วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

Localized Standard ได้ผล ! นักลงทุนเทใจให้ หนุน KGI DW13 คว้ามาร์เก็ตแชร์ 70% ทำนิวไฮ

 Localized Standard ได้ผล ! นักลงทุนเทใจให้  หนุน KGI  DW13 คว้ามาร์เก็ตแชร์ 70% ทำนิวไฮ 

DW13 ประกาศความสำเร็จวาระครบ 17 ปี โชว์มาร์เก็ตแชร์ทุบสถิติใหม่ 70% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางภาวะตลาดหุ้นไทยผันผวน ชูจุดแข็งกลยุทธ์ “Localized Standard” พัฒนาผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์พฤติกรรมนักลงทุนไทย พร้อมกางแผนปี 69 เตรียมออก DW ใหม่กว่า 1,100 ตัว รองรับการเติบโต

นายเจนวิทย์ ชินกุลกิจนิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI เปิดเผยว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยในปีนี้มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกอย่างสถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางดอกเบี้ย สหรัฐฯ ส่งผลให้นักลงทุนหันมาใช้ Derivative Warrant (DW) เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำกำไรและป้องกันความเสี่ยง ส่งผลให้  DW13 สามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้ถึง 70% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ยกระดับมาตรฐาน “Localized Standard” เพื่อคนไทย

หัวใจสำคัญที่ทำให้ KGI DW13 รักษาความเป็นผู้นำมาได้อย่างยาวนานถึง 17 ปี คือการยึดถือแนวคิด “Localized Standard” หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์และระบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักลงทุน ในประเทศ เป็นหลัก อาทิ:

การพัฒนาช่องทางข้อมูล: การจัดตั้งเว็บไซต์ Thaiwarrant.com เพื่อให้ข้อมูลที่แม่นยำและ เรียลไทม์

มาตรฐานตารางราคา: การวางมาตรฐานตารางราคา DW ที่นักลงทุนสามารถตรวจสอบ และวางแผนการเทรดได้อย่างมั่นใจ

การดูแลสภาพคล่อง: ระบบคอมพิวเตอร์ที่แข็งแกร่งทำให้สามารถดูแลราคาและสภาพคล่อง ได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในยามตลาดวิกฤต 

ปรับกลยุทธ์รับมือ Fund Flow และตลาดผันผวน

นายเจนวิทย์ระบุว่า ในภาวะที่ตลาดแกว่งตัวในกรอบหรือมีความไม่แน่นอนสูง นักลงทุนเริ่มปรับเปลี่ยน พฤติกรรมการลงทุนไปสู่การเป็น Beyond Buy & Hold กลยุทธ์การลงทุนเชิงลึกใน DW บนหุ้น รายตัวที่มีอัตราทดสูง (Extreme Leverage) ในช่วงที่ราคาหุ้นมีการปรับฐานหรือการลงทุนเชิงรุกมากขึ้น โดยมีการใช้ SET50 Put DW เพื่อป้องกันความเสี่ยงพอร์ตหุ้นในจังหวะ ดัชนีอ่อนตัว 

กางโรดแมปปี 2569 สร้างสถิติใหม่ 1,100 ตัว

สำหรับเป้าหมายในปี 2569 KGI DW13 ตั้งเป้าที่จะออก DW รุ่นใหม่มากกว่า 1,100 ตัว เป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ เพื่อขยายฐานผู้ลงทุนและรองรับกลยุทธ์ที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรุ่นที่มีอัตราทดสูงเป็นพิเศษหรือรุ่นที่มีอายุยาว เพื่อเป็นทางเลือกที่ครบวงจร ให้แก่นักลงทุนไทย

“เรามุ่งมั่นที่จะรักษาความเป็นผู้นำและยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม DW อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ และสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ตลาดทุนไทย ในอนาคต” นายเจนวิทย์ กล่าว

ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลและตรวจสอบตารางราคาได้ที่ www.thaiwarrant.com


พารากอนแคร์ ไทยแลนด์ สะท้อนภาพตลาดความงามยุคใหม่​ ผ่านความร่วมมือไทย-เกาหลี พร้อมไฮไลต์มอบรางวัลตอกย้ำความสำเร็จ

พารากอนแคร์ ไทยแลนด์ สะท้อนภาพตลาดความงามยุคใหม่​ ผ่านความร่วมมือไทย-เกาหลี พร้อมไฮไลต์มอบรางวัลตอกย้ำความสำเร็จ

ตลาดความงามเมืองไทยยังคงมีทิศทางที่น่าจับตามอง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเอง ควบคู่กับการพิจารณาข้อมูล มาตรฐานผลิตภัณฑ์ ความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติอย่างรอบคอบมากขึ้น โดยโปรแกรมจากเกาหลียังคงเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับความสนใจในตลาดความงามเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้บริโภคยุคใหม่

ท่ามกลางทิศทางดังกล่าว บริษัท พารากอนแคร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายนวัตกรรมความงามระดับโลก ได้คัดสรรเทคโนโลยีและโปรแกรมความงามจากเกาหลีเข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในตลาดความงามไทย โดยหนึ่งในโปรแกรมที่บริษัทฯ นำเข้าคือโปรแกรม Lorient  ผลิตและคิดค้นโดย Joonghun Pharmaceutical ประเทศเกาหลี  ซึ่งยังคงได้รับความสนใจในตลาดความงามไทยปี 2026

จากความสำเร็จและการตอบรับของโปรแกรม Lorient ในประเทศไทย พารากอนแคร์ ไทยแลนด์ ได้รับการยอมรับจาก Joonghun Pharmaceutical ประเทศเกาหลี ในฐานะ Exclusive Distributor อันดับ 1 ของโปรแกรม Lorient พร้อมจัดงาน Lorient Global Night 2026 เพื่อขอบคุณและมอบรางวัลให้แก่คลินิกพาร์ทเนอร์ที่มีส่วนร่วมกับการเติบโตครั้งนี้  ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังเป็นหนึ่งในภาพสะท้อนของตลาดความงามไทยยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับบทบาทความร่วมมือระหว่างผู้พัฒนาโปรแกรมจากเกาหลี ผู้นำเข้า และคลินิกพาร์ทเนอร์ในไทย ในการส่งต่อองค์ความรู้ มาตรฐาน และข้อมูลที่เหมาะสม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับการสื่อสารและการนำเสนอทางเลือกด้านความงามให้สอดคล้องกับทิศทางของตลาดและความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ 

              ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายเซอค ซังยุบ ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชีย พารากอนแคร์ กรุ๊ป, นายยอ มยอง (เอริค) ยุน  ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและกลยุทธ์ บริษัท จุงฮุน ฟาร์มาซูติคอล (Mr.Yeo Myeung (Eric) Yoon, Director of Planning and Strategy, Joonghun Pharmaceutical)  และ นางสาวอุมาภรณ์ เมธเมาลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พารากอนแคร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ร่วมเปิดค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง พร้อมมอบรางวัลอันทรงเกียรติ Lorient Global Diamond Excellence Award ให้กับคลินิกพาร์ทเนอร์ชั้นนำผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโปรแกรม Lorient ให้เติบโตในประเทศไทย ได้แก่ Aris Clinic, Bella Clinic, Class Clinic, Doctor Kong Clinic, The Tree Clinic, Star Med Clinic, SUREEPHORN Clinic และ You Desire Clinic ท่ามกลางคลินิกพาร์ทเนอร์และแขกคนสำคัญจากทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ อาทิ เกาหลี อินโดนีเซีย ไต้หวัน และเวียดนาม รวมถึงแขกผู้มีเกียรติจากคลินิกชั้นนำของไทย อาทิ DERMATIGE AESTHETICS, V Square Clinic และ The Phu Bangkok Clinic มาร่วมแสดงความยินดี  และอีกความน่าสนใจกับการพูดคุยบนเวทีซึ่งได้รวบรวมทั้งองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคนิค และประสบการณ์จากคลินิก โดยเฉพาะมุมมองสำคัญด้านความปลอดภัยและความแม่นยำในการดูแลผู้บริโภค ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

นายยอ มยอง หรือ เอริค ยุน ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและกลยุทธ์ บริษัท จุงฮุน ฟาร์มาซูติคอล (Mr. Yeo Myeung (Eric) Yoon, Director of Planning and Strategy, Joonghun Pharmaceutical) กล่าวว่า “การจัดงานครั้งนี้สะท้อนพลังของความร่วมมือระหว่างเกาหลีและประเทศไทย ในการยกระดับมาตรฐานความงามสู่ระดับสากลอย่างต่อเนื่องประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดความงามที่มีศักยภาพและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จของ พารากอนแคร์ ไทยแลนด์ ในฐานะ Exclusive Distributor อันดับ 1 จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของพันธมิตรไทย และเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ Lorient ก้าวสู่การเป็นแบรนด์ฟิลเลอร์พรีเมียมที่ได้รับการยอมรับในภูมิภาคเอเชีย”

ด้าน นางสาวอุมาภรณ์ เมธเมาลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พารากอนแคร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า  “พารากอนแคร์ ไทยแลนด์ ให้ความสำคัญกับการนำเข้านวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ตลาดความงามไทย ควบคู่ไปกับการคัดสรรโปรแกรมที่สอดคล้องกับทิศทางของตลาดและผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงการส่งต่อความรู้ ความเข้าใจ และข้อมูลที่เหมาะสมให้กับคลินิกพาร์ทเนอร์ ภายใต้แนวทางดังกล่าวการจัดงาน Lorient Global Night 2026 และการมอบรางวัล Lorient Global Diamond Excellence Award จึงไม่เพียงเป็นการขอบคุณคลินิกพาร์ทเนอร์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทของความร่วมมือระหว่างพารากอนแคร์ ไทยแลนด์ และคลินิกพาร์ทเนอร์ ในการส่งต่อประสบการณ์ใหม่ๆ และข้อมูลที่เหมาะสมให้กับผู้บริโภคในตลาดความงามไทย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: https://www.facebook.com/ParagonCare.Aesthetic

#ParagonCare#ParagonCareThailand



วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ศรัทธาชายแดนใต้ “งานสมโภช 74 ปี ศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส”

 ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ศรัทธาชายแดนใต้ “งานสมโภช 74 ปี ศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส” 

บรรยากาศงานสมโภช 74 ปี ศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ปีนี้เป็นไปอย่างยิ่งใหญ่และคึกคักตลอดการจัดงาน ท่ามกลางประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ศรัทธาทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่เดินทางเข้าร่วมงานจำนวนมาก โดยกิจกรรมสำคัญภายในงาน ได้แก่ การแข่งขันเชิดสิงโตนานาชาติ ครั้งที่ 12 ประจำปี 2569 INTERNATIONAL LION DANCE COMPETITION 2026 โดยมี 7 ประเทศเข้าร่วมได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงค์โปร ออสเตรเลีย  จีน ฮ่องกง ไทย พร้อมขบวนแห่เกี้ยวองค์เจ้าแม่โต๊ะโมะอันยิ่งใหญ่ สะท้อนถึงพลังศรัทธาและการสืบสานวัฒนธรรมอันงดงามของชุมชนไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยได้รับเกียรติจาก นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิดงานสมโภช 74 ปี ศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ สุไหงโก-ลก โดยมีนางขนิษฐา หอมยามเย็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส เขต 2 นายชาคริต สุรณัฐกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ปลัดจังหวัดนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ นายอุทัย บุญอนันต์ ประธานศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ ผู้จัดงาน พร้อมคณะกรรมการศาลเจ้า แขกผู้มีเกียรติ และประชาชน เข้าร่วม  ณ ลานศาลเจ้าเเม่โต๊ะโมะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส

นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ในนามของจังหวัดนราธิวาสรู้สึกมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ในอำเภอสุไหงโก-ลก มีศาลเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีประวัติยาวนาน อีกทั้งยังได้มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปี ซึ่งสถานที่เเห่งนี้นับเป็นศูนย์รวมใจของผู้ศรัทธามากมาย ทั้งจากในท้องถิ่น ต่างจังหวัด ตลอดจนพี่น้องชาวจีน มาเลเซีย และสิงคโปร์ ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดงานในครั้งนี้ขึ้น และขออำนาจแห่งองค์เจ้าแม่โต๊ะโมะ จงดลบันดาลให้ทุกท่าน ประสบแต่ความสุข ความเจริญตลอดไป

นายอุทัย บุญอนันต์ ประธานศาลเจ้าเเม่โต๊ะโมะ กล่าวว่า คณะกรรมการศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ สุไหงโก-ลก ได้กำหนดจัดงานสมโภชศาลเจ้าเเม่โต๊ะโมะมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีจนถึงปัจจุบัน ครบรอบ 74 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาไว้ซึ่งประเพณีท้องถิ่นที่ดีงาม และเป็นการเปิดโอกาสให้คณะศิษยานุศิษย์ ผู้ศรัทธาในองค์เจ้าแม่โต๊ะโมะได้ร่วมกราบสักการะบูชา แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อองค์เจ้าเเม่ และยังเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดนราธิวาส ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของพื้นที่ต่อไป


อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การแข่งขันเชิดสิงโตนานาชาติ ครั้งที่ 12 ประจำปี 2569 INTERNATIONAL LION DANCE COMPETITION 2026 ซึ่งมีนักกีฬาเชิดสิงโตจาก 7 ประเทศเข้าร่วมแข่งขัน ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงค์โปร ออสเตรเลีย  จีน ฮองกง ไทย ท่ามกลางเสียงเชียร์และกำลังใจจากประชาชนที่ร่วมชมการแข่งขันอย่างคึกคัก ผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีม FUJIAN SHENG DE TANG DRAGON AND LION DANCE จากประเทศจีน โชว์ศักยภาพได้อย่างยอดเยี่ยม คว้ารางวัลชนะเลิศทั้ง 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทค่ายกล รับเงินรางวัล 40,000 บาท และประเภทเสาดอกเหมย รับเงินรางวัล 70,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและเหรียญรางวัล สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมตลอดการแข่งขัน


สำหรับผลการเเข่งขันเชิดสิงโตนานาชาติ ประเภทค่ายกล

 รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม FUJIAN SHENG DE TANG DRAGON AND LION DANCE รับเงินรางวัล 40,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและเหรียญรางวัล

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม THAILAND SIT EAK THAO MAHA PHORM THAILAND รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและเหรียญรางวัล

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม HONG KONG GOLD DAIMOND SPORT CLUB HONG KONG รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและเหรียญรางวัล

รางวัลชมเชยสิงโตเงิน รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล และรางวัลชมเชยสิงโตทอง รับเงินรางวัล 8,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล

ส่วนผลการเเข่งขันเชิดสิงโตนานาชาติเสาดอกเหมย 

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม FUJIAN SHENG DE TANG DROGAN AND LION DANCE รับเงินรางวัล 70,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและเหรียญรางวัล

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม CICHANG STREET HAN SHOU TANG CULTURAL รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและเหรียญรางวัล

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม SABAH NAM BANG LION DANCE รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและเหรียญรางวัล

รางวัลชมเชยสิงโตเงิน รับเงินรางวัล 8,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล และรางวัลชมเชยสิงโตทอง รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล



ภายในงาน “งานสมโภช 74 ปี ศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส” ยังมีพิธีสำคัญที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม คือ ขบวนแห่เกี้ยวองค์เจ้าแม่โต๊ะโมะและองค์เทพต่างๆ รอบเมืองสุไหงโก-ลก โดยมีนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานปล่อยขบวนแห่ ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มารอชมสองข้างทางอย่างเนืองแน่น ปีนี้มีขบวนเกี้ยวเข้าร่วมทั้งหมด 32 เกี้ยว จากหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศ สร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยสีสันแห่งศิลปวัฒนธรรมจีนอันงดงาม พร้อมไฮไลต์สำคัญ คือ การจุดประทัดมหามงคลกว่า 1,600,000 นัด เพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อของชาวไทยเชื้อสายจีน สร้างความคึกคักและเสียงแห่งความศรัทธาดังกึกก้องไปทั่วอำเภอสุไหงโก-ลก พร้อมกิจกรรมทางวัฒนธรรมมากมาย ทั้งการแสดงงิ้ว ศิลปะพื้นบ้าน การแสดงจากศิลปินชื่อดัง พิธีลุยประทัดมหามงคล พิธีประมูลวัตถุมงคล และพิธีเทกระจาดมหากุศล ซึ่งล้วนสะท้อนถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและพลังศรัทธาที่สืบทอดมายาวนานของชุมชนไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ชายแดนใต้ได้อย่างงดงามและยิ่งใหญ่

วศ.อว. ร่วมภาคีเครือข่ายส่งมอบน้ำสะอาดสู่โรงเรียน ตชด. ทั่วประเทศ เพื่อสุขภาพที่ดีของเด็กและชุมชน

 วศ.อว. ร่วมภาคีเครือข่ายส่งมอบน้ำสะอาดสู่โรงเรียน ตชด. ทั่วประเทศ เพื่อสุขภาพที่ดีของเด็กและชุมชน

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการนำโดยนายวันชัย สุวรรณหงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ นางอาภาพร สินธุสาร ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีชุมชนและเจ้าหน้าที่จาก
ศูนย์พัฒนาเครื่องมือชุมชน ร่วมกับกรมอนามัย กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และมูลนิธิพัฒนาฝีมือแรงงาน เข้าร่วมพิธีมอบวุฒิบัตรและชุดปรับปรุงคุณภาพน้ำพร้อมอุปกรณ์ติดตั้งแก่ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรระบบควบคุมอัตโนมัติเพื่อการผลิตน้ำสะอาด หลักสูตรการปรับปรุงคุณภาพและการทดสอบน้ำเพื่อการผลิตน้ำสะอาด 
และหลักสูตรการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาเพื่อการผลิตน้ำสะอาด ภายใต้ “โครงการขยายโอกาสการพัฒนาระบบการจัดการคุณภาพน้ำบริโภคและสุขาภิบาลอาหารของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ณ ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน 26 จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือภายใต้บันทึกข้อตกลง (MOU) ของ 5 หน่วยงาน



การดำเนินโครงการในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาระบบน้ำบริโภคของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานตามเกณฑ์น้ำบริโภค ตลอดจนพัฒนาศักยภาพครูและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานด้านการจัดการคุณภาพน้ำ ให้สามารถดูแล บริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบน้ำสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนซึ่งผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วยครูและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานด้านการจัดการคุณภาพน้ำบริโภคจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่เป้าหมาย โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะด้านการบริหารจัดการระบบน้ำสะอาด การตรวจสอบคุณภาพน้ำ และการประยุกต์ใช้พลังงานทดแทน เพื่อให้สามารถนำไปใช้ปฏิบัติงานได้จริงในพื้นที่ห่างไกลในโอกาสนี้ ได้มีพิธีส่งมอบชุดปรับปรุงคุณภาพน้ำพร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านระบบน้ำสะอาดของโรงเรียน ตชด. ให้สามารถเข้าถึงน้ำบริโภคที่สะอาด ปลอดภัย และเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค อันจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สุขอนามัย และสภาพแวดล้อมด้านสุขาภิบาลของนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน


โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 6 เรื่องน้ำสะอาดและการสุขาภิบาล รวมถึงสอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ และนโยบาย BCG ที่มุ่งเน้นการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

วว. ผนึกกำลังพันธมิตรยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการไทย​ ตรวจเข้มสาร "Basic Yellow 2" ในทุเรียน สร้างความเชื่อมั่นส่งออกสู่ตลาดโลก

 วว. ผนึกกำลังพันธมิตรยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการไทย​  ตรวจเข้มสาร "Basic Yellow 2" ในทุเรียน สร้างความเชื่อมั่นส่งออกสู่ตลาดโลก 

ผศ.ดร.วีรชัย  อาจหาญ  ผู้ว่าการ  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  เป็นประธานเปิดการสัมมนาวิชาการ ฟรี! หัวข้อ "การควบคุมคุณภาพและการเข้าร่วมโปรแกรมการทดสอบความชำนาญของการวิเคราะห์ทดสอบทุเรียนเพื่อการส่งออก" ซึ่ง ห้องปฏิบัติการชีวเคมีและจุลชีววิทยา ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา (ศทม.) วว. ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)  หรือ สวก. ภายใต้ "โครงการการยกระดับห้องปฏิบัติการวิเคราะห์สาร Basic Yellow 2 สำหรับทุเรียนเพื่อการส่งออกและความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์" โอกาสนี้ ดร.วดี  วิชัยดิษฐ์  ผอ.ศทม.  ดร.ดวงกมล  เจริญวงศ์  ผอ.ห้องปฎิบัติการชีวเคมีและจุลชีววิทยา ศทม.  คณะผู้บริหาร/นักวิชาการ ภาคีเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐ-เอกชน   ผู้ประกอบการ   ผู้แทนเกษตรกร  กว่า 120 คน  เข้าร่วมการสัมมนา ในวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องกิ่งเพชร  โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ 


การจัดสัมมนาดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของผลไม้ไทยในตลาดโลก ยกระดับมาตรฐานการวิเคราะห์ทดสอบสารปนเปื้อนอันตราย โดยเฉพาะสารย้อมสี Basic Yellow 2 และโลหะหนักแคดเมียม เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล หวังฟื้นฟูภาพลักษณ์สินค้าเกษตรไทยและปลดล็อกมาตรการกีดกันทางการค้าจากประเทศคู่ค้าหลัก

กิจกรรมในการสัมมนาเน้นการเจาะลึกเนื้อหาสำคัญโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ จาก ศทม. วว. และภาคีเครือข่าย ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร  สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ  สำนักมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล  ในประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งออก อาทิ แนวทางการส่งออกทุเรียนและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง  การประเมินผลการเข้าร่วมโปรแกรมทดสอบความชำนาญ (Proficiency Testing) และการสอบกลับได้ของการวัดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นของผลการทดสอบ นอกจากนี้ยังมีเวทีเสวนาพิเศษหัวข้อ “การสร้างความเชื่อมั่นของผลการทดสอบ เพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งของผู้ประกอบการในการส่งออกทุเรียน” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการทุเรียนไทย

“...วว. มีภารกิจหลักในการบริการวิเคราะห์ ทดสอบ และรับรองระบบคุณภาพ เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ภายใต้วิสัยทัศน์ในการสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs และชุมชนผ่านระบบนิเวศนวัตกรรมอย่างยั่งยืน สำหรับการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของผลไม้ไทย โดยเฉพาะทุเรียน กลไกในการสร้างความเชื่อมั่นเพื่อแก้ปัญหานี้ เราจำเป็นต้องมีห้องปฏิบัติการที่มีความแม่นยำสูง โดยเฉพาะการวิเคราะห์ด้านน้ำหนักแห้ง (Dry Matter) เพื่อป้องกันปัญหาทุเรียนอ่อน และปัญหาสารเคมีตกค้างในผลผลิตเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ปัจจุบันไทยมีห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานประมาณ 13 แห่ง  ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณการส่งออกทุเรียนนับพันตู้คอนเทนเนอร์ต่อวัน 

ดังนั้นการสัมมนาในครั้งนี้ วว. และ สวก. มุ่งหวังที่จะพัฒนาทักษะ (Upskilling) และเพิ่มจำนวนห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน เพื่อเป็นที่พึ่งให้กับผู้ประกอบการและสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมส่งออกผลไม้ไทยในอนาคต อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศต่อไป...” ผศ.ดร.วีรชัย  อาจหาญ   ผู้ว่าการ วว. กล่าว 



การยกระดับห้องปฏิบัติการผ่านการสัมมนาครั้งนี้ มีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมทุเรียนไทยในหลายมิติ ดังนี้

1.ความมั่นใจในความถูกต้องและแม่นยำของผลทดสอบ   ห้องปฏิบัติการจะได้รับความรู้เพื่อพัฒนาการวิเคราระห์ทดสอบสอดคล้องตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ทำให้การวิเคราะห์สาร Basic Yellow 2 ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง มีความถูกต้องและสามารถขยายผลต่อเนื่องไปยังการทดสอบอื่นในอนาคต

2.แก้ไขปัญหาการส่งออก   ช่วยลดปัญหาการถูกปฏิเสธการนำเข้าหรือการถูกส่งกลับสินค้า ซึ่งเคยส่งผลกระทบต่อทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่เกษตรกร โรงคัดบรรจุ จนถึงผู้ส่งออก 

3.มาตรการควบคุมที่เข้มงวด   สนับสนุนหน่วยงานกำกับดูแลในการออกมาตรการควบคุมการปนเปื้อน หากตรวจพบสารห้ามใช้จะมีการลงโทษตั้งแต่การระงับการส่งออกไปจนถึงการยกเลิกใบรับรองโรงงานผลิต 

         4.การถ่ายทอดองค์ความรู้   เจ้าหน้าที่จากห้องปฏิบัติการทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 100 คน ที่เข้าร่วมการสัมมนา ได้รับการถ่ายทอดเทคนิคการวิเคราะห์ตามวิธีมาตรฐาน BJS202204 รวมถึงนำข้อมูลจากการเข้าร่วมโปรแกรมทดสอบความชำนาญ (Proficiency Testing) เพื่อสร้างความมั่นใจในระบบจัดการทรัพยากรและคุณภาพการทดสอบ 


         ความร่วมมือของ วว. และพันธมิตร ภายใต้การสนับสนุนทุนโดย สวก. ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบนิเวศการตรวจสอบที่แข็งแกร่ง โดยไม่เพียงแต่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถส่งออกทุเรียนได้อย่างยั่งยืน แต่ยังเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคด้วยมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นอย่างมั่นคงเป็นรูปธรรม


ทั้งนี้ ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา วว. ได้รับการยอมรับความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบเพื่อให้บริการทดสอบ "Basic Yellow 2"   (ในเนื้อและในเปลือก ราคา 3,000  บาท/ตัวอย่าง ไม่รวม vat) และแคดเมียม (ในเนื้อ ราคา 1,500 บาท/ตัวอย่าง ไม่รวม vat) ในทุเรียนเพื่อการส่งออกกับกรมวิชาการเกษตร โดยมีระยะเวลาในการทดสอบ 24-48 ชั่วโมง

วว. พร้อมให้บริการเกษตรกร/ผู้ประกอบการ ในการตรวจสาร "Basic Yellow 2" และแคดเมียมในทุเรียนและผลไม้ไทย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ call center โทร. 0 2577 9000 หรือที่ระบบบริการลูกค้า “วว. JUMP”

วช



          #ทุเรียน  #ส่งออก  #ตลาดโลก #เศรษฐกิจ #วทน #โครงสร้างพื้นฐาน #ผลไม้ไทย #คุณภาพ  #BasicYellow2 #BY2 #Cadmium #ห้องปฏิบัติการ #วิเคราระห์ทดสอบ #อว #วว #ศทม #สวก


กรมพัฒน์ ผนึก 7 หน่วยงาน พัฒนาทักษะติดตั้งน้ำดื่มสะอาด ส่งต่อ รร.ตชด. 17 แห่งทั่วประเทศ

 กรมพัฒน์ ผนึก 7 หน่วยงาน พัฒนาทักษะติดตั้งน้ำดื่มสะอาด ส่งต่อ รร.ตชด. 17 แห่งทั่วประเทศ

12 พ.ค. 2569 เวลา 13.00น. นายภัทรวุธ เภอแสละ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นประธานร่วมในพิธีมอบวุฒิบัตรผู้ผ่านการอบรมและมอบชุดปรับปรุงคุณภาพน้ำพร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง ตามกรอบบันทึกความเข้าใจความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำดื่มแก่โรงเรียนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 26 นนทบุรี อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี


นายภัทรวุธ เภอแสละ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวระหว่างเป็นประธานว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานร่วมในพิธีมอบวุฒิบัตรผู้ผ่านการอบรมและมอบชุดปรับปรุงคุณภาพน้ำพร้อมอุปกรณ์ติดตั้งตามกรอบบันทึกความเข้าใจ ความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำดื่มแก่โรงเรียนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ ระหว่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมวิทยาศาสตร์บริการ กรมอนามัย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และมูลนิธิพัฒนาฝีมือแรงงาน นอกจากนี้ยังได้บูรณาการร่วมกับเครือข่ายเพิ่มเติม ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ด้านการสนับสนุนการฝึกอบรมและจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ ความร่วมมือในวันนี้ตรงกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงแรงงานที่ต้องการส่งเสริมการมีส่วนร่วมการทำงานของแต่ละหน่วยงาน ที่มีความถนัดหรือเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมที่ดีและร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่การร่วมกันแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการบริหารการจัดการและแก้ปัญหาระบบสุขาภิบาลน้ำบริโภคในโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนและประชาชนได้เข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดป้องกันโรคภัยและการมีสุขภาวะที่ดี กลุ่มเป้าหมายเป็นโรงเรียนในโครงการพระราชดำริ โครงการเฉลิมพระเกียรติ พื้นที่ทุรกันดารและพื้นที่เฉพาะทั่วประเทศ ในช่วงระหว่างปี2567 – 2568 ได้ร่วมกันจัดฝึกอบรมหลักสูตรวิทยากรต้นแบบ การพัฒนาระบบผลิตน้ำสะอาดอัตโนมัติ หลักสูตรการปรับปรุงคุณภาพและการทดสอบน้ำเพื่อการผลิตน้ำสะอาด และหลักสูตรระบบควบคุมอัตโนมัติเพื่อการผลิตน้ำสะอาด มีผู้ผ่านการฝึกอบรม จำนวน 147 คน และติดตั้งชุดปรับปรุงคุณภาพน้ำสำหรับการบริโภคแบบอัตโนมัติให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ (1 โรงเรียน) แม่ฮ่องสอน (1 โรงเรียน) เชียงราย (2 โรงเรียน) และตาก (9 โรงเรียน) 





นายภัทรวุธ เภอแสละ กล่าวต่อว่า สำหรับปี 2569 เริ่มต้นด้วยการจัดฝึกอบรมหลักสูตรระบบควบคุมอัตโนมัติเพื่อการผลิตน้ำสะอาด หลักสูตรการปรับปรุงคุณภาพและการทดสอบน้ำเพื่อการผลิตน้ำสะอาด และหลักสูตรการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาเพื่อการผลิตน้ำสะอาด มีผู้ผ่านการอบรม 54 คน เป็นบุคลากรฝึกของกรมและครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนที่รับผิดชอบด้านการจัดการคุณภาพน้ำบริโภคและการสุขาภิบาลอาหาร ขอแสดงความยินดีที่ได้รับมอบวุฒิบัตรในวันนี้ซึ่งสามารถนำทักษะไปถ่ายทอดความรู้และติดตั้งระบบต่างๆ ที่อบรมมาได้ ซึ่งมีแผนร่วมกันติดตั้งชุดปรับปรุงคุณภาพน้ำสำหรับการบริโภคแบบอัตโนมัติให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 17 แห่ง ในระหว่างเดือนพฤษภาคม - กันยายน 2569 ในพื้นที่ 13 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ฉะเชิงเทรา สระแก้ว แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ พะเยา สุราษฎร์ธานี สงขลา สุรินทร์ อำนาจเจริญ มุกดาหาร และสกลนคร 


“จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าเป็นความร่วมมือที่พิเศษอย่างมาก ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่มีส่วนสำคัญ ในการช่วยเหลือยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชนและประชาชนให้ดีขึ้น เข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดในการอุปโภคและบริโภค การพัฒนาจึงเป็นอีกหนึ่งกลไกในการสร้างสังคมให้ดียิ่งขึ้น” รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวทิ้งท้าย 

เพราะ “ข้อมูล” ไม่ใช่แค่ตัวเลข…แต่คือพลังในการขับเคลื่อนอนาคต 🚀ถึงเวลายกระดับทักษะ Data & AI ให้พร้อมใช้จริงในโลกการทำงานยุคใหม่

 เพราะ “ข้อมูล” ไม่ใช่แค่ตัวเลข…แต่คือพลังในการขับเคลื่อนอนาคต 🚀ถึงเวลายกระดับทักษะ Data & AI ให้พร้อมใช้จริงในโลกการทำงานยุคใหม่


📊 สำนักงานสถิติแห่งชาติ ชวนคุณมาเปลี่ยน “ข้อมูล” ให้เป็นโอกาส

กับ Workshop ออนไลน์ ภายใต้โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการนำสถิติไปใช้ประโยชน์ ประจำปี 2569

 


✨ อบรมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมรับใบประกาศนียบัตร

📌 4 หลักสูตร 4 กลุ่มเป้าหมาย เรียนรู้จริง ใช้ได้จริง ต่อยอดงานได้ทันที

 

หลักสูตรที่ 1

🧠 AI for Journalism & Media Design

(การใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อการผลิตสื่อ ข่าว และคอนเทนต์เชิงสื่อสารมวลชน สำหรับกลุ่มสื่อมวลชน)

🗓️ วันที่อบรม 20 พ.ค. 2569

 

หลักสูตรที่ 2

📈 Data to Intelligence

(การเรียนรู้การวิเคราะห์ข้อมูลและ AI ด้วย Orange Data Mining สำหรับกลุ่มนิสิต/นักศึกษา และนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย)

🗓️ วันที่อบรม 26 พ.ค. 2569

 

หลักสูตรที่ 3

🚀 Building a Data & AI-Ready Public Sector Workforce 

(การยกระดับทักษะข้อมูลและ AI สำหรับบุคลากรภาครัฐ)

🗓️ วันที่อบรม 28 พ.ค. 2569

 

หลักสูตรที่ 4

🌐 Data & AI Skills for Everyone 

(เสริมสร้างทักษะข้อมูลและ AI สำหรับทุกคน)

🗓️ วันที่อบรม 29 พ.ค. 2569

 

🔥 ทุกหลักสูตรรับจำนวนจำกัดเพียง 150 คนเท่านั้น!

 




👉 สมัครและดูรายละเอียดได้ที่ https://arit.co.th/nso2026

📞 คุณวิภู 084-581-7497, คุณใบหม่อน 063-187-7866

 

#NSO2026 #DataAI #Upskill #DigitalSkills #FutureSkills #AIforEveryone #DataDriven #อบรมฟรี

Localized Standard ได้ผล ! นักลงทุนเทใจให้ หนุน KGI DW13 คว้ามาร์เก็ตแชร์ 70% ทำนิวไฮ

  Localized Standard ได้ผล ! นักลงทุนเทใจให้  หนุน KGI  DW13 คว้ามาร์เก็ตแชร์ 70% ทำนิวไฮ  DW13 ประกาศความสำเร็จวาระครบ 17 ปี โชว์มาร์เก็ตแช...