วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

กองถ่ายต่างชาติแห่ลงทุนไทย ครึ่งปีแรกโกย 4,025 ล้าน ลุ้นทุบสถิติใหม่

 กองถ่ายต่างชาติแห่ลงทุนไทย ครึ่งปีแรกโกย 4,025 ล้าน ลุ้นทุบสถิติใหม่

Netflix – คอนเทนต์ไทย – ซีรีส์แนวตั้ง หนุนเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าไทยต่อเนื่อง อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมั่นใจไทยยังเป็นจุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยตัวเลขการลงทุนจากกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 พบว่ามีกองถ่ายต่างประเทศแจ้งขออนุญาตถ่ายทำกับกรมการท่องเที่ยว จำนวน 302 เรื่อง สร้างมูลค่าการลงทุนในประเทศไทยรวม 4,025 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพและความเชื่อมั่นของผู้ผลิตคอนเทนต์จากทั่วโลกที่ยังคงเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญในภูมิภาคเอเชีย


ตัวเลขดังกล่าว คิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่าการลงทุนตลอดทั้งปี 2568 ซึ่งประเทศไทยสร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ ด้วยมูลค่ารวมกว่า 7,000 ล้านบาท โดยกรมการท่องเที่ยวประเมินว่าจากแนวโน้มในช่วง 6 เดือนแรกของปี ประกอบกับโครงการถ่ายทำขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างเตรียมเข้ามาดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง มีโอกาสสูงที่ประเทศไทยจะสามารถทำสถิติใหม่ด้านรายได้จากกองถ่ายต่างประเทศได้อีกครั้งในปี 2569

นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยยังคงได้รับความนิยมจากผู้ผลิตภาพยนตร์และคอนเทนต์ระดับนานาชาติ มาจากความพร้อมในหลายด้าน ทั้งความหลากหลายของสถานที่ถ่ายทำ คุณภาพของทีมงานชาวไทย ระบบบริการที่ได้มาตรฐานสากล รวมถึงมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย (Thailand Film Incentive Measures) การคืนเงินกองถ่ายต่างประเทศ สูงสุด 30% ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

“ประเทศไทยไม่ได้แข่งขันเพียงเรื่องความสวยงามของสถานที่ถ่ายทำอีกต่อไป แต่เรามีความพร้อมทั้งระบบ ตั้งแต่ทีมงานมืออาชีพ ผู้ประกอบการด้านภาพยนตร์ สตูดิโอ อุปกรณ์ถ่ายทำ โรงแรม ที่พัก การคมนาคม ไปจนถึงมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตจากต่างประเทศตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำ” นายจาตุรนต์กล่าว

อธิบดีกรมการท่องเที่ยวยังกล่าวว่า การขยายตัวของแพลตฟอร์มสตรีมมิงระดับโลก โดยเฉพาะ Netflix ถือเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ในประเทศไทย เนื่องจากมีการลงทุนผลิตคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการจ้างงานบุคลากรไทยจำนวนมาก และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับผู้ประกอบการรายใหญ่ไปจนถึงธุรกิจท้องถิ่น

นอกจากนี้ กรมการท่องเที่ยวยังพบแนวโน้มใหม่ที่น่าจับตา คือการเติบโตของตลาด “ภาพยนตร์แนวตั้ง” หรือ Vertical Drama ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีนและตลาดเอเชีย ส่งผลให้มีผู้ผลิตคอนเทนต์รูปแบบดังกล่าวเดินทางเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กรมการท่องเที่ยวเชื่อมั่นว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมคอนเทนต์โลก ประกอบกับนโยบายส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศของรัฐบาล จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตภาพยนตร์และคอนเทนต์ระดับนานาชาติของภูมิภาค พร้อมสร้างรายได้ การจ้างงาน และมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศอย่างต่อเนื่องในระยะยาว


วศ. ร่วมกับ มสด. เปิดเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์งานประชุมวิชาการนานาชาติ PACCON 2027 เชิญส่งผลงานวิจัยและเข้าร่วมการประชุม

  📌วศ. ร่วมกับ มสด. เปิดเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์งานประชุมวิชาการนานาชาติ PACCON 2027 เชิญส่งผลงานวิจัยและเข้าร่วมการประชุม

       กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดย กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) ในฐานะเจ้าภาพร่วมการจัดงานประชุมวิชาการนานาชาติ Pure and Applied Chemistry International Conference (PACCON 2027) เปิดเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์งานอย่างเป็นทางการ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้สนใจจากทั้งในและต่างประเทศ


      การประชุมจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 กุมภาพันธ์ 2570 ณ Centara Life Government Complex Hotel & Convention Centre ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร โดยมุ่งเน้นเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ผลงานวิจัย และนวัตกรรมด้านเคมี พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญจากนานาชาติ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการพัฒนาที่ยั่งยืน


      ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ เปิดเผยว่างานประชุมวิชาการนานาชาติ PACCON 2027 ในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก “Chemical Innovation for Longevity and Well-being” โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อยกระดับงานวิจัยด้านเคมีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยระดับโลก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่จะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต สุขภาวะที่ดี และการมีอายุที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพของมวลมนุษยชาติ


      ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียด กำหนดการ การส่งบทความวิจัย และการลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ www.paccon2027.com พร้อมขอเชิญนักวิจัย นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา และผู้สนใจร่วมส่งผลงานและเข้าร่วมการประชุมฯ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านเคมีในระดับสากล


#กรมวิทยาศาสตร์บริการ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #MHESI #กระทรวงอว #อว #วิจัยและนวัตกรรม #อุดมศึกษา #paccon

วว. เพิ่มมูลค่าน้ำมันมะนาว พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แชมพูอาบน้ำต้านเชื้อราก่อโรคผิวหนังสำหรับสัตว์เลี้ยง

 วว. เพิ่มมูลค่าน้ำมันมะนาว พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แชมพูอาบน้ำต้านเชื้อราก่อโรคผิวหนังสำหรับสัตว์เลี้ยง

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร (ศนส.)สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ประสบผลสำเร็จในการวิจัยและพัฒนา “ผลิตภัณฑ์แชมพูอาบน้ำต้านเชื้อราก่อโรคผิวหนังสำหรับสัตว์เลี้ยงจากน้ำมันมะนาว : PUSSYPUR SHAMPOO (แชมพูพลัสซี่เพอร์) ผลงานสร้างสรรค์จาก โครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการคันบริเวณผิวหนังจากเชื้อราของสัตว์เลี้ยงจากน้ำมันหอมระเหยไทย เปลี่ยนคุณค่าจากพืชพรรณไทยให้กลายเป็นเกราะปกป้องผิวสี่ขาอย่างล้ำลึก  โดยมี นางรัตนศิริ จิวานนท์  นักวิจัย ศนส. วว. เป็นหัวหน้าโครงการ 

“3 พลังปกป้อง พิสูจน์จริงด้วยวิทยาศาสตร์”    ไม่ใช่แค่แชมพูทั่วไป แต่ PUSSYPUR SHAMPOO คือ ผลิตภัณฑ์ที่มีผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์รองรับ เพื่อคืนผิวสุขภาพดีและขนที่นุ่มสวยให้สัตว์เลี้ยง 

1.สยบเชื้อราต้นเหตุ    มีประสิทธิภาพสูงในการต้านเชื้อราก่อโรคกลากและเกลื้อนในสัตว์เลี้ยงโดยตรง 

          2.ลดอักเสบ ทันใจ    ช่วยต้านการอักเสบอย่างตรงจุด โดยยับยั้งการหลั่งไนตริกออกไซด์ ($NO$) ในเซลล์ผิวหนังชนิดแมคโครฟาจ (RAW 264.7) ช่วยบรรเทาอาการแดงและระคายเคืองได้อย่างดีเยี่ยม 

          3.ปลอดภัยระดับสูงสุด   ผ่านการประเมินความปลอดภัย ความเป็นพิษเฉียบพลันทั้งทางปากและทางผิวหนัง จึงมั่นใจได้ว่าอ่อนโยน ไม่ระคายเคือง แม้สัตว์เลี้ยงเผลอเลีย 

         “มาตรฐานเข้มงวด มั่นใจได้”   วว. ใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้สัตว์เลี้ยง

          1.คัดสรรและควบคุมคุณภาพ   มีการควบคุมมาตรฐานอย่างเข้มงวด ตั้งแต่วัตถุดิบน้ำมันมะนาวบริสุทธิ์ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์สำเร็จรูป 

            2.ผลิตภัณฑ์คงตัว  เนื้อแชมพูมีความคงตัวสูงเมื่อเก็บในอุณหภูมิห้องยาวนาน 6 เดือน และมีอายุการเก็บรักษายาวนานถึง 2 ปี 

          3.พร้อมต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์  ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ไม่ซับซ้อน สามารถนำไปผลิตในระดับอุตสาหกรรมได้จริง โดย วว. พร้อมเปิดรับผู้ประกอบการที่สนใจร่วมส่งต่อสุขภาพดีสู่สัตว์เลี้ยงทั่วประเทศ 

วิธีใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด    ชโลมตัวสัตว์เลี้ยงด้วยน้ำสะอาดให้ทั่ว อาบหรือฟอกแชมพูลงบนผิวหนังบริเวณที่มีปัญหาโดยไม่ต้องผสมน้ำ ฟอกทิ้งไว้อย่างน้อย 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อผิวหนังที่แข็งแรงและมีความสุขของสัตว์เลี้ยง 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ call center โทร. 0 2577 9000 หรือที่ระบบบริการลูกค้า “วว. JUMP”


#มะนาว  #น้ำมันมะนาว  #เพิ่มมูลค่า  #แชมพู  #ผิว  #สัตว์เลี้ยง  #วทน  

#สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย  #อว  #วว  #TISTR  #ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร


CHANG HomePro – ช่างโฮมโปรชวนคนไทยกลับมาตั้งคำถามกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอีกครั้ง ผ่านแนวคิด “ซ่อม…ก่อนทิ้ง”

 CHANG HomePro – ช่างโฮมโปรชวนคนไทยกลับมาตั้งคำถามกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอีกครั้ง ผ่านแนวคิด “ซ่อม…ก่อนทิ้ง”

หลายครั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านไม่ได้เสียจนใช้งานไม่ได้ แต่กลับค่อยๆ แสดงสัญญาณความผิดปกติออกมาทีละน้อย ไม่จะเป็น “พัดลมที่สั่นกว่าปกติ” “ปุ่มไมโครเวฟที่เริ่มกดไม่ติด” หรือ “เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องคอยขยับสายไฟก่อนใช้งาน” จนท้ายที่สุดสิ่งที่ไม่ปกติเหล่านี้กลับกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันโดยไม่รู้ตัว

จากพฤติกรรมที่คนไทยจำนวนมากมักพูดกับตัวเองว่า “เดี๋ยวค่อยซ่อม” โฮมโปร ส่ง CHANG HomePro – ช่างโฮมโปรชวนคนไทยกลับมาตั้งคำถามกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอีกครั้ง ผ่านแนวคิด “ซ่อม…ก่อนทิ้ง” เพื่อยืดอายุการใช้งาน ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดการดูแลบ้านเชิงป้องกัน ที่โฮมโปรอยากผลักดันให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

นายธีรพล รอดเฉื่อย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานบริการช่างโฮมโปร บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” กล่าวว่า ปัจจุบันผู้คนมักถูกชักชวนให้เปลี่ยนสินค้าใหม่เมื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าเริ่มมีปัญหา แต่ในความเป็นจริง เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายประเภทยังสามารถซ่อมแซมและยืดอายุการใช้งานได้อีกหลายปี หากได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี 

“หลายครั้งของใช้ในบ้านไม่ได้เสียจนใช้งานไม่ได้ เพียงแต่เราเคยชินกับความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ 

จนละเลยการดูแลทั้งที่สัญญาณเหล่านั้นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของความเสียหายที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต” 

“เพราะบางครั้ง สิ่งที่เราคิดว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนใหม่ อาจเป็นเพียงสิ่งที่ถึงเวลาต้องได้รับการดูแล”

แนวคิด ‘ซ่อม…ก่อนทิ้ง’ จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่าย แต่คือการช่วยให้ผู้บริโภคสามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ยาวนานที่สุด และช่วยลดการเกิดขยะได้ตั้งแต่ต้นทางอีกด้วย

จากประสบการณ์การให้บริการของ CHANG HomePro - ช่างโฮมโปร พบว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่มักส่งสัญญาณเตือนก่อนเกิดความเสียหายรุนแรงเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเสียงที่ดังผิดปกติ การทำงานที่เริ่มติดขัด หรืออาการที่ยังสามารถใช้งานได้แต่ประสิทธิภาพลดลง ซึ่งหากได้รับการตรวจเช็กและซ่อมแซมตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนสินค้าใหม่ และยืดอายุการใช้งานไปได้อีกหลายปี

ขณะที่คนไทยจำนวนมากให้ความสำคัญกับการนำรถยนต์เข้าตรวจเช็กตามระยะอย่างสม่ำเสมอแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำงานอยู่กับเราทุกวันกลับไม่ค่อยได้รับการดูแลในลักษณะเดียวกันทั้งที่เป็นอุปกรณ์สำคัญที่อยู่กับเราในทุกวัน

แนวคิดดังกล่าว สะท้อนผ่านความสำเร็จของเทศกาลดูแลบ้านประจำปี “ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า” ที่ผ่านมาซึ่งมีผู้บริโภคนำเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือช่างเข้ารับบริการตรวจเช็ค และซ่อมฟรี! เพื่อยืดอายุการใช้งานสินค้า กว่า 97,006 ชิ้น สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยพร้อมที่จะดูแลและซ่อมแซมของใช้เดิม หากมีช่องทางและบริการที่ช่วยให้เข้าถึงได้ง่าย สะดวก และน่าเชื่อถือ


“การชวนคนมาซ่อมเป็นเรื่องไม่ยาก แต่สิ่งสำคัญคือ การสร้างความมั่นใจว่าของที่ซ่อมแล้วจะสามารถนำกลับมาใช้งานได้อย่างมีคุณภาพ นั่นคือเหตุผลที่ CHANG HomePro – ช่างโฮมโปรให้ความสำคัญกับมาตรฐานการบริการในทุกๆ ขั้นตอน” นายธีรพล กล่าว


ปัจจุบัน CHANG HomePro – ช่างโฮมโปรมีทีมช่างมืออาชีพมากกว่า 3,000 ทีมทั่วประเทศ ผ่านการอบรมและรับรองมาตรฐานเดียวกัน พร้อมนโยบาย ‘ช่างไม่ทิ้งงาน’ ‘ประเมินราคาที่โปร่งใส’ และรับประกันงานบริการสูงสุด 365 วัน เพื่อสร้างความมั่นใจในทุกขั้นตอน ให้ทุกการดูแลบ้านเป็นเรื่องง่ายและสบายใจยิ่งขึ้น

นอกจากช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับผู้บริโภคแล้ว การซ่อมแซมและยืดอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้ายังเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ซึ่งกำลังเป็นความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ ขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้าที่หมดอายุการใช้งานแล้ว ก็สามารถนำเข้าสู่โครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่”เพื่อให้เกิดการจัดการอย่างถูกวิธีและนำทรัพยากร

กลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้งสำหรับครั้งนี้ โฮมโปรจัดเทศกาลดูแลบ้านประจำปี “ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า–เครื่องมือช่าง” ระหว่างวันที่ 3–5 กรกฎาคม 2569 ที่โฮมโปร และเมกาโฮม ทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมบริการในราคาพิเศษ อาทิ บริการล้างแอร์ พิเศษ 399 บาท, ซื้อประตู พร้อมบริการติดตั้ง ฟรี! มูลค่า 1,000 บาท, บริการทาสี ซ่อมยาแนว ฟรี! 2 ตารางเมตรแรก* และซื้อบริการจากช่างโฮมโปร ภายในงาน ลดทันที 10%* 

พร้อมชวนคนไทยร่วมเริ่มต้นแนวคิด “ซ่อม…ก่อนทิ้ง” เปลี่ยนการดูแลบ้านจากการแก้ปัญหาเมื่อของพัง สู่การดูแลเชิงป้องกันที่ช่วยยืดอายุการใช้งานได้อย่างยั่งยืน รวมถึงช่องทางเรียกช่างและช้อปบริการที่สะดวก ผ่านแอปพลิเคชัน CHANG HomePro ที่รวมบริการเรื่องบ้านมากกว่า 1,000 บริการไว้ในแพลตฟอร์มเดียว

แม้เทศกาลซ่อมฟรีจะจัดขึ้นเพียงปีละไม่กี่วัน แต่เป้าหมายของ CHANG HomePro - ช่างโฮมโปรไม่ได้หยุดอยู่เพียงการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า หากต้องการก้าวสู่การเป็น “ช่างประจำบ้าน” ที่ลูกค้านึกถึงเป็นอันดับแรกในทุกเรื่องของบ้าน 

เพราะสำหรับเรา การดูแลบ้านไม่ควรเริ่มต้นในวันที่ของพัง แต่ควรเริ่มตั้งแต่วันที่ทุกอย่างยังใช้งานได้ดี

เพราะบางเรื่องในบ้าน...ไม่ควรปล่อยให้กลายเป็นความเคยชิน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: HomePro Thailand หรือ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน: CHANG HomePro


#ซ่อมก่อนทิ้งกับช่างโฮมโปร #ซ่อมฟรีเครื่องใช้ไฟฟ้ากับช่างโฮมโปร #ยืดอายุการใช้งานสินค้า #CHANGHomePro #ช่างโฮมโปร #ช่างโฮมโปรมือโปรประจำบ้านคุณ #โฮมโปร #HomePro #BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #เมกาโฮม #MegaHome #ศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและงานช่าง #ช่างเลือกเมกาโฮม #Homepropr


วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569

กรมพัฒน์ เร่งพัฒนาทักษะ EV ทั่วประเทศ ปั้นแรงงานคุณภาพ รองรับยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต

 กรมพัฒน์ เร่งพัฒนาทักษะ EV ทั่วประเทศ ปั้นแรงงานคุณภาพ รองรับยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาทักษะแรงงานศักยภาพสูง รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต เปิดฝึกอบรมด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และจักรยานยนต์ไฟฟ้าในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งด้านการซ่อมบำรุง การดัดแปลง การประกอบและซ่อมบำรุงแบตเตอรี่ ตลอดจนการปฏิบัติการซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อยกระดับทักษะแรงงานไทยให้พร้อมเข้าสู่ตลาดงานยุค EV

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า รัฐบาลและกระทรวงแรงงานให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะแรงงานรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ การพัฒนาทักษะด้าน EV ถือเป็นการเตรียมกำลังคนให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ช่วยเพิ่มโอกาสการมีงานทำ สร้างรายได้ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนากำลังคนแห่งอนาคตที่มุ่งสร้างแรงงานสมรรถนะสูงรองรับการลงทุนและการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าทั้งในประเทศและระดับสากล การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์สู่ยานยนต์ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญของเศรษฐกิจไทย กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจึงเร่งพัฒนากำลังคนให้มีทักษะที่สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะด้าน EV ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ต้องการแรงงานทักษะสูง ทั้งด้านระบบไฟฟ้า แบตเตอรี่ ระบบขับเคลื่อน และการบำรุงรักษา เพื่อรองรับการลงทุนและการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต


อธิบดีสมาสภ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หน่วยงานในสังกัดกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้ร่วมกันจัดฝึกอบรมในหลายจังหวัด อาทิ สถาบันพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ (AHRDA) จังหวัดสมุทรปราการ เปิดหลักสูตร “การปฏิบัติการซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า” และ “การซ่อมบำรุงและดัดแปลงจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ขณะที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 28 สระบุรี เปิดอบรม “การซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า” ส่วนสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 34 กาญจนบุรี เปิดหลักสูตร “การบำรุงรักษารถจักรยานยนต์ระบบไฟฟ้า” และสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานลำพูน เปิดหลักสูตร “การประกอบและซ่อมบำรุงแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า” โดยทุกหลักสูตรเน้นการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจริง เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพและต่อยอดสู่สายงาน EV ได้อย่างมั่นใจ




ทั้งนี้ การฝึกอบรมดังกล่าวเปิดรับสมัครโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และมีการมอบวุฒิบัตรแก่ผู้ผ่านการฝึกอบรม สามารถสมัคร และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 28 สระบุรี สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 34 กาญจนบุรี และสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานลำพูน หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 4 ได้อีกทางหนึ่ง ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับแรงงานไทยสู่มาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า สร้างโอกาสการมีงานทำ เพิ่มรายได้ และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในยุคเศรษฐกิจสีเขียวและเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตต่อไป อธิบดีสมาสภ์ กล่าวใน

ดร.วันดี ยุโส้ รับโล่เกียรติคุณจากจุฬาราชมนตรี ในงาน “ดาลอสัมพันธ์ 69”

 ดร.วันดี ยุโส้ รับโล่เกียรติคุณจากจุฬาราชมนตรี ในงาน “ดาลอสัมพันธ์ 69”

กรุงเทพมหานคร – ดร.วันดี ยุโส้ ประธานกรรมการ ห้างหุ้นส่วนจำกัดสลิลทิพย์การบัญชีและกฎหมาย และประธานกลุ่มอัลอิคลาสเพื่อเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาส นำคณะสมาชิกกลุ่มอัลอิคลาสเข้าร่วมงาน “ดาลอสัมพันธ์ 69” งานน้ำชาการกุศลครั้งยิ่งใหญ่ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “รำลึกคุณครู เชิดชูปอเนาะ สานต่อสายใยอุมมะฮ์” ณ มัสยิดฮิดาย่าตุ้ลอิสลามียะห์ (แสนแสบ) กรุงเทพมหานคร

ภายในงาน กลุ่มอัลอิคลาสเพื่อเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาส ได้ร่วมปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายปฏิคม คอยอำนวยความสะดวกและให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ผู้เข้าร่วมงาน และพี่น้องมุสลิมจากหลากหลายพื้นที่ ด้วยความเสียสละและจิตอาสา สะท้อนถึงเจตนารมณ์ขององค์กรที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อสังคม ดูแลเด็กกำพร้า ผู้ด้อยโอกาส และสร้างประโยชน์แก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง

โอกาสสำคัญครั้งนี้ ดร.วันดี ยุโส้ ยังได้รับเกียรติรับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจาก  เพื่อเชิดชูเกียรติในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม โดยเฉพาะการสนับสนุนกิจกรรมด้านการศึกษา การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการช่วยเหลือเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสมาอย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรม

วัตถุประสงค์การจัดงาน “ดาลอสัมพันธ์ 69”

การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ ดังนี้

เพื่อรำลึกถึงคุณูปการของครูผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา และเชิดชูเกียรติสถาบันปอเนาะ

เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน และพี่น้องมุสลิมในพื้นที่

เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการกตัญญูและการตอบแทนคุณครูในสังคมมุสลิม

เพื่อระดมทุนสนับสนุนกิจกรรมการศึกษา และช่วยเหลือคุณครู รวมถึงสถาบันที่ยังขาดแคลน

เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาสังคมมุสลิมให้เข้มแข็งและยั่งยืน

ดร.วันดี ยุโส้ กล่าวว่า การได้รับเกียรติในครั้งนี้ถือเป็นกำลังใจสำคัญในการเดินหน้าทำงานเพื่อสังคม และยืนยันว่าจะยังคงสานต่อภารกิจช่วยเหลือเด็กกำพร้า ผู้ด้อยโอกาส และสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องมุสลิมและสังคมไทยต่อไป

สำหรับบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น ความศรัทธา และความสามัคคีของประชาคมมุสลิม โดยมีศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ผู้นำศาสนา และผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

การมีส่วนร่วมของกลุ่มอัลอิคลาสในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของพลังจิตอาสาและการทำงานเพื่อสังคม ที่มุ่งสร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้ด้อยโอกาส พร้อมร่วมขับเคลื่อนสังคมแห่งการแบ่งปันและความเมตตาให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

วศ.อว. โชว์ผลงานมาตรฐานสอบเทียบเครื่องมือแพทย์ ในงานวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 34

 วศ.อว. โชว์ผลงานมาตรฐานสอบเทียบเครื่องมือแพทย์ ในงานวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 34

     เมื่อวันที่ 24-26 มิถุนายน 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.จิตตกานต์ อินเที่ยง ผู้อำนวยการศูนย์ห้องปฏิบัติการอ้างอิงการสอบเทียบ สถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ พร้อมเจ้าหน้าที่ วศ. ร่วมจัดนิทรรศการ "รากฐานสำคัญของการดูแลสุขภาพที่แม่นยำและปลอดภัย" ในการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 34 จัดโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด "From Lab to Life: Sciences for Healthy Longevity จากห้องแล็บสู่ชีวิตจริง วิทยาศาสตร์เพื่อการมีชีวิตที่ยืนยาว" ณ ศูนย์ประชุมอิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี



     นิทรรศการดังกล่าว มุ่งส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของการสอบเทียบ (Calibration) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความแม่นยำของเครื่องมือแพทย์ ตั้งแต่เครื่องวัดความดันโลหิต เครื่องควบคุมการให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ ไปจนถึงเครื่องวัดอุณหภูมิอินฟาเรด ปัจจุบัน วศ. ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 สำหรับการสอบเทียบเครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติแบบไม่รุกล้ำจาก สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ซึ่งผลของการสอบเทียบที่แม่นยำนี้ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์วินิจฉัยและรักษาได้อย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงจากความคลาดเคลื่อน เพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ป่วย และสนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน อันเป็นหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพที่ยืนยาวต่อไป



#กรมวิทยาศาสตร์บริการ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กระทรวงอว #สอบเทียบเครื่องมือวัด

กองถ่ายต่างชาติแห่ลงทุนไทย ครึ่งปีแรกโกย 4,025 ล้าน ลุ้นทุบสถิติใหม่

  กองถ่ายต่างชาติแห่ลงทุนไทย ครึ่งปีแรกโกย 4,025 ล้าน ลุ้นทุบสถิติใหม่ Netflix – คอนเทนต์ไทย – ซีรีส์แนวตั้ง หนุนเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าไทยต...