วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2569

เจาะอาณาจักรธุรกิจ ดร.ณัฐวุฒิ เจ้าสัว แห่ง บจ. AURELIAN GROUP และกลุ่มธุรกิจ AG สินทรัพย์สามหมื่นกว่าล้าน ธุรกิจครบวงจร รวยติดอันดับประเทศ

 เจาะอาณาจักรธุรกิจ ดร.ณัฐวุฒิ เจ้าสัว แห่ง บจ. AURELIAN GROUP และกลุ่มธุรกิจ AG สินทรัพย์สามหมื่นกว่าล้าน ธุรกิจครบวงจร รวยติดอันดับประเทศ

       

วันที่ 18 กันยายน 2569 ภายหลังเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ บจ. AURELIAN GROUP ณ โรงแรมอัศวินแกรนด์ คอนเวนชั่น โรงแรมระดับห้าดวว เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมานั้น

     

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เจาะลึกธุรกิจอาณาจักรธุรกิจพบว่า AURELIAN GROUP และกลุ่มธุรกิจ AG สำนักงานใหญ่เลขที่ 118 อาคารสปริงทาวเวอร์ ชั้น M 9 ถนนพญาไท แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร โดย บจ. AURELIAN GROUP และกลุ่มธุรกิจ AG รวม 42 บริษัท จดทะเบียนรวม 210,000,000 บาท (สองร้อยสิบล้านบาท) โดย ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ถือหุ้นใหญ่ และได้ชำระค่าหุ้นเต็มจำนวนแล้ว

        

เจาะลึกอาณาจักร AURELIAN GROUP 42 บริษัท ครอบคลุมเครือข่าย ธุรกิจหลากหลายอุตสาหกรรมภายใต้การนำของ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่(MD) AURELIAN GROUP ธุรกิจวางโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจ ให้ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ

      


ผู้สื่อข่าวตรวจสอบกับ นายทะเบียนพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ บริษัทในกลุ่มรวม 42 บริษัท และมีมูลค่าสินทรัพย์รวมประมาณ 30,000 กว่าล้านบาท

          

ENERGY & INFRASTRUCTURE พลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน ขอบเขตธุรกิจ

พลังงาน • พลังงานสะอาด • พลังงานทดแทน • ระบบสาธารณูปโภค • โครงสร้างพื้นฐาน • การลงทุนและพัฒนาโครงการเป็นกลุ่มธุรกิจสินทรัพย์ระยะยาวรองรับการลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานรวมถึงสร้างโอกาสเชื่อมโยงกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมของ

        

PROPERTY & ASSET MANAGEMENT อสังหาริมทรัพย์และบริหารสินทรัพย์

ขอบเขตธุรกิจซื้อ–ขายและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ • ที่ดิน • อาคารสำนักงาน • พื้นที่เชิงพาณิชย์ • การให้เช่า • การบริหารสินทรัพย์ สร้างและบริหารฐานสินทรัพย์ของกลุ่ม ตลอดจนพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ให้สามารถสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าในระยะยาว

      

COMMERCE, RETAIL & E-COMMERCE  การค้า ค้าปลีก และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ขอบเขตธุรกิจ ค้าปลีก • ค้าส่ง • E-Commerce • Marketplace • นำเข้า–ส่งออก • ตัวแทนจำหน่าย • การพัฒนาแบรนด์สินค้า เป็นช่องทางนำสินค้าและบริการของกลุ่มเข้าสู่ตลาด เชื่อมผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และผู้บริโภค เข้าด้วยกัน

    

LOGISTICS & SUPPLY CHAIN โลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน ขอบเขตธุรกิจขนส่ง • คลังสินค้า • Fulfillment • กระจายสินค้า • Supply Chain • โลจิสติกส์ในประเทศและระหว่างประเทศ ทำหน้าที่เป็นระบบสนับสนุนการเคลื่อนย้ายสินค้าให้แก่ธุรกิจการค้า อาหาร เกษตร อุตสาหกรรม และ E-Commerce

    

INDUSTRIAL & MANUFACTURING อุตสาหกรรมและการผลิต ขอบเขตธุรกิจ โรงงาน • การผลิต • OEM/ODM • เครื่องจักร • วัตถุดิบ • บรรจุภัณฑ์ • การแปรรูปสินค้าสร้างฐานการผลิตและเพิ่มมูลค่าจากวัตถุดิบไปสู่ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ลดการพึ่งพาผู้ผลิตภายนอก เมื่อมีขนาดธุรกิจเหมาะสม

     

AGRICULTURE & AGRI-BUSINESS เกษตรและเกษตรอุตสาหกรรม ขอบเขตธุรกิจ การเกษตร • วัตถุดิบทางการเกษตร • เกษตรแปรรูป • Food Supply • เทคโนโลยีการเกษตร • การจัดจำหน่ายผลผลิต เป็นต้น สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและการผลิต และสามารถเชื่อมต่อ ไปยังการแปรรูป การกระจายสินค้า และร้านอาหารของกลุ่ม

        

FOOD & RESTAURANT อาหารและร้านอาหาร ขอบเขตธุรกิจ ร้านอาหาร • Quick Service Restaurant • แบรนด์อาหาร • แฟรนไชส์ • อาหารพร้อมรับประทาน • การขยายสาขา เป็นธุรกิจปลายน้ำที่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง สามารถต่อยอดจากวัตถุดิบ การผลิต และระบบโลจิสติกส์ภายในเครือ

      

COFFEE & BEVERAGE กาแฟและเครื่องดื่ม ขอบเขตธุรกิจ Coffee Shop • เครื่องดื่ม • เมล็ดกาแฟ • ผลิตภัณฑ์กาแฟ • Retail • Franchiseพัฒนาแบรนด์สำหรับตลาด ผู้บริโภค และสร้างเครือข่ายสาขา โดยสามารถเชื่อมโยงกับธุรกิจอาหาร ค้าปลีก และอสังหาริมทรัพย์

    

TECHNOLOGY, AI & DIGITAL ECONOMY เทคโนโลยี AI และเศรษฐกิจดิจิทัล ขอบเขตธุรกิจ Artificial Intelligence • Software • Digital Platform • Data • Cloud • E-Commerce Technology • FinTech • Digital Services เป็นโครงสร้างเทคโนโลยีสำหรับยกระดับประสิทธิภาพของบริษัทต่าง ๆ ในเครือ ตั้งแต่การขาย การตลาด ข้อมูล ไปจนถึงระบบบริหารจัดการ

     

MEDIA, CONTENT & COMMUNICATION สื่อ คอนเทนต์ และการสื่อสาร ขอบเขตธุรกิจ ข่าว • Digital Media • Online Content • Production • Advertising • Marketing • Public Relations พัฒนาธุรกิจสื่อและคอนเทนต์เป็นธุรกิจในตัวเอง พร้อมสร้างช่องทางการสื่อสาร และการตลาดสำหรับแบรนด์ต่างๆ ในกลุ่ม โดยแยกการดำเนินงานด้านข่าว ออกจากการประชาสัมพันธ์ของกลุ่มอย่างชัดเจนเพื่อรักษามาตรฐานด้านบรรณาธิการ

      

TOURISM & HOSPITALITY ท่องเที่ยว โรงแรม และบริการ ขอบเขตธุรกิจ Tourism • Travel Services • โรงแรม • ที่พัก • Hospitality • การจัดกิจกรรม • บริการนักท่องเที่ยว เชื่อมโยงอสังหาริมทรัพย์ อาหาร เครื่องดื่ม การเดินทาง และบริการเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างรายได้ จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

       

HEALTH, WELLNESS & LIFESTYLE สุขภาพ เวลเนส และไลฟ์สไตล์ ขอบเขตธุรกิจ Wellness • Beauty • Lifestyle • ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ • ธุรกิจบริการด้านสุขภาพ ภายใต้ใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ขยายฐานธุรกิจเข้าสู่ตลาดสุขภาพและคุณภาพชีวิต ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับ Hospitality, Retail และ E-Commerce

      

INVESTMENT & HOLDING การลงทุน การถือหุ้น และการร่วมทุน ขอบเขตธุรกิจ Holding Company • Strategic Investment • Joint Venture • M&A • Venture Investment • การบริหารเงินลงทุน ทำหน้าที่บริหารการถือหุ้น การจัดสรรเงินลงทุน และการร่วมทุนกับพันธมิตร รวมถึงเป็นเครื่องมือสำหรับขยายเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่

     

BUSINESS ECOSYSTEM โครงสร้างสามารถมองเป็นห่วงโซ่ธุรกิจได้ว่า “ ต้นน้ำ พลังงาน + เกษตร + วัตถุดิบ + สินทรัพย์”  “กลางน้ำ อุตสาหกรรม + การผลิต + เทคโนโลยี + โลจิสติกส์” “ปลายน้ำ ค้าปลีก + E-Commerce + อาหาร + กาแฟ + สุขภาพ + ท่องเที่ยว “การเข้าถึงตลาด สื่อ + คอนเทนต์ + การตลาด + Digital Platform” “ศูนย์กลางเงินทุน Investment + Holding + Joint Venture” 

   


 

จุดแข็งสำคัญของ AURELIAN GROUP และกลุ่มบริษัท AV  ไม่ได้อยู่เพียงที่ “จำนวนบริษัท” แต่เป็นการสร้าง Business Ecosystem ธุรกิจแต่ละอุตสาหกรรมสามารถสนับสนุนและต่อยอดซึ่งกันและกัน

ดร.ณัฐวุฒิฯ กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของกลุ่ม AG คือ การวางรากฐานธุรกิจให้มั่นคง พร้อมพัฒนาระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทในเครือ AG ให้สอดคล้องกันในทิศทางเดียวกัน และต่อยอด ศักยภาพของกลุ่มธุรกิจ AG ในระยะยาว ทั้งนี้ ให้การเติบโตเป็นไปอย่างมั่นคงและพร้อมรับโอกาสทำธุรกิจใหม่ๆที่เกิดขึ้นในอนาคต โดยทั้งหมดนี้ มุ่งเน้นการร่วมพัฒนากับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อสร้างโอกาสในการลงทุนและต่อยอดธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดสร้างมูลค่าเพิ่มและเสริมความแข็งแกร่งให้กลุ่มธุรกิจ AG โดยยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งหมดนี้ สะท้อนถึงแนวทางในการบริหารที่มุ่งสร้างความเชื่อมั่นและความไว้ใจแก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย พร้อมขับเคลื่อน AURELIAN GROUP และกลุ่มบริษัทในเครือ AG อย่างมั่นคง


#เศรษฐกิจ #เจาะลึกอาณาจักรบริษัทAG #เจ้าสัวแห่งAURELIANGROUP #เปิดตัวเจ้าสัวรายใหม่สามหมื่นล้าน #ธุรกิจครบวงจร #เปิดอาณาจักรธุรกิจ #ดรณัฐวุฒิวงศ์เนียมประธานกรรมการผู้จัดการใหญ๋(MD) #บจAURELIAN GROUPและกลุ่มธุรกิจกลุ่ม AG AURELIAN GROUP 42 COMPANIES | MULTI-INDUSTRY BUSINESS ECOSYSTEMASSETS APPROX. THB 30 BILLION

“อธิบดีบุปผา” มอบพลังใจ 27 เยาวชนไทยก่อนชิงชัย WorldSkills 48 เซี่ยงไฮ้ “เชื่อมั่นฝีมือไทย พร้อมสู้ในเวทีโลก“

  “อธิบดีบุปผา” มอบพลังใจ 27 เยาวชนไทยก่อนชิงชัย WorldSkills 48 เซี่ยงไฮ้  “เชื่อมั่นฝีมือไทย พร้อมสู้ในเวทีโลก“

นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นประธานให้โอวาทและอวยพรสร้างขวัญกำลังใจแก่เยาวชนตัวแทนประเทศไทย ก่อนออกเดินทางไปแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 48 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันพรุ่งนี้ (19 ก.ย. 69) โดยมี นายภัทรวุธ เภอแสละ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นำคณะเยาวชนตัวแทนประเทศไทย 27 คนใน 22 สาขา สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงานในช่วงเช้า เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และเข้ารับโอวาทอย่างพร้อมเพรียง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร  ณ ห้องประชุมชั้น 6 อาคาร DSD กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

นางสาวบุปผา กล่าวว่า ในนามของกระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีความยินดีและภูมิใจ เป็นอย่างยิ่งที่ได้พบกับตัวแทนประเทศไทย ที่เข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 48 ขอชื่นชมในความมุ่งมั่นและการทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทย พร้อมย้ำให้เชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ เชื่อมั่นในสิ่งที่ฝึกฝนมา มีสมาธิ กล้าคิด กล้าตัดสินใจ และทำให้ดีที่สุดในทุกวินาทีของการแข่งขัน สำหรับการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ จัดทุก 2 ปี ปีนี้เป็นครั้งที่ 48 กำหนดขึ้นระหว่างวันที่ 19 - 28  กันยายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมแห่งชาติเซี่ยงไฮ้ (The National Exhibition and Convention Center :NECC) นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยจัดแข่งขัน 64 สาขา มีผู้เข้าแข่งขันจาก 73 ประเทศ รวมผู้เข้าแข่งขันมากกว่า 1,400 คน สำหรับประเทศไทยส่งตัวแทนเยาวชน 27 คนใน 22 สาขา ประกอบด้วย

1) สาขาเมคคาทรอนิกส์ (ประเภททีม) ได้แก่ นายปิยังกูร มารัศมี และนายธีรภัทร เตชะชมภูเวทย์

2) สาขาการเขียนแบบวิศวกรรมเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์ ได้แก่ นายสรวิศ เก่งธัญกรรม 

3) สาขาเทคโนโลยีงานเชื่อม ได้แก่ นายรัชชานนท์ ทิพฤาชา

4) สาขาการปูกระเบื้อง ได้แก่ นายธนพล ถวิลมาตร์

5) สาขาเทคโนโลยีเว็บ ได้แก่ นายอรรถสิทธิ์ แสงศักดิ์

6) สาขาเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าภายในอาคาร ได้แก่ นายอมรฤทธิ์ เชาวิรัตน์

7) สาขาการก่ออิฐ ได้แก่ นายศุภกฤต แสงธูป

8) สาขาหุ่นยนต์เคลื่อนที่ (ประเภททีม) ได้แก่ นายสุวิจักขณ์ จักวาโชติ และ นายรัชนาท ศิริคุณ

9) สาขาไม้เครื่องเรือน ได้แก่ นายสิทธิกานต์ หลวงนา

10) สาขาการแต่งผม ได้แก่ นายศักรินทร์ สังคนุช

11) สาขาการประกอบอาหาร ได้แก่ นายนครินทร์ จรูญพันธุ์วณิช

12) สาขาการบริการอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ นางสาวพัชรมล ลิ่มทอง

13) สาขาเทคโนโลยีระบบทำความเย็น ได้แก่ นายศักดิ์สิทธิ์ พิมพ์รัตน์

14) สาขากราฟิกดีไซน์ ได้แก่ นายเมธาสิทธิ์ วิสาขชัย 

15) สาขาการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วย ได้แก่ นางสาวชญานิศวร์ ศรีสวัสดิ์เพ็ญ

16) สาขาการสร้างโมเดลในเกมสามมิติ ได้แก่นายเอกภพ สีทอน

17) สาขาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (ประเภททีม) ได้แก่ ร้อยตำรวจโท กรวิชญ์  ในกระโทก และว่าที่ร้อยตำรวจตรี นันท์ธร  จอมศิลป์ 

18) สาขาเครื่องจักรกล CNC (เครื่องกลึง) ได้แก่ นายวรชาติ  แตงรื่น

19) สาขาอุตสาหกรรม 4.0 (ประเภททีม) ได้แก่นายคณาธิป กรสันเทียะ  และ นายสิรภพ ไกรคุ้ม

20) สาขาการบูรณาการระบบหุ่นยนต์ (ประเภททีม) ได้แก่ นายธนกฤต ศรีมาคำ และ นายภาคิน เกลี้ยงเมือง

21) สาขาการซ่อมตัวถังรถยนต์ ได้แก่ นายธีระพงษ์ บุญเรือน 

22) สาขาเทคโนโลยีสีรถยนต์ ได้แก่ นายปวเรศ โวหารลึก






นางสาวบุปผา กล่าวเพิ่มเติมว่า เชื่อมั่นในศักยภาพและฝีมือของเยาวชนไทยทั้ง 27 คน ที่ผ่านการคัดเลือกและสั่งสมประสบการณ์จากเวทีการแข่งขันมาแล้ว จึงมั่นใจว่าทุกคนมีความพร้อมที่จะก้าวขึ้นสู่เวทีระดับโลก และสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มความสามารถ โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานคาดหวังผลการแข่งขันที่ดีในทั้ง 22 สาขา อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงผลแพ้หรือชนะ แต่คือการที่เยาวชนทุกคนได้ทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยอย่างเต็มภาคภูมิ ขอให้นำความมุ่งมั่น ความพยายาม และหัวใจของนักสู้ขึ้นไปบนเวทีเซี่ยงไฮ้ ให้ทั่วโลกได้เห็นว่า คนไทยมีฝีมือ มีศักยภาพไม่แพ้ชาติใด และพร้อมก้าวไปสู่มาตรฐานระดับสากล ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ แล้วนำประสบการณ์และความภาคภูมิใจกลับมาเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยรุ่นต่อไป


ทั้งนี้ ในช่วงบ่าย เยาวชนตัวแทนประเทศไทย จะรับฟังบรรยายธรรม และฝึกสมาธิ ที่วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เพื่อเสริมสร้างสมาธิ และมีจิตใจที่ผ่องใสก่อนการเดินทางไปแข่งขันฯ อีกด้วย

มาดามพิม จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง​ ส่งวันชนะ คว้าชัย ศึกมวยสเปน

 มาดามพิม จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง​ ส่งวันชนะ คว้าชัย ศึกมวยสเปน

 มาดามพิม – วิชาดา เดอ สมิท ประธานกรรมการบริหารค่ายมวย จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง และเจ้าของแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังKnockout นำทัพนักมวยฝีมือดีอย่าง "วันชนะ จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง" บินลัดฟ้าข้ามทวีปไปประชันฝีมือบนเวที ศึกแสนชัย อินเตอร์เนชันแนล คัพ (Saenchai International Cup) ที่เมืองมูร์เซีย ประเทศสเปน และสามารถคว้าชัยชนะกลับมาสู่ประเทศไทยได้สำเร็จ สร้างชื่อเสียงให้วงการมวยไทยและค่ายจิ้มแจ่มบ็อกซิ่งอย่างภาคภูมิใจ

ศึกนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ที่สนามกีฬา Pabellón Municipal Paco Marín เมืองมูร์เซีย ประเทศสเปน  โดยเป็นการนำนักมวยไทยปะทะนักมวยสเปนและยุโรป เพื่อเผยแพร่ศิลปะมวยไทยสู่สายตาชาวโลก และสานต่อเจตนารมณ์ของ แสนชัย ศุภชัย แสนพงษ์ ตำนานนักมวยที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก

คู่เอกฝั่งไทยคือ วันชนะ จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง ซึ่งต้องเจอกับคู่ชกเจ้าถิ่นอย่าง เดวิด นักมวยชาวสเปนที่มีชื่อเสียง และประสบการณ์การแข่งขันในต่างประเทศมากมาย ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนมวยท้องถิ่นที่แน่นขนัด

ตลอดการชก วันชนะ แสดงให้เห็นถึงศิลปะการต่อสู้ที่ครบเครื่อง ทั้งหมัด เข่า ศอก และการคลุมตัวที่เหนือกว่า ใช้ความรวดเร็วและความแม่นยำในการอ่านเกม สวนกลับจังหวะที่คู่ต่อสู้เปิดโอกาส แม้จะเจอคู่ชกที่มีประสบการณ์สูงแต่ก็ใช้เทคนิคและประสบการณ์บดบังข้อเสียเปรียบได้อย่างยอดเยี่ยม ยกที่3 ใช้จังหวะศอกเข้ากลางหน้าผากคู่ต่อสู้แตก จนกรรมการต้องยุติการชก 

"ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ส่งนักมวยจากค่ายจิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง ออกไปสร้างชื่อเสียงในต่างประเทศ นี่คือโอกาสที่สำคัญ ที่จะแสดงให้โลกเห็นว่า มวยไทยไม่ได้แพ้ใคร และเรายังส่งต่อความมุ่งมั่นตามแนวทางของศึกแสนชัย คัพ ที่ต้องการสร้างนักมวยรุ่นใหม่ให้ยืนได้บนเวทีระดับโลก จุดมุ่งหมายของจิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง ไม่ใช่เพียงแค่การชนะหรือแพ้ แต่คือการสร้างโอกาสให้เยาวชน โดยเฉพาะคนรากหญ้า ได้ใช้กีฬามวยเป็นบันไดสู่ความสำเร็จ ทั้งด้านการศึกษา อาชีพ และการพัฒนตนเอง"มาดามพิมกล่าว

การคว้าชัยชนะครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง ที่ยืนยันถึงมาตรฐานการฝึกฝนและพัฒนานักมวยของค่าย ที่ไม่เพียงแต่สร้างผลงานในประเทศ แต่ยังส่งออกศิลปะมวยไทยไปทั่วโลก ควบคู่ไปกับธุรกิจอาหารภายใต้แบรนด์ "จิ้มแจ่ม" ซอสพริกและเครื่องปรุงรสที่มีมาตรฐานระดับโลก  — สร้างชื่อเสียงทั้งในวงการมวยและอาหารไทย

มาดามพิม ยังย้ำว่า จะยังคงเดินหน้าสานต่อโครงการต่างๆ ทั้งด้านมวยและสังคม ตามแนวทางที่ตั้งใจไว้ คือ "ทุกหมัดคือโอกาส ทุกความพยายามคือก้าวแรกสู่ความสำเร็จ" พร้อมผลักดันนักมวยรุ่นใหม่ให้ได้ไปแสดงฝีมือในเวทีระดับนานาชาติเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้มวยไทยยังคงเป็นมรดกและความภาคภูมิใจของคนไทยตลอดไป


วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569

SASOM ชวนสายแฟชั่นเปิดประสบการณ์ช้อปแบรนด์เนมใน “Brandname Fest” 7 วันเต็ม มอบส่วนลดรวมสูงสุด 750,000 บาท พร้อมดีล One Price เริ่มต้นเพียง 3,900 บาท

 SASOM ชวนสายแฟชั่นเปิดประสบการณ์ช้อปแบรนด์เนมใน “Brandname Fest” 7 วันเต็ม มอบส่วนลดรวมสูงสุด 750,000 บาท พร้อมดีล One Price เริ่มต้นเพียง 3,900 บาท

SASOM แพลตฟอร์มช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่นที่ให้บริการตรวจสอบความแท้ของสินค้าก่อนจัดส่ง เดินหน้าสร้างประสบการณ์ใหม่ให้คนรักแฟชั่นและสินค้าแบรนด์เนมอีกครั้งกับแคมเปญ “Brandname Fest” จัดเต็มตลอด 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 24–30 กันยายน 2569 บนแอป SASOM ชวนเหล่าแฟชั่นเลิฟเวอร์ออกตามหาไอเทมชิ้นโปรดจากแบรนด์ชั้นนำ พร้อมดีลพิเศษและโปรโมชั่นที่คัดสรรมาให้ช้อปได้อย่างคุ้มค่า โดยตลอดแคมเปญมอบส่วนลดรวมสูงสุดถึง 750,000 บาท

ภายในแคมเปญรวบรวมไอเทมจากแบรนด์แฟชั่นระดับโลกหลากหลายแบรนด์ อาทิ Dior, Goyard, Celine, Bvlgari, Saint Laurent และ Prada ครอบคลุมทั้งไอเทมแฟชั่นยอดนิยม ไปจนถึงชิ้นที่สายแฟชั่นและนักสะสมกำลังมองหา พร้อมไฮไลต์อย่าง One Price ดีลพิเศษสำหรับสินค้า Brand New ราคาเริ่มต้นเพียง 3,900 บาท หรือส่วนลดสูงสุดถึง 61% เติมความคุ้มค่าด้วย Daily Coupon ที่แจกทุกวัน วันละ 2 รอบ เวลา 10.00 น. และ 20.00 น. มีทั้งส่วนลด 150 บาทแบบไม่มีขั้นต่ำ ไปจนถึงส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท เมื่อช้อปครบ 50,000 บาท โดยสิทธิ์มีจำนวนจำกัดและใช้ได้ครั้งเดียวต่อผู้ใช้งาน

สำหรับไอเทมไฮไลต์ที่น่าสนใจภายในแคมเปญ ได้แก่ Celine Triomphe Metal 01 Sunglasses จากราคา 24,500 บาท เหลือเพียง 3,900 บาท, Dior CD Garden Earrings Gold จาก 17,000 บาท เหลือ 5,900 บาท และ Goyard Saint-Sulpice Card Wallet จาก 15,900 บาท เหลือ 7,900 บาท พร้อมไอเทมจาก Saint Laurent, Bvlgari และ Goyard อีกหลากหลายรายการ เปิดโอกาสให้แฟชั่นเลิฟเวอร์ได้เติมเต็มคอลเลกชันและค้นหาไอเทมที่ใช่ในราคาที่น่าสนใจยิ่งขึ้น

นอกจากดีลบนแอปแล้ว SASOM ยังเตรียมเสิร์ฟความพิเศษผ่าน SASOM Live ในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 20.00–22.00 น. ชวนสายแฟชั่นมาช้อปสินค้าแบรนด์เนมมือสองที่คัดสรรจากผู้ขายบน SASOM พร้อมดีลและโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะในไลฟ์ รวมถึงกิจกรรมแจก Travel Size Perfume จากแบรนด์ดัง อาทิ Burberry และ Calvin Klein ตลอดการไลฟ์ ผู้ที่สนใจสามารถกดแจ้งเตือน Live ผ่านแอป SASOM เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนดีลพิเศษเริ่มต้น

สำหรับ SASOM การสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อยังคงเป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์การช้อป โดยสินค้าจะผ่านกระบวนการตรวจสอบความแท้ก่อนจัดส่งถึงมือผู้ซื้อ และหากสินค้าไม่ตรงตามเงื่อนไข ผู้ซื้อสามารถขอคืนสินค้าได้ภายใน 3 วันหลังได้รับสินค้า โดยสินค้าต้องอยู่ในสภาพเดิม ไม่มีการตัดป้าย SASOM Tag ออกจากตัวสินค้า และ Authentication Tag ต้องสแกนตรงกับสินค้าที่จัดส่ง

เตรียมพบกับ “Brandname Fest” ตั้งแต่วันที่ 24–30 กันยายน 2569 บนแอป SASOM พร้อมเปิดประสบการณ์ช้อปไอเทมแบรนด์เนมจากหลากหลายแบรนด์ดัง ในราคาพิเศษตลอด 7 วัน ทั้ง One Price, Daily Coupon และดีลสุดคุ้มที่มาพร้อมส่วนลดรวมสูงสุดถึง 750,000 บาท งานนี้สายแฟชั่นไม่ควรพลาด เพราะไอเทมและสิทธิ์พิเศษมีจำนวนจำกัด


“อธิบดีบุปผา” รับเสด็จ “กรมสมเด็จพระเทพฯ” ชมงานของดีเมืองนรา สพร.25 นราธิวาส จัดนิทรรศการสืบสานพระราชปณิธาน พัฒนาฝีมือแรงงาน สร้างอาชีพสู่ชุมชน

 “อธิบดีบุปผา” รับเสด็จ “กรมสมเด็จพระเทพฯ” ชมงานของดีเมืองนรา สพร.25 นราธิวาส จัดนิทรรศการสืบสานพระราชปณิธาน พัฒนาฝีมือแรงงาน สร้างอาชีพสู่ชุมชน

วันที่ 17 กันยายน 2569 นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการผลงานทางวิชาการ ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้านและเกษตรกร ผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพพิเศษ และผลงานโครงการพระราชดำริ ภายในงานของดีเมืองนรา โดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 25 นราธิวาส ร่วมจัดนิทรรศการภายใต้ชื่อ “สืบสานพระราชปณิธาน การพัฒนาฝีมือแรงงาน สานประโยชน์สุข สู่ปวงประชา” พร้อมทูลเกล้าฯ ถวายผ้าไหมเพ้นท์ลาย โดยมีผู้บริหารร่วมรับเสด็จ ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา (สวน ร.5) ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส



นางสาวบุปผา เปิดเผยว่า นิทรรศการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแพร่ผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาฝีมือแรงงานตามแนวพระราชดำริและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมประชาสัมพันธ์ภารกิจด้านการส่งเสริมอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ โดยนำผลงานจากการพัฒนาทักษะและฝึกอาชีพของกลุ่มเป้าหมายมาจัดแสดง เพื่อให้เห็นถึงการนำทักษะไปต่อยอดเป็นอาชีพและสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม


จุดเด่นของนิทรรศการอยู่ที่การนำเสนอผลงานที่เชื่อมโยงกับโครงการพระราชดำริ อาทิ การพัฒนาทักษะอาชีพให้แก่ตำรวจตระเวนชายแดนและประชาชนในพื้นที่ชายแดน การสนับสนุนฟาร์มตัวอย่างฯ ตามพระราชดำริ การฝึกอาชีพแก่ผู้ต้องขังตามโครงการกำลังใจในพระดำริ โดยบูรณาการร่วมกับเรือนจำจังหวัดนราธิวาส การสนับสนุนศูนย์ฝึกอาชีพพระราชทานจังหวัดนราธิวาส และการต่อยอดอาชีพให้แก่สมาชิกโครงการนาข้าวขั้นบันไดบ้านยาเด๊ะ อำเภอสุคิริน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนและผู้ขาดโอกาสมีทักษะประกอบอาชีพ มีรายได้ และพึ่งพาตนเองได้


ภายในนิทรรศการยังมีการจัดแสดงและสาธิตงานฝีมือที่โดดเด่น โดยเฉพาะการประดิษฐ์ดอกไม้แห่งความภักดีและงานผ้า ซึ่งเป็นผลงานจากผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดนราธิวาส อาทิ ดอกไม้จากกระดาษอัดย่นตามพรรณไม้ที่มีชื่อพระนามาภิไธย “สิริกิติ์” ได้แก่ กุหลาบควีนสิริกิติ์ บัวควีนสิริกิติ์ และแคทลียาควีนสิริกิติ์ สะท้อนการนำทักษะงานฝีมือมาสร้างคุณค่าและต่อยอดเป็นอาชีพให้แก่ผู้ขาดโอกาสในกระบวนการยุติธรรม


อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญ คือ การสาธิตงานแทงหยวกและงานแกะสลักเชิงวัฒนธรรม ซึ่งนำทักษะช่างมาผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยใช้กาบกล้วยตานีฉลุลวดลายอย่างประณีตและสมมาตร รวมถึงการแกะสลักพืชผักผลไม้เนื้อแน่น เช่น ฟักทอง สำหรับประดับตกแต่งสถานที่และอาหาร สะท้อนการอนุรักษ์และสืบสานงานช่างพื้นถิ่น ควบคู่กับการพัฒนาทักษะเพื่อประกอบอาชีพและสร้างมูลค่าเพิ่ม

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 25 นราธิวาส ระหว่างปี 2565–2569 สามารถพัฒนาทักษะอาชีพให้แก่ประชาชนและกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ได้มากกว่า 1,000 คน ครอบคลุมด้านช่างอาชีพ พลังงานทดแทน เกษตรแปรรูป อาหาร งานบริการ และการตลาดออนไลน์ ช่วยเพิ่มโอกาสในการมีงานทำ สร้างรายได้ และเสริมความเข้มแข็งให้ชุมชน สอดคล้องกับภารกิจของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานในการพัฒนาทักษะเพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

"ดร.ณัฐวุฒิ" แฉวงการสภาทนายความ ยื่นฟ้องคณะกรรมการ 25 คน กล่าวหาปลอมเอกสาร-ถอนชื่อไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 "ดร.ณัฐวุฒิ" แฉวงการสภาทนายความ ยื่นฟ้องคณะกรรมการ 25 คน กล่าวหาปลอมเอกสาร-ถอนชื่อไม่ชอบด้วยกฎหมาย

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 15.00 น. ที่ สน.บางเขน ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม มือกฎหมายรัฐมนตรีสุชาติ ชมกลิ่น,ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่(MD) บจ.AURELIN GROP และบริษัทในเครือ AG เดินทางไปกล่าวโทษดำเนินคดีอาญา กับนายธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ และคณะกรรมการสภาทนายความ พ่วง นายสมชัย ศรีสุทธิยา และ นายเรือบิน ลูกน้องของนายสมชัยฯ ปมร่วมกันหรือสนับสนุนสนุนนายทะเบียนสภาทนายความใช้อำนาจโดยมิชอบจำหน่ายชื่อโดยไม่ชอบ และสมคบคิดกันจำหน่ายสมาชิกสภาทนายความประเภทตลอดชีพโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย 


พร้อมแฉประวัตินายธนพลฯ หรือนพ กรณีตะบัดสัดลูกความ ขาดคุณสมบัติและไม่ได้รับความไว้วางใจ โดยขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมสภานายกพิเศษ ดำเนินการ “ถอดถอน” ออกจากคำแหน่ง นายกสภาทนาย 

ดร.ณัฐวุฒิ วงษ์เนียม ยืนยันดำเนินคดีกับคณะกรรมการบริหารสภาทนายความ ชุดที่นำโดย นายธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ รวมถึงผู้เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก รวมทั้งอดีตกรรมการการเลือกตั้ง ในข้อหาหนัก อาทิ ปลอมแปลงเอกสาร,นำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และใช้อำนาจโดยมิชอบ เพื่อถอนชื่อออกจากทะเบียนสมาชิกสภาทนายความ


ดร.ณัฐวุฒิฯ ระบุว่า คณะกรรมการบริหารสภาทนายความได้ออกมติเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ถอนชื่อและจำหน่ายชื่อของตนออกจากทะเบียนสมาชิก โดยอ้างอิงตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติทนายความ แต่การกระทำดังกล่าว ไม่ครบองค์ประกอบตามกฎหมาย เนื่องจากตนไม่มีประวัติความผิด และไม่เข้าเงื่อนไขการพ้นจากสภาพสมาชิกตามกฎหมาย

ตนดำรงตำแหน่งประธานบริหาร บริษัทในเครือ 42 แห่ง มูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายได้จากการว่าความ แต่การถูกถอนชื่อกระทบจิตใจและชื่อเสียงอย่างมาก และยังส่งผลกระทบต่อระบบสภาทนายความทั้งหมดหากปล่อยให้การใช้อำนาจเช่นนี้ดำเนินต่อไป

ดร.ณัฐวุฒิฯ เปิดเผยรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาตั้งแต่ผู้ต้องหาที่ 1 ถึง 25 ประกอบด้วย นายทะเบียนสภาทนายความ,นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ถูกกล่าวหาร่วมกันดำเนินการ นายธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ  เลขาธิการสภาทนายความ และคณะกรรมการบริหารทั้งชุด


โดยได้เข้าแจ้งความในหลายข้อหา อาทิ ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารทางราชการ — แก้ไขข้อมูลในทะเบียนสมาชิก นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ — ไม่มีอำนาจตามกฎหมายถอนชื่อ ฉ้อโกงประชาชน / ร่วมกันฟอกเงิน — กรณีรับบริจาคโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร


ดร.ณัฐวุฒิฯ ระบุว่า เกรงว่าคณะกรรมการที่ถูกร้องจะใช้วิชามารดึงเอกสารออกจากระบบ จึงได้เตรียมยื่นหนังสือโดยตรงต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ เพื่อให้คืนความเป็นธรรมและตรวจสอบการบริหารงานทั้งระบบ 


"ผมไม่ได้เข้าไปทำลายสภาทนายความ แต่ขอให้คืนสิ่งที่ถูกต้องให้กลับมา หากปล่อยให้การใช้อำนาจอย่างนี้ดำเนินต่อไป พี่น้องทนายความทั่วประเทศจะได้รับผลกระทบทั้งหมด"


ดร.ณัฐวุฒิฯ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เน้นทำธุรกิจ และกำลังเปิดตัวธุรกิจ "ช้างพลัส" ลอตเตอรี่ออนไลน์ ในงวดวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ พร้อมยืนยันพร้อมสู้คดีเต็มที่

Unigrow Optipro เดินหน้าโครงการ "บ่มเพาะฝันวัยเยาว์"มอบทุนสนับสนุนการศึกษาแก่นักเรียนในจังหวัดฉะเชิงเทรา

 Unigrow Optipro เดินหน้าโครงการ "บ่มเพาะฝันวัยเยาว์"มอบทุนสนับสนุนการศึกษาแก่นักเรียนในจังหวัดฉะเชิงเทรา

UniGrow Optipro จัดกิจกรรม CSR ในจังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา มุ่งสนับสนุนนักเรียนผ่านการมอบทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียน พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้

UniGrow Optipro เดินหน้าโครงการ "บ่มเพาะฝันวัยเยาว์" ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา

วันที่ 14 กันยายน ที่ ผ่านมาแบรนด์ Unigrow Optipro ได้จัดโครงการ "บ่มเพาะฝันวัยเยาว์" ณ โรงเรียนสุเหร่า แคราย จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมี กุ๊กไก่ มานิสา พงษ์พรต Mrs.Universe Thailand 2017 และอดีตผู้ประกาศข่าว เป็นตัวแทนของแบรนด์ ร่วมกิจกรรมโครงการนี้ เพื่อมุ่งสนับสนุนนักเรียนของโรงเรียนผ่านกิจกรรม เสริมสร้างการเรียนรู้ การร่วมสนุก เพื่อกระชับความ สัมพันธ์พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้แบ่งปันความฝัน ของตนเอง

โครงการที่มุ่งเน้นการสนับสนุนนักเรียนและการศึกษาอย่างยั่งยืน

หนึ่งในสาระสำคัญหลักของโครงการ คือการมอบการสนับสนุนแก่นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ แต่มีความเพียรพยายามและมีผลการเรียนที่ดี

นอกเหนือจากการมอบสิ่งของสนับสนุนแล้ว โครงการยังได้จัดสรรเวลาสำหรับ กิจกรรมมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน (Interactive Activities) โดยให้นักเรียนได้เข้าร่วมการตอบคำถามเป็นทีม ร่วมสนุกในกิจกรรม และรับของขวัญที่ระลึก ซึ่งเป็นการสร้างพื้นที่เปิดให้เด็กๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการอย่างแท้จริง มากกว่าที่จะเป็นเพียงผู้รับมอบการสนับสนุนแต่เพียงฝ่ายเดียว

แนวทางการดำเนินงานลักษณะนี้ เป็นการจัดวางโครงสร้างกิจกรรมให้มีความหลากหลายและมีมิติที่ครอบคลุม ตั้งแต่ด้านการเรียนรู้ การกระชับความสัมพันธ์ ไปจนถึงการเปิดพื้นที่ให้เด็กๆ ได้แสดงออกถึงความคิดและความปรารถนาของตนเอง

"กำแพงแห่งความฝัน" หนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์สำคัญของโครงการ

ไฮไลต์ที่น่าสนใจของโครงการ "บ่มเพาะฝันวัยเยาว์" คือกิจกรรม "กำแพงแห่งความฝัน" โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เขียนความปรารถนาหรือเป้าหมายความฝันของตนเองลงบน "การ์ดหัวใจแห่งความฝัน" แล้วนำไปประดับติดไว้บนกำแพงขนาดใหญ่

กิจกรรมนี้ถูกออกแบบขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับนักเรียน ช่วยเปิดพื้นที่ให้เด็กๆ ได้แสดงออกถึงมุมมองความคิดเกี่ยวกับอนาคตของตนเอง ผ่านรูปแบบกิจกรรมที่เข้าถึงง่าย อบอุ่น และเหมาะสมกับช่วงวัย


UniGrow Optipro ผสานกิจกรรมเพื่อสังคม ร่วมกับการเปิดประสบการณ์ด้านโภชนาการ

ภายในกรอบการจัดกิจกรรม โครงการยังได้จัดเตรียมพื้นที่โซนเปิดประสบการณ์สัมผัสผลิตภัณฑ์ UniGrow Optipro โดยมีการมอบผลิตภัณฑ์รวมทั้งสิ้นจำนวน 240 กระป๋อง

กิจกรรมชิมนมนี้ถูกออกแบบขึ้นให้กลมกลืนไปกับกิจกรรมอื่นๆ ของโครงการ โดยคำนึงถึงและปฏิบัติตามข้อกำหนดของทางโรงเรียน ตลอดจนมาตรฐานด้านความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety) อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ แผนการดำเนินงานยังให้ความสำคัญกับการตรวจสอบรายชื่อนักเรียนที่มีประวัติแพ้อาหารล่วงหน้า เพื่อจัดเตรียมแนวทางการดูแลได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยที่สุด

มุ่งสู่คุณค่าอันยั่งยืน เพื่อการศึกษาและการเติบโตของเด็กเยาวชน

การดำเนินโครงการ ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา ในครั้งนี้ เป็นไปตามทิศทางและเจตนารมณ์ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ของ UniGrow Optipro ที่มุ่งหวังสร้างประโยชน์อย่างแท้จริง โดยแทนที่จะมุ่งเน้นเพียงกิจกรรมการมอบของขวัญแบบทั่วไป โครงการนี้กลับถูกออกแบบโครงสร้างอย่างพิถีพิถันผ่าน 3 มิติสำคัญที่ดำเนินไปพร้อมกัน ได้แก่ การมอบสิ่งของสนับสนุน, กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างปฏิสัมพันธ์ และ การเปิดพื้นที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้แสดงออกถึงความฝันของตนเอง

แนวทางการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ ช่วยให้โครงการไม่หยุดอยู่แค่เพียงช่วงเวลาของการมอบของขวัญ แต่เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เข้ามามีส่วนร่วมในหลากหลายรูปแบบ ผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทางโรงเรียน ด้วยเหตุนี้ ประสบการณ์ที่เด็กๆ ได้รับจึงไม่ใช่แค่การช่วยเหลือเพียงชั่วครู่ แต่คือโอกาสในการเรียนรู้ การกระชับความสัมพันธ์ และการได้แสดงออกถึงมุมมองความคิดต่ออนาคตของตนเองอย่างแท้จริง


เจาะอาณาจักรธุรกิจ ดร.ณัฐวุฒิ เจ้าสัว แห่ง บจ. AURELIAN GROUP และกลุ่มธุรกิจ AG สินทรัพย์สามหมื่นกว่าล้าน ธุรกิจครบวงจร รวยติดอันดับประเทศ

  เจาะอาณาจักรธุรกิจ ดร.ณัฐวุฒิ เจ้าสัว แห่ง บจ. AURELIAN GROUP และกลุ่มธุรกิจ AG สินทรัพย์สามหมื่นกว่าล้าน ธุรกิจครบวงจร รวยติดอันดับประเทศ...