วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ศธ. เปิดฉากการประชุม AQRFC ครั้งที่ 17 เดินหน้าขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน มุ่งยกระดับมาตรฐานการศึกษาภูมิภาค

 ศธ. เปิดฉากการประชุม AQRFC ครั้งที่ 17 เดินหน้าขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน มุ่งยกระดับมาตรฐานการศึกษาภูมิภาค


วันที่ 3 สิงหาคม 2569  สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ร่วมกับ 10 หน่วยงานภาคีเครือข่าย เป็นเจ้าภาพจัดประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน ครั้งที่ 17 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง (the 17th ASEAN Qualifications Reference Framework (AQRF) Committee Meeting and Related Meeting) ระหว่างวันที่ 3-5 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพมหานคร ควบคู่กับการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและบรรลุเป้าหมายตามกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยได้รับเกียรติจาก นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกล่าวต้อนรับและเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วย รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ตลอดจนคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน คณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร ผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างคับคั่ง

การประชุม AQRFC ครั้งที่ 17 นี้ เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือของ 11 หน่วยงานไทย ได้แก่ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, กรมส่งเสริมการเรียนรู้, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน, สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน), สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน), กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เพื่อเปิดเวทีให้คณะกรรมการจากประเทศสมาชิกได้ร่วมทบทวนความคืบหน้าในการดำเนินงานตามกรอบอ้างอิงคุณวุฒิอาเซียน (AQRF) พร้อมทั้งพิจารณาประเด็นสำคัญ การริเริ่มโครงการระดับภูมิภาค และหาข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับขั้นตอนในการขับเคลื่อน AQRF เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส ความสามารถในการเทียบเคียง และความเข้าใจอันดีร่วมกันเกี่ยวกับคุณวุฒิวิชาชีพทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียนยิ่งขึ้น

นาย อัครนันท์ รมช.ศธ. เปิดเผยว่า การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมของประเทศไทยในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงศึกษาธิการในการบูรณาการความร่วมมือทั้งภายในและภายนอกสังกัดเพื่อขับเคลื่อนกรอบอ้างอิงคุณวุฒิอาเซียน โดยมีความมุ่งหมายให้ประเทศสมาชิกอาเซียนเกิดความเชื่อมั่นในระบบคุณวุฒิระหว่างกัน อีกทั้งจะช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนและคนทำงานได้นำความรู้ ความสามารถ เกิดการพัฒนาและนำทักษะที่มีอยุ่ใช้ในการประกอบวิชาชีพได้ทั่วภูมิภาค ทั้งหมดนี้เพื่อรองรับกับบริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ผู้คนจำเป็นต้องเกิดการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆตลอดเวลา ดังนั้นระบบการศึกษาและการฝึกอบรมจึงต้องสนับสนุนและเปิดโอกาสให้ทุกคนเรียนรู้ได้หลากหลายยิ่งขึ้นผ่านการผสานความร่วมมือและ ทำงานร่วมกันกับประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศ พร้อมแบ่งปันประสบการณ์และสร้างการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน





สำหรับการพัฒนาแนวปฏิบัติในการขับเคลื่อนการดำเนินงานกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียนตามเกณฑ์ที่ 11 นั้น เป้าหมายหลักในการกำหนดแนวทางให้หน่วยงานระบุระดับ AQRF ในเอกสารรับรองคุณวุฒิระดับชาติได้อย่างสอดคล้อง เพื่อสร้างความโปร่งใสและช่วยให้การเทียบเคียงคุณวุฒิ เกิดความเชื่อมั่น น่าเชื่อถือ และความไว้วางใจต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ของคุณวุฒิระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน อีกทั้งให้รองรับความหลากหลายของระบบคุณวุฒิของแต่ละประเทศสมาชิก ซึ่งจะนำไปสู่การเคลื่อนย้ายแรงงานในภูมิภาคอาเซียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ สำหรับการประชุม AQRFC ครั้งที่ 17 จะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 5 สิงหาคม 2569 เพื่อร่วมกันพิจารณาวาระการประชุมและขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและบรรลุเป้าหมายตามกรอบความร่วมมือที่กำหนดไว้


10 โรงเรียนในเครือเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า แถลงความพร้อม จัดใหญ่ "งานกีฬาประเพณีพระเกี้ยวน้อมเกล้าสัมพันธ์ ครั้งที่ 2" ณ ราชมังคลากีฬาสถาน

 10 โรงเรียนในเครือเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า แถลงความพร้อม จัดใหญ่ "งานกีฬาประเพณีพระเกี้ยวน้อมเกล้าสัมพันธ์ ครั้งที่ 2" ณ ราชมังคลากีฬาสถาน

3 สิงหาคม 2569 — เครือข่ายโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า จัดพิธีแถลงข่าวการแข่งขัน “งานกีฬาประเพณีพระเกี้ยวน้อมเกล้าสัมพันธ์ ครั้งที่ 2” อย่างเป็นทางการ ณ หอประชุมสมเด็จย่า 100 ปี โดยมีคณะผู้บริหาร คณะครู สมาคมผู้ปกครองและครู เครือข่ายผู้ปกครอง และชมรมกีฬา เข้าร่วมงานอย่างพร้อมพรั่ง

นายพิสิษฐ์ ศุภวัฒน์ธนบดี ผู้อำนวยการโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ในฐานะประธานจัดงาน เปิดเผยว่า การแข่งขันกีฬาประเพณีในปีนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อ:

สร้างความสามัคคี: เสริมสร้างขวัญ กำลังใจ และมิตรภาพอันดีระหว่างนักเรียน ครู และบุคลากร

ส่งเสริมศักยภาพ: เปิดพื้นที่ให้นักเรียนได้แสดงความสามารถด้านกีฬาและการทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่

กระชับความสัมพันธ์เครือข่าย: ขับเคลื่อนความร่วมมือในฐานะภาคีเครือข่ายองค์กรแห่งการเรียนรู้ (School as Learning Community: SLC)

เชิดชูเกียรติ: ยกย่องแบบอย่างที่ดีด้านการปฏิบัติงานและคุณธรรมจริยธรรม

🏆 ไฮไลต์การแข่งขัน และ 10 สถาบันที่เข้าร่วม

การแข่งขันกีฬาประเพณีฯ ครั้งที่ 2 กำหนดจัดขึ้นระหว่าง วันเสาร์ที่ 5 – วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2569 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน (เวลา 08.30 – 17.00 น.) โดยมีการชิงชัยใน 2 ประเภทกีฬาหลัก ได้แก่:

ฟุตบอลชาย (รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี)

กรีฑา (ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และตอนปลาย ทั้งประเภทชาย-หญิง)

วิ่ง 100 เมตร / 200 เมตร / 400 เมตร / วิ่งผลัด 4 × 100 เมตร

โดยเป็นการรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ของ โรงเรียนในเครือเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ทั้ง 10 แห่ง ได้แก่: 

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า 

โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า 

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า กบินทร์บุรี 

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า นนทบุรี 

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า กุนนที 

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า นครราชสีมา

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ปทุมธานี

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า สมุทรปราการ

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า อุตรดิตถ์

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า สระบุรี

แมตช์หยุดโลก! สัมผัสความสนุกกับ "ฟุตบอลนัดพิเศษ" การประชันแข้งระหว่าง ทีมศิลปินเพื่อนโจอี้จิตอาสา & น้ำ รพีภัทร ปะทะ ทีม VIP ผู้ปกครองและครู ที่จะมาสร้างสีสันและรอยยิ้มในสนาม



📌 ขอเชิญชวนร่วมชมและเชียร์

ขอเชิญชวนคณะครู นักเรียน ผู้ปกครองจากทั้ง 10 สถาบัน ตลอดจนประชาชนและผู้สนใจทั่วไป ร่วมเข้าชมและส่งกำลังใจให้นักกีฬาใน วันเสาร์ที่ 5 และวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2569 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน

#พระเกี้ยวน้อมเกล้าสัมพันธ์ครั้งที่2 #กีฬาประเพณีพระเกี้ยวน้อมเกล้า #เตรียมน้อม #ราชมังคลากีฬาสถาน

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569

APPTech EXPO 2026 เทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อการพัฒนาชุมชน

 APPTech EXPO 2026 เทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อการพัฒนาชุมชน

หน่วยบริหารจัดการทุนด้านพัฒนาพื้นที่ (บพท.)

สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน)

บพท. ร่วมกับเครือข่าย มทร. เครือข่าย มรภ. และเครือข่ายมหาวิทยาลัยในพื้นที่ เชิญชวนผู้สนใจร่วมค้นหานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสม หรือ Appropriate Technology (AppTech) เพื่อยกระดับการผลิตให้ธุรกิจตนเองและชุมชน ในงาน APPTech EXPO 2026 : พลังเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อการพัฒนาชุมชนพื้นที่ “สร้างนวัตกรชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 4-5 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ   


ประเทศไทยมีเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยมากกว่า 20,000 รายการ และเมื่อผ่านการคัดกรองด้านราคา การประยุกต์ใช้ สิทธิบัตร และผลสำเร็จในการใช้งาน มีอยู่ประมาณ 3,500 เทคโนโลยีที่สามารถพัฒนาเป็นคลังความรู้และนำไปใช้ประโยชน์ได้ โดยหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ หน่วยงานสังกัดสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. มีการรวบรวมเป็นคลังความรู้ในรูปแบบ Appropriate Technology Platform (AppTech Platform) เพื่อให้เกิดการนำใปใช้ประโยชน์ในวงกว้าง ทั้งระดับผู้ประกอบการ ธุรกิจชุมชน วิสาหกิจชุมชน จนถึงระดับครัวเรือน 

และหนึ่งในการต่อยอดนวัตกรรมไปสู่การใช้งานจริง ก็คือ การดำเนินแผนงาน “การวิจัยต่อยอดเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology)” ภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. “ครัวเรือนในชนบทและผู้ประกอบการในพื้นที่ มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม (12,000 ครัวเรือนในชนบท มีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 5,000 บาทต่อเดือน ภายใน 2 ปี)” โดยใช้ AppTech Platform ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เชื่อมโยงข้อมูล เทคโนโลยี นักวิจัย มหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการ และครัวเรือน เข้าด้วยกัน ซึ่งสามารถติดตามรายได้ ต้นทุน เทคโนโลยี และความก้าวหน้าของโครงการแบบ Real Time และนำข้อมูลไปใช้กำหนดนโยบายบนฐานข้อมูลจริง 


ที่สำคัญ AppTech Platform ยังมุ่งพัฒนาไปสู่ Technology Marketplace ที่เปลี่ยนจากการนำเทคโนโลยีจากนักวิจัยไปหาชุมชนมาเป็นการพัฒนาแบบ Demand-driven คือเริ่มจากปัญหาและความต้องการของชุมชน แล้วให้นักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีมาตอบโจทย์โดยตรง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจาก Technology Push สู่ Demand-driven Innovation และทำให้งานวิจัยกลายเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพชีวิต มากกว่าจะเป็นเพียงผลผลิตทางวิชาการ


หัวใจสำคัญของ Appropriate Technology คือการเปลี่ยนวัฒนธรรมจาก “การช่วยเหลือ” เป็น “การร่วมสร้าง” (Co-Creation) ที่ภาครัฐ มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และชุมชนต้องร่วมกันพัฒนา โดยชุมชนไม่ใช่ผู้รอรับ แต่เป็นผู้ร่วมลงทุน ร่วมใช้ และร่วมพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งในระหว่างโครงการ ชุมชนสามารถทดลองใช้เทคโนโลยีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่เมื่อโครงการสิ้นสุด ชุมชนจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะซื้อ เช่า หรือคืนเทคโนโลยี หากยอมลงทุนต่อ นั่นหมายความว่าเทคโนโลยีนั้นสามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจได้จริง 

รองศาสตราจารย์ ดร.พีรเดช ทองอำไพ ประธานคณะทำงานกำกับทิศทาง พิจารณา ติดตามและประเมินผล ภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. “ครัวเรือนในชนบทและผู้ประกอบการในพื้นที่ มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม (12,000 ครัวเรือนในชนบท มีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 5,000 บาทต่อเดือน ภายใน 2 ปี)” กล่าวว่า เป้าหมายหลักของโครงการ คือการทำให้ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการ มีรายได้เฉลี่ยสุทธิเพิ่มขึ้นจากนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่เขานำไปใช้ เฉลี่ยเดือน 5,000 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน หรือปีละ 60,000 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งในปีแรกของโครงการ (ปีงบประมาณ 2568) ได้ให้ทุนสนับสนุนตรงกับผู้ใช้เทคโนโลยีจำนวน 87 โครงการ พบว่ารายได้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นจากผู้เข้าร่วมโครงการในปีแรก 11,897 ราย คิดเป็นเงินกว่า 945 ล้านบาท โดย 58 เปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าร่วมโครงการ (6,934 ราย) มีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นมากกว่า 60,000 บาทต่อปี  (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ก.ค. 69)


จากความสำเร็จครั้งนี้ จึงเป็นที่มาของการจัดงาน  AppTech EXPO 2026 : พลังเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อการพัฒนาชุมชนและพื้นที่ “สร้างนวัตกรชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน” ในวันที่ 4 - 5 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ เพื่อนำเสนอความสำเร็จของการขยายผลการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) และนวัตกรรมพร้อมใช้ ไปสู่วงกว้าง โดยมีนวัตกรชุมชนจากทุกภูมิภาคมาร่วมพูดคุยและถึงบอกเล่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตนเอง กับอาชีพ และกับชุมชนพื้นที่ ทั้งนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “อว.เชื่อมองค์ความรู้ ขยายเทคโนโลยีที่เหมาะสม สร้างนวัตกรชุมชน สู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” และมอบรางวัลนวัตกรระดับดีเด่น 5 รางวัล พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการ 

สำหรับผู้สนใจร่วมงาน AppTech EXPO 2026 : พลังเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อการพัฒนาชุมชนและพื้นที่ “สร้างนวัตกรชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน” สามารถลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfRykE_klAykcLWO7TWzPWJ31p4Vnl8mnU6J5PZ2S6_VaiudQ/viewform?usp=dialog   หรือลงทะเบียนที่หน้างาน (ไม่มีค่าใช้จ่าย)


............................................................

วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่! "ALTANI" รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของพี่น้องมุสลิม 100% ความภาคภูมิใจของภาคใต้

 สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่! "ALTANI" รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของพี่น้องมุสลิม 100% ความภาคภูมิใจของภาคใต้

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569— บริษัท ปตานี พาวเวอร์ จํากัด จัดพิธีเปิดโรงงานผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์​ ALTANI อย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายอรุณ​ บุญชม จุฬาราชมนตรี เป็นประธานในการประกอบพิธีดูอาร์และละหมาดขอพร เพื่อความเป็นบารอกัตแก่โรงงานและผู้ร่วมลงทุนทุกฝ่าย โดยมี นางนภัสสรณ์ วงศ์แจ่มเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ปตานี พาวเวอร์ จํากัดผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายสหกรณ์อิสลาม สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน




โรงงานแห่งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและเครือข่ายสหกรณ์อิสลามแห่งประเทศไทย ได้แก่ เครือข่ายสหกรณ์อิสลามแห่งประเทศไทย สหกรณ์อิสลามอิบนูอัฟฟาน จํากัด สหกรณ์อิสลามอิบนูเอาฟ จํากัด และสหกรณ์อิสลามปัตตานี จํากัด ถือเป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของพี่น้องมุสลิม 100% แห่งแรกในพื้นที่จังหวัดภาคใต้


อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานในพิธีเปิดงาน กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือความมุ่งมั่น และวิสัยทัศน์ของทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันสร้างโอกาสใหม่ให้เกิดขึ้นกับพื้นที่จังหวัดปัตตานีและจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมระบุว่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ ALTANI เป็นแบรนด์ของพี่น้องมุสลิมไทย 100% ที่จะสร้างนวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพิ่มมูลค่า และสร้างงานให้กับคนในพื้นที่ เป็นแรงผลักดันให้เกิดการลงทุน การสร้างโรงงาน การพัฒนานวัตกรรม และการสร้างอุตสาหกรรมแห่งใหม่ ที่มีเป้าหมายสร้างงาน สร้างอาชีพ พัฒนาทักษะแรงงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

"ผมเชื่อมั่นว่า โรงงานแห่งนี้จะเป็นมากกว่าฐานการผลิต แต่จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ และเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ การสร้างนวัตกรรม การพัฒนาบุคลากร และการสร้างโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่" อาจารย์วันมูหะมัดนอร์กล่าว พร้อมอวยพรให้บริษัท ปตานี พาวเวอร์ จํากัด และแบรนด์ ALTANI ประสบความสําเร็จ เติบโตสู่ระดับประเทศและก้าวสู่เวทีระดับอาเซียน ก่อนกล่าวประกาศเปิดโรงงานผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า บริษัท ปตานี พาวเวอร์ จํากัดอย่างเป็นทางการ

ภายในงาน นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี ได้เป็นประธานนําพิธีดูอาร์และละหมาดขอพรตามหลักศาสนาอิสลาม​ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่การเริ่มต้นสายการผลิต และขอพรให้การดําเนินธุรกิจของบริษัท ปตานี พาวเวอร์ จํากัด​ เจริญก้าวหน้า สร้างคุณประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน

นางนภัสสรณ์ วงศ์แจ่มเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตานี พาวเวอร์ จํากัด กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของ ALTANIไม่ได้เริ่มจากคําถามว่าจะสร้างรถแบบไหน แต่เริ่มจากคําถามว่าจะสร้างโอกาสให้คนในภาคใต้ได้อย่างไร โรงงานแห่งนี้จึงไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพียงเพื่อเป็นฐานการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างงาน พัฒนาทักษะแรงงาน สร้างอาชีพ และต่อยอดอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในภาคใต้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน



ในส่วนของแผนการเติบโตของ ALTANI บริษัทวางเป้าหมายการดําเนินงานเมื่อยอดขายถึง 30,000 คัน จะเปิด

ให้บริการระบบ Battery Swap เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานให้กับผู้ขับขี่ และเมื่อยอดขายเติบโตถึง 100,000​ คัน บริษัทจะเดินหน้าขยายการลงทุนและติดตั้งโรงงานในจังหวัดปัตตานี เพื่อเพิ่มกําลังการผลิตให้รองรับความต้องการที่เติบโตขึ้น พร้อมทั้งวางรากฐานให้ปัตตานีเป็นฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบของภาคใต้ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การพัฒนาทักษะแรงงาน ไปจนถึงการสร้างห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยสร้างงานและกระจายรายได้สู่ชุมชนโดยรอบโรงงานอย่างเป็นรูปธรรมเราเชื่อว่าหากภาคใต้มีอุตสาหกรรมของตัวเอง คนในพื้นที่ก็จะมีโอกาสของตัวเอง วันนี้ ALTANI พร้อมเดินหน้าสร้างงานสร้างอาชีพ และสร้างอนาคตให้กับคนในพื้นที่ไปพร้อมกัน


หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่ สหกรณ์อิสลามอิบนูอัฟฟาน จํากัด สหกรณ์อิสลามอิบนูเอาฟ จํากัด และสหกรณ์อิสลามปัตตานี จํากัด

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) อุทิศถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ พร้อมนำเครื่องอุปโภคบริโภคในพิธี บริจาคให้แก่มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่ออุทิศถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) อุทิศถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ พร้อมนำเครื่องอุปโภคบริโภคในพิธี บริจาคให้แก่มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่ออุทิศถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ





วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม  ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญพระกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) ในพิธีข้ามสะพานโอฆสงสาร น้อมอุทิศถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้  พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึก ยุคล พลตรี หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล และ หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล เสด็จแทนพระองค์ไปในพิธีการบำเพ็ญพระกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) ประกอบด้วย บรรพชิตจีนนิกายสวดพระพุทธมนต์เปิดมณฑลพิธีและพิธีสรงดวงพระวิญญาณ พิธีสรงน้ำดวงพระวิญญาณ พิธีสังวัธยายสุขาวดีวยูหสูตร พิธีลอยกระทง และปล่อยนกปล่อยปลา พิธีโยคะตันตระ (ทิ้งกระจาด) และพิธีสดับปกรณ์ โดยมี นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย คณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และคณะหน่วยงานในเครือ เฝ้ารับเสด็จฯ และเข้าร่วมในพิธี เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ บริเวณพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง






สำหรับในการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดสร้างเครื่องกระดาษ ประกอบด้วย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ฉลองพระองค์ทำจากกระดาษ จำนวน 8 ชุด ประกอบด้วยฉลองพระองค์ที่เคยทรงในโอกาสต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นชุดที่ออกแบบตัดเย็บโดยใช้ผ้าไทยในท้องถิ่นจากภูมิภาคต่างๆ ทั้งหมดล้วนแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพันปีหลวงที่ทรงให้ความสำคัญและทรงยกระดับผ้าไทยสู่สากล เผยแพร่ความงดงามของหัตถศิลป์ไทยสู่สายตาชาวโลก ได้แก่ 

1. ฉลองพระองค์ตัดเย็บจากผ้าไหมปักประดับด้วยปีกแมลงทับ พระสนับเพลาแบบป้ายตัดเย็บจากผ้าไหมเครป ประดับพู่ไหม

2.ฉลองพระองค์แบบผสมผสานไทย พ.ศ. 2528 "จากจุดเริ่มต้นที่ผ้าไหมมัดหมี่ พระราชประสงค์ในการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นก็ขยายไปพื้นที่อื่นๆ ด้วย เช่น ผ้าไหมแพรวาที่เป็นวัฒนธรรมการทอผ้าของชาวผู้ไท บ้านโพน จ.กาฬสินธุ์ ลักษณะดั้งเดิมของผ้าไหมแพรวา คือเป็นผ้าหน้าแคบ ใช้ห่มเฉียงบ่าเหมือนสไบ เมื่อมีพระราชประสงค์ให้ส่งเสริมการทอผ้าแพรวาเพื่อสร้างอาชีพ สืบต่อวัฒนธรรมไม่ให้สูญหาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปรับผ้าแพรวาโดยขยายเป็นผ้าหน้ากว้าง เพื่อสามารถนำไปตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าได้ รวมถึงสีจากเดิมที่มีสีแดง ก็เพิ่มสีอื่นๆ เข้ามา ดังเช่นฉลองพระองค์องค์นี้ที่เป็นสีชมพูพาสเทล"

3. ฉลองพระองค์แบบสากล "ฉลองพระองค์ องค์นี้ เป็นฉลองพระองค์ทรงงาน ทรงเมื่อเสด็จเยี่ยมราษฎรทางภาคเหนือ มีการตกแต่งด้วยผ้าชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิ์ติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

4. ฉลองพระองค์ชุดสูท ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

ตัดเย็บจากผ้าไหมมัดหมี่และผ้าไหมเครป จากห้องเสื้อบัลแมง โดยนายอีริก มอร์เทนเซน 

5. ฉลองพระองค์ชุดราตรี พ.ศ. 2528 ฉลองพระองค์องค์ตัดเย็บด้วยผ้าไหมมัดหมี่ ทรงเมื่อครั้งเสด็จฯ 

เยือนสหรัฐอเมริกาในปี 2528 เดิมทีผ้าไหมมัดหมี่เป็นผ้าที่ใช้นุ่งในชีวิตประจำวัน 

6. ฉลองพระองค์แบบผสมผสานไทย จากห้องเสื้อบัลแมง โดยนายอีริก มอร์เทนเซน ตัดเย็บจากผ้าไหมมัดหมี่

7. ฉลองพระองค์ชุดราตรีสีกรมท่า ตัดเย็บโดยผ้าไหมกำมะหยี่ ปักประดับดิ้นทอง ลูกปัด และเลื่อม  ฝีมือการออกแบบตัดเย็บของนายปีแอร์ บัลแมง

8. ฉลองพระองค์ชุดภูไท ตัดเย็บจากผ้าไหมแพรวา เมื่อครั้งทรงเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรชาวบ้านโพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นหญิงชาวภูไทแต่งกายด้วยเสื้อแขนกระบอกสีดำ และห่มสไบเฉียงผ้าแพรวาสีแดงอย่างงดงาม จึงทรงมีพระราชดำรัสว่า  "ผ้าที่ใส่นี่สวยมาก ทอให้พระราชินีได้ไหม" และทรงนำมาพัฒนาต่อยอดจนผ้าไหมแพรวากลายเป็น "ราชินีแห่งไหมไทย" ในโครงการศิลปาชีพ





อีกทั้งยังมี  สุนัขทรงเลี้ยงจำลองเหมือนจริง จำนวน 9 ตัว ได้แก่  คุณซูซี่ พันธุ์ Cocker Spaniel  คุณตุ้งติ้ง พันธุ์ Cocker Spaniel คุณเมเมี้ยว พันธุ์ Cocker Spaniel คุณหมีขาว พันธุ์ West Highland White Terrier คุณนกฮูก พันธุ์ Shih.Tzu คุณพุดดิ้ง พันธุ์ York Shire. Terrier คุณละเวง พันธุ์ Cocker Spaniel หลวงแจ่มภักดี พันธุ์ Saint Bernard และคุณสุดหล่อ พันธุ์ Dalnatian นอกจากนี้ ยังมีข้าราชบริพาร มหาดเล็ก คุณข้าหลวง นางสนองพระโอษฐ์ จำลองชุดปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่จริง จำนวน 16 คน เครื่องกระดาษชุดรถยนต์พระที่นั่ง มีสารัตถี 1 คน เครื่องกระดาษหีบทอง  โรงโขนละครจำลอง ภูเขาเงิน ภูเขาทอง ภูเขาเสริมพระบารมี พระคลังเงิน พระคลังทอง และเครื่องราชูปโภค




และในวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 มูลนิธิฯ นำเครื่องอุปโภคบริโภคในพิธีโยคะตันตระ (ทิ้งกระจาด) ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมัน น้ำปลา และน้ำดื่ม บริจาคให้แก่มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี  นางวิภา ภัทรกุลพงษ์ ประธานคณะทำงานบริหารของบริจาค มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบ ณ มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย เขตราชเทวี กรุงเทพฯ


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นองค์กรสาธารณกุศล ก่อตั้งขึ้นมากว่า 116 ปี โดยชาวจีนโพ้นทะเลที่เข้าพึ่งพระบรมโพธิสมภารในประเทศไทยเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างที่สุดมิได้จากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีคุณูปการใหญ่หลวง ดังนั้น มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วยคณะกรรมการ และหน่วยงานในเครือ จึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) น้อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตามประเพณีทางพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานจีนนิกาย ด้วยความจงรักภักดี ความกตัญญูกตเวทิตา ด้วยความน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และพร้อมตอบแทนคุณแผ่นดิน ด้วยการทำคุณงามความดีต่อไปตราบนานเท่านาน ภายใต้ปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”  

.

#########

ศธ. เปิดฉากการประชุม AQRFC ครั้งที่ 17 เดินหน้าขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน มุ่งยกระดับมาตรฐานการศึกษาภูมิภาค

  ศธ. เปิดฉากการประชุม AQRFC ครั้งที่ 17 เดินหน้าขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน มุ่งยกระดับมาตรฐานการศึกษาภูมิภาค วันที่ 3 สิงหาคม 2569...