วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569

UPDATE: ​บอร์ดพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติเดินหน้า 4 มิติเตรียมความพร้อมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR รับมือวิกฤตพลังงาน

 UPDATE: ​บอร์ดพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติเดินหน้า 4 มิติเตรียมความพร้อมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR รับมือวิกฤตพลังงาน

วันนี้ (8 กันยายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ปฏิบัติหน้าที่ประธานการประชุมคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (พนส.) ครั้งที่ 2/2569 ร่วมกับ ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และ นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์พลังงานนิวเคลียร์ แก้ปัญหาความผันผวนจากการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้าที่ทำให้ประเทศขาดอธิปไตยทางพลังงาน

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกรอบนโยบายการกำกับดูแลโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) ตามมาตรฐานสากลของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เพื่อรองรับร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2024)


เนื่องจาก จากการประเมินโครงสร้างพื้นฐานตามแนวทาง IAEA ทั้ง 19 ประเด็น พบว่าไทยมีความพร้อมแล้ว 10 ประเด็น ต้องพัฒนาเพิ่มเติม 6 ประเด็น และมี 3 ประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ คือ การกำหนดนโยบายระดับชาติ การจัดตั้งองค์กรบริหารจัดการขับเคลื่อนโครงการ (NEPIO) และการวางแผนจัดหาเงินลงทุน


ที่ประชุมจึงเห็นชอบแนวทางดำเนินงาน 4 มิติหลัก ได้แก่


⚈ ด้านกฎหมาย มอบหมาย ปส. เร่งยกร่าง พ.ร.บ. ความรับผิดทางแพ่งต่อความเสียหายทางนิวเคลียร์เสนอ ครม. เพื่อสร้างระบบประกันภัยและกองทุนรัฐ


⚈ ด้านการพัฒนากำลังคน มอบกระทรวง อว., กระทรวงศึกษาธิการ, สอวช. และกระทรวงพลังงาน ร่วมจัดทำหลักสูตรและแผนพัฒนากำลังคนระยะยาว


⚈ ด้านการจัดการกากกัมมันตรังสี เห็นชอบให้ ปส. จัดทำกรอบนโยบายการจัดการกากนิวเคลียร์และเชื้อเพลิงใช้แล้วครบวงจร


⚈ ด้านห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) มอบ BOI ร่วมกับ ปส. และสถาบันวิจัย ผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน SMR ระดับโลก


ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวย้ำว่า การประชุมครั้งนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกสถานที่หรือเทคโนโลยี SMR แต่เป็นการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า เพื่อก้าวข้ามการเป็นเพียงผู้ซื้อเทคโนโลยี (Technology Buyer) ไปสู่ ผู้สร้างคุณค่าทางเทคโนโลยี (Technology Value Creator)


“ภายใต้ระบบนิเวศของ SMR นั้น แฝงไปด้วยห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และเทคโนโลยีขั้นสูงหลากหลายแขนง ซึ่งเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไทย ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนประกอบรอบเตาปฏิกรณ์ เช่น ปั๊ม (Pump) และวาล์ว (Valve) สมรรถนะสูง, อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างขั้นสูงอย่างปูนหรือเหล็กที่สามารถทนทานต่อรังสี ไปจนถึงเทคโนโลยีการจัดการระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Integration) และระบบจำลองอัจฉริยะ (AI Digital Twin) ซึ่งการจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาต่อยอดและบูรณาการเข้ากับภาคอุตสาหกรรมไทยให้มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล จำเป็นต้องใช้เวลาในการเตรียมการอย่างจริงจัง มีความละเอียด รอบคอบ และถูกต้องในทุกขั้นตอน โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด เราจึงไม่สามารถรอให้เทคโนโลยีมาถึงก่อนแล้วค่อยเตรียมตัว แต่ต้องเริ่มลงมือสร้างฐานตั้งแต่วันนี้” ศ.ดร.ยศชนันกล่าว

ด้าน ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. กล่าวเสริมว่า กระทรวง อว. พร้อมระดมสรรพกำลังจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยทั่วประเทศในการวิจัย พัฒนาหลักสูตร และสร้างบุคลากรสมรรถนะสูง ทั้งวิศวกรนิวเคลียร์ ผู้เชี่ยวชาญความปลอดภัยไซเบอร์ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และนักกฎหมายเทคโนโลยี


ขณะที่ นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการ ปส. ย้ำว่า ปส. จะยึดมั่นในหลักความปลอดภัย 3S คือ Safety, Security และ Safeguards เป็นหัวใจสำคัญสูงสุด พร้อมเร่งพัฒนากรอบระเบียบ แผนตอบสนองเหตุฉุกเฉิน และเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน พนส. จำนวน 6 ราย ได้แก่ รศ. นพ.สรนิต ศิลธรรม และ รศ.สมยศ ศรีสถิตย์ (สาขาวิทยาศาสตร์), รศ. ดร.พาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์ (สาขาวิศวกรรมศาสตร์), ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ (สาขาเกษตรศาสตร์), รศ. ดร.สุรศักดิ์ บุญเรือง (สาขานิติศาสตร์) และ ผศ. พญ.ปฐมพร ศิรประภาศิริ (สาขาแพทยศาสตร์) เพื่อร่วมขับเคลื่อนการวางรากฐานระบบนิเวศนิวเคลียร์ของไทยต่อไป


#TheStandardNews

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2569

รองภัทรวุธ ให้กำลังใจ “ทาโร่” 3D Digital Game Art ก่อนลงสนาม WorldSkills Shanghai 2026

 รองภัทรวุธ ให้กำลังใจ “ทาโร่” 3D Digital Game Art ก่อนลงสนาม WorldSkills Shanghai 2026

วันที่ 7 กันยายน 2569 นายภัทรวุธ เภอแสละ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เยี่ยมและให้กำลังใจ นายเอกภพ สีทอน นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะดิจิทัลมีเดีย สาขา Interactive and Game Design มหาวิทยาลัยศรีปทุม ตัวแทนประเทศไทย สาขาการสร้างโมเดลในเกมสามมิติ (3D Digital Game Art) ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

นายภัทรวุธ เภอแสละ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมาเยี่ยมและให้กำลังใจนายเอกภพ สีทอน หรือ น้องทาโร่ ตัวแทนประเทศไทย สาขาการสร้างโมเดลในเกมสามมิติ (3D Digital Game Art)  ปัจจุบันน้องทาโร่เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะดิจิทัลมีเดีย สาขา Interactive and Game Design มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้เก็บตัวฝึกซ้อม และเคยคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันระดับชาติ และได้รับการคัดเลือกขึ้นเป็นตัวแทนประเทศไทยสู่การเเข่งขันระดับอาเซียน แม้ในเวทีระดับอาเซียนจะไม่ได้รางวัลกลับประเทศไทย แต่ได้พัฒนาตัวเองตลอดการเตรียมตัวฝึกซ้อม ให้ความทุ่มเทที่จะหาความรู้เเละตั้งใจฝึกฝนอยู่เสมอต่อเนื่อง พร้อมทั้งเรียนรู้เข้าใจในกติกาการเเข่งขันทั้งในเเละนอกสนามอย่างเข้มข้น




รองอธิบดีกล่าวต่อว่า จากการพูดคุยกับน้องทาโร่ ทำให้ได้ทราบว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้ได้ทราบถึงจุดเด่นและจุดด้อยของตนเอง ทำให้การเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันบนเวที WorldSkills Shanghai 2026 ในครั้งนี้จึงมุ่งมั่น และทุ่มเทเต็มที่ในการฝึกซ้อม ปรับปรุงในจุดที่เคยพลาด และฝึกซ้อมให้ดียิ่งขึ้นในจุดที่ทำดีแล้ว เพราะการแข่งขันในครั้งนี้เป็นการได้รับโอกาสในการพิสูจน์ตนเองอีกครั้ง และครั้งนี้น้องมีกำลังใจ คำแนะนำจากผู้ฝึกซ้อม อาจารย์ เเละรุ่นพี่ที่เคยผ่านการเเข่งขัน WorldSkills รวมถึงอาจารย์กฤติน ดลภักนิยมกุล ผู้เชี่ยวชาญประจำสาขา อย่างดียิ่ง ทำให้มั่นใจได้ว่า จะสามารถทำผลงานได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ขอขอบคุณอาจารย์กฤติน ดลภักนิยมกุล ผู้เชี่ยวชาญประจำสาขา มหาวิทยาลัยศรีปทุม และคณะทำงานทุกท่านที่เสียสละเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาในการฝึกซ้อมของน้องทาโร่ในครั้งนี้ และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยร่วมส่งกำลังใจให้ นายเอกภพ สีทอน และเยาวชนไทยอีก 26 คน ที่จะร่วมกันทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขัน WorldSkills Shanghai 2026 ระหว่างวันที่ 16 – 28 กันยายน 2569 ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมติดตามการแข่งขันได้ที่เพจกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และเพจ WorldSkills Thailand 

ออกแบบร้าน.com™ ขยายบริการรุกตลาด ‘Standalone’ ต่อยอดประสบการณ์ก่อสร้างอาคารจากบริษัทแม่

 ออกแบบร้าน.com™ ขยายบริการรุกตลาด ‘Standalone’ ต่อยอดประสบการณ์ก่อสร้างอาคารจากบริษัทแม่ 

ออกแบบร้าน.com™ ขยายขอบเขตบริการสู่งานก่อสร้างร้านค้าและพื้นที่ธุรกิจรูปแบบ Standalone ตั้งแต่ที่ดินเปล่า ครอบคลุมงานออกแบบและก่อสร้างอาคารจนถึงงานตกแต่งภายใน ต่อยอดประสบการณ์ของบริษัทแม่ บริษัท มีเส้น สถาปัตย์และมัณฑนศิลป์ จำกัด ที่มี Portfolio งานอาคารทั้งโรงพยาบาล สำนักงาน และอาคารเชิงพาณิชย์

หนึ่งในความต้องการที่ออกแบบร้าน.com พบมากขึ้นจากฐานลูกค้าเดิม คือการขยายธุรกิจจากพื้นที่ภายในศูนย์การค้าไปสู่ร้านค้าและพื้นที่บริการรูปแบบ Standalone โดยเฉพาะกลุ่มคาเฟ่ ร้านอาหาร สปา คลินิก และธุรกิจบริการ ซึ่งแต่ละประเภทมีรูปแบบการดำเนินธุรกิจและความต้องการด้านพื้นที่เฉพาะตัวมากขึ้น

การขยายบริการครั้งนี้เป็นการนำความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบร้าน โดยเฉพาะกลุ่มร้านค้าภายในห้างสรรพสินค้าซึ่งเป็นฐานงานเดิมที่แบรนด์เชี่ยวชาญ มาต่อยอดร่วมกับประสบการณ์ด้านการก่อสร้างอาคารของบริษัทแม่ เพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการพัฒนาร้านหรือพื้นที่ธุรกิจขึ้นใหม่ทั้งโครงการ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการตกแต่งพื้นที่ภายในอาคารเดิม

ที่ผ่านมา ออกแบบร้าน.com™ มีประสบการณ์ให้บริการผู้ประกอบการตั้งแต่ SME ที่เริ่มต้นจากสาขาแรกและต่อยอดธุรกิจไปสู่หลายสาขา ไปจนถึง แบรนด์ Retail และธุรกิจเชนระดับสากล ที่มีขนาดและข้อกำหนดของโครงการแตกต่างกัน ภายใต้แนวคิดว่า Retail Design ที่ดีไม่เพียงตอบโจทย์ด้านความสวยงาม แต่ต้องเชื่อมโยงกับแบรนด์ การขาย และการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ

สำหรับโครงการที่เริ่มต้นจากที่ดินเปล่า โจทย์การออกแบบจึงไม่ได้มีเพียงหน้าตาอาคารหรือบรรยากาศภายใน แต่ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินความเป็นไปได้ของโครงการ การออกแบบสถาปัตยกรรมและพื้นที่ภายใน การประสานงานด้านวิศวกรรมและงานระบบ การขออนุญาตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงการวางความสัมพันธ์ของพื้นที่แต่ละส่วนให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ

พื้นฐานของ บริษัท มีเส้น สถาปัตย์และมัณฑนศิลป์ จำกัด ซึ่งดำเนินงานด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และก่อสร้างอาคาร เป็นอีกส่วนสำคัญในการขยายบริการครั้งนี้ โดยในช่วงที่ผ่านมาบริษัทแม่มี Portfolio ด้าน Civil และงานก่อสร้างเพิ่มขึ้น ครอบคลุมทั้งอาคารโรงพยาบาล อาคารสำนักงาน อาคารสาธารณะ และอาคารเชิงพาณิชย์ ผลงานที่ผ่านมามีทั้งโครงการอาคารโรงพยาบาลมอร์นิ่งมายด์เฉพาะทางด้านเวชกรรมจิตเวช งานปรับปรุงโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงอาคารสาธารณะและสำนักงานของทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งช่วยต่อยอดประสบการณ์ด้านการบริหารโครงการ งานโครงสร้าง สถาปัตยกรรม และงานระบบ ขณะที่ความเชี่ยวชาญด้าน Retail ของออกแบบร้าน.com™ ช่วยเชื่อมโจทย์ของตัวอาคารเข้ากับการใช้งานจริงของธุรกิจ



อาสาฬห์ กรีพลฤกษ์ กรรมการผู้จัดการ และ มุกรดา รวดเร็ว ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ผู้บริหารแบรนด์ออกแบบร้าน.com™ ระบุว่า

“เป้าหมายของการขยายบริการคือการนำประสบการณ์และมาตรฐานจากงานอาคารที่บริษัทแม่สะสมมา เชื่อมเข้ากับความเข้าใจด้านพื้นที่ Retail ของออกแบบร้าน.com™ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนโครงการได้ตั้งแต่ตัวอาคารไปจนถึงพื้นที่ใช้งานจริง โดยยังคงใช้โจทย์ทางธุรกิจเป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบ”



ทิศทางดังกล่าวทำให้บทบาทของออกแบบร้าน.com™ ขยายจากการออกแบบและตกแต่งพื้นที่ร้าน ไปสู่การดูแลโครงการ Standalone แบบ Turnkey ตั้งแต่การวางแผนและออกแบบ งานก่อสร้างอาคารและระบบ ไปจนถึงงานตกแต่งภายในและการส่งมอบพื้นที่พร้อมใช้งาน



ขณะเดียวกัน ปัจจุบันกลุ่มบริษัทมีโครงการในมือใน ภาคกลางและภาคตะวันออก ซึ่งเป็นฐานในการพัฒนาประสบการณ์การบริหารโครงการนอกกรุงเทพฯ ทั้งด้านบุคลากร การจัดซื้อและขนส่ง รวมถึงเครือข่ายผู้รับเหมาและ Supplier ในพื้นที่ ก่อนต่อยอดขีดความสามารถไปยังหัวเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจอื่นในอนาคต

สำหรับเจ้าของที่ดินและผู้ประกอบการที่เตรียมลงทุนพัฒนาร้านหรือพื้นที่ธุรกิจใหม่ การขยายบริการครั้งนี้จึงเป็นการเชื่อมงานอาคารและงานภายในให้สามารถวางแผนร่วมกันได้ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ พร้อมรองรับทิศทางการขยายบริการของออกแบบร้าน.com™ ไปยังพื้นที่อื่นในระยะต่อไป


วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2569

เตรียมพร้อม! “ Suphanburi Music Festival มันส์ เหน่อ มาก ” เปิดระบบสำรองที่นั่งฟรี 5 กันยายนนี้ เวลา 13.00 น. ชวนสัมผัสเทศกาลดนตรีครั้งสำคัญ 11–13 กันยายน ณ สุพรรณบุรี ...

 เตรียมพร้อม! “ Suphanburi Music Festival มันส์ เหน่อ มาก ” เปิดระบบสำรองที่นั่งฟรี 5 กันยายนนี้ เวลา 13.00 น. ชวนสัมผัสเทศกาลดนตรีครั้งสำคัญ 11–13 กันยายน ณ สุพรรณบุรี ...

สุพรรณบุรี เตรียมเปิดประสบการณ์แห่งเสียงดนตรีครั้งสำคัญกับ Suphanburi Music Festival “ มันส์ เหน่อ มาก ” เทศกาลดนตรีที่รวบรวมศิลปินชื่อดัง เยาวชน และเครือข่ายด้านดนตรีทั้งในและต่างประเทศไว้ตลอด 3 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 11–13 กันยายน 2569 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี โดยเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมชม ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าชมคอนเสิร์ต สามารถ สำรองที่นั่งได้ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ผ่านระบบออนไลน์ที่.. www.smfticket.com

การสำรองที่นั่งจะเปิดให้เลือกตามวันที่ต้องการเข้าชม โดยผู้เข้าร่วมงานจะต้องทำการสำรองที่นั่ง แยกเป็นรายวัน หากต้องการเข้าชมเพียงวันใดวันหนึ่ง สามารถเลือกสำรองเฉพาะวันนั้นได้ แต่หากต้องการเข้าชมงานครบทั้ง 3 วัน จะต้องทำรายการสำรองที่นั่งให้ครบทั้ง วันที่ 11, 12 และ 13 กันยายน 2569


ทั้งนี้ การสำรองที่นั่ง ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่เนื่องจากจำนวนที่นั่งภายในงานมีจำนวนจำกัด ผู้ที่สนใจจึงควรศึกษารายละเอียดและขั้นตอนการสำรองที่นั่งให้ครบถ้วน พร้อมเตรียมข้อมูลที่จำเป็นก่อนเข้าสู่ระบบ เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการทำรายการ


3 วันเต็ม กับเทศกาลดนตรีที่รวมทุกความหลากหลายไว้ในงานเดียว


ตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงาน Suphanburi Music Festival “มันส์ เหน่อ มาก” ได้จัดเตรียมกิจกรรมด้านดนตรีที่ครอบคลุมผู้ชมหลากหลายกลุ่ม เริ่มตั้งแต่เวทีการแสดงดนตรีของเยาวชนและเครือข่ายด้านดนตรีในจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพ สร้างประสบการณ์ และต่อยอดทักษะด้านดนตรีสู่อนาคต

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงจากเครือข่ายสมาชิกเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรีขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative Cities of Music) ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ผ่านภาษาสากลอย่าง “เสียงดนตรี” พร้อมส่งเสริมความร่วมมือและขยายเครือข่ายด้านดนตรีในระดับนานาชาติ


จัดเต็มไลน์อัพศิลปินชื่อดัง ตลอด 3 วัน


อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่พลาดไม่ได้ คือ Free Concert จากศิลปินชื่อดังของประเทศไทย ซึ่งจะขึ้นแสดงบนเวทีหลักด้วยไลน์อัพที่แตกต่างกันในแต่ละวัน เพื่อให้ผู้ชมสามารถเลือกสัมผัสบรรยากาศความสนุกได้ตามสไตล์ที่ชื่นชอบ หรือสนุกต่อเนื่องได้ตลอดทั้ง 3 วัน


พบกับศิลปินชื่อดัง อาทิ..


คาราบาว, ปาล์มมี่, SEASON FIVE, NO ONE ELSE, ฮาย อาภาพร, ไรอัล กาจบัณฑิต, TATTOO COLOUR, FREEHAND และ เล็ก รัชเมศฐ์ พร้อมศิลปินและการแสดงด้านดนตรีอีกมากมาย


นอกจากกิจกรรมบนเวทีแล้ว ภายในงานยังจัดพื้นที่จำหน่ายสินค้า อาหาร และผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการในจังหวัดสุพรรณบุรีกว่า 100 ร้านค้า เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และผู้ผลิตสินค้าท้องถิ่น ให้มีพื้นที่สร้างรายได้ เพิ่มช่องทางการตลาด และนำเสนออัตลักษณ์ของจังหวัดสุพรรณบุรีผ่านสินค้า อาหาร และบริการแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาร่วมงาน

การจัดงานครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นเทศกาลที่สร้างความสุขผ่านเสียงดนตรี แต่ยังเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กระตุ้นการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ชุมชน และตอกย้ำบทบาทของ จังหวัดสุพรรณบุรีในฐานะเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรีขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative City of Music)


เตรียมตัวให้พร้อม เปิดจอง 5 กันยายนนี้

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน สามารถเตรียมตัวสำรองที่นั่งได้พร้อมกัน


เปิดระบบสำรองที่นั่ง : วันที่ 5 กันยายน 2569


เวลา : 13.00 น. เป็นต้นไป


สำรองที่นั่งผ่าน : www.smfticket.com


ค่าใช้จ่าย : ฟรี


หมายเหตุ : ต้องสำรองที่นั่งแยกตามวันที่ต้องการเข้าชม และที่นั่งมีจำนวนจำกัด


แล้วมาร่วมสัมผัสพลังแห่งเสียงดนตรี ความสนุก และเสน่ห์ของเมืองสุพรรณบุรีไปพร้อมกัน ในงาน Suphanburi Music Festival “ มันส์ เหน่อ มาก ” ระหว่างวันที่ 11–13 กันยายน 2569 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี


สำรองที่นั่ง 5 กันยายนนี้ เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ที่.. www.smfticket.com


Link ที่ต้องแนบ : https://youtu.be/FTRP6RmVYas


#สุพรรณบุรี #สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี #เมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี #เที่ยวสุพรรณบุรี #เที่ยวเชิงสร้างสรรค์ #SuphanburiCreativeCityOfMusic #SuphanburiMusicFestival #UNESCOCreativeCityOfMusic ...

กรมการศาสนาผนึกพลัง “บวร” ขับเคลื่อนศาสนา–วัฒนธรรม สร้างชุมชนเข้มแข็ง ผ่านกิจกรรม “เข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ ครอบครัวหิ้วตะกร้า ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน” ณ จังหวัดยโสธร

 กรมการศาสนาผนึกพลัง “บวร” ขับเคลื่อนศาสนา–วัฒนธรรม สร้างชุมชนเข้มแข็ง ผ่านกิจกรรม “เข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ ครอบครัวหิ้วตะกร้า ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน” ณ จังหวัดยโสธร


เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 ณ วัดบูรพาราม ตำบลบึงแก อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร พระเทพวงศาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดยโสธร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระครูประสิทธิ์สีลคุณ, ดร. เจ้าคณะจังหวัดยโสธร (ธรรมยุต) โดยมีนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “เข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ ครอบครัวหิ้วตะกร้า ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน” พร้อมด้วยคณะสงฆ์ ผู้นำชุมชนคุณธรรมพลังบวร ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (ศพอ.) หน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา ภาคีเครือข่าย และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง




นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กรมการศาสนาให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ศาสนาเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างคุณธรรมและความเข้มแข็งให้แก่สังคม โดยนำพลัง “บวร” ได้แก่ บ้าน วัด โรงเรียน และหน่วยงานภาครัฐ มาเป็นกลไกในการเชื่อมโยงความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อส่งเสริมคุณธรรม สืบสานประเพณีและวัฒนธรรม ตลอดจนต่อยอดทุนทางศาสนาและวัฒนธรรมให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม



กิจกรรม “เข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ ครอบครัวหิ้วตะกร้า ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและครอบครัวมีโอกาสเข้าวัดทำบุญ ปฏิบัติธรรม และเรียนรู้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ควบคู่กับการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ ภูมิปัญญา และสินค้าของชุมชน เป็นการเชื่อมโยงมิติด้านศาสนา วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิต สร้างความเข้มแข็ง และส่งเสริมการพึ่งพาตนเองของชุมชนอย่างยั่งยืน


ภายในกิจกรรม ประชาชนและผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจริญภาวนา และรับฟังพระธรรมเทศนา โดยพระเทพวงศาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดยโสธร เพื่อส่งเสริมการน้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต เสริมสร้างสติ สมาธิ และความสงบทางจิตใจ ตลอดจนส่งเสริมให้สมาชิกในครอบครัวได้ทำกิจกรรมร่วมกันบนพื้นฐานของหลักธรรมและวิถีวัฒนธรรมไทย


โอกาสนี้ กรมการศาสนา ร่วมกับจังหวัดยโสธร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมถวายเครื่องสมณบริขาร ยารักษาโรค และเครื่องอุปโภคบริโภค แด่พระภิกษุและสามเณรจากวัดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสาธารณภัย จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ วัดบ้านกล้วย วัดมัคคสัญจาราม วัดบูรพาราม วัดท่าข้าม วัดโนนงิ้ว วัดตรีสุวรรณาราม วัดสงยาง วัดบ้านหมากมาย วัดชัยชนะ และวัดเลิศรังษี (ธฺ) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจแก่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ สะท้อนถึงพลังความร่วมมือและความเอื้ออาทรของภาคส่วนต่าง ๆ ในการดูแลเกื้อกูลกันในยามเกิดภัยพิบัติ


นอกจากนี้ อธิบดีกรมการศาสนาได้มอบนโยบายการขับเคลื่อนชุมชนคุณธรรมพลังบวรในมิติศาสนา และการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (ศพอ.) พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการผลการดำเนินงาน รวมทั้งการสาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน ภายใต้กิจกรรม “ตลาดนัดคุณธรรม ตลาดความดี” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ จังหวัดยโสธร โดยมุ่งนำทุนทางศาสนา วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างคุณค่าและโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน


สำหรับจังหวัดยโสธร มีชุมชนคุณธรรมพลังบวรในมิติศาสนา จำนวน 29 แห่ง และศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ จำนวน 21 แห่ง ครอบคลุมทั้ง 9 อำเภอ โดยทุกแห่งมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน และหน่วยงานภาครัฐ ในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม อนุรักษ์และสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น ตลอดจนส่งเสริมการพึ่งพาตนเองและการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง


ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังสะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดยโสธร โดยเฉพาะ “ไฟโมงเมง” ภูมิปัญญาและศรัทธาของชาวตำบลบึงแกที่สืบทอดเป็นประเพณีสำคัญของท้องถิ่น เปรียบเสมือนแสงแห่งศรัทธาที่เชื่อมโยงพระพุทธศาสนา วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของชุมชนเข้าด้วยกัน สอดคล้องกับบทบาทของกรมการศาสนาในการส่งเสริมให้วัดเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนาคุณธรรมของประชาชน พร้อมบูรณาการมิติศาสนา วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชน ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างสังคมคุณธรรม เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน และสืบสานคุณค่าทางศาสนาและวัฒนธรรมให้คงอยู่คู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน

///

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2569

USANA เปิดตัว “CELAVIVE” ในไทย ก้าวใหม่สู่ตลาด Beauty & Wellnessชู 3 นวัตกรรมการดูแลผิว พร้อม 7 ผลิตภัณฑ์ครบทุกขั้นตอน​ ต่อยอดกว่า 3 ทศวรรษแห่งวิทยาศาสตร์สุขภาพ สู่ความงามที่เป็นส่วนหนึ่งของทุกวัน

 USANA เปิดตัว “CELAVIVE” ในไทย ก้าวใหม่สู่ตลาด Beauty & Wellnessชู 3 นวัตกรรมการดูแลผิว พร้อม 7 ผลิตภัณฑ์ครบทุกขั้นตอน​   ต่อยอดกว่า 3 ทศวรรษแห่งวิทยาศาสตร์สุขภาพ สู่ความงามที่เป็นส่วนหนึ่งของทุกวัน

กรุงเทพฯ – ยูซานา เฮลธ์ ไซเอนซ์ (USANA Health Sciences) บริษัทขายตรงระดับนานาชาติจากประเทศสหรัฐอเมริกา เดินหน้าขยายพอร์ตจาก Health & Wellness สู่ตลาด Beauty & Wellness ประเทศไทย เปิดตัว CELAVIVE ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่นำรากฐานด้านวิทยาศาสตร์และการคัดสรรสารบำรุงมาต่อยอดสู่ Skincare Routine พร้อมผลิตภัณฑ์ดูแลผิวครบตั้งแต่การทำความสะอาด เตรียมผิว บำรุงเฉพาะจุด ไปจนถึงการเติมความชุ่มชื้น เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มอง “การดูแลผิว” เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพและ Self-Care Lifestyle ในทุกวัน

การเปิดตัว CELAVIVE ในประเทศไทยนับเป็นอีกก้าวสำคัญของ USANA ในการนำรากฐานด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและประสบการณ์กว่า 3 ทศวรรษ มาต่อยอดสู่ตลาดความงาม โดยเน้นการดูแลผิวอย่างเป็นระบบมากกว่าการพึ่งพาผลิตภัณฑ์เพียงชิ้นเดียว สอดคล้องกับแนวคิดของ CELAVIVE ที่แบ่งการดูแลผิวออกเป็น 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ ทำความสะอาด–เตรียมผิว–ฟื้นบำรุงตรงจุด–เติมความชุ่มชื้น


Ms. Yee Pei Lee, Regional Executive Director – Marketing (นางสาวยี เป่ย ลี ผู้อำนวยการบริหารประจำภูมิภาค ฝ่ายการตลาด) เปิดเผยว่า การเติบโตของตลาด Beauty & Wellness ในปัจจุบันสะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ไม่ได้มองความงามและสุขภาพเป็นคนละเรื่องอีกต่อไป แต่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ มีมาตรฐาน และสามารถนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้อย่างต่อเนื่อง

เบื้องหลัง CELAVIVE คือรากฐานของ USANA Health Sciences บริษัทขายตรงระดับนานาชาติจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งดำเนินธุรกิจวิจัย ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณ ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล และผลิตภัณฑ์เสริมพลังงาน โดยมีฐานการผลิต ณ เมืองซอลท์เลคซิตี้ รัฐยูทาห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจดทะเบียนกับ U.S. Food and Drug Administration (FDA) ตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง โดยข่าวฉบับเดิมวางความแข็งแกร่งของ USANA ไว้บน 3 แกนสำคัญ คือ วิทยาศาสตร์ คุณภาพผลิตภัณฑ์ และการดูแลผู้บริโภคในระยะยาว

ด้าน นายเนติรัฐ น้อมธรรม Business Manager กล่าวว่า โมเดล Direct Selling ของ USANA ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่าง Brand Partners กับผู้บริโภค ทั้งด้านการให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ การแบ่งปันประสบการณ์ และการดูแลแบบบุคคลต่อบุคคล โดยเฉพาะในตลาด Beauty ซึ่งผู้บริโภคต้องการทั้งข้อมูลที่ถูกต้องและคำแนะนำที่สอดคล้องกับสภาพผิวและ Lifestyle ของแต่ละคน

เปิด 3 นวัตกรรมเบื้องหลัง CELAVIVE เพื่อการดูแลผิวอย่างครบขั้นตอน

หนึ่งในจุดเด่นของ CELAVIVE คือการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์การดูแลผิว พร้อมคัดสรรสารบำรุงเพื่อให้สามารถนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของ Skincare Routine ได้อย่างเหมาะสม โดย Media Kit ของ CELAVIVE ระบุถึง 3 นวัตกรรมสำคัญที่อยู่เบื้องหลังสูตรผลิตภัณฑ์ ได้แก่

BioPeptide-CS การผสานไบโอเปปไทด์ 2 ชนิด ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้ริ้วรอยเล็ก ๆ และริ้วรอยแห่งวัยแลดูลดเลือน พร้อมช่วยให้ผิวแลดูเรียบเนียน ขณะที่ Olivol24 เป็นการผสานสารสกัดจากพืชธรรมชาติ เพื่อช่วยคืนความเปล่งปลั่งและคงความชุ่มชื้นของผิวยาวนานถึง 24 ชั่วโมง และ Superfood Complex ซึ่งรวม Adaptogens สารสกัดจากเห็ดหูหนูขาว เห็ดถั่งเช่า และสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อช่วยสนับสนุนเกราะป้องกันความชุ่มชื้นของผิว

นอกจากนี้ CELAVIVE ยังให้ความสำคัญกับแนวทางการพัฒนาสูตรที่หลีกเลี่ยงส่วนผสมบางประเภทที่ผู้บริโภคให้ความกังวล เช่น พาราเบน ฟอร์มาลดีไฮด์ และน้ำมันแร่ โดยผลิตภัณฑ์ได้รับการทดสอบสำหรับผิวแพ้ง่ายและผ่านการตรวจสอบโดยแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญตามข้อมูลใน Media Kit ของแบรนด์

7 ผลิตภัณฑ์ สร้าง Skincare Routine เช้า–เย็นแบบครบขั้นตอน

นางสาวปาลิกา ทรรวรีก์ Senior Market Development & Marketing Manager กล่าวว่า CELAVIVE ต้องการทำให้ Skincare Routine เป็นเรื่องเข้าใจง่าย ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากผลิตภัณฑ์จำนวนมาก แต่สามารถเลือกและค่อย ๆ สร้างกิจวัตรตามความต้องการของผิวแต่ละคน

กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวครอบคลุมตั้งแต่ Bi-Phase Makeup Remover ผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางแบบสองชั้นสำหรับเครื่องสำอางติดทนนานและกันน้ำ, Creamy Foam Cleanser ที่ออกแบบมาเพื่อขจัดสิ่งสกปรกและน้ำมันส่วนเกิน พร้อมช่วยผลัดผิวที่หมองคล้ำอย่างอ่อนโยน และ Perfecting Toner เพื่อปรับสภาพและเตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนถัดไป

ในกลุ่มบำรุงเฉพาะจุด ประกอบด้วย Vitalizing Serum, Resurfacing Serum และ Triple Action Eye Cream ก่อนปิดท้ายด้วย Contouring Face & Neck Crème สำหรับขั้นตอนการเติมความชุ่มชื้น โดย CELAVIVE วาง Routine ให้สามารถนำไปปรับใช้ทั้งช่วงเช้าและกลางคืนตามผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม

ชู Hero Products พร้อมข้อมูลจากการศึกษาทางคลินิก

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์เด่นคือ Resurfacing Serum ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผิวและรูขุมขนแลดูเรียบเนียน ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ โดยข้อมูลจาก Media Kit ระบุผลการศึกษาในผู้หญิง 33 คน เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่าริ้วรอยเล็ก ๆ ที่มองเห็นได้ลดลง 15.8% และรอยดำคล้ำลดลง 23%


ขณะที่ Vitalizing Serum ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผิวแลดูกระชับและเรียบเนียน พร้อมสนับสนุนความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นของผิว โดยผลการศึกษาในผู้หญิง 36 คนเป็นเวลา 8 สัปดาห์ และการประเมินตนเองของผู้เข้าร่วม ถูกนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์

สำหรับบริเวณรอบดวงตา Triple Action Eye Cream ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลริ้วรอยเล็ก ๆ ริ้วรอยแห่งวัย ถุงใต้ตา ความหมองคล้ำ และอาการบวมรอบดวงตา โดยผ่านการทดสอบโดยจักษุแพทย์และเป็นสูตรปราศจากน้ำหอม ข้อมูลจากการศึกษาในผู้หญิง 33 คน เป็นเวลา 12 สัปดาห์ ระบุว่าริ้วรอยเล็ก ๆ ที่มองเห็นได้ลดลง 16% และรอยคล้ำใต้ตาลดลง 11%

ส่วน Contouring Face & Neck Crème ออกแบบมาเพื่อดูแลผิวบริเวณใบหน้าและลำคอ ให้ผิวแลดูแน่นกระชับ เรียบเนียน พร้อมช่วยลดเลือนริ้วรอย โดยข้อมูลการศึกษาทางคลินิกและการประเมินจากผู้ใช้ถูกนำมาเป็นหนึ่งในข้อมูลสนับสนุนผลิตภัณฑ์

จาก Product Experience สู่ Everyday Self-Care

นางสาวนันทิชา แสงชัย Diamond Director, CELAVIVE Brand Ambassador กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้เธอมั่นใจใน CELAVIVE ไม่ได้มาจากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ทำความเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์แต่ละขั้นตอนเหมาะกับการดูแลผิวอย่างไร และสังเกตการตอบสนองของผิวก่อนนำประสบการณ์ไปแบ่งปันกับผู้อื่น

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สร้างความประทับใจให้เธอคือ Resurfacing Serum โดยมองว่าการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องทำให้ Skincare ไม่ใช่เพียงขั้นตอนเพื่อความสวยงาม แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ ประสบการณ์ของแต่ละบุคคลและผลลัพธ์ที่ได้รับอาจแตกต่างกัน

ด้าน นางสาวธัญญลักษณ์ ก่อเกิดทรัพย์ Emerald Director, CELAVIVE Brand Ambassador และ Certified Wellness Coach กล่าวว่า ปัญหาผิวที่พบจากการพูดคุยกับผู้บริโภคไทยมีตั้งแต่ผิวแห้งหรือขาดน้ำ สีผิวแลดูไม่สม่ำเสมอ ความหมองคล้ำ ผิวสัมผัสหยาบกร้าน และริ้วรอยแห่งวัย ประกอบกับสภาพอากาศและวิถีชีวิตที่เร่งรีบ ทำให้ผู้บริโภคต้องการ Routine ที่ไม่ซับซ้อนและสามารถทำต่อเนื่องได้จริง

เดินหน้า Experience Marketing ผ่าน CELAVIVE Workshop

นอกจากการสื่อสารด้านวิทยาศาสตร์และผลิตภัณฑ์แล้ว USANA ยังเตรียมสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคผ่าน CELAVIVE Workshop เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ทดลองเนื้อสัมผัส เรียนรู้วิธีใช้ผลิตภัณฑ์แต่ละขั้นตอน และสอบถามข้อมูลก่อนตัดสินใจ โดยไม่มีข้อผูกมัดในการซื้อผลิตภัณฑ์ ซึ่งสะท้อนกลยุทธ์จาก Product Marketing สู่ Experience Marketing ที่ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสและทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง

การเปิดตัว CELAVIVE ในประเทศไทยจึงเป็นมากกว่าการนำผลิตภัณฑ์ Skincare เข้ามาเพิ่มในตลาด แต่เป็นการต่อยอดรากฐานของ USANA จาก Health & Wellness สู่ Beauty & Wellness ผ่านการผสานวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ Skincare Routine และประสบการณ์แบบ Personal Touch เพื่อทำให้การดูแลผิวกลายเป็นหนึ่งในกิจวัตรของการดูแลตัวเอง และเป็นส่วนหนึ่งของ Lifestyle ผู้บริโภคยุคใหม่

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ CELAVIVE หรือต้องการเปิดโอกาสใหม่ให้กับตัวเองด้วยการเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ USANA และร่วมเติบโตไปกับเครือข่าย Health & Wellness ระดับนานาชาติ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมช่องทางติดต่อของ USANA Thailand หรือติดต่อได้ที่ เว็บไซต์ www.usana.com / LINE : @USANA_TH / โทรศัพท์ 02 761 4300


###

เกี่ยวกับ USANA Health Sciences

ยูซานา เฮลธ์ ไซเอนซ์ (USANA Health Sciences) เป็นบริษัทขายตรงระดับนานาชาติที่มีสำนักงานใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ดำเนินธุรกิจด้านการวิจัย ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณ ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล และผลิตภัณฑ์เสริมพลังงาน โดยมีฐานการผลิตของบริษัท ณ เมืองซอลท์เลคซิตี้ รัฐยูทาห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ U.S. FDA ตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง


 


UPDATE: ​บอร์ดพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติเดินหน้า 4 มิติเตรียมความพร้อมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR รับมือวิกฤตพลังงาน

  UPDATE: ​บอร์ดพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติเดินหน้า 4 มิติเตรียมความพร้อมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR รับมือวิกฤตพลังงาน วันนี้ (8 กันยายน) ที่ทำเ...