วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569

DMT พัฒนาระบบ “DMT Smart Assistant” ช่วยเหลือผู้ใช้โทล์ลเวย์ ผ่านทีมงานคุณภาพ

 DMT พัฒนาระบบ “DMT Smart Assistant” ช่วยเหลือผู้ใช้โทล์ลเวย์ ผ่านทีมงานคุณภาพ

 

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลกที่มีความผันผวนและมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น บริษัทฯได้ขานรับนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า เปิดบริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าฉุกเฉินให้แก่ผู้ใช้ทางยกระดับอุตราภิมุข ณ ด่านดินแดง 2 พร้อมสร้างทีมงาน “DMT Smart Assistant”  ยกระดับมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้บริการทางในกรณีฉุกเฉิน

เพื่อให้ผู้ใช้ทางได้มั่นใจถึงความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัย บริษัทฯ จึงเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้านความช่วยเหลือ ดูแลผู้ใช้บริการทางยกระดับอุตราภิมุข โดยมีทีมงาน DMT Smart Assistant  ประกอบไปด้วยพนักงานจัดการจราจร พนักงานกู้ภัย พนักงานปฏิบัติการพิเศษ และพนักงานรถยก ที่ทำงานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมปฏิบัติการ (Operation Control Center : OCC) ประสานการทำงานกับระบบ กล้อง AI CCTV เพื่อเฝ้าระวังและตรวจสอบเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นบนทางยกระดับอุตราภิมุข ทีมงานเหล่านี้สามารถเข้าช่วยเหลือผู้ใช้ทางภายใน 12 นาที เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที” ดร.ศักดิ์ดา เผย

ดร.ศักดิ์ดา กล่าวว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้พัฒนาความรู้และทักษะด้านระบบยานยนต์ไฟฟ้าและความปลอดภัย โดยเชิญวิทยากรชั้นนำของสถาบันยานยนต์ มาอบรมและเสริมเทคนิคการตอบโต้เหตุฉุกเฉินจากยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งการกู้ภัยและขั้นตอนการดับเพลิงให้กับทีมงาน เพื่อให้มีความพร้อมในการเข้าช่วยเหลือดูแลรถยนต์ไฟฟ้าลูกค้าอย่างมีคุณภาพ สร้างความอุ่นใจให้ผู้ใช้บริการในความปลอดภัยตลอดการเดินทางกับโทล์ลเวย์

​โดยเมื่อกลางปี 2567 DMT ได้เปิดให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าฉุกเฉิน ณ ด่านเก็บค่าผ่านทางดินแดง 2 เพื่อรองรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในกรณีฉุกเฉิน  โดยใช้ระบบ DC Fast charge ขนาด 120 กิโลวัตต์ หากแบตเตอรี่หมดก็ใช้เวลาชาร์จไฟเพียง 15 นาที วิ่งต่อได้โดยแบตเตอรี่ไม่หมดบนทางยกระดับอุตราภิมุข ที่ผ่านมา มีผู้เข้ามาใช้บริการฉุกเฉินเฉลี่ย 8 รายต่อเดือน และผู้ใช้ทางที่เป็นสมาชิก DMT ใช้แต้มแลกสิทธิ์ชาร์จไฟฟ้าเฉลี่ย 17 รายต่อเดือน โดยบริษัทฯ มีแผนขยายการเปิดให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าฯ ในด่านที่เหลือต่อไป


​บริษัทฯ มุ่งเน้นด้านคุณภาพการบริการเป็นสำคัญ โดยยึดถือการบริการที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย เพื่อเป็นทางเลือกการเดินทาง

ศน. จัดประกวดบรรยายธรรม ระดับกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569คัดเลือกเยาวชนสู่เวทีระดับประเทศ

 ศน. จัดประกวดบรรยายธรรม ระดับกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569คัดเลือกเยาวชนสู่เวทีระดับประเทศ




กรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม จัดการประกวดบรรยายธรรม ประจำปี พ.ศ. 2569 ระดับกรุงเทพมหานคร เพื่อคัดเลือกตัวแทนจากกรุงเทพมหานครเข้าสู่การประกวดรอบก่อนชิงชนะเลิศ  โดยมีเยาวชนให้ความสนใจเข้าร่วมอย่างคึกคัก



เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ วัดเวฬุวนาราม (ไผ่เขียว) เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร โดยมี พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานในพิธีเปิดการประกวดบรรยายธรรม ระดับกรุงเทพมหานคร (เขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1) โดยมีพระครูวิวิธธรรมานุสิฐ เจ้าอาวาสวัดเวฬุวนาราม (ไผ่เขียว) ในการอนุเคราะห์สถานที่จัดกิจกรรม ทั้งนี้ มีผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา คณะครู และนักเรียนจากสถานศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานครเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง


นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2569 กรมการศาสนา ร่วมกับวัดเวฬุวนาราม (ไผ่เขียว) เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ได้เชิญชวนเด็ก เยาวชนในสถานศึกษาและศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (ศพอ.) ในกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมการประกวดบรรยายธรรม ระดับกรุงเทพมหานคร




โดยมีครูนักเรียนและเยาวชนให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมการประกวดถึง 468 คน และแบ่งการประกวดออกเป็น 4 ช่วงชั้น คือ ระดับช่วงชั้นที่ 1 (ป.1 – ป.3) ระดับช่วงชั้นที่ 2 (ป.4 – ป.6) ระดับช่วงชั้นที่ 3 (ม.1 – ม.3) และระดับช่วงชั้นที่ 4 (ม.4 – ม.6) สำหรับการประกวดในระดับกรุงเทพมหานคร แบ่งออกเป็น 2 วัน ได้แก่ ระดับเขตพื้นที่การศึกษา เขต 1 จัดประกวดในวันอังคารที่ 31 มีนาคม 2569 และระดับเขตพื้นที่การศึกษา เขต 2 จัดประกวดในวันพุธที่ 1 เมษายน 2569 

อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อว่า การประกวดบรรยายธรรม เป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้ศึกษาหลักธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างลึกซึ้ง ทั้งยังเป็นเวทีฝึกฝนทักษะวาทศิลป์ การกล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ และการซึมซับมารยาทไทยในศาสนพิธีที่งดงาม ซึ่งทักษะเหล่านี้จะเป็นรากฐานสำคัญที่เยาวชนสามารถนำไปต่อยอดในการศึกษาและการประกอบอาชีพในอนาคต และเป็นกำลังสำคัญในการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป




สำหรับผู้ชนะเลิศการประกวดในระดับกรุงเทพมหานครในแต่ละช่วงชั้น จะได้รับโล่รางวัลพร้อมเกียรติบัตร และจะได้เป็นตัวแทนของกรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าร่วมการประกวดในรอบก่อนชิงชนะเลิศ และระดับประเทศ ซึ่งกรมการศาสนาจะประกาศกำหนดการ วัน เวลา และสถานที่จัดการประกวดให้ทราบต่อไป

ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสาร ภาพบรรยากาศกิจกรรม และผลการประกวด “บรรยายธรรม” ประจำปี 2569 ได้ทาง Facebook กรมการศาสนา และเว็บไซต์ www.dra.go.th ///

พาณิชย์-พลังงาน-คลัง ผนึกกำลังดูแลประชาชน รับมือราคาน้ำมันผันผวน เร่งลดผลกระทบค่าครองชีพอย่างใกล้ชิด

 พาณิชย์-พลังงาน-คลัง ผนึกกำลังดูแลประชาชน รับมือราคาน้ำมันผันผวน เร่งลดผลกระทบค่าครองชีพอย่างใกล้ชิด


นางศุภจี สุธรรมพันธ์ุ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมร่วมกับกระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุมกิติยากรวรลักษณ์ สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ว่า ภาครัฐได้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนและผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยมุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างความมั่นใจในช่วงสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอน

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวเป็นการหารือร่วมกันของหน่วยงานเศรษฐกิจหลัก เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและกำหนดแนวทางบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ประชาชน มิได้เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือเชิงนโยบายเพื่อให้การดูแลประชาชนเป็นไปอย่างรอบด้าน


นางศุภจี กล่าวว่า ความผันผวนของราคาน้ำมันส่งผลต่อหลายภาคส่วน ทั้งค่าเดินทาง ค่าอาหาร ต้นทุนการผลิต และราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน ดังนั้น ทั้งสามหน่วยงาน (พาณิชย์-พลังงาน-คลัง)จึงร่วมกันกำหนดแนวทางกำกับดูแล โดยให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย ควบคู่กับการประคองภาคธุรกิจไม่ให้ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นส่งผ่านไปยังผู้บริโภค


ที่ประชุมได้ติดตามโครงสร้างราคาน้ำมันทั้งระบบ ตั้งแต่การกลั่น การขนส่ง จนถึงการจำหน่าย เพื่อให้ราคาสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมพิจารณากำหนดกรอบค่าการกลั่นในลักษณะช่วงอัตราสูง–ต่ำเพื่อสร้างสมดุลระหว่างผู้ประกอบการและผู้บริโภค  และไม่ให้เกิดการซ้ำเติมความเดือดร้อนของสังคม


นอกจากนี้ ยังมีการหารือแนวทางเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน โดยการสำรวจแหล่งพลังงานเพิ่มเติมและเพิ่มทางเลือกในการจัดหา เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดโลก ขณะเดียวกัน จะเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแล หากพบการกักตุนหรือเอาเปรียบผู้บริโภค จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด


พร้อมกันนี้ ภาครัฐเตรียมมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม อาทิ ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบการขนส่ง เกษตรกร และภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ เพื่อประคองเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน


นางศุภจี กล่าวย้ำว่า ความร่วมมือของทั้งสามกระทรวงในครั้งนี้ มุ่งลดผลกระทบก่อนส่งถึงประชาชน และสร้างความมั่นใจว่าภาครัฐกำลังดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถผ่านช่วงความผันผวนของราคาพลังงานไปได้ร่วมกัน

กรมวิทยาศาสตร์บริการ ลงนามความร่วมมือ TÜV Rheinland เสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐาน Future Mobility ของไทย

 กรมวิทยาศาสตร์บริการ ลงนามความร่วมมือ TÜV Rheinland เสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐาน Future Mobility ของไทย


      วันที่ 30 มีนาคม 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ Mr. Stefan Heuer Senior Vice President, Mobility Asia Pacific ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำระดับสากล เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคเทคโนโลยีขั้นสูงด้านการทดสอบ ตรวจสอบ และรับรองมาตรฐาน ตลอดจนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ (National Quality Infrastructure: NQI) รองรับการเติบโตของเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และยานยนต์อัจฉริยะ ณ ห้องประชุมอัครเมธี ชั้น6 อาคารตั้วฯ กรมวิทยาศาสตร์บริการ

      ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับศักยภาพของประเทศไทยด้าน Future Mobility ผ่านการส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการและเทคนิค อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการทดสอบ การตรวจสอบ และการรับรองมาตรฐาน สำหรับเทคโนโลยีหุ่นยนต์และยานยนต์อัตโนมัติ รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานความปลอดภัยของเทคโนโลยีขั้นสูง


     ขอบเขตความร่วมมือครอบคลุมหลากหลายสาขา ได้แก่ เทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในภาคอุตสาหกรรมและบริการ เทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะและระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) เทคโนโลยี Connected and Automated Vehicle (CAV) ตลอดจนการพัฒนามาตรฐาน การทดสอบ และการประเมินความปลอดภัยของระบบอัตโนมัติ

      ดร.พจมาน ฯ ระบุว่า การลงนามในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานที่มั่นคงให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตของไทย ไม่เพียงช่วยยกระดับภาคอุตสาหกรรมและบริการ แต่ยังเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

      ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวคาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับของประเทศไทย ให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง ปลอดภัย และสามารถแข่งขันได้ในระดับสากลต่อไป


#กรมวิทยาศาสตร์บริการ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #MHESI #กระทรวงอว #อว #วิจัยและนวัตกรรม #อุดมศึกษา #ลงนามความร่วมมือ #ยานยนต์อัตโนมัติ

กรมการค้าต่างประเทศ เปิดเวทีครั้งใหญ่วิเคราะห์ “ทิศทางการค้าและการลงทุนของไทยในระเบียบโลกใหม่”

 กรมการค้าต่างประเทศ เปิดเวทีครั้งใหญ่วิเคราะห์ “ทิศทางการค้าและการลงทุนของไทยในระเบียบโลกใหม่” 

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเวทีภาครัฐและเอกชนวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจและการส่งออกของไทยท่ามกลางความผันผวนของระบบการค้าโลก วางกลยุทธ์ใช้ FTA เสริมแกร่ง

ผู้ส่งออกไทย พร้อมเกาะติด “ทิศทางการค้าและการลงทุนของไทยในระเบียบโลกใหม่” โดย ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ 8 เมษายน นี้ 

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ให้ความสำคัญสูงสุดกับการสร้าง "แต้มต่อ" และสภาพแวดล้อมทางการค้าที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะการลดอุปสรรคทางภาษีและต้นทุนการส่งออก ภายใต้บทบาทภารกิจหลักในการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ทางการค้าและกฎถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อมุ่งเน้นให้ภาคธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ได้อย่างเต็มศักยภาพ และด้วยบทบาทในการเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนขีดความสามารถทางการแข่งขันนี้ 

กรมฯ จึงเดินหน้าจัดสัมมนาภายใต้โครงการส่งเสริม SME ให้แข่งขันได้ในตลาดสากล ประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั่วทุกภูมิภาคไปแล้ว 5 ครั้ง ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี เพชรบุรี ระนอง ปราจีนบุรี และพระนครศรีอยุธยา โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมงานมากกว่า 500 คน 

นางอารดาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ มีกำหนดจัดงานสัมมนาครั้งที่ 6 อย่างยิ่งใหญ่ใจกลางเมืองศูนย์กลางธุรกิจการค้า ในวันพุธที่ 8 เมษายน 2569 ณ โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพมหานคร โดยกรมฯ ตั้งใจให้งานสัมมนาครั้งนี้เป็นเวทีที่ผู้ประกอบการจะได้รับข้อมูลสำคัญเพื่อนำไปปรับใช้กับธุรกิจได้ทันที เริ่มจากการทำความเข้าใจ “ทิศทางการค้าและการลงทุนของไทยในระเบียบโลกใหม่” โดย ดร. กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ และเคยดำรงตำแหน่งนักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำธนาคารโลก ซึ่งมีความเชี่ยวชาญสูงด้านการวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยและภูมิภาคเอเชีย เพื่อให้รู้เท่าทันแนวโน้มเศรษฐกิจและเตรียมแผนธุรกิจได้อย่างชัดเจน พร้อมรับฟังแนวทางการใช้ 

กลยุทธ์ FTA การค้าไทยในโลกที่ผันผวน” ในสภาวะสงครามการค้าที่รุนแรงผ่านมุมมองจริงจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็นวิธีรับมือกับความผันผวนและรักษาความได้เปรียบในตลาดโลก นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้เทคนิค “การต่อยอดธุรกิจด้วย FTA Plus+” ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติในการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อช่วยลดต้นทุนการส่งออกได้จริงและสร้างโอกาสในการขยายตลาดใหม่ ๆ โดยเป้าหมายสำคัญของงานนี้คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ประโยชน์จาก FTA ได้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเติบโตในเวทีสากลได้อย่างมั่นคง

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://forms.gle/o1n53VuGJEc7PzKx5 หรือสแกน QR Code ด้านล่าง และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารการจัดสัมมนาได้ทางเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th และ Facebook กรมการค้าต่างประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองสิทธิประโยชน์ทางการค้า โทร. 081 701 4654 และสายด่วน 1385 DFT Call Center

วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569

ค้าภายใน เกาะติดสถานการณ์สินค้า ห้างยันสต๊อกเพียงพอ ขึ้นราคาต้องมีเหตุผลและอนุญาตก่อน

 ค้าภายใน เกาะติดสถานการณ์สินค้า ห้างยันสต๊อกเพียงพอ ขึ้นราคาต้องมีเหตุผลและอนุญาตก่อน


นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังเชิญผู้ประกอบการห้างค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อ และห้างท้องถิ่น เข้าหารือเพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ราคาสินค้าและปริมาณสินค้าอุปโภคบริโภค เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ว่า กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์สินค้าอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง เพื่อประเมินผลกระทบจากภาวะต้นทุนที่มีความผันผวน และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าระบบการจำหน่ายสินค้าในประเทศยังคงเป็นปกติ โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วม ได้แก่ สมาคมผู้ค้าปลีกไทย บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เทสโก้ โลตัส แม็คโคร ท็อปส์ เดอะมอลล์ กรุ๊ป เซเว่นอีเลฟเว่น โลตัสส์ โก เฟรช สยามพิวรรธน์ ฟู้ดแลนด์ ซีเจ มอร์ และผู้แทนห้างท้องถิ่น (YTS)

รองอธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวว่า การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นการติดตามสถานการณ์จริงทั้งด้านสต๊อกสินค้า การกระจายสินค้า และแนวโน้มราคาจำหน่ายหน้าร้าน โดยผู้ประกอบการทุกรายรายงานตรงกันว่า ปัจจุบันสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นยังมีปริมาณเพียงพอ จำหน่ายได้ตามปกติ ไม่พบการขาดแคลน และยังไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้าในภาพรวมแต่อย่างใด


พร้อมกันนี้ ผู้ประกอบการยังยืนยันว่า หลายสินค้ายังคงมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลดราคาเฉพาะช่วงเวลา การจัดสินค้าราคาพิเศษ และการทำแคมเปญร่วมกับผู้ผลิต เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยห้างค้าปลีกยังคงใช้นโยบายแข่งขันด้านราคาและโปรโมชั่นเพื่อรักษากำลังซื้อของผู้บริโภคในช่วงที่ค่าครองชีพยังเป็นประเด็นสำคัญ

นายฉันทพัทธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้จะมีซัพพลายเออร์บางรายเริ่มยื่นความประสงค์ขอปรับราคาสินค้า โดยอ้างต้นทุนที่เปลี่ยนแปลง แต่ห้างค้าปลีกได้ยืนยันชัดเจนว่า จะยังไม่พิจารณาปรับราคาจำหน่าย หากยังไม่มีหนังสืออนุญาตจากกรมการค้าภายใน ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ และเพื่อป้องกันการปรับราคาที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริง


กรมการค้าภายในได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการร่วมกันดูแลเสถียรภาพราคาสินค้า โดยขอความร่วมมือบริหารจัดการสต๊อกสินค้าให้เพียงพอ กระจายสินค้าเข้าสู่ทุกสาขาอย่างทั่วถึง และชะลอการปรับขึ้นราคาในช่วงที่สถานการณ์ต้นทุนยังอยู่ระหว่างการประเมิน พร้อมทั้งติดตามข้อมูลต้นทุนจากผู้ผลิตและผู้นำเข้าอย่างใกล้ชิด เพื่อพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายสินค้า


นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้กำชับว่าการปรับราคาสินค้าควบคุมต้องดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด โดยผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้จำหน่าย จะต้องแจ้งรายละเอียดโครงสร้างต้นทุนและขออนุญาตก่อนดำเนินการ ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าควบคุมที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าจำเป็น อาทิ นมและผลิตภัณฑ์นม อาหารกึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันปาล์มบรรจุขวด รวมถึงสินค้าอุปโภคในชีวิตประจำวัน 6 รายการ ได้แก่ สบู่ก้อนและสบู่เหลว ผงซักฟอกและน้ำยาซักผ้า แชมพู น้ำยาล้างจาน ผ้าอนามัย และกระดาษชำระ หากมีการปรับราคาจะต้องแจ้งขออนุญาตล่วงหน้าตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

รองอธิบดีกรมการค้าภายในย้ำว่า จากการติดตามข้อมูลล่าสุด ภาพรวมสถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศยังอยู่ในภาวะปกติ สินค้ามีเพียงพอ ห้างค้าปลีกยังไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้า และยังคงจัดโปรโมชั่นในหลายรายการอย่างต่อเนื่อง ประชาชนจึงสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตามปกติ โดยกรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมด้านราคาและช่วยดูแลค่าครองชีพของประชาชนอย่างเต็มที่.

RIDDARA กระแสแรงใน Motor Show 2026 ยอดจองทะลุ 1,000 คัน ภายใน 5 วัน เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคกระบะพลังงานใหม่ในไทย

 RIDDARA กระแสแรงใน Motor Show 2026 ยอดจองทะลุ 1,000 คัน ภายใน 5 วัน เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคกระบะพลังงานใหม่ในไทย

กรุงเทพฯ, มีนาคม 2569 – GEELY RIDDARA (ริดดารา) สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในงาน Bangkok International Motor Show 2026 ด้วยยอดจองสะสมทะลุ 1,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 5 วัน นับตั้งแต่วันเปิดให้ประชาชนเข้าชม สะท้อนถึงกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคชาวไทย และตอกย้ำการก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแบรนด์ดาวเด่นของงานในปีนี้ ความสำเร็จดังกล่าวไม่เพียงเป็นการทำลายสถิติยอดจองของแบรนด์ แต่ยังสะท้อนถึงแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านของตลาดรถกระบะไทย จากเครื่องยนต์สันดาปสู่ รถกระบะพลังงานใหม่ (NEV Pickup) อย่างชัดเจน

ยอดจองพุ่งแรง ทางเลือกใหม่ของผู้ใช้งานไทย

ภายในงาน RIDDARA ได้รับความสนใจอย่างมากจากกลุ่มผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์และผู้ประกอบการ SME ในหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นค้าปลีก ค้าส่ง งานก่อสร้าง หรือโลจิสติกส์ ซึ่งมองหาทางเลือกใหม่ในการลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันยอดจองอย่างต่อเนื่อง คือ ต้นทุนการใช้งานที่ต่ำอย่างมีนัยสำคัญ โดย RIDDARA มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพียงประมาณ 0.8–1 บาทต่อกิโลเมตร หรือเพียง 20% ของรถกระบะดีเซลทั่วไปที่มีต้นทุนราว 4 บาทต่อกิโลเมตร ส่งผลให้ผู้ใช้งานที่มีระยะทางเฉลี่ย 200 กิโลเมตรต่อวัน สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้สูงถึง 16,000–18,000 บาทต่อเดือน

นอกจากนี้ รุ่น ECON ในรูปแบบกระบะ 4 ประตู ยังมีราคาเริ่มต้นเพียง 739,000 บาท ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงรถกระบะพลังงานใหม่ได้ง่ายยิ่งขึ้น และมีความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับรถกระบะในระดับเดียวกัน

ด้วยโครงสร้างราคาที่โดดเด่น RIDDARA มีระดับราคาที่ ต่ำกว่ารถกระบะเครื่องยนต์ดีเซลในหลายรุ่น และยังอยู่ในระดับเพียง ประมาณครึ่งหนึ่งของรถกระบะพลังงานใหม่จากแบรนด์เจ้าตลาดในอนาคต ทำให้กลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและผู้ประกอบการ

สมรรถนะเหนือชั้น ตอกย้ำแนวคิด “พลังงานใหม่คุ้มกว่าน้ำมัน”

RIDDARA ไม่ได้โดดเด่นเพียงด้านความประหยัด แต่ยังมอบสมรรถนะที่เหนือกว่ารถกระบะเครื่องยนต์สันดาปในหลายมิติ

รุ่น RD6 ให้แรงบิดสูงสุด 595 นิวตันเมตร และกำลัง 315 kW พร้อมอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 4.5 วินาที 

รุ่น ECON ให้แรงบิด 385 นิวตันเมตร และกำลัง 200 kW พร้อมสมรรถนะที่โดดเด่นแม้ในสภาพบรรทุกเต็ม 

รองรับการใช้งานหลากหลาย:

RD6 มาพร้อมโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ รองรับการใช้งานแบบออฟโรด 

ECON มาพร้อมโหมด Eco / Standard / Sport เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานในหลากหลายสภาพถนน 

ประสบการณ์ใหม่ของกระบะ: ใช้งานแบบกระบะ ขับสบายแบบ SUV

RIDDARA ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของรถกระบะ ด้วยช่วงล่างแบบอิสระทั้ง 4 ล้อ ที่ให้ความนุ่มนวลในระดับเดียวกับรถยนต์ SUV ขณะที่ ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า ให้แรงบิดทันทีและการเร่งที่ต่อเนื่องไร้แรงกระตุก ด้วยรัศมีวงเลี้ยวเพียง 6.1 เมตร และระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) ช่วยให้การควบคุมรถทำได้ง่าย แม้ในสภาพการใช้งานที่ต้องบรรทุกหนัก

ตอกย้ำความเชื่อมั่นด้วยรางวัลระดับประเทศ

ควบคู่กับความสำเร็จด้านยอดจอง RIDDARA ยังได้รับการยอมรับจากวงการยานยนต์ไทย โดย RIDDARA RD6 ECON 2WD คว้ารางวัล “Best 2WD Pickup EV” ในงาน CAR OF THE YEAR 2026 ซึ่งจัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) สะท้อนถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทั้งในด้านสมรรถนะ ความคุ้มค่า และความเหมาะสมต่อการใช้งานจริงในประเทศไทย


บทสรุป: จุดเปลี่ยนของตลาดกระบะไทยสู่ยุคพลังงานใหม่

ความสำเร็จของ RIDDARA ในงาน Motor Show 2026 แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า รถกระบะพลังงานใหม่กำลังกลายเป็นทางเลือกหลักของผู้ใช้งานไทย


RIDDARA ไม่ได้เป็นเพียงอีกหนึ่งตัวเลือก แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสำคัญที่ช่วย “เปลี่ยนเกม” ของตลาดรถกระบะ ด้วยการผสาน สมรรถนะ ความประหยัด และความสะดวกสบาย เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

###


เกี่ยวกับ GEELY RIDDARA

GEELY RIDDARA เป็นแบรนด์รถกระบะพลังงานใหม่ในเครือ GEELY AUTO GROUP ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทรถยนต์ชั้นนำระดับโลกที่มุ่งมั่นในการพัฒนายานยนต์พลังงานใหม่ โดยนำจุดแข็งด้านเทคโนโลยี การผลิต และการควบคุมคุณภาพ มาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและไลฟ์สไตล์ 


ปัจจุบัน GEELY RIDDARA ครองส่วนแบ่งอันดับ 1 ของตลาดรถกระบะพลังงานใหม่ในประเทศจีน

DMT พัฒนาระบบ “DMT Smart Assistant” ช่วยเหลือผู้ใช้โทล์ลเวย์ ผ่านทีมงานคุณภาพ

 DMT พัฒนาระบบ “DMT Smart Assistant” ช่วยเหลือผู้ใช้โทล์ลเวย์ ผ่านทีมงานคุณภาพ   ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเม...