วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) อุทิศถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ พร้อมนำเครื่องอุปโภคบริโภคในพิธี บริจาคให้แก่มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่ออุทิศถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) อุทิศถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ พร้อมนำเครื่องอุปโภคบริโภคในพิธี บริจาคให้แก่มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่ออุทิศถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ





วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม  ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญพระกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) ในพิธีข้ามสะพานโอฆสงสาร น้อมอุทิศถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้  พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึก ยุคล พลตรี หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล และ หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล เสด็จแทนพระองค์ไปในพิธีการบำเพ็ญพระกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) ประกอบด้วย บรรพชิตจีนนิกายสวดพระพุทธมนต์เปิดมณฑลพิธีและพิธีสรงดวงพระวิญญาณ พิธีสรงน้ำดวงพระวิญญาณ พิธีสังวัธยายสุขาวดีวยูหสูตร พิธีลอยกระทง และปล่อยนกปล่อยปลา พิธีโยคะตันตระ (ทิ้งกระจาด) และพิธีสดับปกรณ์ โดยมี นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย คณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และคณะหน่วยงานในเครือ เฝ้ารับเสด็จฯ และเข้าร่วมในพิธี เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ บริเวณพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง






สำหรับในการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดสร้างเครื่องกระดาษ ประกอบด้วย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ฉลองพระองค์ทำจากกระดาษ จำนวน 8 ชุด ประกอบด้วยฉลองพระองค์ที่เคยทรงในโอกาสต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นชุดที่ออกแบบตัดเย็บโดยใช้ผ้าไทยในท้องถิ่นจากภูมิภาคต่างๆ ทั้งหมดล้วนแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพันปีหลวงที่ทรงให้ความสำคัญและทรงยกระดับผ้าไทยสู่สากล เผยแพร่ความงดงามของหัตถศิลป์ไทยสู่สายตาชาวโลก ได้แก่ 

1. ฉลองพระองค์ตัดเย็บจากผ้าไหมปักประดับด้วยปีกแมลงทับ พระสนับเพลาแบบป้ายตัดเย็บจากผ้าไหมเครป ประดับพู่ไหม

2.ฉลองพระองค์แบบผสมผสานไทย พ.ศ. 2528 "จากจุดเริ่มต้นที่ผ้าไหมมัดหมี่ พระราชประสงค์ในการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นก็ขยายไปพื้นที่อื่นๆ ด้วย เช่น ผ้าไหมแพรวาที่เป็นวัฒนธรรมการทอผ้าของชาวผู้ไท บ้านโพน จ.กาฬสินธุ์ ลักษณะดั้งเดิมของผ้าไหมแพรวา คือเป็นผ้าหน้าแคบ ใช้ห่มเฉียงบ่าเหมือนสไบ เมื่อมีพระราชประสงค์ให้ส่งเสริมการทอผ้าแพรวาเพื่อสร้างอาชีพ สืบต่อวัฒนธรรมไม่ให้สูญหาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปรับผ้าแพรวาโดยขยายเป็นผ้าหน้ากว้าง เพื่อสามารถนำไปตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าได้ รวมถึงสีจากเดิมที่มีสีแดง ก็เพิ่มสีอื่นๆ เข้ามา ดังเช่นฉลองพระองค์องค์นี้ที่เป็นสีชมพูพาสเทล"

3. ฉลองพระองค์แบบสากล "ฉลองพระองค์ องค์นี้ เป็นฉลองพระองค์ทรงงาน ทรงเมื่อเสด็จเยี่ยมราษฎรทางภาคเหนือ มีการตกแต่งด้วยผ้าชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิ์ติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

4. ฉลองพระองค์ชุดสูท ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

ตัดเย็บจากผ้าไหมมัดหมี่และผ้าไหมเครป จากห้องเสื้อบัลแมง โดยนายอีริก มอร์เทนเซน 

5. ฉลองพระองค์ชุดราตรี พ.ศ. 2528 ฉลองพระองค์องค์ตัดเย็บด้วยผ้าไหมมัดหมี่ ทรงเมื่อครั้งเสด็จฯ 

เยือนสหรัฐอเมริกาในปี 2528 เดิมทีผ้าไหมมัดหมี่เป็นผ้าที่ใช้นุ่งในชีวิตประจำวัน 

6. ฉลองพระองค์แบบผสมผสานไทย จากห้องเสื้อบัลแมง โดยนายอีริก มอร์เทนเซน ตัดเย็บจากผ้าไหมมัดหมี่

7. ฉลองพระองค์ชุดราตรีสีกรมท่า ตัดเย็บโดยผ้าไหมกำมะหยี่ ปักประดับดิ้นทอง ลูกปัด และเลื่อม  ฝีมือการออกแบบตัดเย็บของนายปีแอร์ บัลแมง

8. ฉลองพระองค์ชุดภูไท ตัดเย็บจากผ้าไหมแพรวา เมื่อครั้งทรงเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรชาวบ้านโพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นหญิงชาวภูไทแต่งกายด้วยเสื้อแขนกระบอกสีดำ และห่มสไบเฉียงผ้าแพรวาสีแดงอย่างงดงาม จึงทรงมีพระราชดำรัสว่า  "ผ้าที่ใส่นี่สวยมาก ทอให้พระราชินีได้ไหม" และทรงนำมาพัฒนาต่อยอดจนผ้าไหมแพรวากลายเป็น "ราชินีแห่งไหมไทย" ในโครงการศิลปาชีพ





อีกทั้งยังมี  สุนัขทรงเลี้ยงจำลองเหมือนจริง จำนวน 9 ตัว ได้แก่  คุณซูซี่ พันธุ์ Cocker Spaniel  คุณตุ้งติ้ง พันธุ์ Cocker Spaniel คุณเมเมี้ยว พันธุ์ Cocker Spaniel คุณหมีขาว พันธุ์ West Highland White Terrier คุณนกฮูก พันธุ์ Shih.Tzu คุณพุดดิ้ง พันธุ์ York Shire. Terrier คุณละเวง พันธุ์ Cocker Spaniel หลวงแจ่มภักดี พันธุ์ Saint Bernard และคุณสุดหล่อ พันธุ์ Dalnatian นอกจากนี้ ยังมีข้าราชบริพาร มหาดเล็ก คุณข้าหลวง นางสนองพระโอษฐ์ จำลองชุดปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่จริง จำนวน 16 คน เครื่องกระดาษชุดรถยนต์พระที่นั่ง มีสารัตถี 1 คน เครื่องกระดาษหีบทอง  โรงโขนละครจำลอง ภูเขาเงิน ภูเขาทอง ภูเขาเสริมพระบารมี พระคลังเงิน พระคลังทอง และเครื่องราชูปโภค




และในวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 มูลนิธิฯ นำเครื่องอุปโภคบริโภคในพิธีโยคะตันตระ (ทิ้งกระจาด) ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมัน น้ำปลา และน้ำดื่ม บริจาคให้แก่มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี  นางวิภา ภัทรกุลพงษ์ ประธานคณะทำงานบริหารของบริจาค มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบ ณ มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย เขตราชเทวี กรุงเทพฯ


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นองค์กรสาธารณกุศล ก่อตั้งขึ้นมากว่า 116 ปี โดยชาวจีนโพ้นทะเลที่เข้าพึ่งพระบรมโพธิสมภารในประเทศไทยเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างที่สุดมิได้จากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีคุณูปการใหญ่หลวง ดังนั้น มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วยคณะกรรมการ และหน่วยงานในเครือ จึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) น้อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตามประเพณีทางพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานจีนนิกาย ด้วยความจงรักภักดี ความกตัญญูกตเวทิตา ด้วยความน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และพร้อมตอบแทนคุณแผ่นดิน ด้วยการทำคุณงามความดีต่อไปตราบนานเท่านาน ภายใต้ปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”  

.

#########

Bangkok International Content Market 2026สร้างความสำเร็จตลาดซื้อขาย–ร่วมผลิตคอนเทนต์ภาพยนตร์และซีรีส์ระดับนานาชาติ​ เกิดการเจรจาธุรกิจกว่า 1,200 คู่ มูลค่ากว่า 2,200 ล้านบาท​ ตอกย้ำไทยสู่ “Content Hub of Asia”

 Bangkok International Content Market 2026สร้างความสำเร็จตลาดซื้อขาย–ร่วมผลิตคอนเทนต์ภาพยนตร์และซีรีส์ระดับนานาชาติ​ เกิดการเจรจาธุรกิจกว่า 1,200 คู่ มูลค่ากว่า 2,200 ล้านบาท​ ตอกย้ำไทยสู่ “Content Hub of Asia”


สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA เปิดบทสรุปงาน Bangkok International Content Market 2026 (BICM2026) แพลตฟอร์มตลาดซื้อขายและเจรจาธุรกิจคอนเทนต์ระดับนานาชาติแห่งแรกของไทย ภายใต้งาน Thailand Content Market 2026 (TCM2026) ในระหว่างวันที่ 20 – 22 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพฯ ที่ผ่านมา โดยเกิดการเจรจาจับคู่ธุรกิจรวมกว่า 1,200 คู่ คิดเป็นมูลค่าการเจรจาทางธุรกิจกว่า 2,200 ล้านบาท จากผู้ประกอบการ สตูดิโอ ผู้จัดจำหน่าย และสตรีมมิงแพลตฟอร์มทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศที่เข้าร่วมกว่า 600 ราย ครอบคลุมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ TV Series และบริการด้านโปรดักชัน (Production Services) ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการซื้อขายคอนเทนต์แห่งเอเชีย (Content Hub of Asia)

ตลอด 3 วันของการจัดงาน BICM2026 ได้รับการตอบรับอย่างคึกคักจากคนในแวดวงอุตสาหกรรมคอนเทนต์ ทั้งผู้สร้างสรรค์ผลงาน ผู้ซื้อ และนักลงทุนจากทั่วภูมิภาค สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการมี “ตลาดกลาง” สำหรับการซื้อขายและร่วมผลิตคอนเทนต์อย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่อุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยยังขาดมาโดยตลอด และพิสูจน์ว่าเมื่อผู้สร้างสรรค์และผู้ซื้อได้มาพบปะกันในตลาดกลาง ความร่วมมือทางธุรกิจก็สามารถเกิดขึ้นได้จริง



ในส่วนของ Business Matching ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญของงาน การเจรจาธุรกิจแบบตัวต่อตัวระหว่างเจ้าของผลงานและผู้ซื้อจากทั้งในและต่างประเทศ ได้นำไปสู่ความร่วมมือทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรม ทั้งการซื้อขายลิขสิทธิ์ผลงาน การซื้อสิทธิ์ดัดแปลง และการร่วมทุนผลิต (Co-production) ระหว่างประเทศ พร้อมกันนี้ยังเกิดการเชื่อมโยงกับเครือข่ายตลาดคอนเทนต์ชั้นนำของเอเชีย อาทิ QCinema International Film Festival ฟิลิปปินส์, JAFF Market อินโดนีเซีย, Taiwan Creative Content Fest (TCCF) ตลาดคอนเทนต์สร้างสรรค์ไต้หวัน และ  Danang Asian Film Festival (DANAFF) ตลาดคอนเทนต์ดานัง เวียดนาม ตอกย้ำสถานะของประเทศไทยในฐานะ “Gateway” สู่ตลาดผู้บริโภคอาเซียนที่มีขนาดกว่า 700 ล้านคน


อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจอย่างสูงคือเวที BICM Pitching & Awards โดยได้รับการสนับสนุนจาก White Light Studio, Kantana Sound Studio, Gear Head และ QCinema International Film Festival ที่เปิดโอกาสให้โปรเจ็กต์ บทภาพยนตร์ และซีรีส์ที่พร้อมผลิตจริงกว่า 55 ผลงาน ได้นำเสนอต่อนักลงทุนและคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติ โดยผลการตัดสิน มีดังนี้

Asian Project Pitching ผู้ชนะได้แก่ ทีม HONEY MILK (難言之癮) จากไต้หวัน ประเภทภาพยนตร์ขนาดยาว โดย MAN YIN TSENG (Producer) และ CHIEN YU  LIN (Director) โดยได้รับทุนสนับสนุนการผลิตมูลค่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ

Thai Project Pitching ผู้ชนะได้แก่ The Mining (เหรียญ ขุด คน) จากประเทศไทย ประเภทภาพยนตร์ขนาดยาว โดย วุฒิดนัย อินทรเกษตร (Director) และ ชนิกานต์ โอภาสพิมลธรรม (Screenwriter) โดยได้รับทุนสนับสนุนการผลิตมูลค่า 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ

Thai Story Pitching ผู้ชนะได้แก่ THE KINDNESS OF MISS ARI นางสาว(ไม่)อารี จากประเทศไทย ประเภทภาพยนตร์ขนาดยาว โดย ภิญญดา ภูมิเมฆ (Producer) และ  เฉลิมพงษ์ อุดมศิลป์ (Screenwriter) โดยได้รับทุนสนับสนุนการผลิตมูลค่า 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่เวที Industry Forum และ Workshop ที่เปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการ ผู้ซื้อ ผู้ขาย ตลอดจนนิสิตนักศึกษาและผู้สนใจทั่วไป ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะหัวข้อที่สะท้อนทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรม เช่น “เจาะลึกคอนเทนต์ระดับภูมิภาค: จากความนิยมท้องถิ่น สู่กระแสระดับโลก”, “มาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ: ดึงดูดกองถ่ายต่างชาติ พร้อมยกระดับอุตสาหกรรม VFX และแอนิเมชันไทยสู่สากล” และ “มาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ไทยในประเทศ: พลิกโฉมการสนับสนุนจากรัฐสู่การบริหารจัดการกองถ่ายมืออาชีพ”

คุณนลินา ชยสมบัติ โปรดิวเซอร์จาก Jungka Studio หนึ่งในผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโปรแกรมเจรจาธุรกิจเปิดเผยว่า “BICM2026 เปิดโอกาสให้เราได้พบบริษัทและผู้คนใหม่ ๆ เหมือนเป็นสะพานเชื่อมเราเข้ากับผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์และพันธมิตรที่มีโอกาสร่วมงานกันได้จริง เพราะสิ่งที่ Jungka มองหาไม่ใช่แค่โปรเจกต์ แต่เป็นวิธีการทำงานแบบใหม่ ๆ และทีมที่แข็งแรง พร้อมศักยภาพที่จะเติบโตและเข้าถึงผู้ชมได้ เวทีนี้ช่วยให้เราเห็นโอกาสในการร่วมมือ เพื่อสร้างผลงานและโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ตลาดได้ในอนาคต”

ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวสรุปความสำเร็จของงานว่า “ความสำเร็จของ BICM2026 ในปีแรก ได้พิสูจน์แล้วว่า ‘ตลาด’ คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ระบบนิเวศคอนเทนต์ไทยรอคอยมานาน การที่ผู้ซื้อ นักลงทุน และผู้สร้างสรรค์จากทั่วโลกมาพบกันบนเวทีเดียวในประเทศไทย และเกิดเป็นข้อตกลงทางธุรกิจที่จับต้องได้ คือคำตอบว่าคอนเทนต์ไทยมีศักยภาพเชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง CEA จะเดินหน้าพัฒนา BICM ให้เป็นเวทีประจำปีที่เติบโตขึ้นทุกปี เพื่อผลักดันนักสร้างสรรค์ไทยให้ก้าวจากผู้รับจ้างผลิต สู่การเป็นเจ้าของ High-Value IP และปักหมุดประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการซื้อขายคอนเทนต์แห่งเอเชีย หรือ Content Hub of Asia อย่างมั่นคง”

ความสำเร็จของ Bangkok International Content Market 2026 (BICM2026) ภายใต้งาน Thailand Content Market 2026 (TCM2026) ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยสามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นฐานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างมูลค่าจากทรัพย์สินทางปัญญา และเชื่อมโยงสู่ภาคการท่องเที่ยวและบริการ พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นชาติแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Nation) โดย CEA เตรียมเดินหน้าจัดงาน Bangkok International Content Market ในปีถัดไป เพื่อขยายเครือข่ายและโอกาสทางธุรกิจให้กับนักสร้างสรรค์ไทยอย่างต่อเนื่อง

#BICM2026 #BangkokInternationalContentMarket #CreativeEconomyAgency #CEA #DITP #Film #Series #Animation #TCM2026

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

www.cea.or.th 

bicm.or.th

Facebook: Bangkok International Content Market - BICM

—--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ฝ่ายประชาสัมพันธ์

ปพิชญา สุนทรสีมะ โทร. 086-031-3066 อีเมล: parpitchaya.s@cea.or.th

เพ็ญนภา หล่อประเสริฐ   โทร. 098-253-5600    อีเมล: phennapa.h@cea.or.th

เกี่ยวกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน)

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ Creative Economy Agency (Public Organization): CEA เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับของสำนักนายกรัฐมนตรี มีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาบุคลากร ธุรกิจ และเมืองสร้างสรรค์ รวมถึงการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในทุกมิติ CEA มุ่งยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมคอนเทนต์และสื่อสร้างสรรค์ ทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ และแอนิเมชัน ผ่านโครงการสำคัญอย่าง CEA Content Lab และ Bangkok International Content Market (BICM) เพื่อผลักดันนักสร้างสรรค์ไทยสู่เวทีสากล สร้างโอกาสทางธุรกิจ และขับเคลื่อนคอนไทนต์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

Elica แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวระดับพรีเมียมจากอิตาลี เปิดตัวครั้งแรกในไทย​ ผู้สร้างมาตรฐานใหม่ ฉีกทุกกฎแห่งงานดีไซน์ พร้อมเผยโฉม “Elica Lhov” นวัตกรรมเครื่องครัว All-in-One เครื่องแรกของโลก

 Elica แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวระดับพรีเมียมจากอิตาลี เปิดตัวครั้งแรกในไทย​ ผู้สร้างมาตรฐานใหม่ ฉีกทุกกฎแห่งงานดีไซน์ พร้อมเผยโฉม “Elica Lhov” นวัตกรรมเครื่องครัว All-in-One เครื่องแรกของโลก

Elica แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวระดับพรีเมียมจากอิตาลี ที่ได้รับการยอมรับระดับโลกด้านการออกแบบและนวัตกรรม เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ภายใต้การนำเข้าและจัดจำหน่ายโดย Cucina Galleria พร้อมนำเสนอวิสัยทัศน์ใหม่ของ Open Kitchen ผ่านการเปิดตัว “Elica Lhov” นวัตกรรมเครื่องครัว All-in-One เครื่องแรกของโลก ที่สะท้อนบทบาทของนวัตกรรมและการออกแบบในการยกระดับคุณภาพชีวิตและประสบการณ์การอยู่อาศัยของผู้คนยุคใหม่ ภายในงานซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้า CentralWorld

นายกฤตนัน สนธิจิรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะซิกเนเจอร์ แบรนด์ จำกัด เปิดเผยว่า แนวคิดการออกแบบบ้านทั่วโลกกำลังเปลี่ยนจาก “ครัว” ที่เป็นเพียงพื้นที่ประกอบอาหาร สู่แนวคิด Open Kitchen ที่เชื่อมต่อกับพื้นที่พักผ่อนและการใช้ชีวิต โดยต้องคำนึงถึงคุณภาพอากาศ (Air) ระดับเสียง (Noise) และแสงสว่าง (Lighting) ควบคู่กัน ซึ่งทั้งสามองค์ประกอบนี้คือแก่นแท้ของการออกแบบผลิตภัณฑ์ Elica เพื่อให้ครัวและพื้นที่ใช้ชีวิตเชื่อมต่อกันได้อย่างลงตัว ทำให้ครัวกลายเป็นพื้นที่สะท้อนรสนิยมและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญทั้งความสวยงามและประสบการณ์การใช้ชีวิต จากแนวโน้มนี้ Elica จึงเลือกเปิดตัวในไทยด้วยแนวคิด “Beyond Masterpieces : The Elica Open Kitchen Revolution” เพื่อนำเสนอครัวในฐานะศูนย์กลางของการใช้ชีวิตที่หลอมรวมศิลปะ นวัตกรรม และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน

ด้วยประสบการณ์ด้าน Kitchen Innovation มากกว่า 50 ปี Elica ได้รับการยอมรับเป็นผู้นำด้านเครื่องดูดควันและเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวจากอิตาลี โดดเด่นด้วย Italian Design ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม และเทคโนโลยีอัจฉริยะ พร้อมคว้ารางวัลออกแบบระดับนานาชาติมากมาย อาทิ Compasso d’Oro, Red Dot Design Award, iF Design Award, Good Design Award และ Archiproducts Design Awards ภายในงาน Elica ถ่ายทอดแนวคิด “Artfully Inventive” จิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์ที่หลอมรวมศิลปะ การออกแบบ และนวัตกรรมเข้าไว้ในทุกผลิตภัณฑ์

ไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดตัว “Elica Lhov” นวัตกรรมเครื่องครัว All-in-One เครื่องแรกของโลก ที่รวมเตาอบ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า และระบบดูดควันไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว ถือเป็นนวัตกรรมที่ไม่เคยมีแบรนด์ใดในโลกคิดค้นมาก่อน ขับเคลื่อนยกระดับประสบการณ์การทำอาหารและการใช้ชีวิตของผู้บริโภคให้ก้าวไปอีกขั้น


อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือ NikolaTesla Collection คอลเลกชันเตาแม่เหล็กไฟฟ้าพร้อมระบบดูดควันในตัว โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมเผยโฉมพื้นผิวใหม่ Matte Black มอบสัมผัสเรียบหรู ลดรอยนิ้วมือ และทำความสะอาดง่าย โดยแต่ละรุ่นมาพร้อมความสวยงามและจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ตอบโจทย์การใช้งานได้ในหลากหลายไลฟ์สไตล์

นอกจากนี้ยังมีช่วงพิเศษ Special Talk โดย คุณต้น–ณัฐพล เตโชพิชญ์ จาก Looklen Architects ที่ร่วมถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของครัวในงานออกแบบบ้านยุคใหม่ พร้อมแลกเปลี่ยนอินไซต์จากประสบการณ์จริงในการออกแบบโครงการและบ้านให้ลูกค้าว่า “ครัว” ได้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางของบ้าน และการออกแบบที่ดีสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตและคุณค่าของช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกัน


นายกฤตนัน สนธิจิรวงศ์ กล่าวเสริมว่า Elica เชื่อว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวไม่ควรเป็นเพียงอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์การใช้งาน แต่ควรเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยยกระดับสุนทรียภาพของพื้นที่และเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตในทุกช่วงเวลา ด้วยเหตุนี้ แบรนด์จึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสาน Design, Innovation และ Technology เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งการเปิดตัว Elica ในประเทศไทยครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ Cucina Galleria ในการนำแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวระดับพรีเมียมที่เป็นผู้นำด้านเครื่องครัวในบ้านจากยุโรป เข้ามามอบประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคไทย ทั้งด้านประสิทธิภาพการใช้งาน งานดีไซน์ และการใช้ชีวิตที่ดีขึ้นในแบบที่สะท้อนตัวตนของตนเอง


ร่วมสัมผัสนิยามใหม่ของงานดีไซน์เครื่องครัวจากอิตาลีได้แล้ววันนี้ ผ่านช่องทาง Facebook และ Instagram: Elica Thailand และเว็บไซต์ https://www.elica.com/WW-en หรือเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์จริงได้ที่ โชว์รูม Cucina Galleria ซอยสาทร 12 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00–19.00 น.


#Elica #ElicaThailand #CucinaGalleria #ElicaCooking #ExtraordinaryCooking

สพพ. ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

 สพพ. ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน 

พันเอก ศรัณยู วิริยเวชกุล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) พร้อมนายกีรติ เวฬุวัน รองผู้อำนวยการ เข้าร่วมในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569

 


ในโอกาสดังกล่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ โดยมีคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการทหาร ข้าราชการตำรวจ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกันเพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในหน้าที่ของการเป็นข้าราชการที่ดีรวมทั้งน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ บริเวณท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ

วันนี้ (วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก และนายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และหน่วยงานในเครือ นำแจกันดอกไม้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ




ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 28-30 กรกฎาคม 2569 ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา จะเปิดไฟประดับรอบนอกศาลเจ้าฯ ถึงเวลา 21.00 น. เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569  โดยผู้มีจิตศรัทธาสามารถเข้าสักการะหลวงปู่ไต้ฮงและเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลเจ้าฯ ได้ถึงเวลา 18.00 น. ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสารและกิจกรรม รวมถึงพิกัดของศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวได้ที่ https://linktr.ee/TaihonggongshrineTH

TECNOPLUS พลิกโฉมห้องครัวไทยเปิดตัว “PRO SERIES BLACK EDITION” ชูแนวคิด “BOLD FUNCTIONS PLUS DESIGN” ดึง ‘แก๊ป ธนเวทย์’ และ ‘เชฟอิน เพจกำลังอิน’ ร่วมสะท้อนนิยาม “ครัวแบบไหนก็สวยได้”

 TECNOPLUS พลิกโฉมห้องครัวไทยเปิดตัว “PRO SERIES BLACK EDITION” ชูแนวคิด “BOLD FUNCTIONS PLUS DESIGN” ดึง ‘แก๊ป ธนเวทย์’ และ ‘เชฟอิน เพจกำลังอิน’ ร่วมสะท้อนนิยาม “ครัวแบบไหนก็สวยได้”

TECNOPLUS (เทคโนพลัส) แบรนด์เครื่องครัวชั้นนำที่อยู่เคียงคู่กับครอบครัวไทยมาอย่างยาวนาน ประกาศจัดงานแถลงข่าวครั้งยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อเปิดตัวสินค้ากลุ่ม “PRO SERIES BLACK EDITION” ภายใต้แนวคิด “BOLD FUNCTIONS PLUS DESIGN” มุ่งเติมเต็ม Pain Point ของครัวในอดีต 

คุณกฤตนัน สนธิจิรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เดอะ ซิกเนเจอร์ แบรนด์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องครัวแบรนด์ TECNOPLUS เปิดเผยบนเวทีว่า ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา แบรนด์เติบโตเคียงข้างและส่งมอบความสุขให้ครัวไทยไปแล้วกว่า 1,000,000 ชิ้น ทว่าสิ่งที่  แบรนด์ตั้งคำถามมาตลอดคือ ‘ทำไมครัวไทยจะต้องซ่อนไว้หลังบ้าน?’ ภาพจำในอดีต ครัวไทยมักถูกจำกัดให้เป็นเพียงพื้นที่ทำอาหารที่เก่า ทรุดโทรม และต้องหลบซ่อนอยู่หลังบ้านเนื่องจากเน้นแต่การใช้งานหนัก ไม่เน้นดีไซน์ ต่างจากครัวยุโรปที่สวยงามและพร้อมโชว์ ‘ทำไมสินค้าที่ประสิทธิภาพดีหน้าตาจะต้องไม่สวย หรือสินค้าที่หน้าตาสวยจะต้องใช้งานได้ไม่ดี’ ทำไมทั้ง 2 ความต้องการถึงรวมอยู่ในผลิตภัณฑ์เดียวกันไม่ได้ นี้คือสิ่งที่ TECNOPLUS ตั้งข้อสงสัยมาตลอด

TECNOPLUS เชื่อมั่นว่า ไม่ใช่แค่ครัวไทยแต่ครัวแบบไหนก็สวยและประสิทธิภาพดีได้โดยไม่ต้องเลือกความต้องการใดความต้องการหนึ่ง เราจึงพัฒนาภาพลักษณ์ใหม่ (New Image) ภายใต้แนวคิด BOLD FUNCTIONS PLUS DESIGN ขึ้นมา ที่หลอมรวมทั้ง 2 แนวคิดเรื่อง 'Functions' และ 'Design' ไว้ด้วยกันผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ “PRO SERIES BLACK EDITION” ที่มีสินค้าไฮไลท์คือ เตาแก๊ส 2 หัวกระจกดำด้าน TNP HB 207845 BM PRO และเครื่องดูดควันที่ทำงานด้วยระบบเซ็นเซอร์ มือโบกอย่าง TNP HD LENORA 90 BLACKPRO  เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ที่มองว่าครัวคือ Living Space หรือศูนย์กลางแห่งความสัมพันธ์ของสมาชิกทุกคนในบ้าน

สะท้อนไลฟ์สไตล์เหนือระดับ ทำไมต้อง “สีดำ” สำหรับ PRO SERIES BLACK EDITION ผ่านมุมมอง คุณแก๊ป-ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล ครีเอเตอร์ด้านงานดีไซน์และสถาปัตยกรรม ในฐานะที่อยู่ในวงการการออกแบบว่า สีดำในงานสถาปัตยกรรมยุคปัจจุบันไม่ใช่แค่กระแสแฟชั่น แต่เป็นภาษาแห่งการออกแบบที่สะท้อนถึงรสนิยม ความประณีต และตัวตนที่ชัดเจนของผู้ใช้งาน ครัวสีดำในบ้านยุคใหม่ทำหน้าที่เปรียบเสมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเอกที่ช่วยยกระดับให้ภาพรวมของบ้านดูโมเดิร์น มินิมอล หรือลักชัวรีได้ในเวลาเดียวกัน

นอกจากมิติด้านดีไซน์ที่ยอดเยี่ยมแล้ว ในแง่ประสิทธิภาพของการประกอบอาหารจริงก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ โดย คุณอิน-ณรงค์ฤทธิ์ แซ่ขอ หรือ ‘เชฟอิน เพจกำลังอิน’ ครีเอเตอร์สายอาหารชื่อดัง ได้ร่วมแชร์ประสบการณ์ตรงจากการใช้งานจริง หัวใจของอาหารไทยคือไฟต้องถึงอันเป็นเอกลักษณ์สำคัญในการทำอาหารไทยให้มีกลิ่นหอมกระทะ และโครงสร้างเครื่องครัวต้องแกร่งพอสำหรับการใช้งานหนักทุกวัน พร้อมทั้งแนะนำเทคโนโลยีเครื่องดูดควันติดผนังระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่ช่วยให้การใช้งานง่ายขึ้น

ร่วมสัมผัสประสบการณ์และพิสูจน์นิยามใหม่ของห้องครัว Tecnoplus ที่หลอมรวมดีไซน์อันประณีตและฟังก์ชันการใช้งานที่มีประสิทธิภาพเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบได้ที่ศูนย์การค้าชั้นนำทั่วไป อาทิ HomePro, ไทวัสดุ, BnB Home, Power Buy, Dohome, Global House, Mega Home ทุกสาขาใกล้บ้านคุณหรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.tecnoplusthai.com , Facebook Page : Tecnoplus+


#Tecnoplus #BoldFunctionsPlusDesign #ครัวแบบไหนก็สวยได้

วธ. ศน. เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมสืบสานวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา ผ่านกิจกรรม “90 วัน เข้าพรรษา เข้าถึงธรรม ทำความดี เปลี่ยนชีวิต” พร้อมชวนเที่ยว 10 จังหวัด สัมผัสศรัทธา วิถีวัฒนธรรม และเสน่ห์งานบุญไทย

 วธ.  ศน. เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมสืบสานวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา ผ่านกิจกรรม “90 วัน เข้าพรรษา เข้าถึงธรรม ทำความดี เปลี่ยนชีวิต” พร้อมชวนเที่ยว 10 จังหวัด สัมผัสศรัทธา วิถีวัฒนธรรม และเสน่ห์งานบุญไทย




นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและประชาชนร่วมสืบสานพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา พุทธศักราช 2569 ผ่านกิจกรรม “90 วัน เข้าพรรษา เข้าถึงธรรม ทำความดี เปลี่ยนชีวิต” เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนใช้ช่วงเวลาเข้าพรรษาเป็นโอกาสศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา รักษาศีล เจริญภาวนา ลด ละ เลิก อบายมุข และตั้งใจทำความดีอย่างต่อเนื่องตลอด 90 วัน อันจะนำไปสู่การพัฒนาตนเอง ครอบครัว และสังคม


อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ที่พุทธศาสนิกชนได้น้อมรำลึกถึงพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมร่วมประกอบศาสนกิจ อาทิ ทำบุญตักบาตร ฟังพระธรรมเทศนา เวียนเทียน และถวายเทียนพรรษา ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนวิถีชีวิตของคนไทย

สำหรับส่วนกลาง กรมการศาสนาได้จัดขบวนรถแห่เทียนพรรษา เพื่อนำเทียนพรรษาไปถวายพระอารามหลวง 10 แห่ง ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดไตรมิตรวิทยาราม วัดปทุมวนาราม วัดประยุรวงศาวาส วัดสระเกศ วัดสุทัศนเทพวราราม วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม และวัดเทวราชกุญชร เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและสืบสานประเพณีถวายเทียนพรรษา

ขณะเดียวกัน จังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศได้ร่วมจัดกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง โดยมี 10 จังหวัดที่มีกิจกรรมโดดเด่น ได้แก่

- จังหวัดนครพนม จัดงานเข้าพรรษาวัดพระธาตุพนม ระหว่างวันที่ 16 – 26 กรกฎาคม 2569 ณ วัดพระธาตุพนม

- จังหวัดนครราชสีมา จัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาโคราช ภายใต้แนวคิด “Korat City of Candle 2026” ระหว่างวันที่ 28 – 30 กรกฎาคม 2569

- จังหวัดบุรีรัมย์ จัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาอำเภอประโคนชัย ระหว่างวันที่ 30 – 31 กรกฎาคม 2569

- จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำ วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ณ ตลาดลาดชะโด

- จังหวัดพะเยา จัดพิธีเวียนเทียนทางน้ำและงานประเพณีแห่เทียนพรรษา วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ณ กว๊านพะเยา

- จังหวัดสระบุรี จัดงานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาและถวายเทียนพรรษาพระราชทาน ระหว่างวันที่ 27 – 30 กรกฎาคม 2569 ณ วัดพระพุทธบาท

- จังหวัดสิงห์บุรี จัดงานประเพณีแห่เทียนจำนำพรรษาและตักบาตรดอกไม้ ระหว่างวันที่ 29 – 30 กรกฎาคม 2569

- จังหวัดสุพรรณบุรี จัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ระหว่างวันที่ 28 – 30 กรกฎาคม 2569 ณ วัดป่าเลไลยก์

- จังหวัดสุรินทร์ จัดงานมหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้าง วันที่ 24 และ 29 กรกฎาคม 2569

- จังหวัดอุบลราชธานี จัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ระหว่างวันที่ 28 – 30 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญที่มีชื่อเสียงและได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ


นายชัยพล กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นในแต่ละพื้นที่ นอกจากจะเป็นการสืบสานพระพุทธศาสนาและอนุรักษ์ประเพณีอันดีงามแล้ว ยังสะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชน



ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรม “90 วัน เข้าพรรษา เข้าถึงธรรม ทำความดี เปลี่ยนชีวิต” ด้วยการเริ่มต้นจากการทำความดีในชีวิตประจำวัน อาทิ การพูดดี คิดดี มีน้ำใจ ช่วยเหลือผู้อื่น ใช้เวลากับครอบครัว ให้อภัยซึ่งกันและกัน ลด ละ เลิก อบายมุข ควบคู่กับการเข้าวัด ทำบุญ ฟังพระธรรมเทศนา รักษาศีล และเจริญภาวนา ตลอดช่วงเข้าพรรษา

“การทำความดีอาจเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ แต่หากทุกคนร่วมกันทำอย่างต่อเนื่อง ย่อมเป็นพลังสำคัญในการสร้างครอบครัวที่อบอุ่น ชุมชนที่เข้มแข็ง และสังคมไทยที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมทำความดีตลอด 90 วันแห่งการเข้าพรรษา และร่วมแบ่งปันเรื่องราวแห่งความดี เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจและขยายพลังแห่งความดีสู่สังคมไทยต่อไป”