วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569

ทีมนักหวดซอฟท์เทนนิสมหาลัยจากไชนีสไทเป"กวาดเรียบทุกแชมป์"วันสุดท้ายทิ้งทวนอีกสองแชมป์ทีมหญิงและทีมชายปิดฉากการแข่งขันซอฟท์เทนนิสนานาชาติ "The 2nd Asian University Soft Tennis Championships 2026" ที่ สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก ปทุมธานี

      ทีมนักหวดซอฟท์เทนนิสมหาลัยจากไชนีสไทเป"กวาดเรียบทุกแชมป์"วันสุดท้ายทิ้งทวนอีกสองแชมป์ทีมหญิงและทีมชายปิดฉากการแข่งขันซอฟท์เทนนิสนานาชาติ "The 2nd Asian University Soft Tennis Championships 2026" ที่ สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก ปทุมธานี 

     วันที่ 29 มี.ค.69 ที่ สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก จังหวัดปทุมธานี วันสุดท้ายของการแข่งขันซอฟท์เทนนิสชิงชนะเลิศมหาวิทยาลัยเอเชียรายการ "The 2nd Asian University Soft Tennis Championships 2026" โดยมีนักกีฬาซอฟท์เทนนิสระดับมหาวิทยาลัยเข้าร่วมแข่งขันรวม 6 ประเทศได้แก่ เกาหลีใต้ , ญี่ปุ่น ,ไชนีสไทเป , อินเดีย สปป.ลาว และประเทศไทยเจ้าภาพ 



     วันสุดท้ายชิงชัยในประเภททีมหญิง และทีมชาย โดยรอบชิงชนะเลิศประเภททีมหญิงทีมนักหวดสาวจากไชนีสไทเปเต็งแชมป์ยังคงร้อนแรง โชว์ฟอร์มสุดยอดเอาชนะทีมนัดหวดสาวแดนภารตะอินเดีย 3 : 0 คู่คว้าแชมป์ประเภททีมหญิง และ เจียง มิน-ยู เป็นคนเดียวที่ได้ทริปเปิลแชมป์จาก หญิงเดี่ยว , หญิงคู่ และทีมหญิง ส่วน ซู ยัน-เซ็น ได้ 2 แชมป์จากหญิงคู่และทีมหญิง


     ประเภททีมชายไชนีสไทเปยังคงไร้พ่ายไล่ทุบอินเดีย และเกาหลีใต้ในรอบพบกันหมดในกลุ่ม รอบรองชนะ เลิศชนะ สปป.ลาว โคจรมาพบกับเกาหลีใต้ ในรอบชิงชนะเลิศอีกครั้ง และไม่มีพลิกโผเหล่าจอมหวดจากไชนีสไทเป โชว์ฟอร์มสุดแกร่งทะลุองศาเดือดหวดเอาชนะ เกาหลีใต้ทั้งคู่มือ 1 และเดี่ยวมือ 1 ทำให้ทีมชายไชนีสไทเปคว้าแชมป์ที่ 6 ด้วยการชนะ เกาหลีใต้ที่ได้รองชนะเลิศอันดับ 1 ไป 2 : 0 คู่ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 2 สปป.ลาว และทีมไทยเจ้าภาพ เชน ยู-ฮุน เป็นนักกีฬาซอฟท์เทนนิสชายของไชนีสไทเปที่คว้าทริเปิลแชมป์ ชายเดี่ยว , ชายคู่ และทีมชายส่วนคู่พาร์ทเนอร์ ชาง โป-ยี ได้ 2 แชมป์จากชายคู่และทีมชาย

     จากนั้นเป็นพิธีมอบเหรียญรางวัลการแข่งขัน "The 2nd Asian University Soft Tennis Championshjps 2026" ที่ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารที่พักผู้เข้ารับการฝึกอบรม กรมพลศึกษา โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นประธานในพิธีมอบถ้วยรางวัล , เหรียญรางวัล , เกียรติบัตร และของที่ระลึกแก่นักกีฬาชนะเลิศลำดับต่างๆ ร่วมด้วย นางอุดมลักษณ์ ศิริกุลเลิศรัฐ นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย , นายบรรลือชัย ผิวสานต์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย , ผู้บริหารสมาคมฯ , มิสเตอร์ ลี ฮยอน แท็ก ผู้แทนสหพันธ์ซอฟท์เทนนิสโลกจากเกาหลีใต้ , มิสเตอร์ หวู หมิง ชาง จากไชนีสไทเป , มิสเตอร์โคดัดฮารา ฮาชาง ผู้ควบคุมทีมซอฟท์เทนนิสอินเดีย ร่วมให้เกียรติมอบรางวัลก่อนถ่ายภาพร่วมกันเป็นอันปิดฉากการแข่งขันซอฟท์เทนนิสชิงชนะเลิศมหาวิทยาลัยแห่งเอเชีย รายการ "The 2nd Asian University Soft Tennis Championships 2026"

     

DITP เดินเครื่องยุทธศาสตร์ส่งออกไทย “THINK THAILAND: NEXT LEVEL” ปั้น 680 โครงการเร่งเครื่องเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ปั๊มมูลค่าส่งออกกว่า 1.42 แสนล้านบาท พร้อมดันไทยติด Top 5 การค้าเอเชีย

 DITP เดินเครื่องยุทธศาสตร์ส่งออกไทย “THINK THAILAND: NEXT LEVEL” ปั้น 680 โครงการเร่งเครื่องเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ปั๊มมูลค่าส่งออกกว่า 1.42 แสนล้านบาท พร้อมดันไทยติด Top 5 การค้าเอเชีย

กรุงเทพฯ - นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่าง ประเทศ เปิดเผยถึงกรอบแผนปฏิบัติ ราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ว่า กรมฯ มีแผนดำเนิน โครงการ และกิจกรรมส่งเสริมการค้ากว่า 680 โครงการ โดยคาดว่าจะสามารถ สร้างมูลค่าการค้ารวม 142,000 ล้านบาท และมีผู้ประกอบการ ได้รับประโยชน์ กว่า 294,500 ราย ครอบคลุม กิจกรรมทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ทั้งนี้ กรมฯ ตั้งเป้าเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันด้านการค้า ระหว่างประเทศของไทย ให้ติดอันดับ 1 ใน 5ของเอเชียภายในปี พ.ศ. 2570 สำหรับหนึ่งในแผนปฏิบัติราชการ สำคัญ ได้แก่ การขยายผลแคมเปญ “THINK THAILAND: NEXT LEVEL” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสื่อสาร แบรนด์ประเทศไทย เพื่อยกระดับและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย ให้สามารถตอบสนอง ต่อความ ต้องการของตลาดโลก  ได้อย่าง เป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยมีแผนปฏิบัติราชการใน 5 เรื่อง ประกอบด้วย 



1. การสร้างจุดแข็งให้กับสินค้าและธุรกิจบริการไทยด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองต่อ ความต้องการ Megatrends และเศรษฐกิจใหม่ ด้วยแนวคิด “Thai to Global” From local value to global vision ตั้งเป้ามูลค่าการเจรจาการค้า ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 125,675 ล้านบาทเร่งเพิ่มมูลค่าด้วยแบรนด์ นวัตกรรม และการออกแบบให้สอดรับเมกะเทรนด์ และเศรษฐกิจใหม่ อาทิ กลุ่มเกษตรสร้างมูลค่าสินค้าตามเทรนด์โลก เช่น สินค้าฮาลาล อาหารอนาคต อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารที่ส่งเสริมความยั่งยืน อุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต เช่น สินค้ายานยนต์ สมัยใหม่ รถยนต์ไฟฟ้าและอะไหล่ยานยนต์ เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ สินค้านวัตกรรมและเทคโนโลยีชั้นสูง เป็นต้น ตลอดจนพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจบริการศักยภาพสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า บริการไทย ด้วยพลังสร้างสรรค์ หรือ Soft Power ใน 4 อุตสาหกรรม ได้แก่ เกม หนังสือ ออกแบบ และแฟชั่น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าบริการของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

2. รุกตลาดศักยภาพเดิม เพิ่มตลาดใหม่ และขยายสัดส่วนการส่งออกสินค้าไทยสู่ตลาดโลก ทั้งในตลาดหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น อาเซียน และจีน (รวมฮ่องกง) ฯลฯ ตลาดศักยภาพ ได้แก่ อินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ และอื่นๆ ตลาดศักยภาพใหม่ ได้แก่ อิรัก ซาอุดิอาระเบีย แอฟริกา ฯลฯ ส่งเสริมการเปิดตลาดโดยแสวงหาช่องทางการตลาดใหม่ๆ เร่งรัด Strategic Partnership กับประเทศคู่ค้าสำคัญ 

3. ส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม (Platform Economy) ด้วยการพัฒนา ระบบแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ (Thaitrade.com) และเครือข่ายพันธมิตรออนไลน์ พร้อมส่งเสริม สภาพแวดล้อมและปัจจัยสนับสนุนการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สร้างพันธมิตรทางการค้าออนไลน์ แพลตฟอร์ม e-commerce ต่างๆ เป็นต้น  

4. พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ด้วยการพัฒนา ความรู้เบื้องต้นด้านการค้าระหว่างประเทศแก่ผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไป การพัฒนาและต่อยอด องค์ความรู้ด้านการตลาด/สินค้าแก่ผู้ประกอบการ MSME, SME และบุคคลทั่วไปในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ของประเทศ และพัฒนาผู้ประกอบการหรือผู้ส่งออกที่มีแบรนด์สินค้าให้สามารถดำเนินธุรกิจ ในต่างประเทศได้ ผ่านสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการค้ายุคใหม่ (NEA)

5. ยกระดับการให้บริการด้านการค้าระหว่างประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยใช้การวิเคราะห์ ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) และเทคโนโลยีดิจิทัลในการปรับเปลี่ยนองค์กร เพื่อให้ทันต่อการ เปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน



ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ เว็บไซต์ www.ditp.go.th  Facebook : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และ DITP LINE Official : @DITP หรือสายด่วน 1169 และติดตามโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศผ่านเว็บไซต์ WWW.THAITRADE.COM

#####

ขอขอบคุณที่ช่วยเผยแพร่ข่าวและกิจกรรมประชาสัมพันธ์ 


วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569

คต. ผนึกกำลังภาคเอกชน รุกตลาดมันสำปะหลังพรีเมียมไทยสู่จีน

 คต. ผนึกกำลังภาคเอกชน รุกตลาดมันสำปะหลังพรีเมียมไทยสู่จีน

กรมการค้าต่างประเทศไม่หยุดนิ่งเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกผลักดันมันสำปะหลังไทยสู่ตลาดโลก โดยผนึกกำลังภาครัฐ - เอกชนไทยเข้าร่วมประชุมหารือและเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังกว่า 150 นัดหมาย ณ นครฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นตลาดเป้าหมายใหม่ที่มีศักยภาพ ระหว่างวันที่ 8-9 เมษายน 2569 เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและผลักดันสินค้ามันสำปะหลังมูลค่าเพิ่มของไทยเข้าสู่ตลาดจีนอย่างเป็นรูปธรรม คาดสามารถสร้างมูลค่าทางการค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ เดินหน้ารุกตลาดจีน นำทัพคณะผู้แทนภาครัฐและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยรวม 17 ราย บุกนครฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อขยายโอกาสและสร้างเครือข่ายทางการค้ามันสำปะหลังไทย จัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เชื่อมโยงกับผู้ประกอบการของจีนกว่า 20 ราย ในวันที่ 8 เมษายน 2569 หวังขยายโอกาสทางการค้าและยกระดับเครือข่ายธุรกิจมันสำปะหลังไทยในตลาดศักยภาพสูง ซึ่งภารกิจครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู ในการเชิญผู้ประกอบการจีนในอุตสาหกรรมที่ใช้มันสำปะหลัง โดยมุ่งเน้นผลักดันสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง อาทิ แป้งมันดัดแปร (Modified Starch) แป้งมันสำปะหลังเกรดพรีเมียม ที่กำลังเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ของจีน สะท้อนโอกาสใหม่ของสินค้าไทยในเวทีการค้าระดับนานาชาติ

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เป็นเหมือนเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้พบปะกับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพของจีน ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปและอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นภาคอุตสาหกรรมสำคัญที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบ โดยเฉพาะแป้งมันสำปะหลังเกรดพรีเมียมที่เป็นสินค้าคุณภาพสามารถใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมต่อเนื่องได้หลากหลาย อาทิ การผลิตพลุ กาว กระดาษ เคมีภัณฑ์ โดยผู้ประกอบการไทยจะได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ทางการค้า และแนวโน้มความต้องการใช้มันสำปะหลังในอุตสาหกรรมต่างๆ ของจีน ซึ่งการได้พบเจรจากับคู่ค้าจีนโดยตรงจะช่วยสร้างเครือข่ายทางธุรกิจและพัฒนาสินค้าได้ตรงกับความต้องการได้มากยิ่งขึ้น


อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 9 เมษายน 2569 กรมฯ มีกำหนดนำคณะผู้ประกอบการไทยเข้าศึกษาระบบการขนส่งสินค้า ณ ศูนย์นิทรรศการการแสดงระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศของนครฉงชิ่ง (Chongqing Inland International Logistics Hub Exhibition Center) ซึ่งแสดงแบบจำลองการขนส่งระหว่างทางบกกับทางทะเล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและกระจายสินค้าจากอาเซียนไปยังจีนไปแถบตะวันตกของจีน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน และขยายโอการทางการค้าไปยังพื้นที่อื่นๆ ของจีนต่อไป โดยกรมการค้าต่างประเทศเชื่อมั่นว่าการดำเนินการ

ในครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดความสัมพันธ์ทางการค้ามันสำปะหลังที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างกัน และสร้างโอกาสให้สินค้ามันสำปะหลังไทยสามารถขยายตลาดในเมืองอื่นๆ ของจีน พร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้อุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

 



ทั้งนี้ จีนเป็นตลาดส่งออกสินค้ามันสำปะหลังอันดับ 1 ของไทย คิดเป็นร้อยละ 56.13 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด โดยปี 2568 ไทยส่งออกไปยังจีนปริมาณ 6 ล้านตัน มูลค่า 1,621 ล้านเหรียญสหรัฐ ปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้น 1.81 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 43.2 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสัดส่วนสินค้าส่งออกไปจีน เรียงลำดับตามมูลค่า ดังนี้ (1) มันเส้น ร้อยละ 44.29

(2) แป้งมันสำปะหลังดิบ ร้อยละ 40.58 (3) แป้งมันสำปะหลังแปรรูป ร้อยละ 11.31 (4) มันอัดเม็ด ร้อยละ 3.37 และ (4) ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังอื่นๆ (สาคู กากมัน) ร้อยละ 0.45

วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569

เชียงรายเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจหลังอุทกภัยเตรียมจัดงาน “CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026”ดันผู้ประกอบการสู่ตลาด สร้างเงินหมุนเวียน ฟื้นความเชื่อมั่นพื้นที่

 เชียงรายเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจหลังอุทกภัยเตรียมจัดงาน “CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026”ดันผู้ประกอบการสู่ตลาด สร้างเงินหมุนเวียน ฟื้นความเชื่อมั่นพื้นที่




เชียงราย : จังหวัดเชียงราย โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย กำหนดจัดงาน “CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026 : การค้าขยับ เศรษฐกิจขับเคลื่อน” ภายใต้โครงการบูรณาการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดเชียงรายจากสถานการณ์อุทกภัยระหว่างวันที่ 28 มีนาคม–1 เมษายน 2569 ณ สนามลานฝึกยุววรรณ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย





การจัดงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ภายหลังจังหวัดเชียงรายประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2567 ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการค้า การท่องเที่ยว และผู้ประกอบการในพื้นที่เป็นวงกว้าง จังหวัดเชียงรายจึงเร่งดำเนินมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งสร้างโอกาสทางการตลาดและเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ภายในงานรวบรวมผู้ประกอบการกว่า 200 ราย ครอบคลุมสินค้าและบริการหลากหลาย อาทิ สินค้า OTOP สินค้าเกษตรแปรรูป สินค้า GI สินค้า BCG สินค้าเชียงรายแบรนด์ สินค้าชุมชน รวมถึงธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง พร้อมขยายตลาดและสร้างการรับรู้สินค้าในวงกว้าง


โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการ “ฟื้นเศรษฐกิจ–สร้างโอกาส–เชื่อมตลาด” โดยมุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ สร้างช่องทางการค้าใหม่ เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ การลงทุน และการท่องเที่ยว ตลอดจนยกระดับเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงรายให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและยุทธศาสตร์ การพัฒนาจังหวัด

กิจกรรมไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online โดยเชิญผู้ซื้อ นักลงทุน และผู้ประกอบการจากทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมจำนวนไม่น้อยกว่า 30 ราย เพื่อเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการในจังหวัดเชียงรายไม่น้อยกว่า 50 ราย อันจะนำไปสู่การสร้างโอกาสทางการค้าอย่างเป็นรูปธรรม คาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าทางการค้า และต่อยอดสู่ความร่วมมือทางธุรกิจในระยะยาวอย่างยั่งยืน

ภายในงานมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในโดมปรับอากาศ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมงานตลอดการจัดกิจกรรม พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขาย “ยิ่งช้อป ยิ่งสุข ยิ่งลุ้น” ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท รวมถึงกิจกรรมความบันเทิง การแสดงศิลปวัฒนธรรม และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง เพื่อสร้างบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยและดึงดูดประชาชนและนักท่องเที่ยว  

ทั้งนี้ การจัดงานคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย สร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ เพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการ ฟื้นฟูความเชื่อมั่น และยกระดับภาพลักษณ์จังหวัดเชียงราย พร้อมวางรากฐานสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวของภาคเหนือตอนบนในอนาคต

วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569

Ads.Face เผย 10 เทคนิคใช้โซเชียลให้ธุรกิจเติบโต ในปี 2026

 Ads.Face เผย 10 เทคนิคใช้โซเชียลให้ธุรกิจเติบโต ในปี 2026

เป็นเจ้าของธุรกิจยุคปัจจุบันนี้ 

งานดีแค่ไหนแต่ไม่มีใครมองเห็น ก็เป็นเรื่องที่ยากของการเติบโต 

Ads.Face 

ผู้ให้บริการ ADS MARKETING พร้อมให้การช่วยเหลือ และ สะดวก รวดเร็วในการขึ้น โฆษณา ยุคใหม่นี้ด้วยประสบการณ์ในการใช้โซเชียลในหลายแพลตฟอร์ม  แบบมืออาชีพเฟสบุ๊ค , ติ๊กต๊อก , อินสตาแกรม ,LINE OA

Ads.Face 

ได้เผย 10 เทคนิคใช้โซเชียลให้ธุรกิจเติบโตรวดเร็ว สบายที่สุด ใน ปัจจุบัน 

ได้แก่ 

1. ต้องมีเพจเขียว พร้อมผู้ติดตาม 

2. ทำให้เพจมีความน่าเชื่อถือ 

3. บัญชีโฆษณายิงแอด เฟสบุ๊ค

4. โปรโมท เพจ และ บัญชีโฆษณา ร่วมกันเพื่อสร้างความเชื่อมโยง       

5. สร้างคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง 

6. มี วิดีโอสั้นๆ เพื่อดึงดูดความสนใจ

7. มีโปรโมชันช่วยกระตุ้นยอดขาย 

8. เพิ่มฐานลูกค้าจากการทำโฆษณา (ยิงแอด) 

9. มีบัญชี เริ่มต้นที่ปลดลิมิต วงเงินเยอะ  

10. พร้อม บัญชี LINE OA แบบผู้ติดตาม เพื่อความน่าเชื่อถือ สำหรับร้านค้า

 

สำหรับการทำโฆษณา (ยิงแอด) ให้มีประสิทธิภาพ อย่างรวดเร็ว

Ads.Face ให้ข้อมูลว่า สามารถทำได้ด้วยการรู้จักกลุ่มลูกค้าของเรา จากนั้นเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับตัวเอง และออกแบบโฆษณา (ยิงแอด) ให้น่าสนใจ รวมถึงต้องดูงบประมาณที่เหมาะสม และอย่าลืมที่จะ Call to Action ด้วย

 


หากสนใจที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

เรื่อง การเร่งยอด โฆษณา (บัญชียิงแอด) 

สามารถมาเป็นเพื่อนกับ Ads.Face 

พร้อมให้บริการและดูแลคุณ 

ได้ที่ Line : @ads.face 

คลิก https://lin.ee/9Mpj94P

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย 


ไชนีสไทเปผงาดคว้าแชมป์ชายคู่-หญิงคู่ ศึกซอฟท์เทนนิสปัญญาชนเอเชีย 2026 ที่ปทุมธานี

 ไชนีสไทเปผงาดคว้าแชมป์ชายคู่-หญิงคู่ ศึกซอฟท์เทนนิสปัญญาชนเอเชีย 2026 ที่ปทุมธานี

       นักหวดชายคู่+หญิงคู่ซอฟท์เทนนิสมหาลัยจากไชนีสไทเปสุดแกร่งทะลุเข้าชิงชนะเลิศกันเองทั้งสองประเภท ชายคู่ เชน ยูฮุน และ เชน โปยี โชว์ฟอร์มร้อนแรงพอกับสภาพอากาศวันนี้เอาชนะชายคู่เพื่อนร่วมชาติ ชาง ยู-ซุง ที่จับคู่กับ อู๋ ซู-ฮุง ไปสุดเดือด 5 : 2 ส่วนประเภทหญิงคู่ ซู ยาน-เซ็น จับคู่กับ เจียง มิน-ยู หวดเอาชนะคู่ของ ซู เจียว- ยิง และ หาน ชิ-หยวน 5 : 3 คว้าแชมป์หญิงคู่การแข่งขันซอฟท์เทนนิสนานาชาติ "The 2nd Asian University Soft Tennis Championships 2026" ที่ สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก ปทุมธานี

     วันที่ 27 มี.ค.69 ที่ สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก จังหวัดปทุมธานี สมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันซอฟท์เทนนิสชิงชนะเลิศมหาวิทยาลัยเอเชียรายการ "The 2nd Asian University Soft Tennis Championships 2026" โดยมีนักกีฬาซอฟท์เทนนิสระดับมหาวิทยาลัยเข้าร่วมแข่งขันรวม 6 ประเทศได้แก่ เกาหลีใต้ , ญี่ปุ่น , ไชนีสไทเป , อินเดีย สปป.ลาว และประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ ในระหว่างวันที่ 27 - 29 มี.ค.69 

     โดยในการแข่งขันวันที่ 27 มี.ค.69 เป็นการชิงชัยในประเภทชายคู่ และหญิงคู่ รอบแรกจนถึงรอบชิงชนะเลิศ ส่วนประเภทชายเดี่ยว และหญิงเดี่ยว จะแข่งขันไปถึงรอบ 16 คนสุดท้าย โดยมีอุปสรรคสำคัญของนักกีฬาทุกชาติที่เข้าร่วมการแข่งขันคือสภาพอากาศร้อนสุดโหด หลัวดวลกันท่ามกลางสภาพอากาศสุดโหดมาถึงรอบชิงชนะเลิศชายคู่จากไชนีสไทเป ฝ่าด่านนักหวดจาก 5 ชาติผ่านเข้าชิงชนะเลิศกันเองเป็นการพบกันระหว่าง เชน ยูฮุน และ เชน โปยี เสื้อสีขาวที่รอบรองชนะเลิศชนะชายคู่เพื่อร่วมชาติอีกคู่ หวัง หมิง-ฟัง และ เซียง ยู-ยุน มา 5 : 0 พบกับ ชาง ยู-ซุง ที่จับคู่กับ อู๋ ซู-ฮุง ที่ชนะชายคู่ไทยเจ้าภาพ ภัคพล เธียรชัยพงษ์ และประเสริฐชัย   นาคพเจริญทรัพย์ สบายมือ 5 : 0 คู่นี้ดวลกันสนุกเพราะซ้อมด้วยกันอยู่แล้วก่อนคู่ของ เชน ยู-ฮุน และ เชน โป-ยี ที่จับคู่เล่นเกมรุกได้ดุดัน และเกมรับเหนียวแน่นหวดชนะไป 5 : 2ส่วนรองชนะเลิศอันดับสองเป็น หวัง หมิง-ฟัง และ เซียง ยู-ยุน และชายคู่มือ 1 ของไทย ภัคพล เธียรชัยพงษ์ และ ประเสริฐชัย นาคพเจริญทรัพย์

      ส่วนประเภทหญิงคู่รอบชิงชนะเลิศหญิงคู่จากไชนีสไทเปโชว์ฟอร์มสุดแกร่งผ่านเข้าชิงชนะเลิศกันเองอีกรายการโดยคู่ของ ซู ยาน-เซ็น และ เจียง มิน-ยู ที่รอบรองชนะเลิศเอาชนะหญิงคู่สาวไทยเจ้าภาพ ฌัชชา กล่อมกมล และแพรวา จงจิตร มา 5 : 1 พบกับหญิงคู่เพื่อนร่วมชาติ ซู เจียว-ยิง และ หาน ชิ-หยวน ที่รอบรองชนะเลิศดับฝันหญิงคู่จากญี่ปุ่น ซาโตะ โกโกมิ และ อาโอมัตสุ ซูมิกะ มา 5 : 2 ผลคู่นี้เล่นแบบไม่มีใครยอมใครทุ่มกันสุดฝีมือก่อนคู่ของ ซู ยาน-เซ็น และ เจียง มิน-ยู คว้าแชมป์หญิงคู่ด้วยการหวดชนะคู่ของ ซู เจียว-ยิง และ หาน ชิ-หยวน 5 : 3 ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 2 เป็นของหญิงคู่จากญี่ปุ่น ซาโตะ โกโกมิ และ อาโอมัตสุ ซูมิกะ และหญิงคู่ไทยเจ้าภาพ ฌัชชา กล่อมกมล และ แพรวา จงจิตร


     ส่วนวันพรุ่งนี้วันที่ 28 มี.ค.69 จะมีการชิงชนะเลิศในประเภทชายเดี่ยว และหญิงเดี่ยว สมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนแฟนๆกีฬาซอฟท์เทนนิสและครอบครัวซอฟท์เทนนิสมาร่วมชมร่วมเชียร์กันได้ที่ สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

     

“จากไร่สู่โลก! พาณิชย์เปิดเวที Agri Plus Award 2026 เฟ้นหาสุดยอดสินค้าเกษตรนวัตกรรม พร้อมผลักดันสู่ตลาดสากล”

 “จากไร่สู่โลก! พาณิชย์เปิดเวที Agri Plus Award 2026 เฟ้นหาสุดยอดสินค้าเกษตรนวัตกรรม พร้อมผลักดันสู่ตลาดสากล”

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเวทีการประกวด Agri Plus Award 2026 เฟ้นหาสุดยอดสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยสร้างมูลค่าเพิ่มสู่ตลาดโลก ชิงถ้วยพระราชทานอันทรงเกียรติจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดโอกาสให้เจ้าของผลิตภัณฑ์ นิสิต นักศึกษา นักวิจัย และคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศได้โชว์ไอเดีย พลิกโฉมสินค้าเกษตรไทยให้ก้าวไกลระดับสากล โดยในปีนี้ กรมฯ ได้รับเกียรติจากผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ (ดร. กิริฎา เภาพิจิตร) ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี และเป็นสักขีพยานในการลงนาม MOU ระหว่างกรมการค้าต่างประเทศและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมปั้น SMEs สินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย ก้าวไกลสู่อินเตอร์

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยหลังการจัดงานเปิดตัวการประกวด Agri Plus Award 2026 เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 ว่ากรมฯ ดำเนินโครงการสร้างสรรค์มูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรนวัตกรรมสู่ตลาดสากล หรือการประกวด “Agri Plus Award 2026 โดยในครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวด 3 ประเภท ได้แก่ (1) Food Innovation (กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร) (2) Lifestyle Innovation (กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่อาหาร) และ (3) Rising Star (กลุ่มผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการรุ่นใหม่) โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Thailand’s Agri Inno Wave” สินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย คลื่นลูกใหม่บุกตลาดโลก ซึ่งเป็นคลื่นแห่งนวัตกรรมในภาคการเกษตรของไทยที่ยกระดับสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยมุ่งสู่ตลาดสากล ด้วยการบูรณาการห่วงโซ่คุณค่าแบบครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก  


แนวคิดของการจัดประกวด Agri Plus Award 2026 ปีนี้ สืบเนื่องมาจากการที่ประเทศไทยมีรากฐานด้านการเกษตรที่เข้มแข็งมาอย่างยาวนาน ภาคเกษตรกรรมไม่ได้เป็นเพียงภาคการผลิตที่สำคัญของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานของความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจฐานราก และวิถีชีวิตของประชาชนจำนวนมาก อย่างไรก็ตามโลก

ในปัจจุบันกำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญทั้งความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) 

การเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและ AI ทำให้แนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับโลกกำลังมุ่งไปสู่รูปแบบใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น ตลอดจนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้กำลังผลักดันให้สินค้าเกษตรของไทยต้องปรับตัวจากสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ไปสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง (High Value Agricultural Products) ที่มีนวัตกรรม เทคโนโลยี และองค์ความรู้เป็นตัวขับเคลื่อน เน้นการผลักดันให้มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาพัฒนาต่อยอดสินค้าเกษตรขั้นต้นให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดที่มีความหลากหลาย ใช้กลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน นำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มาใช้ในการผลิตสินค้า อันจะนำไปสู่การสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ และส่งเสริมให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียง “ครัวของโลก” อีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะ “ผู้สร้างสรรค์สินค้าเกษตรนวัตกรรมของโลก” โดยคลื่นลูกใหม่ของสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและมีศักยภาพสูง ผนวกกับพลังของนวัตกรรม จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันสินค้าเกษตรไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีโลกได้อย่างยั่งยืน โครงการ Agri Plus Award 2026 จึงเป็นเวทีสำคัญในการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ ส่งเสริมการประยุกต์ใช้นวัตกรรม และยกระดับสินค้าเกษตรไทยให้สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรมจึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการ เกษตรกร นักวิจัย นิสิต นักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่สนใจ มาสมัครเข้าร่วมโครงการประกวดสินค้าเกษตรนวัตกรรม หรือ Agri Plus Award 2026 ซึ่งจะเป็นโอกาสอันดีในการก้าวสู่การพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้า การนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ โดยผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้รับสิทธิประโยชน์และโอกาสพิเศษในการต่อยอดธุรกิจมากมาย อาทิ การเข้าร่วมค่ายพัฒนาศักยภาพ (Bootcamp) ภายใต้ความร่วมมือ (MOU) กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งระดมคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรนวัตกรรมมาร่วมถ่ายทอดทักษะรอบด้าน ทั้งนวัตกรรมเทคโนโลยี การบริหารธุรกิจ การค้าระหว่างประเทศ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตลอดจนการเปิดประตูสู่เครือข่ายความร่วมมือและโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ ทั้งในประเทศและระดับสากล ผ่านการร่วมจัดแสดงและขยายตลาดสินค้าในงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ อาทิ งาน Agri Plus Expo 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 

งาน Thaifex Anuga Asia 2026 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี งาน Inter Health Expo 2026 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน งาน Food and Hospitality Asia 2026 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ งาน Foodex Saudi 2026 ณ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และงาน Beauty World Middle East 2026 ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นอกจากนี้ ยังมีโอกาสเข้าร่วมรายการโทรทัศน์ “Agrithon by ARDA” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ช่องไทยรัฐ TV 32อีกด้วย ขณะเดียวกัน โครงการยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง เสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะแหล่งผลิตสินค้าเกษตรนวัตกรรมคุณภาพระดับโลก และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถส่งผลงานเข้าร่วมประกวด Agri Plus Award 2026 ได้ตั้งแต่ วันนี้ - 17 เมษายน 2569 โดยสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร ได้ทางเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th หรือ Facebook : กรมการค้าต่างประเทศ/Institute for Agricultural Product Innovation หรือโทร. 0-2547-4744