึ้นพร้อมกันทุกๆ ปี โดยในปีนี้บริษัทฯ มุ่งเน้นด้านการป้องกันสุขภาพเชิงรุก  และการให้ความสำคัญกับด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของกลุ่มแอกซ่า


โดยกิจกรรมไฮไลท์ในปีนี้ คือ Week For Good Run For Health ซึ่งร่วมมือกับกรุงเทพมหานครและสวนลุมพินี โดยบริษัทฯ ได้สร้างลานยืดเหยียด ปรับปรุงสนามฟุตซอล รวมถึงสนับสนุนอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมนันทนาการ อาทิ เรือเป็ด เสื้อชูชีพ และร่มสนาม ณ สวนลุมพินี สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทฯ ที่ส่งเสริมให้ทุกคนได้ออกกำลังกาย และเริ่มต้นดูแลรักษาสุขภาพในพื้นที่ที่อากาศบริสุทธิ์ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมคาราวานตรวจสุขภาพฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน ในระหว่างวันที่ 10-13 มิถุนายน 2569

พร้อมทั้งกิจกรรมสันทนาการ เผาผลาญแคลอรี่ผ่านด่านออกกำลังกาย ตลอดจนกิจกรรมปลูกป่าชายเลน และปล่อยปู ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก บางปู ซึ่งเป็นความร่วมมือของพนักงานจิตอาสา หรือ Hearts in Action Volunteers ของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต และ แอกซ่า ประกันภัย ซึ่งถือเป็นความร่วมมือ ONE AXA  นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Solar Energy Gamification การเรียนรู้เรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ผ่านเกม โดยกิจกรรมดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ และกิจกรรม E-Learning แบบทดสอบที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพและสร้างความรู้สุขภาพ เพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงกิจกรรม Green Market แบ่งปันสินค้ารักษ์โลกของพนักงาน เพื่อลดขยะที่เป็นมลพิษของสิ่งแวดล้อม

โดยได้รับความสนใจจากผู้บริหาร และพนักงานหัวใจทำงานเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 2,087 คน นับเป็นชั่วโมงการทำความดีได้มากถึง 2,739 ชั่วโมง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของพนักงานพลังจิตอาสา ที่ใช้หัวใจทำงาน หรือ Hearts in Acton ที่เป็นอีกหนึ่งนโยบายหลักด้านความรับผิดชอบของสังคมของบริษัทฯ  

ทุกกิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยเหลือสังคม อีกทั้งยังทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ และเป็นส่วนหนึ่งที่จะเป็นแรงผลักดัน และขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อม สู่ความยั่งยืนของสังคมไทย ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายสูงสุดของบริษัทฯ ที่จะอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป





สำหรับท่านใดที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมติดตามกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ของบริษัทฯ ได้ที่ https://www.facebook.com/Hearts.in.action.volunteers หรือ โทร. 1159 ทั้งนี้ท่านสามารถอ่านรายละเอียดข่าวนี้เพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/Week_for_Good_2026