วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สมาคมช่างภาพข่าวสื่อมวลชน(ประเทศไทย)เตรียมมอบทุนการศึกษาให้บุตร-ธิดาประจำปี 2569

 สมาคมช่างภาพข่าวสื่อมวลชน(ประเทศไทย)เตรียมมอบทุนการศึกษาให้บุตร-ธิดาประจำปี 2569



นายสุรชัย วิเศษโสภา นายกสมาคมช่างภาพข่าวสื่อมวลชน(ประเทศไทย) เรียนท่านสมาชิก สมาคมช่างภาพข่าวสื่อมวลชนฯที่ มีความประสงค์จะขอทุนการศึกษาให้บุตร-ธิดาประจำปี 2569 โปรดนำหลักฐานการศึกษามายื่นขอทุนได้ ณ ที่ทำการสมาคม อาคารสมาคมหนังสือพิมพ์ฯ ถนนราชสีมา ได้ตั้งแต่ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ถึง 10 มีนาคม 2569 โทร 064-1203 555 089-113-5549และใน วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2569 ผู้ใหญ่ใจดี ดร.ปราจิน  เอี่ยมลำเนา  ประธานบริหาร  บ.กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(มหาชน)  จะมอบเงิน เพื่อ สมทบทุนการศึกษาให้กับ สมาคมช่างภาพข่าวสื่อมวลชน( ประเทศไทย)




โดยมี นายสุรชัย วิเศษโสภา เป็นผู้รับมอบ ในงานแถลงข่าวมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ณ. ห้องรอยัล จูบิลี่ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพคเมืองทองธานีเวลา 09.00 น.

โดยงาน ประชุมฯและมอบทุนการศึกษา จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2569 เวลา 08.00 น ณ หอประชุมกองทัพบก ถนนวิภาวดี


สร้างบัณฑิตแฟชั่นยุคใหม่ SSRU ลงนามพันธมิตรอิตาลี IIFM เปิดประสบการณ์เรียนรู้แบรนด์ชั้นนำโลก

 สร้างบัณฑิตแฟชั่นยุคใหม่ SSRU ลงนามพันธมิตรอิตาลี IIFM เปิดประสบการณ์เรียนรู้แบรนด์ชั้นนำโลก

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เดินหน้าขยายเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ Italian Institute of Fashion Management (IIFM) ณ เมือง มิลาน ประเทศ อิตาลี เพื่อพัฒนาการศึกษาด้านแฟชั่นและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยคณะผู้บริหารที่ได้เข้าร่วมในพิธีลงนามความร่วมมือดังกล่าว ประกอบด้วย รศ.ดร.ฤๅเดช เกิดวิชัย นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พร้อมด้วย รศ.ดร.ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ดร.เอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา อ.ต้นฝน ทรัพย์นิรันดร์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ ผศ.ดร.เอกพงศ์ อินเกื้อ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ ผศ.ดร.ชนกนาถ มะยูโซ๊ะ รองคณบดีฝ่ายบริหาร และ ผศ.สุภาวดี จุ้ยศุขะ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการออกแบบแฟชั่นและสไตลล์ลิ่ง คณะศิลปกรรมศาสตร์

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ทั้งสองสถาบันจะร่วมกันดำเนินกิจกรรมทางวิชาการและวิชาชีพในหลายมิติ ได้แก่ การจัด Exclusive Workshop โดยผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมแฟชั่นยุโรป การพัฒนาหลักสูตรร่วม (Joint Program) ที่ผสานองค์ความรู้เชิงทฤษฎีและปฏิบัติ การแลกเปลี่ยนบุคลากรทางการศึกษา นักศึกษา และนักวิจัย ตลอดจนการสร้างความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมแฟชั่นของอิตาลี เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงในระดับนานาชาติ

อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการเรียนการสอนด้านแฟชั่นของไทยให้เทียบเท่าระดับโลก พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระยะยาวระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพบัณฑิตให้มีความพร้อมทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และความเข้าใจตลาดแฟชั่นสากล

หลังพิธีลงนาม ยังมีการจัดกิจกรรม Private Visit เพื่อเปิดมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับกระบวนการออกแบบ การผลิต และการบริหารแบรนด์ระดับโลก เข้าเยี่ยมชมแบรนด์แฟชั่นชั้นนำในอิตาลี ได้แก่

1.Sartorialita contemporanea , “PAL ZILERI”

2.Designer emergenti : dalla pelle al gioiello, Emerging Designers : from leathergoods to jewellery, “So-Le Studio”

3.Lusso : brand e identità stillistica, Defining luxury : brand and stylistic identity “GIORGIO ARMANI”

4.Ricamo, poesia a cultura, Embroidery, poetic narrative & culture “Antonio Marras”

หารือแนวทางร่วมมือ Istituto Europeo di Design (IED) 


นอกจากนี้ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ยังได้เข้าพบผู้แทนของ Istituto Europeo di Design (IED) ณ เมืองมิลาน  ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำของอิตาลีที่มีความโดดเด่นด้านแฟชั่น ดีไซน์ และการสื่อสาร เปิดสอนหลักสูตรหลากหลายตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก รวมถึงหลักสูตรระยะสั้น โดยเน้นการเรียนการสอนแบบ Practical-based ผ่านผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมจริง


หลักสูตรของ IED ได้รับการยอมรับในระดับสากล และเป็นพื้นที่สำคัญในการสร้างเครือข่ายวิชาชีพในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ระดับโลก การหารือครั้งนี้มุ่งสู่การพัฒนาแนวทางความร่วมมือด้านหลักสูตรและกิจกรรมทางวิชาการในอนาคต เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยได้เข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ตรงจากเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลกอย่างแท้จริง


ความร่วมมือเชิงลึกในลักษณะนี้สะท้อนแนวโน้มใหม่ของการศึกษาศตวรรษที่ 21 ซึ่งสถาบันการศึกษาจำเป็นต้องเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมจริง เพื่อสร้าง “การเรียนรู้เชิงประสบการณ์” ที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานโลกอย่างแท้จริง

Relaunch ร้าน “มุมสบาย” Renovate จุดนัดพบของคนรู้ใจ

 Relaunch ร้าน “มุมสบาย” Renovate จุดนัดพบของคนรู้ใจ

ในย่าน ถนนโพธิ์แก้ว จุดต่อเชื่อมกับ ลาดพร้าว  101 เป็นแหล่งบันเทิงคลื่นลูกใหม่ที่กำลังเร่งแซงมาทัดเทียมกับย่านอื่นในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นคลื่นลูกเก่า ทั้ง บรรทัดทอง นวลจันทร์  และอื่นๆ แต่ด้วยข้อๆได้เปรียบที่เป็นที่นัดเจอแหล่งสำคัญแห่งใหม่ ของคนรุ่นเก่า ยุค 60- 70 จนถึงคนรุ่นใหม่ ที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัวในแถบนวมินทร์  เชื่อมไปยัง ลาดพร้าว หรือบางกะปิ ที่มีอสังหาริมทรัพย์ เกิดขึ้นมากมาย 

 “มุมสบาย” จุดนัดพบ ที่เป็นทั้งร้านกาแฟ แหล่งพักผ่อน ที่มีทั้ง Karaoke  ดนตรีสด ซึ่งก่อนหน้านี้ เคยสร้างความประทับใจกับ FC ทุกรุ่นทุกสมัยในแบบ Karaoke มาแล้ว การ Relaunch  และ Renovate  ครั้งสำคัญนี้ จึงเกิดขึ้นโดยพร้อมจะให้บริการ  กาแฟเลิศรส อาหารถูกปาก ถูกใจนักชิมทั้งหาย พร้อมบริการ Karaoke ที่ขึ้นชื่ออีกทั้ง คีย์บอร์ด ดนตรีสด ที่สามารถเจาะใจ FC ทั้งรุ่นเก่า 60 70 ของสุนทราภรณ์  แนวลูกกรุง อย่างเช่นสุเทพ วงศ์กำแหง ชรินทร์ นันทนาคร ธานินทร์ อินทรเทพ ฯลฯ หรือรุ่นกลาง จากค่าย GMM  และ  RS ของเด็กรุ่นใหม่ เช่น KHAOSAN KIDS, Twinkling Records, Fit In Space  หรือ สากล Oldies ที่คุ้นเคยทั้ง Elvis Cliff  Beatles   หรือ FC คนบันเทิงที่ชอบเสาะแสวงหา จุดนัดเจอ ในแนว  Karaoke ในแบบของตัวเองก็ย่อมทำได้ 

ที่มา ที่ไป และอนาคต ของ “มุมสบาย” 

กิตติพันธ์ ขันติศิลป์ชัย ผู้บริหาร "มุมสบาย" แหล่งบันเทิงคลื่นลูกใหม่ของทั้ง FC คนรุ่น 60 70 และร่วมสมัย เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปและอนาคต ของ "มุมสบาย" ว่า แหล่งบันเทิงแห่งนี้เป็นความตั้งใจจริงของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการให้มีจุดศูนย์รวมของคนต่างวัยให้มาใช้ชีวิตร่วมกัน โดยคงบรรยากาศของทั้งคนยุคเก่าและคนยุคใหม่ให้อยู่เป็นสัดส่วน แต่สามารถมีจุดเชื่อมต่อกันได้

"ด้วยความเป็นจุดนัดพบที่มีทั้ง Coffee Shop และคาราโอเกะอันเป็นจุดดึงดูดของคนรุ่นใหม่ ขณะที่ FC คนรุ่นเก่าส์ก็จะมีคีย์บอร์ดหรือดนตรีสดคอยให้บริการ FC ในจุดนี้อย่างเต็มที่"เชื่อมั่น connection ของคน 2 ยุคที่มีอยู่

ส่วนอนาคตและแนวโน้มของการบริหารกลุ่มสบายในช่วงต่อไปนั้น กิตติพันธ์วาดแผนให้ฟังว่า กำลังจัดเตรียม event และกิจกรรมด้านต่างๆทั้งสำหรับคนวัยเก๋าและคนรุ่นใหม่ที่จะมีแนวทางในการร่วมงานที่ต่างกันหรืออาจจะร่วมกันได้ ทั้งการประกวดร้องเพลงหรืองานกิจกรรมในเทศกาลและวันสำคัญต่างๆ

"ด้วย connection ของตัวผมที่รู้จัก FC ในวัย 60 และ 70 นักดนตรีและคนร่วมสมัย มากมายผนวกกับทีมงานของคนรุ่นใหม่ก็มี connection เช่นกัน ที่จะสามารถดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมกิจกรรมได้อย่างหลากหลาย  เราจึงเชื่อมั่นว่าเราจะสร้างศักยภาพในการบริหารในช่วงต่อไปได้ ผนวกกับทำเลการค้าของย่านโพธิ์แก้วที่สามารถเชื่อมต่อไปยังลาดพร้าว 101 ได้ก็มีแนวโน้มที่จะเติบโตสูงยิ่งขึ้น ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้เราว่าเราจะไปถึงเป้าหมายที่เราวางไว้ได้

มุมสบาย” จึงเป็นแหล่งบันเทิงทางเลือกสำคัญของ FC วัยเก๋าส์  และร่วมสมัยที่ชอบเสาะแสวงหา จุดนัดพบที่ถึงพร้อมด้วย รสชาติอาหารที่สนองตอบทุกวัยได้อย่างถูกปากถูกรส กาแฟรสเลิศ ครบเครื่องด้วยแหล่งบันเทิงทั้ง Karaoke   คีย์บอร์ด ดนตรีสดเพื่อคอเพลงทุกรุ่นทุกวัย  ในย่าน โพธิ์แก้ว -ลาดพร้าว 101 อันเป็นจุดนัดพบ ที่กำลังเจิดจรัสขึ้นมาและกำลังเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง 

---------------------------------------------------------------------------------------------------


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ให้การต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เข้าสักการะหลวงปู่ไต้ฮง เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ให้การต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เข้าสักการะหลวงปู่ไต้ฮง เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย






วันนี้ (วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ พร้อมด้วย นายณัฐวัตร ก้อนทอง หัวหน้าสำนักกฎหมายและคดี ให้การต้อนรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เข้าสักการะหลวงปู่ไต้ฮง (องค์ไต้ฮงกง) และทำบุญบริจาคสมทบทุนงานสาธารณกุศล เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย

เทศกาลตรุษจีน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประจำปี 2569 กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 16 – 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 โดยขอเชิญชวนศิษยานุศิษย์ และสาธุชนทุกท่าน “สักการะหลวงปู่ไต้ฮง” ขอพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีนเพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ ลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา หรือ “พะเก่ง” เพื่อสะเดาะเคราะห์ ขอให้ครอบครัวมีสุข เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา เสริมความมั่นคงสถาพร ตลอดปี รวมถึงทำบุญสะเดาะเคราะห์และเสริมความเป็นสิริมงคลกับรูปปั้นนักษัตรปีมะเมีย ซึ่งได้ผ่านการทำพิธีเบิกเนตรโดยพระอาจารย์จีนคณาณัติจีนพรต (เย็นงี้) เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) พร้อมรับประทาน สาคูสิริมงคล  เพื่อความกลมเกลียวและอยู่เย็นเป็นสุข รับฮู้ (ยันต์) ของหลวงปู่ไต้ฮง ติดหน้าบ้าน หรือพกติดตัวเพื่อคุ้มครอง  เคาะระฆังทอง ให้ก้องกังวานเพื่อให้ชีวิตสดใส การงานรุ่งเรืองระบือไกล  และร่วมขอพรเทพยดาฟ้าดินเนื่องในวันประสูติ (ทีกงแซ)  ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ เช่น หลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ (โดยในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดบริการโต้รุ่ง ให้แก่ผู้มีจิตศรัทธาได้เข้าสักการะ ทำบุญตลอดคืน)


สำหรับท่านที่สะดวกการทำบุญออนไลน์  พิธีสวดชัยมงคลคาถา [พะเก่ง] มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดให้มีการลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา ทำบุญพะเก่งออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ได้ที่  www.pttfny.net/cnny ให้ผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านได้ร่วมพิธีเพื่อสริมความมั่งมีศรีสุขตลอดปีมะเมีย ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418


ชมภาพบรรยากาศ อัปเดตข่าวสารเทศกาล กิจกรรม งานสาธารณกุศลของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

** ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ตรุษจีนปีนี้ ขอให้มั่ง มี ศรี สุข **

## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##



วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

กรมทรัพย์สินทางปัญญา หนุนใช้ทรัพย์สินทางปัญญาพาไทยก้าวข้ามความท้าทาย ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืนในการค้าโลกยุคใหม่

 กรมทรัพย์สินทางปัญญา หนุนใช้ทรัพย์สินทางปัญญาพาไทยก้าวข้ามความท้าทาย ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืนในการค้าโลกยุคใหม่ 

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมเสวนาในงานสัมมนาวิชาการหัวข้อ “Navigating Global Trade Shifts: Insights from the UNCTAD Trade and Development Report and Strategic Implications for Thailand” ณ กระทรวงการต่างประเทศ จัดโดยสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ UN Trade and Development (UNCTAD) และสมาคมนักเรียนเก่าฮาร์วาร์ดแห่งประเทศไทย โดยร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายเกี่ยวกับทิศทางการค้าโลกยุคใหม่และบทบาทของทรัพย์สินทางปัญญาในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน



นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากการค้าสินค้า ไปสู่การแข่งขันบนฐานขององค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน หรือทรัพย์สินทางปัญญา ประเทศที่สามารถพัฒนาและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วงชิงความได้เปรียบเชิงเศรษฐกิจได้มากกว่าประเทศที่ไม่ให้น้ำหนักในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งหากไทยต้องการก้าวข้ามความท้าทายในยุคที่โลกแข่งขันกันสูง จำเป็นที่จะต้องยกระดับทรัพย์สินทางปัญญาสู่การพัฒนาห่วงโซ่มูลค่าของทรัพย์สินทางปัญญาอย่างครบวงจรมุ่งเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมให้เป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่สร้างรายได้และเพิ่มแต้มต่อทางการแข่งขันในเวทีโลก


กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ขับเคลื่อนการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นระบบ ผ่าน 4 เสาหลัก ของห่วงโซ่มูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา ได้แก่ (1) การส่งเสริมการสร้างสรรค์ (2) การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (3) กาใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์ และ (4) การบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญาให้เข้มแข็ง สนับสนุนองค์ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาแก่ผู้ประกอบการ นักวิจัย ผ่านศูนย์ให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IPAC) และศูนย์สนับสนุนเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TISC) ในสถาบันการศึกษาซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวิเคราะห์แนวโน้มเทคโนโลยี เข้าถึงข้อมูลสิทธิบัตรและต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพตรงตามความต้องการของตลาด 

พร้อมผลักดันนวัตกรรมและผลงานสร้างสรรค์เข้าสู่ระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ กรมฯ ยังมุ่งพัฒนาระบบจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาให้มีความสะดวกและรวดเร็ว มีความทันสมัยมากขึ้นให้ได้คุณภาพมาตรฐานสากล โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการตรวจสอบคำขอ พร้อมส่งเสริมการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ นวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต นวัตกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุข นวัตกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ เป็นต้น เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้เป็นเครื่องมือสร้างมูลค่า เพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกันได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์และบริหารจัดการสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นระบบ ผ่านการผลักดันการอนุญาตใช้สิทธิ การร่วมลงทุน การแปลงทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสินทรัพย์ทางการเงิน (IP Financing)รวมถึงการพัฒนาแนวทางการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการจับคู่ธุรกิจเชื่อมโยงเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญากับนักลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และขยายธุรกิจอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังได้ยกระดับการปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งในและต่างประเทศผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการค้าการลงทุน สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการ นักลงทุน และเจ้าของสิทธิ รวมถึงส่งเสริมการใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น สร้างอัตลักษณ์สินค้า และยกระดับรายได้ของชุมชนเพื่อเป็นการเสริมความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจนวัตกรรมของประเทศ



นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป จำเป็นต้องขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาเป็นฐานสำคัญ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญามุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชนส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรมผลักดันนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเป้าหมายและขยายความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว


--------------------------------


กรมทรัพย์สินทางปัญญา พา “มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี” ขึ้นทะเบียน GI ใน EU สำเร็จ!ปักธงโอกาสทางการค้ากว่า 27 ประเทศดันผลไม้คุณภาพของไทยเฉิดฉายในเวทีโลก

 กรมทรัพย์สินทางปัญญา พา “มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี” ขึ้นทะเบียน GI ใน EU สำเร็จ!ปักธงโอกาสทางการค้ากว่า 27 ประเทศดันผลไม้คุณภาพของไทยเฉิดฉายในเวทีโลก

 


กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยข่าวดี “มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี” ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในสหภาพยุโรปแล้ว นับเป็นอีกก้าวสำคัญของสินค้าเกษตรไทยในเวทีสากล ช่วยสร้างชื่อเสียงและยกระดับมาตรฐานคุณภาพผลไม้ไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ พร้อมเปิดประตูสู่โอกาสทางการค้าใน 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดพรีเมียมอย่างเป็นรูปธรรม

 



นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญามีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน ผ่านการส่งเสริมการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ควบคู่กับการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้า และสนับสนุนช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมเร่งผลักดันการนำสินค้า GI ไทยที่มีศักยภาพไปขึ้นทะเบียนเป็น GI ในต่างประเทศ เพื่อขยายโอกาสทางการค้าในตลาดส่งออกสำคัญ พร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และสร้างความเข้มแข็งให้สินค้าไทยในเวทีการค้าโลก

 


ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 สหภาพยุโรปได้เผยแพร่ประกาศขึ้นทะเบียน “มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี” ของไทย เป็น GI ในสหภาพยุโรป หลังไทยยื่นคำขอไว้เมื่อปี 2566 ด้วยเล็งเห็นว่าสหภาพยุโรปเป็นตลาดส่งออกมะพร้าวน้ำหอมที่สำคัญของของไทย มีมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยกว่า 300 ล้านบาทต่อปี ซึ่งการได้รับความคุ้มครอง GI จะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกไทย ทั้งในด้านการป้องกันการแอบอ้างชื่อสินค้า การยกระดับความเชื่อมั่นของผู้นำเข้าสินค้า และการขยายโอกาสทางการค้าไปยังประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 27 ประเทศ อาทิ เนเธอร์แลนด์ สเปน เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส ฮังการี สาธารณรัฐเช็ก ไอร์แลนด์ เดนมาร์ก เป็นต้น อีกทั้งยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและเสริมภาพลักษณ์สินค้าเกษตรคุณภาพสูงของไทย อันก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

 


จากการประกาศขึ้นทะเบียนดังกล่าว ส่งผลให้มะพร้าวน้ำหอมราชบุรีเป็นสินค้า GI รายการแรกของจังหวัดราชบุรีที่ได้รับความคุ้มครองในต่างประเทศ และเป็น GI ไทยลำดับที่ 5 ที่ได้ขึ้นทะเบียนในสหภาพยุโรป ต่อจากข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง กาแฟดอยตุง (เชียงราย) และกาแฟดอยช้าง (เชียงราย) ที่ได้ขึ้นทะเบียนไปก่อนหน้านี้ โดยมะพร้าวน้ำหอมราชบุรีมีแหล่งผลิตในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองราชบุรี ดำเนินสะดวก วัดเพลง บ้านโป่ง บางแพ ปากท่อ และโพธาราม ซึ่งมีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มและราบลุ่มต่ำ ดินเป็นดินร่วนปนดินเหนียวที่มีความอุดมสมบูรณ์ ทั้งยังได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้

จึงมีฝนตกสม่ำเสมอและมีแม่น้ำแม่กลองเป็นแม่น้ำสายหลัก สภาพดินและน้ำจึงเหมาะสมต่อการปลูกมะพร้าวน้ำหอม และช่วยให้ผลผลิตมีเอกลักษณ์โดดเด่น โดยน้ำมะพร้าวมีรสชาติหวานและมีกลิ่นหอมคล้ายใบเตยเนื้อมะพร้าวหนาสองชั้นและมีลักษณะอ่อนนุ่ม ลักษณะภายนอกเป็นมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์เตี้ย เปลือกสีเขียวสด ก้นจีบ ตรงกลางผลป่องกลม สามารถให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี โดยในปี 2568 มีปริมาณการผลิตมะพร้าวน้ำหอมราชบุรี 550 ล้านลูก มูลค่าการจำหน่ายในประเทศ 276 ล้านบาท และมูลค่าการส่งออกทั่วโลกกว่า 5,244 ล้านบาท

 


ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสินค้า GI ไทยที่ขึ้นทะเบียน GI ในต่างประเทศด้วย รวมทั้งสิ้น 11 รายการใน 33 ประเทศ ได้แก่ 1) ผ้าไหมยกดอกลำพูน ในอินเดียและอินโดนีเซีย 2) เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน

(20 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย) ในเวียดนาม 3) ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ (ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ มหาสารคาม และศรีสะเกษ) ในสหภาพยุโรป มาเลเซีย และอินโดนีเซีย 4) ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงในสหภาพยุโรป มาเลเซีย และอินโดนีเซีย 5) กาแฟดอยตุง (เชียงราย) ในสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และกัมพูชา 6) กาแฟดอยช้าง (เชียงราย) ในสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น 7) ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง (นครศรีธรรมราช)

ในมาเลเซีย 8) ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน ในเวียดนาม 9) มะขามหวานเพชรบูรณ์ ในเวียดนาม

10) สับปะรดห้วยมุ่น (อุตรดิตถ์) ในญี่ปุ่น และ 11) มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ในสหภาพยุโรป

 



นางอรมน กล่าวว่า ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงช่วยขยายตลาดส่งออก แต่ยังเป็นกลไกสำคัญ ในการยกระดับสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดพรีเมียมโลก ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและสร้างโอกาสใหม่ทางการค้าให้กับประเทศในระยะยาว ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้าผลักดันการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ไทยในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอาหารและสินค้าเกษตร ซึ่งเป็น Soft Power สำคัญของประเทศ เพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างยั่งยืนต่อไป

 

-------------------

วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

เติมเต็มประวัติศาสตร์อันลึกซึ้งในคอนเสิร์ต“Mozart · Requiem: Concert in Memoriam 1925–2025”ฟื้นคืนบทเพลงโมซาร์ทที่ขาดหายไปให้น่าจดจำ

 เติมเต็มประวัติศาสตร์อันลึกซึ้งในคอนเสิร์ต“Mozart · Requiem: Concert in Memoriam 1925–2025”ฟื้นคืนบทเพลงโมซาร์ทที่ขาดหายไปให้น่าจดจำ

Mozart · Requiem: Concert in Memoriam 1925–2025” การแสดงดนตรีคลาสสิกเพื่อถ่ายทอดบทเพลงอมตะ “เรควีม” (Requiem) ของ ว็อล์ฟกัง อมาเดอุส โมซาร์ท ผ่านการตีความใหม่อย่างลึกซึ้งและทรงพลัง โดย สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ 


จัดขึ้นเนื่องในวาระครบรอบ 100 ปี วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า รัชกาลที่ 6 และครบรอบ 100 ปี วันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของทั้ง 2 พระองค์  


คุณวรปรัชญ์ วงศ์สถาพรพัฒน์ วาทยกร นักประพันธ์เพลงเจ้าของรางวัล Best Original Score จากดนตรีภาพยนตร์เรื่อง Dream! และ Grand Prize Winner จาก SCG Young Thai Artist in Composition และผู้ช่วยวาทยกร ณ Bangkok Opera ในฐานะวาทยกรประจำการแสดงเรควีมของโมซาร์ทครั้งนี้ จะบรรเลงบทเพลงฉบับผสมที่เรียบเรียงขึ้นใหม่ ผ่านการรวบรวมและขัดเกลาแนวคิดทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของบทเพลงนี้หลายฉบับ มุ่งแสวงหาความสมดุลและความเป็นเอกภาพ โดยให้ความสำคัญการเรียบเรียงเครื่องดนตรี เพื่อให้บทเพลงบรรเลงได้ใกล้เคียงกับสำนวนดนตรีช่วงปลายชีวิตของโมซาร์ทมากที่สุด และเป็นการฟื้นคืนบทเพลงที่โมซาร์ทร่างไว้แต่ยังแต่งไม่เสร็จสมบูรณ์ให้ยิ่งลึกซึ้งและน่าจดจำ 

คุณพิจาริน วิริยะศักดากุล นักร้องเดี่ยวเสียงโซปราโน เปิดเผยว่า การได้นำประสบการณ์จากเวียนนาเพื่อกลับมาถ่ายทอดบทเพลงชิ้นเอกของโมซาร์ทในประเทศไทย ร่วมกับนักดนตรีมากความสามารถท่านอื่น ๆ รวมถึงการได้ร่วมงานกับสยามสมาคมฯ ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับเธอ และเธอตั้งใจเป็นอย่างมากให้การแสดงครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับทุกคน

 

          ขณะที่ คุณดวงอมร ฟู่ นักร้องเดี่ยวเสียงอัลโต กล่าวว่า ดนตรีของโมซาร์ทหล่อหลอมตัวตนของเธอ ในฐานะนักร้องมาโดยตลอด เธอรู้สึกสนุกสนาน ท้าทาย และได้รับแรงบันดาลใจอย่างไม่รู้จบ โดยบทเพลงเรควีมผลักดันให้เธอทุ่มเทอย่างเต็มที่ และรู้สึกถึงทุกตัวโน้ตอย่างลึกซึ้ง เธอตั้งตารอที่จะแบ่งปันพลังและอารมณ์ของบทเพลงนี้กับเพื่อนร่วมงานและผู้ชมเป็นอย่างยิ่ง

 


การแสดงครั้งร่วมด้วยศิลปินชาวไทยรุ่นใหม่อย่าง คุณกฤติน สุชาโต นักร้องเดี่ยวเสียงเทเนอร์ ผู้มีน้ำเสียงอบอุ่น ได้รับการยอมรับในวงการโอเปรา คอนเสิร์ต ละครเพลง และโทรทัศน์ จากการขับร้องที่สื่ออารมณ์ แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่หลากหลายในแนวเพลงและสไตล์ต่างๆ

ด้าน คุณดลหทัย อินทวงศ์ ผู้ฝึกสอนวงนักร้องประสานเสียง กล่าวด้วยว่า การเตรียมการแสดง เรควีมของโมซาร์ทครั้งนี้ เป็นประสบการณ์ที่มีความหมายอย่างยิ่งต่อทั้งนักร้องและทีมงานศิลปะ สำหรับคณะนักร้องประสานเสียง การขับร้องผลงานชิ้นนี้ไม่เพียงแต่เป็นความท้าทายทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่จะได้สัมผัสความลึกซึ้งและมนุษยธรรมในดนตรีของโมซาร์ท 

คอนเสิร์ตพิเศษ “Mozart · Requiem: Concert in Memoriam 1925-2025” จัดแสดงในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 และ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 18.00 น. ณ พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ พระราชวังพญาไท บัตรเข้าชมการแสดง ได้แก่ 

ชั้นทับทิม: ที่นั่งสำหรับวีไอพี 2 ที่นั่ง ราคา 30,000 บาท ได้รับหนังสือ “พิพิธพญาไท: สมุดภาพศิลปกรรมของพระราชวังพญาไท” จำนวน 1 เล่ม

ชั้นมรกต: ที่นั่งวีไอพี 2 ที่นั่ง ราคา 20,000 บาท และที่นั่งสำหรับบุคคลทั่วไป ราคา 1,500 บาท 2,000 บาท และ 2,500 บาท

ผู้สนใจเข้าชมติดต่อได้ที่ คุณ ชุลีพร ไพรีรัก โทร : 02-661-6470-3 ต่อ 201 (วันอังคาร - วันเสาร์ เวลา  9:00 - 17:00) E-mail: chuleeporn@thesiamsociety.org ทั้งนี้ รายได้จากการจัดการแสดง นำไปสนับสนุนกิจกรรมของสยามสมาคมฯ เพื่อส่งเสริมการศึกษา และแลกเปลี่ยนความรู้ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมของไทย และของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


Facebook: The Siam Society Under Royal Patronage

https://www.facebook.com/TheSiamSocietyUnderRoyalPatronage/ 

Instagram: The Siam Society

https://www.instagram.com/thesiamsociety/

Line Official Account: The Siam Society

https://page.line.me/thesiamsociety?openQrModal=true

Website: thesiamsociety.org


สมาคมช่างภาพข่าวสื่อมวลชน(ประเทศไทย)เตรียมมอบทุนการศึกษาให้บุตร-ธิดาประจำปี 2569

  สมาคมช่างภาพข่าวสื่อมวลชน(ประเทศไทย)เตรียมมอบทุนการศึกษาให้บุตร-ธิดาประจำปี 2569 นายสุรชัย วิเศษโสภา นายกสมาคมช่างภาพข่าวสื่อมวลชน(ประเทศไ...