วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

Dr Clear Aligners ชูนวัตกรรมจัดฟันใสยุคใหม่ ผสาน Intraoral Scanner เข้ากับเทคโนโลยีจากเยอรมนี

Dr Clear Aligners ชูนวัตกรรมจัดฟันใสยุคใหม่ ผสาน Intraoral Scanner เข้ากับเทคโนโลยีจากเยอรมนี

Dr Clear Aligners แนะนำแนวทางการ “จัดฟันรูปแบบใหม่” ที่ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์คนยุคปัจจุบันยิ้มอย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์ ใช้ชีวิตได้เต็มที่โดยไม่สะดุดทุกกิจกรรม

Dr Clear Aligners แบรนด์จัดฟันใสคุณภาพระดับพรีเมียม ระดับสากลจากประเทศสิงคโปร์ เผยเทคโนโลยีจัดฟันใสยุคใหม่พร้อมยกระดับมาตรฐานรอยยิ้ม ที่มั่นใจในทุกสถานการณ์ ด้วยนวัตกรรมดิจิทัลที่แม่นยำผสานเข้ากับการรักษาโดยทันตแพทย์ผู้ชำนาญการ รองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดทันตกรรมเพื่อความงาม (Cosmetic Dentistry) ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย ที่ไม่ได้มองหา แค่เพียงการจัดฟันเพื่อการรักษา แต่ยังต้องการโซลูชันที่สอดรับกับวิถีชีวิตที่เร่งรีบในปัจจุบัน


ข้อมูลจาก Fortune Business Insight คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดทันตกรรมเพื่อความงามทั่วโลกในปีที่ผ่านมามีมูลค่าอยู่ที่ 4.2 – 4.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.31 -1.49 แสนล้านบาท และคาดว่า   จะมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2026-2034 และมีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ประมาณ 13-14% โดยหนึ่งในภูมิภาคที่มีอัตราเติบโตเร็วที่สุด คือ เอเชียแปซิฟิก (Asia-Pacific) ที่มีการเติบโตเป็นอันดับ 3 ของโลก ซึ่งประเทศไทยนับว่าเป็นหนึ่งในประเทศดาวรุ่งที่แบรนด์ระดับโลก รวมถึง Dr Clear Aligners ให้ความสนใจ จากแนวโน้มการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดทันตกรรมในประเทศ สะท้อนจากตัวเลขคาดการณ์มูลค่าตลาดในปัจจุบันจาก Grand View Horizon ที่ชี้ว่าตลาดจัดฟันใสในประเทศไทยมีมูลค่าราว 1.6 พันล้านบาทในปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีการเติบโตถึง 1.1 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2033

นาย ไรอัน เตียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ด็อกเตอร์ เคลียร์ อไลเนอร์ส (Ryan Teo, CEO of Dr Clear Aligners) เปิดเผยว่า “ทุกวันนี้การจัดฟันใสไม่ได้เป็นแค่ทางเลือก แต่ได้กลายเป็น “Mega Trend” ของคนทั่วโลกและประเทศไทยไปแล้ว จากสถิติพบว่ากลุ่มคนวัยทำงานและคนรุ่นใหม่ หันมาสนใจการจัดฟันใสเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และยังตอบโจทย์     ไลฟ์สไตล์ทั้งด้านบุคลิกภาพและความสะดวกสบาย Dr Clear Aligners จึงเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ ในตลาดประเทศไทย ด้วยการนำเสนอทางเลือกการจัดฟันที่ทันสมัย ยืดหยุ่น และโปร่งใส ซึ่งแตกต่างจากการจัดฟันแบบเก่าที่อาจสร้างความไม่สะดวกสบาย และยังมีข้อจำกัดหลายประการในการดำเนินชีวิตประจำวัน เราจึงมุ่งเน้นการดูแลรอยยิ้มที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบ และไลฟ์สไตล์     ยุคใหม่อย่างราบรื่นโดยไม่สะดุด”


Technology-Driven Care with Professional Expertise

หัวใจสำคัญที่ทำให้ Dr Clear Aligners เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการจัดฟันใส คือการผสานนวัตกรรม   เข้ากับความเชี่ยวชาญทางการแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่แม่นยำและได้ผลลัพธ์ที่สวยขึ้นประกอบด้วย

- เทคโนโลยี Intraoral Scanner (3D Scan)

วิเคราะห์และวางแผนผลลัพธ์การรักษาได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้ทันตแพทย์สามารถออกแบบรอยยิ้มได้ตามที่ต้องการ และให้ผู้รับบริการสามารถเห็นภาพผลลัพธ์สุดท้ายได้ล่วงหน้าอย่างมั่นใจ

- ชุดอุปกรณ์จัดฟันใสคุณภาพสูง

ผลิตจากวัสดุปลอดภัยที่ได้รับการออกแบบเพื่อประสิทธิภาพการรักษาและความสบายในการใช้งาน ด้วยเทคโนโลยีจากเยอรมนีที่มีการดีไซน์วัสดุแบบ 3 ชั้น และออกแบบเฉพาะบุคคล ทำให้มีความแม่นยำ ยืดหยุ่น และทนทาน เหมาะกับการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งการรับประทานอาหารและการดูแลรักษาความสะอาด ทั้งนี้ระยะเวลาการรักษาแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

- การติดตามผลการรักษาผ่านแอปพลิเคชัน

ช่วยให้การดูแลเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยอยู่ภายใต้การดูแลและติดตามผลอย่างใกล้ชิดของทันตแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการจัดฟันใส เพื่อให้มั่นใจว่าการรักษาเป็นไปตามแผน และได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุด


เพื่อให้ผู้รับบริการเข้าใจและเห็นภาพกระบวนการรักษาอย่างชัดเจน Dr Clear Aligners ได้ออกแบบขั้นตอนการจัดฟันใสให้เป็นระบบ ชัดเจน และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่

1. การประเมินฟันโดยทันตแพทย์: เพื่อวิเคราะห์สภาพฟัน โครงสร้าง และความเหมาะสมในการจัดฟันใสเป็นรายบุคคล

2. การออกแบบรอยยิ้มด้วยเทคโนโลยี 3D Intraoral Scan: เพื่อช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ และเห็นภาพผลลัพธ์ล่วงหน้าอย่างมั่นใจ       

3. การรับชุดจัดฟันใสและเริ่มการรักษา: ภายใต้การดูแลของทันตแพทย์ พร้อมติดตามความคืบหน้าการรักษาผ่านระบบดิจิทัลและแอปพลิเคชัน

4. การดูแลต่อเนื่องจนถึงรอยยิ้มใหม่ที่มั่นใจ: เพื่อให้ผลลัพธ์เป็นไปตามแผนการรักษาและตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน

กระบวนการทั้งหมดสะท้อนแนวคิดของ Dr Clear Aligners ที่ให้ความสำคัญกับความแม่นยำ ความสะดวกสบาย และประสบการณ์ของผู้รับบริการเป็นหลัก


Accessible Premium Orthodontic Care

“Dr Clear Aligners เข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองและต้องการ โซลูชันที่ทันสมัย มีคุณภาพ และไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิต เราจึงมอบทางเลือกการจัดฟัน ที่ทันสมัยและยืดหยุ่น โดยนำเอามาตรฐานระดับสากลผนวกกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และการรักษาโดยทันตแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะได้ผลลัพธ์การจัดฟันที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจในระยะยาว ที่สำคัญจุดเด่นของเราคือการนำเสนอคุณภาพระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ โดยเริ่มต้นเพียง 34,900 บาท เพื่อให้คนไทยสามารถยิ้มอย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์ และใช้ชีวิตได้เต็มที่ โดยไม่สะดุดทุกกิจกรรม” นาย ไรอัน เตียว กล่าวสรุป


สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Dr Clear Aligners และการจัดฟันใสที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ สามารถเยี่ยมชมได้ที่ https://www.drclearaligners.co.th/ หรือติดตามข่าวสารและกิจกรรมได้ที่ Instagram: drclearalignersthailand


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง LINE Official: @drclearaligner


###

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์สุดยิ่งใหญ่ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569ตั้งจิตอธิษฐานต่อเทพยดาฟ้าดิน (เจ้าแห่งสวรรค์) ขอให้ตนเองและครอบครัว เฮงๆ ตลอดปีมะเมีย

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์สุดยิ่งใหญ่ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569ตั้งจิตอธิษฐานต่อเทพยดาฟ้าดิน (เจ้าแห่งสวรรค์) ขอให้ตนเองและครอบครัว เฮงๆ ตลอดปีมะเมีย





วานนี้ (วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เวลา 23.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ นายนิพนธ์    ลีละศิธร กรรมการ และนางชุติมา ตันติศิริวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร อาสาสมัคร รวมทั้งศิษยานุศิษย์ และสาธุชนจำนวนมาก ร่วมในพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ เพื่อตั้งจิตอธิษฐานเทพยดาฟ้าดิน (เจ้าแห่งสวรรค์) และหลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ พร้อมกับสรรเสริญและขอพรจากเทพเจ้า ให้ตนเอง และครอบครัว รวมถึงประเทศชาติ อยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากโรคภัย เฮงๆ ตลอดปีมะเมีย โดยมี คณะสงฆ์ฝ่ายอนัมนิกาย วัดอุภัยราชบำรุง เป็นผู้ประกอบพิธีสงฆ์ ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย








พิธีเวียนธูป” เนื่องในเทศกาลตรุษจีนนั้น เป็นหนึ่งในพิธีที่สำคัญที่มูลนิธิฯ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เป็นวันประสูติของเทพยดาฟ้าดิน (ทีกงแซ) เจ้าแห่งสวรรค์ ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 และเพื่อเป็นสัญญาณว่าได้สิ้นสุดงานเทศกาลตรุษจีน โดยทำพิธีเวียนธูปรอบศาลเจ้า 3 รอบ ตั้งจิตอธิษฐาน ระลึกพระคุณเทพยดาฟ้าดิน ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ เช่น หลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ พร้อมกับสรรเสริญและขอพรจากเทพเจ้า เพื่อทำให้จิตใจเบิกบาน ผ่องแผ้ว และเริ่มต้นวันปีใหม่ของคนไทยเชื้อสายจีนอย่างมีความสุข และเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว นอกจากนี้ในค่ำคืนของพิธีเวียนธูป เทศกาลตรุษจีน ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดบริการโต้รุ่งให้แก่ผู้มีจิตศรัทธาได้เข้าสักการะขอพร ทำบุญพะเก่ง รับสาคูสิริมงคลตลอดทั้งคืน






ติดตามภาพบรรยากาศงานเทศกาล ข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

.

** มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต **

ช่างไฟฟ้าต้องมีใบเซอร์ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเตือน ไม่มีหนังสือรับรอง เสี่ยงปรับสูงสุด 5,000 บาท

 ช่างไฟฟ้าต้องมีใบเซอร์ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเตือน ไม่มีหนังสือรับรอง เสี่ยงปรับสูงสุด 5,000 บาท

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เชิญชวนช่างไฟฟ้าภายในอาคารทั่วประเทศ เข้ารับการประเมินความรู้ความสามารถตามกฎหมาย ก่อนเสี่ยงถูกปรับ

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า อาชีพ ช่างไฟฟ้าภายในอาคาร เป็นอาชีพที่กฎหมายกำหนดให้ต้องผ่านการประเมินและได้รับหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานฝีมือ ความปลอดภัย และลดความเสี่ยงต่อสาธารณะ

ผู้ที่ประกอบอาชีพโดยไม่มีหนังสือรับรองฯ มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ขณะที่นายจ้างหรือสถานประกอบกิจการที่จ้างช่างไม่มีหนังสือรับรองฯ มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท

ปัจจุบันมีช่างไฟฟ้าภายในอาคารผ่านการประเมินแล้วกว่า 259,344 คน


กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจึงเปิดรับสมัครให้ช่างไฟฟ้าเข้ารับการประเมิน โดยสามารถติดต่อได้ที่สถาบันและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศ อาทิ

สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 สมุทรปราการ เปิดรับสมัครตลอดเดือนมีนาคม–เมษายน 2569

สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานชัยภูมิ ประเมินวันที่ 5 มีนาคม 2569

สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานพะเยา เปิดรับสมัครแล้ว

หรือเข้ารับการประเมินกับศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถตามมาตรา 26/4 (2) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาและสถาบันช่างไฟฟ้าเอกชนที่ได้รับอนุมัติจากกรมฯ ทั่วประเทศ


ทั้งนี้ หนังสือรับรองความรู้ความสามารถมีอายุ 5 ปี เมื่อครบกำหนดต้องต่ออายุโดยวิธีการสัมภาษณ์เช่นเดิม จึงขอเชิญชวนช่างไฟฟ้าที่ไม่มีหนังสือรับรองฯ หรือครบกำหนด 5 ปีแล้ว รีบดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย


เอกสารที่ใช้สมัคร

บัตรประชาชน

รูปถ่ายหน้าตรง 1 นิ้ว จำนวน 1 รูป

หนังสือรับรองผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน

วุฒิการศึกษา

หนังสือรับรองการทำงาน

เอกสารการฝึกอบรม (ถ้ามี)


ค่าธรรมเนียม

1,000 บาท (ประเมินกับสถาบัน/สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน)

ไม่เกิน 2,000 บาท (ศูนย์ประเมินตามมาตรา 26/4 (2))


สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 4 หรือทางเพจ Facebook กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน


กรมวิทยาศาสตร์บริการ มอบใบรับรองระบบงานห้องปฏิบัติการ ผลักดันห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานสากล เสริมสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

 กรมวิทยาศาสตร์บริการ มอบใบรับรองระบบงานห้องปฏิบัติการ ผลักดันห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานสากล เสริมสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

 



วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย นางพจมาน ท่าจีน รองอธิบดีรักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ เป็นประธานในพิธีมอบใบรับรองระบบงานห้องปฏิบัติการให้แก่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ณ ห้องประชุมภูมิบดินทร์ ชั้น 6 อาคารสถานศึกษาเคมีปฏิบัติ กรมวิทยาศาสตร์บริการ

นางพจมาน ท่าจีน รองอธิบดี วศ. เปิดเผยว่า จากแผนปฏิบัติราชการรายปี พ.ศ. 2569 ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มุ่งสู่วิสัยทัศน์ “สานพลังการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมไทย พลิกโฉมให้ประเทศมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและยั่งยืน ยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่า และพร้อมก้าวสู่อนาคต” โดยเชื่อมโยงกับนโยบายระดับชาติ ในการพัฒนาประเทศด้านการอุดมศึกษา และด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และแผนระดับ 3 โดยปรับใช้นโยบายร่วมกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศ (National Quality Infrastructure : NQI) ในการกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มมูลค่าการส่งออกของประเทศในภาคอุตสาหกรรม


หน่วยรับรองระบบงานจึงเป็นหน่วยงานหลักที่สำคัญในการร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศ ในการยกระดับห้องปฏิบัติการภายใต้มาตรฐานสากล ให้เกิดความน่าเชื่อถือและสร้างความมั่นใจในผลการทดสอบ เพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้กับสินค้าต่าง ๆ สร้างความพร้อมในการแข่งขันบนเวทีการค้าโลก พร้อมทั้งผลักดันคุณภาพสินค้าด้านคุณภาพและความปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน



ทั้งนี้นางจันทรัตน์ วรสรรพวิทย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารและรับรองห้องปฏิบัติการ กล่าวรายงานเพิ่มเติมว่า มีหน่วยงานที่เข้ารับใบรับรองระบบงานฯ ในครั้งนี้ จำนวน 17 หน่วยงาน ได้แก่

1. ห้องปฏิบัติการ บริษัท ฝาจีบ จำกัด (มหาชน)

2. ห้องปฏิบัติการยางแท่งเอสทีอาร์ ศูนย์ควบคุมยางสงขลา

3. ห้องเครื่องมือวิเคราะห์ ศูนย์นวัตกรรมสมุนไพรครบวงจร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

4. ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้าเกษตรและอาหาร ภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี

5. ห้องปฏิบัติการนวัตกรรมอาหารเพื่ออุตสาหกรรม อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

6. ห้องปฏิบัติการทดสอบ กบินทร์บุรี บริษัท อีสเทิร์น ไทย คอนซัลติ้ง 1992 จำกัด

7. ห้องปฏิบัติการ บริษัท ไอ ซี พี ลัดดา จำกัด

8. ห้องปฏิบัติการอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ กรมอนามัย

9. ห้องปฏิบัติการ บริษัท อาร์ซีไอ แล็บสแกน จำกัด

10. ห้องปฏิบัติการทดสอบศูนย์วิทยาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์

11. ห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยา บริษัท เบญจพันธ์พงศ์ จำกัด

12. ห้องปฏิบัติการทางเคมี บริษัท ทรอปิคอลแคนนิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

13. Food Safety Laboratory, Myanmar Innovative Life Sciences Company Limited

14. ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1/1 เชียงราย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

15. สถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

16. ศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

17. ฝ่ายผลิตเครื่องมือแพทย์ บริษัท วี เมด แล็บ เซ็นเตอร์ จํากัด



ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์บริการ พร้อมผลักดันและส่งเสริมให้หน่วยตรวจสอบและรับรองทั้งภาครัฐและเอกชนได้รับการรับรองระบบงานมากขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

รฟฟท. ฉลองครบรอบ 15 ปี “พิพัฒน์” ชูวิสัยทัศน์ “รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง” ด้วยมาตรฐานสากล ก้าวสู่อนาคตอย่างยั่งยืน

 รฟฟท. ฉลองครบรอบ 15 ปี  “พิพัฒน์” ชูวิสัยทัศน์ “รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง” ด้วยมาตรฐานสากล ก้าวสู่อนาคตอย่างยั่งยืน


นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในโอกาสที่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้ดำเนินกิจการในฐานะผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้า ครบรอบ 15 ปี โดยเริ่มจากการบริหารโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารท่าอากาศยานกรุงเทพมหานคร หรือ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จนมาถึงการได้รับภารกิจสำคัญในการบริหารการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ซึ่งที่ผ่านมา รฟฟท. มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานระดับสากล มุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพอยู่เสมอ รวมถึงรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงทุกการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย โดยในปัจจุบัน รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงได้ดำเนินนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน ดำเนินมาตรการ "บัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน" สำหรับบุคคลทั่วไป 40 บาท และ สำหรับนักเรียน/นักศึกษา 30 บาท โดยใช้บัตร EMV Contactlass Card ทุกธนาคาร เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 – 30 พฤศจิกายน 2569 โดยตั้งแต่เริ่มนโยบายดังกล่าวมาเป็นระยะเวลากว่า 3 เดือน ได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนเป็นอย่างมาก มีผู้ใช้บริการเดินทางด้วยบัตร EMV Contactless Card เพิ่มสูงขึ้นกว่า 60% โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 13,000 คน/วัน ซึ่งกระทรวงคมนาคม พร้อมผลักดันให้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เป็นผู้นำด้านระบบขนส่งทางรางที่มีความทันสมัย สามารถเข้าถึงความต้องการของประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน



ทางด้าน นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดงานทำบุญเลี้ยงพระ เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี ในวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อความเป็นสิริมงคล และเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 องค์พระผู้ทรงก่อตั้งกิจการรถไฟในประเทศไทย ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ผู้ทรงมีคุณูปการด้วยพระราชวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในด้านการคมนาคมขนส่งทางรางในราชอาณาจักรไทย โดยได้รับเกียรติจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม





อีกทั้งในโอกาสพิเศษครบรอบปีที่ 15 เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณผู้ใช้บริการที่ให้การสนับสนุน และไว้วางใจเดินทางโดยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงด้วยดีเสมอมา บริษัทฯจึงได้จัดบูธกิจกรรม มอบเครื่องดื่มจากกาแฟพันธุ์ไทย จำนวน 1,500 แก้วฟรี สำหรับผู้ถือบัตรโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงทุกประเภท (จำกัด 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด) ในวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ประตู 13 ตั้งแต่เวลา 09.09 น. เป็นต้นไป







โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th


“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ”


รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง


Dr Clear Aligners ชูนวัตกรรมจัดฟันใสยุคใหม่ ผสาน Intraoral Scanner เข้ากับเทคโนโลยีจากเยอรมนี

Dr Clear Aligners ชูนวัตกรรมจัดฟันใสยุคใหม่ ผสาน Intraoral Scanner เข้ากับเทคโนโลยีจากเยอรมนี Dr Clear Aligners แนะนำแนวทางการ “ จัดฟันรูปแบ...