วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569

TPBI ฉลอง 45 ปีแห่งความไว้วางใจ เดินหน้าสู่บทใหม่ภายใต้แนวคิด “Moving Forward Sustainably” ต่อยอดรากฐานธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

 TPBI ฉลอง 45 ปีแห่งความไว้วางใจ เดินหน้าสู่บทใหม่ภายใต้แนวคิด “Moving Forward Sustainably” ต่อยอดรากฐานธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ TPBI ผู้ประกอบธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจรของไทย ฉลองครบรอบ 45 ปีแห่งการดำเนินธุรกิจ พร้อมประกาศทิศทางการก้าวสู่บทต่อไปขององค์กรภายใต้แนวคิด “Moving Forward Sustainably” มุ่งต่อยอดประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมา ควบคู่กับการพัฒนาองค์กรผ่าน Transformation, Innovation และ Sustainability เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกและอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ และสร้างการเติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืนในระยะยาว

TPBI จัดงาน “TPBI 45th Anniversary Gala Dinner – Moving Forward Sustainably” เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรม Grande Centre Point Prestige Bangkok โดยมีผู้ก่อตั้ง คณะกรรมการ ผู้บริหาร ลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อร่วมย้อนมองเส้นทางการเติบโตขององค์กร พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนสำคัญต่อการเดินทางของ TPBI ตลอดเกือบครึ่งศตวรรษ

จากจุดเริ่มต้นธุรกิจรีไซเคิล สู่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจร

เส้นทางของ TPBI เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2524 จากธุรกิจผลิตและจำหน่ายเม็ดพลาสติกรีไซเคิลในอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ในนามห้างหุ้นส่วนจำกัดทองเทียนพลาสติก ซึ่งก่อตั้งโดยพี่น้อง 3 คน ได้แก่ นายวิชัย นายสมศักดิ์ และนายสมชัย บริสุทธนะกุล ก่อนขยายสู่การผลิตถุงพลาสติกเพื่อการส่งออก และพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องจนครอบคลุมบรรจุภัณฑ์เพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค ฟิล์มสำหรับภาคอุตสาหกรรม และบรรจุภัณฑ์กระดาษ

ในปี 2559 บริษัทก้าวเข้าสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเดินหน้าพัฒนาศักยภาพจากการเป็นผู้ผลิต สู่การเป็นผู้ให้บริการ Total Packaging Solutions เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ คุณภาพ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความยั่งยืน

นายสมศักดิ์ บริสุทธนะกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอด 45 ปี TPBI เติบโตขึ้นจากความร่วมมือและความไว้วางใจของลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ซัพพลายเออร์ และพนักงาน โดยสิ่งที่ผู้ก่อตั้งยึดถือมาโดยตลอด คือความมุ่งมั่นต่อพันธมิตรและการไม่ลืมผู้ที่มีส่วนช่วยให้องค์กรเดินทางมาถึงวันนี้

“ถ้าเราไม่มีพันธมิตรที่ดี ลูกค้าที่ดี ซัพพลายเออร์ที่ดี และพี่น้องพนักงานที่ร่วมแรงร่วมใจกันมา เราคงไม่มี TPBI ในวันนี้ สิ่งสำคัญที่เรายึดมั่นมาตลอดคือ Commitment ที่มีต่อพันธมิตรของเรา และความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ”

ต่อยอดรากฐานเดิม พร้อมสร้างความสามารถใหม่สำหรับอนาคต

นางสาวชมัยพร เอื้อไพโรจน์กิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงทิศทางขององค์กรว่า หลังเข้ารับตำแหน่ง CEO ในปี 2021 ซึ่งเป็นช่วงที่โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากวิกฤตโควิด-19 องค์กรได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งในโลกธุรกิจ เทคโนโลยี ความต้องการของลูกค้า และการแข่งขันในอุตสาหกรรม ทำให้ TPBI ต้องพัฒนาความสามารถใหม่ควบคู่ไปกับการต่อยอดจุดแข็งที่สร้างมาตลอด 45 ปี

“ความสำเร็จที่ TPBI สร้างมาตลอด 45 ปี คือรากฐานที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง และเพื่อให้ความสำเร็จนั้นเดินหน้าต่อไป เราต้องพร้อมปรับตัวและพัฒนาไปพร้อมกับโลกที่เปลี่ยนแปลง เราไม่ได้เปลี่ยนหรือทิ้งสิ่งที่ดีจากอดีต แต่กำลังต่อยอดคุณค่าที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้ พร้อมสร้างความสามารถใหม่ ๆ ให้ TPBI พร้อมสำหรับอนาคต”

นอกจากนี้ ยังระบุว่า Transformation ขององค์กร คือการเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจผ่านนวัตกรรม เทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากรและกระบวนการทำงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตในระยะยาว ขณะเดียวกัน TPBI วาง Sustainability เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจ โดยมุ่งสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า พันธมิตร ผู้ถือหุ้น พนักงาน สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

45 ปีแห่งรากฐาน สู่บทต่อไปของ TPBI

ภายในงาน ผู้ก่อตั้ง คณะกรรมการ และทีมผู้บริหาร TPBI ได้ขึ้นเวทีร่วมกัน สะท้อนภาพของการส่งต่อองค์กรจากรากฐานที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้ สู่การขับเคลื่อนบทต่อไปโดยทีมงานในปัจจุบัน พร้อมร่วมกันสานต่อจุดแข็งขององค์กรและสร้างความสามารถใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต


การก้าวผ่านหมุดหมาย 45 ปี จึงไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลองความสำเร็จที่ผ่านมา แต่เป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ที่ TPBI จะนำประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายพันธมิตรที่สั่งสมมา ต่อยอดด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และแนวคิดด้านความยั่งยืน เพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์และโซลูชันที่ตอบโจทย์โลกในอนาคต พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืนไปกับลูกค้า พันธมิตร พนักงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน

----------------------------------------

ดีป้า เผยผลสำเร็จของโครงการ OTOD #3 เดินหน้าพลิกโฉมเกษตรไทยสู่ Smart Agriculture

 ดีป้า เผยผลสำเร็จของโครงการ OTOD #3 เดินหน้าพลิกโฉมเกษตรไทยสู่ Smart Agriculture

วันที่ 26 สิงหาคม 2569, กรุงเทพฯ – สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ประกาศความสำเร็จของโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 3 (One Tambon One Digital: OTOD #3) หลังเดินหน้าส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคการเกษตรครอบคลุม 8 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมสร้างเครือข่ายเกษตรดิจิทัลครั้งใหญ่ เชื่อมโยงเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคเกษตรกรรมอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนบทบาทของ ดีป้า ในการผลักดันประเทศไทยสู่ Smart Agriculture ผ่านการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่เชื่อมโยง คน เทคโนโลยี และโอกาสทางเศรษฐกิจ เข้าด้วยกัน พร้อมวางรากฐาน Sharing Economy ในระดับชุมชน

ความสำเร็จของโครงการ OTOD #3 ไม่ได้สะท้อนเพียงจำนวนผู้ได้รับการสนับสนุน แต่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านรูปแบบการทำเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่การใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพผลผลิต และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับเกษตรกรและชุมชนทั่วประเทศ

ตลอดการดำเนินโครงการ ดีป้า ลงพื้นที่จัดกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day ใน 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก พระนครศรีอยุธยา สงขลา ภูเก็ต ชลบุรี อุบลราชธานี และขอนแก่น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเกษตรดิจิทัล เปิดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเชื่อมโยงผู้พัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลกับเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาทักษะเข้มข้นกว่า 1,500 คน และมียอดประชาชนได้ยกระดับองค์เทคโนโลยีเพื่อสร้างความตระหนักจำนวนกว่า 3.5 ล้านครั้งจากทั่วประเทศ สะท้อนการตื่นตัวของภาคการเกษตรไทยในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน

นอกจากการถ่ายทอดองค์ความรู้แล้ว OTOD #3 ยังเปิดโอกาสให้กลุ่มชุมชน วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการจากทั่วประเทศเข้าร่วมกระบวนการคัดเลือกอย่างเข้มข้น โดยมีผู้สมัครขอรับทุนสนับสนุนกว่า 1,000 ราย ก่อนคัดเลือกเพื่อรับการสนับสนุนใน 2 ประเภท ได้แก่ d-community จำนวน 330 ราย เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคการเกษตร และ d-startup จำนวน 33 ราย เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจบริการด้านเทคโนโลยีการเกษตร ครอบคลุมการติดตั้ง ซ่อมบำรุงและดูแลเทคโนโลยีในพื้นที่

สำหรับเทคโนโลยีที่มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการสูงที่สุด ได้แก่ ระบบบริหารจัดการแปลงเกษตรอัตโนมัติ คิดเป็นสัดส่วน 86% รองลงมาคือ โดรนเพื่อการเกษตร 13% และแทรกเตอร์การเกษตรอัจฉริยะ 1% ขณะที่เทคโนโลยีที่ธุรกิจชุมชนบริการดิจิทัลสนใจมากที่สุด ได้แก่ โดรนเพื่อการเกษตร คิดเป็นสัดส่วน 67% ระบบบริหารจัดการแปลงเกษตรอัตโนมัติ 24% และแทรกเตอร์การเกษตรอัจฉริยะ 9% โดย ดีป้า คาดว่า โครงการ OTOD #3 จะสร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมรวมกว่า 500 ล้านบาท

อีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญของโครงการคือ การสร้าง Digital Agriculture Ecosystem ที่เชื่อมโยงเกษตรกร ชุมชน ผู้ประกอบการดิจิทัล ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานพันธมิตร ผ่านกิจกรรม Business Matching การถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ การสาธิตเทคโนโลยีจริง และการสร้างเครือข่ายเกษตรดิจิทัลในระดับพื้นที่ ซึ่งช่วยให้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเกิดขึ้นได้จริง และสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาระยะยาว

ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า OTOD #3 สะท้อนถึงการเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านภาคการเกษตรไทยไปสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม วันนี้เราได้เห็นเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ ก้าวเข้ามาทำงานร่วมกันภายใต้ระบบนิเวศเดียวกัน เกิดเป็นเครือข่ายความร่วมมือที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะของประเทศไทยในระยะยาว

ดร.ศุภกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ดีป้า จะดำเนินการต่อยอดผลลัพธ์ของโครงการต่อเนื่อง ทั้งการติดตามผลการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในพื้นที่ การขยายเครือข่ายเกษตรดิจิทัลทั่วประเทศ การพัฒนาผู้ประกอบการดิจิทัลไทย และการผลักดันต้นแบบที่ประสบความสำเร็จให้สามารถขยายผลสู่พื้นที่อื่น พร้อมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อเร่งพัฒนาเทคโนโลยี บุคลากร และองค์ความรู้ด้านเกษตรดิจิทัลให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

OTOD #3 จึงไม่ใช่เพียงจุดสิ้นสุดของโครงการ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายเกษตรดิจิทัลระดับประเทศที่จะเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี ผู้ประกอบการ และชุมชนให้เติบโตไปด้วยกัน เพื่อให้ “ดิจิทัล” ไม่ใช่เพียงเครื่องมือการผลิต แต่เป็นรากฐานของคุณภาพชีวิตใหม่ของเกษตรกรไทย และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศอย่างยั่งยืน

สุดปลื้ม!! “อภิษฐา ตั้งภัทรสมบูรณ์” ร่วมทีมคุณแม่รับเกียรติยศ “แม่ของแผ่นดิน 2569” ร่วมเชิดชูพลังหญิงผู้เสียสละ

 สุดปลื้ม!! “อภิษฐา ตั้งภัทรสมบูรณ์” ร่วมทีมคุณแม่รับเกียรติยศ “แม่ของแผ่นดิน 2569” ร่วมเชิดชูพลังหญิงผู้เสียสละ

ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อยและเปี่ยมด้วยคุณค่า สำหรับงาน “แม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลต้นแบบ ผู้สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ ศาสนา และสังคม พร้อมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา


ไฮไลต์สำคัญของงานได้รับความเมตตาจาก สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีมงคล ท่ามกลางพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ อาทิ พระราชวชิรโมลี หลวงพ่อรวย กนุตสาโร และพระราชวัชราทร (เจ้าคุณโชคดี) ที่ร่วมประกอบพิธีอันเป็นสิริมงคล


ภายในงานมีพิธีมอบเหรียญพระราชทาน รวมถึงท้าวเวสสุวรรณ “แม่ของแผ่นดิน” และพิธีประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลต้นแบบจากหลากหลายสาขา เพื่อยกย่องผู้ที่อุทิศตนทำความดี สร้างประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม และเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่สังคม



หนึ่งในภาพที่ได้รับความสนใจ คือการร่วมแสดงความยินดีกับกลุ่มบุคคลต้นแบบที่เข้ารับการเชิดชูเกียรติในหลายสาขา โดยมีทั้ง ดร.กนกนุช ตันเจริญ (สุ) ในรางวัล “แม่ดีเด่น”,คุณณัฐกานต์ ตระกูลหมิง ในโครงการ “แม่ของแผ่นดิน”,Miss Pei Lin ในรางวัล “ผู้บริหารดีเด่นแห่งปี”,คุณพุทธรักษ์ พัฒนเจริญ ในรางวัล “ผู้นำเพื่อคุณประโยชน์ดีเด่น” และ คุณพริดา สิริพิทักษ์ธรรม ในรางวัล “ผู้บริหารดีเด่นแห่งปี” รวมถึงบุคคลต้นแบบอีกหลายท่านที่ร่วมสร้างชื่อเสียงและคุณประโยชน์แก่สังคม



“อภิษฐา ตั้งภัทรสมบูรณ์” นำทีมคุณแม่ร่วมรับเกียรติ

อีกหนึ่งบุคคลที่มีบทบาทโดดเด่นในงานครั้งนี้คือ คุณอภิษฐา ตั้งภัทรสมบูรณ์ ซึ่งเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนและนำทีมคุณแม่เข้าร่วมรับการเชิดชูเกียรติในโครงการ “แม่ของแผ่นดิน” โดยมุ่งหวังให้ผู้หญิงและคุณแม่ที่ทุ่มเททำหน้าที่เพื่อครอบครัวและสังคม ได้รับการยอมรับและมีพื้นที่ในการถ่ายทอดเรื่องราวของการทำความดี

การนำทีมคุณแม่เข้ารับรางวัลในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการเข้าร่วมพิธีรับประกาศเกียรติคุณ แต่ยังสะท้อนถึงแนวคิดในการ ส่งต่อกำลังใจและยกย่องผู้หญิงที่ทำหน้าที่เป็นพลังสำคัญของครอบครัวและสังคม โดยคุณอภิษฐาได้ร่วมผลักดันให้กลุ่มคุณแม่ได้รับโอกาสในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเวทีแห่งการเชิดชูเกียรติครั้งนี้




ภาพของคุณอภิษฐาฯ ที่ร่วมแสดงความยินดีและนำทีมคุณแม่เข้าร่วมงาน จึงกลายเป็นอีกหนึ่งสีสันสำคัญของงาน “แม่ของแผ่นดิน 2569” และสะท้อนให้เห็นถึงพลังของผู้หญิงในการสนับสนุนผู้หญิงด้วยกันเอง โดยเฉพาะกลุ่มคุณแม่ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของครอบครัวมาอย่างยาวนาน

ด้าน คุณนภัค บุญณัชนิธินาถ “มาดามเอมมี่” ในฐานะประธานอำนวยการจัดงาน กล่าวถึงแนวคิดสำคัญของการจัดงานว่า บุคคลต้นแบบไม่ได้เป็นเพียงผู้ที่ได้รับรางวัลเท่านั้น แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจให้คนในสังคมเห็นคุณค่าของการทำความดี โดยเฉพาะเรื่องของการเสียสละ ความรับผิดชอบ และการเป็นแบบอย่างที่ดี ซึ่งถือเป็นคุณค่าที่ควรได้รับการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ มี รองศาสตราจารย์ ดร.อาณัฐชัย รัตตกุล ทำหน้าที่ประธานในพิธี ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วราวุธ ตีระนันทน์ รองประธานคณะกรรมการการพัฒนาระบบบริหารราชการแผ่นดิน ร่วมเปิดงานและแสดงความยินดีในโอกาสวันแม่ของแผ่นดิน พร้อมด้วย คุณนภัค บุญณัชนิธินาถ “มาดามเอมมี่” ในตำแหน่งประธานอำนวยการจัดงาน

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความประทับใจ มีบุคคลจากหลากหลายวงการเข้าร่วม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน พระสงฆ์ ศิลปิน นักแสดง นักธุรกิจ และบุคคลผู้มีชื่อเสียง เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในการมอบรางวัลและร่วมแสดงความยินดีกับบุคคลต้นแบบที่ได้รับการเชิดชูเกียรติ

งาน “แม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569” จึงนับเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ต้องการสะท้อนพลังของการทำความดี การตอบแทนสังคม และการยกย่องผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของครอบครัว โดยเฉพาะ “คุณแม่” ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการสร้างคน สร้างครอบครัว และสร้างสังคม

และสำหรับ คุณอภิษฐา ตั้งภัทรสมบูรณ์ การนำทีมคุณแม่เข้าร่วมรับการเชิดชูเกียรติในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่สะท้อนแนวคิดของการเป็น “ผู้ให้โอกาส” และผู้สนับสนุนคนทำความดี ให้ได้มีพื้นที่ยืนและได้รับการยอมรับในสังคมอย่างภาคภูมิใจ

เพราะเบื้องหลังคนเก่ง อาจมี “แม่” ที่เสียสละอยู่เสมอ และเบื้องหลังเวทีแห่งการเชิดชูเกียรติ ก็มีคนอีกหลายคนที่พร้อมผลักดันให้ความดีได้ถูกมองเห็น


#แม่ของแผ่นดิน2569 #โครงการแม่ของแผ่นดิน #แม่ดีเด่น #บุคคลต้นแบบ #อภิษฐาตั้งภัทรสมบูรณ์ #มาดามเอมมี่

“สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวง อว. คว้า “สำเภา-นาวาทอง” ปี 2569 การันตีมาตรฐานกำกับดูแลความปลอดภัยโรงไฟฟ้า SMR การใช้ประโยชน์นิวเคลียร์และรังสีทางการแพทย์ อุตสาหกรรม การเกษตร คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม เพื่อประชาชนและภาคธุรกิจไว้วางใจได้สูงสุด”

 “สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวง อว. คว้า “สำเภา-นาวาทอง” ปี 2569 การันตีมาตรฐานกำกับดูแลความปลอดภัยโรงไฟฟ้า SMR การใช้ประโยชน์นิวเคลียร์และรังสีทางการแพทย์ อุตสาหกรรม การเกษตร คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม เพื่อประชาชนและภาคธุรกิจไว้วางใจได้สูงสุด”

วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ปส. เข้ารับรางวัลเกียรติยศ “สำเภา-นาวาทอง” หน่วยงานระดับกรม ประจำปี 2569 โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ณ หอประชุมใหญ่ อาคาร 15 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สะท้อนความสามารถของหน่วยงานในการยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ และพัฒนาระบบราชการให้มีความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และตอบสนองต่อภาคธุรกิจและประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

นายแพทย์รุ่งเรือง กล่าวว่า การได้รับรางวัล “สำเภา-นาวาทอง” ต่อเนื่องตลอด 4 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2566 – 2569) ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องยืนยันถึงผลสำเร็จของการดำเนินงาน แต่ยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมการทำงานของบุคลากร ปส. ที่มุ่งพัฒนางานบริการภาครัฐให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในบริบทที่การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนิวเคลียร์และรังสีมีความเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ทั้งด้านการแพทย์ อุตสาหกรรม การเกษตร คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม  การวิจัย และการพัฒนาประเทศ

“ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ปส. ได้รับรางวัลสำเภา-นาวาทองอย่างต่อเนื่อง และในปี 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่ปีที่ 4 ติดต่อกัน ซึ่งเปรียบเสมือนระดับสูงสุดของรางวัลนี้ ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการรักษามาตรฐานเดิม แต่เป็นการสะท้อนว่าองค์กรสามารถพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง และปรับปรุงกระบวนการให้บริการให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายแพทย์รุ่งเรือง กล่าว


“การันตีมาตรฐานการกำกับดูแลความปลอดภัยระดับสากล”

นอกจากการอำนวยความสะดวกในระบบบริการภาครัฐแล้ว สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ยังตอกย้ำภารกิจสำคัญในการกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบและมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการกำกับดูแลโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (Small Modular Reactor: SMR) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีพลังงานสะอาดแห่งอนาคต รวมถึงการกำกับดูแลการนำนิวเคลียร์และรังสีไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ การแพทย์แม่นยำ และภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม รวมถึงคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามมาตรฐานของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจเกิดความไว้วางใจสูงสุด

ปส. มุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาระบบการให้บริการและการกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์และรังสีให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์และรังสีอย่างปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมมุ่งสู่การเป็นองค์กรภาครัฐที่ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวก โปร่งใส และเชื่อมั่นในมาตรฐานการกำกับดูแล เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศต่อไป

“ย้อนรอย 8 รางวัลแห่งความสำเร็จและความภาคภูมิใจของ ปส. (ปี 2566 – 2569)”

1. รางวัลสำเภา-นาวาทอง ต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน (พ.ศ. 2566 – 2569): รางวัลการันตีปลดล็อคข้อจำกัด ยกระดับบริการภาครัฐเอื้อต่อการทำธุรกิจ

2. ได้รับการรับรองมาตรฐานศูนย์ราชการสะดวก (GECC) ประจำปี พ.ศ. 2567: ในระดับพื้นฐาน การันตีการให้บริการประชาชนที่สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย

3. รางวัล Best Performance Awards 2025: สะท้อนผลงานการบริหารจัดการและการดำเนินงานที่โดดเด่นรอบด้าน

4. รางวัล “ดีเยี่ยม” 1 ใน 6 สุดยอดหน่วยงานของประเทศ ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (NCX 2025): สร้างความมั่นใจในระบบข้อมูลและการให้บริการดิจิทัลที่ปลอดภัยขั้นสูง

5. ผลการประเมินความเสี่ยงทุจริตระดับ Excellent (ดีเยี่ยม): จากเกณฑ์การประเมินเชิงคุณภาพระบบบริหารจัดการความเสี่ยงการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - 2568

6. รางวัลคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567: ยืนยันการเป็นองค์กรที่บริหารงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และโปร่งใส

7. รางวัลองค์กรคุณธรรมต้นแบบ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568: ตอกย้ำการขับเคลื่อนองค์กรด้วยหลักธรรมาภิบาลอย่างยั่งยืน

8. รางวัลเลิศรัฐ สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประจำปี พ.ศ. 2569: ประเภท "เปิดใจใกล้ชิดประชาชน" จากผลงานการเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามาร่วมพัฒนาองค์กร



“Bangkok Auto Salon 2026” จุดไฟฉลองกรุงเทพศูนย์กลางคาร์คัลเจอร์อาเซียน! รวมพลรถแต่งตำนานญี่ปุ่น–ค่ายรถชั้นนำ–อุปกรณ์กว่า 200 แบรนด์

 “Bangkok Auto Salon 2026” จุดไฟฉลองกรุงเทพศูนย์กลางคาร์คัลเจอร์อาเซียน! รวมพลรถแต่งตำนานญี่ปุ่น–ค่ายรถชั้นนำ–อุปกรณ์กว่า 200 แบรนด์ 

(26 สิงหาคม 2569) “แบงค็อก ออโต ซาลอน 2026” (Bangkok Auto Salon 2026 : BAS 2026) มหกรรมแสดงและจำหน่ายยนตรกรรมพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน เปิดฉากแล้ววันนี้ โดยจัดขึ้นเป็น ครั้งที่ 12 ภายใต้แนวคิด “Celebrate Bangkok Destination” เฉลิมฉลองกรุงเทพมหานครในฐานะหมุดหมายของอาเซียนของสาวกสายซิ่งและคนรักรถแต่ง ขนทัพรถแต่งระดับตำนาน รถพิเศษจากค่ายรถยนต์ชั้นนำ สำนักแต่งระดับโลก และอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์กว่า 200 แบรนด์ พร้อมกิจกรรมจัดเต็มทั้ง Indoor และ Outdoor สายดริฟต์ คาร์คลับ และไลฟ์สไตล์คนรักรถ เปิดฉากจัดแสดง ระหว่าง 26 - 30 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา ฮอลล์ 100

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประธานในพิธีเปิดงาน กล่าวว่า “อุตสาหกรรมยานยนต์ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่มีบทบาทต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยคิดเป็น 10% ของ GDP และเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานจำนวนมาก ขณะที่ตลาดชิ้นส่วนอะไหล่ทดแทน (REM) มีสัดส่วนถึง 60–70% ของมูลค่าตลาดชิ้นส่วนในประเทศ สะท้อนถึงโอกาสของธุรกิจ Aftermarket นอกจากนี้ ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่าการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ยืนยันถึงศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก และโอกาสในการขยายตัวของอุตสาหกรรมในอนาคต”

นายวิลักษณ์ โหลทอง ประธานจัดงาน Bangkok Auto Salon 2026 กล่าวว่า “ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา Bangkok Auto Salon ได้เปลี่ยนความหลงใหลในยนตรกรรมรถแต่งให้เป็นเครื่องยนต์สำคัญในการยกระดับวัฒนธรรมการแต่งรถไปสู่ธุรกิจ Aftermarket และห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่ามหาศาล การจัดงานในปีนี้ภายใต้แนวคิด ‘Celebrate Bangkok Destination’ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองกรุงเทพมหานครในฐานะเมืองที่มีพลังของวัฒนธรรมรถแต่ง จนได้ชื่อว่าเป็น The Ultimate Hub of ASEAN Custom Car Culture ศูนย์กลางวัฒนธรรมรถแต่งของภูมิภาคอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ อันเกิดขึ้นจากความร่วมมือยาวนานกว่าทศวรรษกับ ซังเอ คอร์ปอเรชั่น ผู้จัดงาน Tokyo Auto Salon ที่ผลักดันร่วมกัน

ปีนี้เราเนรมิตพื้นที่ไบเทค บางนา ผ่าน 3 มิติยุทธศาสตร์หลัก เริ่มจาก Global Collaboration & Craftsmanship รวมสุดยอดรถแต่งระดับตำนานจากญี่ปุ่นและงานคราฟต์ช่างไทย และรถแต่งรุ่นพิเศษจากค่ายรถยนต์ชั้นนำ ต่อด้วย Premium Aftermarket & Business Platform บูธอุปกรณ์แต่งรถแบรนด์ชั้นนำกว่า 200 บูธ จาก 7 ประเทศให้เลือกช้อป รวมถึงเป็นเวทีการค้า และ Community & Car Culture Arena คอมมูนิตี้เอาต์ดอร์ที่รวมพลังคาร์คลับกว่า 1,000 คัน พร้อมสังเวียนดริฟต์และการประลองความเร็ว เพื่อเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วภูมิภาคเข้าไว้ด้วยกัน ”

สำหรับไฮไลต์ของ Bangkok Auto Salon 2026 ปีนี้ จัดเต็มทั้ง Indoor และ Outdoor เริ่มจาก BANGKOK AUTO SALON’S SELECTION รวมสุดยอดรถคัสตอมระดับตำนานจากเวที Tokyo Auto Salon ประเทศญี่ปุ่น มาประชันกับผลงานรถแต่งฝีมือคนไทยที่โดดเด่นทั้งด้าน Performance, Styling และ Detail งานคราฟต์ พร้อม AUTOMAKERS’ SPECIAL CUSTOM CARS ที่ค่ายรถยนต์ชั้นนำ อาทิ โตโยต้า ฮอนด้า และมาสด้า นำรถยนต์รุ่นพิเศษผ่านการโมดิฟายด์เฉพาะมาจัดแสดง ถ่ายทอดแนวคิดการออกแบบและสมรรถนะในสไตล์ของแต่ละแบรนด์ ขณะที่ RENOWNED TUNING GARAGES รวมผลงานจากสำนักแต่งรถชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ ให้สาวกสายซิ่งได้สัมผัสตั้งแต่รถ Performance ที่เน้นสมรรถนะ ไปจนถึงรถ Custom ที่โดดเด่นด้านดีไซน์และความประณีตในการตกแต่ง


อีกหนึ่งโซนสำคัญคือ ACCESSORIES ZONE ศูนย์รวมเทรนด์และอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์กว่า 200 

แบรนด์ จากหลายประเทศทั่วโลก ครอบคลุมผลิตภัณฑ์สำหรับการเพิ่มสมรรถนะ การปรับแต่งช่วงล่าง เครื่องยนต์ ระบบเบรก อุปกรณ์ภายนอก–ภายใน ไปจนถึงไอเทมเสริมสไตล์ และอุปกรณ์ดูแลรักษารถ เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เลือกชมสินค้า เทคโนโลยี และเทรนด์ใหม่ ๆ พร้อมสัมผัสศักยภาพของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม Aftermarket อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ยังเปิดประสบการณ์ใกล้ชิดกับ LEGEND MEET “พบเจ้าสำนักแต่งระดับตำนานจากญี่ปุ่น” ทั้งBLIZ, CREWCH และ RE Amemiya ที่จะมาปรากฎตัวในงาน พร้อมลุ้นผลการประกวด BANGKOK AUTO SALON’S BEST CAR AWARDS การประชันความสร้างสรรค์ของรถแต่งหลากหลายสไตล์ ตัดสินโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจากไทยและญี่ปุ่น

ขณะที่พื้นที่ Outdoor ยกระดับความมันส์ด้วย BAS DRIFT ARENA สังเวียนดริฟต์ที่รวมการแข่งขันของเหล่า ROOKIE DRIFT และนักดริฟต์มืออาชีพ มาสร้างความเร้าใจแบบใกล้ชิดกับผู้ชม ต่อยอดด้วย CLUB RACE สนามแข่งจำลอง Pocket Arena ที่เปิดโอกาสให้ทั้งมือใหม่และสาย Pro ได้ท้าทายความเร็ว ชิงตำแหน่ง Best Lap Time of The Day รวมถึง CAR CLUB PARTY การรวมตัวของคาร์คลับหลากหลายสไตล์, BAS CAR PARADE ขบวนพาเหรดรถแต่งสุดอลังการ เติมเต็มบรรยากาศความสนุกด้วย BAS LIVE STAGE – Sound & Soul เวทีดนตรีและความบันเทิงที่พร้อมสร้างสีสันให้ค่ำคืนของ Bangkok Auto Salon 2026 สนุกยิ่งขึ้น พบกับ HOT DJ LIVE – Scratched Beats & Sexy Energy ที่ได้เหล่าดีเจสาวสวยระดับอินเตอร์มาร่วมสร้างจังหวะและพลังความมันส์ โดยมีดีเจจากอิตาชะคลับมาร่วมเติมดีกรีความร้อนแรงให้ลาน Outdoor พร้อมด้วย MINI-CONCERT – Night Lights & Live Music ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้ผ่อนคลายไปกับเสียงเพลงจาก Live Band ในช่วงวันศุกร์–อาทิตย์ เติมบรรยากาศยามค่ำคืนให้การชมงานและการสังสรรค์เต็มไปด้วยความสนุกต่อเนื่องจนจบวัน

มิสเตอร์ จุนอิจิ ฟุคุอิ กรรมการบริหาร สมาคมโตเกียว ออโต ซาลอน ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “สำหรับความร่วมมือในระยะต่อจากนี้ เราต้องการให้ Bangkok Auto Salon เป็นมากกว่างานแสดงรถยนต์ แต่เป็นพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยน เทรนด์ เทคโนโลยี และองค์ความรู้ด้านการแต่งรถ ระหว่างญี่ปุ่น ไทย และประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้สำนักแต่ง ผู้ผลิตอุปกรณ์ และคนรุ่นใหม่ในวงการได้พบปะและสร้างเครือข่ายร่วมกัน และพร้อมนำศักยภาพของวงการรถแต่งจากญี่ปุ่นมาร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง”

Bangkok Auto Salon 2026 ขอเชิญชวนคนรักรถและสาวกสายซิ่งร่วมสัมผัส มหกรรมแสดงและจำหน่ายยนตรกรรมพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ภายใต้แนวคิด “Celebrate Bangkok Destination” รวบรวมสุดยอดรถแต่งระดับตำนาน นวัตกรรมและอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ กิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต และไลฟ์สไตล์คนรักรถไว้อย่างครบครันตลอด 5 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 26–30 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา ฮอลล์ 100 บัตรเข้าชมงานราคา 100 บาท เปิดให้เข้าชมเวลา 12.00–21.00 น. วันพุธ–ศุกร์ และ 11.00–21.00 น. วันเสาร์–อาทิตย์

ติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหว และรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ ของ Bangkok Auto Salon 2026 ได้ทาง

Facebook: Bangkok International Auto Salon YouTube: Bangkokautosalon 

Instagram: @bangkokautosalon_official            TikTok: @bangkokautosalon 

#BangkokAutoSalon2026 #BangkokAutoSalon #BAS2026 #BAS #CelebrateBangkokDestination #TokyoAutoSalon ...

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยกทัพชุดเครื่องอุปโภคบริโภคและค่าพาหนะ แจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ รวม 3,000 ชุด เนื่องในงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จังหวัดชลบุรี

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยกทัพชุดเครื่องอุปโภคบริโภคและค่าพาหนะ แจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ รวม 3,000 ชุด เนื่องในงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จังหวัดชลบุรี




วันนี้ (วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการ และ ดร.เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ ภริยาประธานกรรมการ/อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ จัดพิธีแจกข้าวสารพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค เนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จำนวน 3,000 ชุด ซึ่งในปีนี้จัดเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาทั้งชุดเครื่องอุปโภคบริโภคและค่าพาหนะ สิ่งของที่แจกประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำปลา น้ำมันพืช และขนม บรรจุถุงผ้ามูลนิธิฯ พร้อมมอบค่าพาหนะคนละ 200 บาท เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ยากไร้ สอดรับกับค่าครองชีพในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น โดยมี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสาวสุวรรณี มะโนสม ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านบัญชีและการเงิน/รักษาการผู้จัดการ คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา, สหคลินิกสมิติเวช เจ พาร์ค, คณะพุทธสมาคมเพียวเยี้ยงไท้ ศรีราชา, บริษัท แปซิฟิคพาร์ค ศรีราชา จำกัด, ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ และอาสาสมัครมูลนิธิฯ อาทิ นางศิริพร โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ และนางศิริวรรณ โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ ร่วมในพิธี ณ บริเวณคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จังหวัดชลบุรี






งานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้เพิ่มจำนวนชุดเครื่องอุปโภคบริโภคให้มากกว่าปีที่ผ่านมา ให้สอดรับกับปริมาณผู้ที่มารอรับและค่าครองชีพในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนขั้นต้น ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของผู้ยากไร้ รวมถึงขยายพื้นที่ในแจกจ่ายสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ยากไร้ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยเมื่อวันที่ 16 และ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ณ บริเวณสุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และปล่อยคาราวานจากศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ แจกจ่ายให้แก่ผู้ยากไร้ 6 เขต กรุงเทพฯ และยังมีกำหนดแจกเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ยากไร้อีก 1 แห่งในวันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ รวมทั้งมอบให้แก่องค์กรต่างๆ รวมแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคเนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 แก่ผู้ยากไร้ 3 จังหวัด คิดเป็นมูลค่า 15.8 ล้านบาท





สำหรับสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาที่ประสงค์ร่วมงานมหาบุญ มหากุศล ในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 นี้ ยังคงสามารถ ร่วมสักการะหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) และทำบุญบริจาคชุดข้าวสาร อุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับทั้งที่เป็นญาติและไม่ใช่ญาติ พร้อมกับได้ทำทานให้ผู้ยากไร้ ได้ตั้งแต่บัดนี้ - วันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569 ทั้งที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย และ ทำบุญ “ทิ้งกระจาดออนไลน์” ผ่านเว็บไซต์ https://pttfny.net/newsh ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418






มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีองค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ผู้มีจิตศรัทธา เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และครอบครัวของทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมในงานมหาบุญ มหากุศลนี้ มีความสุข ความเจริญ สุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดปี ตลอดไป

.

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

TPBI ฉลอง 45 ปีแห่งความไว้วางใจ เดินหน้าสู่บทใหม่ภายใต้แนวคิด “Moving Forward Sustainably” ต่อยอดรากฐานธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

  TPBI ฉลอง 45 ปีแห่งความไว้วางใจ เดินหน้าสู่บทใหม่ภายใต้แนวคิด “Moving Forward Sustainably” ต่อยอดรากฐานธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน บริษ...