วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ศน. ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ จัด “มหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวร” สืบสานคุณธรรม ต่อยอดทุนวัฒนธรรมสู่ชุมชน

 ศน. ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ จัด “มหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวร” สืบสานคุณธรรม ต่อยอดทุนวัฒนธรรมสู่ชุมชน



วันที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลา 19.00 น. กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับจังหวัดสตูล และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ จัดพิธีเปิดงาน “มหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวร ภาคกใต้” ภายใต้โครงการพลังบวรในมิติศาสนา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7–9 สิงหาคม 2569 



ณ ลานวัฒนธรรม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ คฤหาสน์กูเด็น ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล โดยมี นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยคือ นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายกิตติพงษ์ แก้วยอดทอง วัฒนธรรมจังหวัดสตูล หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำศาสนา 5 ศาสนา ภาคีเครือข่ายชุมชนคุณธรรมพลังบวรจาก 14 จังหวัดภาคใต้ ประชาชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนชุมชนคุณธรรมด้วยพลัง "บวร" ผ่านการบูรณาการทุนทางศาสนา วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่การพัฒนาชุมชนอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน




ภายในงานมีกิจกรรม อาทิ การบรรยายให้ความรู้ เกี่ยวกับการสร้างสรรค์ พัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ชุมชน การบรรยาย “รวมพลังบวร สร้างเศรษฐกิจชุมชน”หัวข้อ “ตลาดออนไลน์ สร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน”และกิจกรรม WORK SHOP เยี่ยมชมบูธแสดงสินค้าทางวัฒนธรรมจำนวน 40 บูธ ชมการแสดงวัฒนธรรมพหุศิลป์ ถิ่นแดนใต้ ,ว่าวควายระเริงรม ภูมิปัญญาศิลป์ถิ่นสตูล ,วิถีคนชาวเล แห่งอันดามัน ,สีสันลายผ้าบาติก ,จำปาดะ ราชินีผลไม้แห่งเมืองสตูล,เคบาย่า สู่มรดกโลก , ขวัญสตูล ,ลีลาชาชัก และ ลิเกป่า  ชมการแสดง Motion Mapping ชื่อชุดการแสดง “สีสันแห่งศรัทธา รวมพลังบวร 14 จังหวัดภาคใต้” การแสดงจากศิลปิน เบนซ์ จริยา แอมป์ ซีทรู และน้องเพลง โรงเรียนเทศบาล 5 วัดหัวป้อมนอก อีกทั้งภายในงานมีนิทรรศการสาธิตอาหารพื้นบ้าน และนิทรรศการผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณธรรมพลังบวร จากทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้

สำหรับการจัดงานมหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวร" ประจำปี 2569 ได้จัดทั้ง 4 ภาค ได้แก่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 - 14 มิถุนายน 2569 ณ ลานสาเกตนคร 

(หอโหวดร้อยเอ็ด) สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ บึงพลาญชัย อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ภาคกลาง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 19 กรกฎาคม 2569 ณ บริเวณชายหาดพัทยากลาง เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ภาคเหนือ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๔ – ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙  ณ ลานรถม้า ชั้น ๑ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลำปาง อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง และภาคใต้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 9 สิงหาคม 2569 

ณ ลานวัฒนธรรม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ คฤหาสน์กูเด็น ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล


นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม มุ่งมั่นที่จะพลิกโฉมวัฒนธรรมไทยสู่การเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และ Soft Power ของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับสร้างคนดี มีคุณธรรม เสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็งผ่านพลังความร่วมมือภายใต้แนวคิด “บวร” (บ้าน วัด/ศาสนสถาน โรงเรียน) และหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมกับการสืบสาน รักษาคุณค่า และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่อย่างมีชีวิต  


อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อว่า การจัดงาน “มหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวร ภาคใต้” ในครั้งนี้ ยังสอดคล้องกับนโยบายสำคัญด้านเศรษฐกิจวัฒนธรรม ที่มุ่งเน้นการแปลงทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นคุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง (High Value) ผ่านการยกระดับผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และเชื่อมโยงอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าของท้องถิ่นสู่สายตาสากล โดยเวทีนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ขยายผลความสำเร็จ และสร้างแรงบันดาลใจผ่านเครือข่ายชุมชนคุณธรรมจาก 14 จังหวัดภาคใต้




ภายในงาน ประชาชนจะได้ร่วม “ชม ชิม ช็อป” ผลิตภัณฑ์จากชุมชนคุณธรรม ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม การสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่น และกิจกรรมที่สะท้อนความหลากหลายทางศาสนาและ

พหุวัฒนธรรมของภาคใต้ อันเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม ควบคู่กับการสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ตามเป้าหมายในการนำวัฒนธรรมไทยก้าวไกลสู่อนาคตอย่างมั่นคงต่อไป ////


ศน. ผสานพลัง 14 จังหวัดภาคใต้ ขับเคลื่อนแผนส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 3​ สร้างสังคมคุณธรรมเข้มแข็ง

 ศน. ผสานพลัง 14 จังหวัดภาคใต้ ขับเคลื่อนแผนส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 3​ สร้างสังคมคุณธรรมเข้มแข็ง



วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามผลการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566–2570) ประจำปีงบประมาณ 

พ.ศ. 2569 ระดับภาคใต้ ณ โรงแรมสินเกียรติบุรี อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล โดยมี นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วย นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ผู้แทนศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) วัฒนธรรมจังหวัด และเครือข่ายส่งเสริมคุณธรรมจาก 14 จังหวัดภาคใต้ เข้าร่วมประชุมกว่า 106 คน



นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กรมการศาสนามุ่งขับเคลื่อนการส่งเสริมคุณธรรมของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักคุณธรรม 5 ประการ ได้แก่ “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู” ผ่านการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันศาสนา และชุมชน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมของประชาชน และขยายผลต้นแบบความสำเร็จสู่สังคมในวงกว้าง อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมคุณธรรมที่เข้มแข็งและยั่งยืน






ภายในงานมีการบรรยาย หัวข้อ “แนวทางการส่งเสริมคุณธรรม 5 ประการ ภายใต้มิติหลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงามในระดับพื้นที่” ,“ความสำเร็จในการขับเคลื่อนบุคคล ชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรม เชิงพื้นที่ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 - 2570)” ตลอดจนการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิเคราะห์ปัจจัยความสำเร็จ ความท้าทาย และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2571 – 2575) ซึ่งจะเป็นกรอบทิศทางสำคัญในการพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมคุณธรรมอย่างยั่งยืน



อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อว่า การประชุมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามผลการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติใน 4 ภูมิภาค ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สะท้อนผลการดำเนินงาน รับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ตลอดจนร่วมกันวิเคราะห์ประเด็นที่มีความท้าทายและแนวทางพัฒนาการขับเคลื่อนงานส่งเสริมคุณธรรมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา และเครือข่ายคุณธรรมจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 680 คน

ทั้งนี้ ข้อเสนอและความคิดเห็นจากทั้ง 4 ภูมิภาค จะถูกรวบรวมนำเสนอต่อคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดนโยบาย ทิศทาง และจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 3 รวมถึงวางแนวทางการขับเคลื่อนงานในระยะต่อไป อันนำไปสู่การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสร้างสังคมคุณธรรม จริยธรรม พร้อมร่วมผลักดันประเทศไทยก้าวสู่ “สังคมคุณธรรม” อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในทุกมิติ


วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569

วว. ชูนวัตกรรม “สารควบคุมการเจริญเติบโตพืช” กอบกู้สวนกล้วยหอม แก้ปัญหาต้นหักโค่นจากลมพายุพร้อมเพิ่มขนาดผลผลิต-เพิ่มรายได้เกษตรกรไทย 20–25%

 วว. ชูนวัตกรรม “สารควบคุมการเจริญเติบโตพืช” กอบกู้สวนกล้วยหอม แก้ปัญหาต้นหักโค่นจากลมพายุพร้อมเพิ่มขนาดผลผลิต-เพิ่มรายได้เกษตรกรไทย 20–25%

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ประสบผลสำเร็จในการประยุกต์ใช้ "เทคโนโลยีสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช" เสริมแกร่งเกษตรกรรมกล้วยหอม ตอบโจทย์เกษตรกรยุคใหม่ ลดความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศผันผวน พร้อมยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดคุณภาพ

1.ปลดล็อกความเสี่ยงพายุฤดูร้อน ด้วยเทคโนโลยี "ต้นเตี้ย ลำต้นใหญ่"  นำสารพาโคลบิวทราโซล (Paclobutrazole) เข้ามาช่วยยับยั้งการยืดตัวของลำต้น โดยใช้กับต้นกล้วยที่มีอายุ 3.5 เดือน หรือมีความสูงราว 130–140 ซม.  ช่วยปรับลดความสูงของต้นกล้วยจากเดิมที่สูงกว่า 4 เมตร ให้เหลือเพียง 2.0–2.5 เมตร พร้อมเพิ่มขนาดเส้นรอบวงลำต้นจาก 45–60 ซม. ขยายใหญ่ขึ้นเป็น 70–90 ซม. ทำให้ลำต้นแข็งแรง รับน้ำหนักเครือได้ดีเยี่ยม ต้านทานแรงลม ลดการหักล้ม และช่วยให้ดูแลรักษาตลอดจนเก็บเกี่ยวได้ง่ายขึ้น

2.อัปเกรดผลผลิต “ใหญ่ ยาว น้ำหนักดี” ทันใจตลาด  นอกจากแก้ปัญหาลำต้นหักล้มแล้ว วว. ยังเติมเต็มประสิทธิภาพการผลิต ด้วยการใช้สาร จิบเบอเรลลิน (Gibberellin) ซึ่งมีฤทธิ์ยืดขยายขนาดเซลล์ผล ช่วยแก้ปัญหาผลพัฒนาช้าจากสภาวะอากาศแปรปรวน (ฟ้าครึ้ม อากาศเย็น) ที่มักทำให้ผลผลิตกระจุกตัว  สามารถเพิ่มขนาดผล ความยาว และเพิ่มน้ำหนักผลผลิตกล้วยหอมสูงขึ้นถึง 20–25% ได้กล้วยหวีสวย ผลใหญ่ เกรดเอ ตรงตามความต้องการของตลาดและผู้บริโภค


การนำเทคโนโลยีสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชมาใช้อย่างถูกต้อง ไม่เพียงแต่ช่วยกู้วิกฤตความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและสภาพอากาศที่ผันผวนให้แก่เกษตรกรเท่านั้น แต่ยังเป็น "เครื่องมือยกระดับเศรษฐกิจฐานราก" ที่ช่วยลดต้นทุนการจัดการ ลดอัตราการสูญเสียผลผลิต และเพิ่มมูลค่ารายได้ต่อไร่ให้แก่เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของงานวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย ในการเปลี่ยนวิกฤตเกษตรกรรมให้เป็นโอกาสความมั่นคงและยั่งยืนอย่างแท้จริง


#สารควบคุมการเจริญเติบโตพืช #กล้วยหอม #วทน #เกษตรกร #เศรษฐกิจ

#สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย 

#อว #วว #TISTR #ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์


กรมการท่องเที่ยวปั้นผู้ประสานงานกองถ่ายต่างชาติมืออาชีพ เสริมความพร้อมไทยสู่ศูนย์กลางการถ่ายทำระดับนานาชาติ

 กรมการท่องเที่ยวปั้นผู้ประสานงานกองถ่ายต่างชาติมืออาชีพ เสริมความพร้อมไทยสู่ศูนย์กลางการถ่ายทำระดับนานาชาติ

กรมการท่องเที่ยว เดินหน้าส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย จัดอบรมพัฒนาศักยภาพผู้ประสานงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 6–7 สิงหาคม 2569 เพื่อยกระดับการให้บริการแก่คณะถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศให้มีมาตรฐาน สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยนายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว มอบหมายให้นางสาวอุบลวรรณ สุจริตกุล ผู้อำนวยการกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ เป็นประธานเปิดการอบรม ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า การจัดอบรมครั้งนี้ มุ่งเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย กฎ ระเบียบ ขั้นตอนการขออนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ และแนวปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ประสานงานสามารถปฏิบัติงานและให้คำแนะนำแก่คณะถ่ายทำได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งเปิดโอกาสให้ภาครัฐและภาคเอกชนที่มีบทบาทสำคัญในการอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ได้แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการทำงานร่วมกัน เพื่อลดความสับสนและสามารถประสานงานกันได้อย่างราบรื่น








นางสาวอุบลวรรณ สุจริตกุล ผู้อำนวยการกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ กล่าวว่า ผู้ประสานงานกองถ่ายต่างประเทศ มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงกองถ่ายจากต่างประเทศกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ถ่ายทำ ตั้งแต่การยื่นขออนุญาตถ่ายทำ การประสานสถานที่ บุคลากร และอุปกรณ์ ตลอดจนการอำนวยความสะดวกตลอดกระบวนการถ่ายทำ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยการอบรมครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีผู้ประสานงานทั้งรายเดิมและรายใหม่ บุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ผู้ประกอบการ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมอบรมทั้งสิ้น 120 คน ทั้งนี้ ผู้ผ่านเกณฑ์การอบรมตามที่กรมการท่องเที่ยวกำหนด จะมีคุณสมบัติในการขึ้นทะเบียนและรับงานประสานงานกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย 


มกอช. ชี้ชิลีเปิดโอกาสสินค้าไทย ผลไม้เมืองร้อน–อาหารเอเชีย–ผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง มีศักยภาพขยายตลาดสูง

 มกอช. ชี้ชิลีเปิดโอกาสสินค้าไทย ผลไม้เมืองร้อน–อาหารเอเชีย–ผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง มีศักยภาพขยายตลาดสูง

ประเทศชิลี - นางสาวรวินันท์ ฉ่ำเฉลิม รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 3–4 สิงหาคม 2569 คณะผู้แทน มกอช. ได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงซันติอาโก และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงซันติอาโก ลงพื้นที่สำรวจตลาด La Vega ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดค้าปลีกสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ของประเทศชิลี เพื่อศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค สินค้าที่วางจำหน่าย ตลอดจนประเมินศักยภาพและโอกาสในการขยายตลาดสินค้าเกษตรและอาหารของไทยในประเทศชิลี

รองเลขาธิการ มกอช. กล่าวว่า จากการลงพื้นที่และหารือร่วมกับหน่วยงานไทยในต่างประเทศ พบว่า แม้ชิลีจะเป็นผู้ผลิตและส่งออกผลไม้เมืองหนาวรายสำคัญของภูมิภาคลาตินอเมริกา แต่ยังมีความต้องการนำเข้าผลไม้เมืองร้อนอย่างต่อเนื่อง โดยพบการจำหน่ายกล้วยจากเอกวาดอร์ มะพร้าวและมะม่วงจากบราซิล รวมถึงทุเรียนแช่แข็งที่วางจำหน่ายในตลาด สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคชิลีเริ่มคุ้นเคยกับผลไม้เมืองร้อนมากขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการผลักดันผลไม้สด ผลไม้แปรรูป และสินค้าเกษตรมูลค่าสูงเข้าสู่ตลาดแห่งนี้ในอนาคต


นอกจากนี้ ยังพบว่าแนวโน้มความนิยมอาหารเอเชียในชิลีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการนำเข้าเมล็ดพันธุ์และพันธุ์พืชผักสำหรับประกอบอาหารเอเชียเพื่อนำมาเพาะปลูกภายในประเทศมากขึ้น รวมถึงวัตถุดิบที่ใช้ในอาหารไทย ไม่ว่าจะเป็นพืชผัก เครื่องเทศ เครื่องปรุง และผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ สะท้อนว่าตลาดชิลีมีความต้องการสินค้าที่หลากหลาย ไม่ได้จำกัดเฉพาะอาหารสำเร็จรูปเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายตลาดวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อาหารที่มีเอกลักษณ์ของไทยได้มากขึ้น

นางสาวรวินันท์ กล่าวว่า ในด้านศักยภาพของตลาด ชิลีมีระดับรายได้และกำลังซื้อที่น่าสนใจ โดยมีค่าจ้างขั้นต่ำประมาณ 553,553 เปโซชิลี หรือราว 20,000 บาทต่อเดือน ประกอบกับผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัยของอาหาร และสินค้านำเข้า จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนให้สินค้าเกษตรและอาหารของไทยที่มีมาตรฐานสามารถแข่งขันและสร้างโอกาสทางการค้าได้


สำหรับผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง คณะผู้แทนพบว่าตลาดชิลีมีศักยภาพเติบโตสูง เนื่องจากการเลี้ยงสัตว์เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของประชาชน และผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวสำหรับสุนัข (Dog Chews) ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพด้านการผลิตและได้รับการยอมรับในตลาดโลก หากสามารถดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดการนำเข้าและสร้างเครือข่ายการตลาดที่เหมาะสม ก็จะเป็นอีกหนึ่งสินค้าศักยภาพที่สามารถขยายการส่งออกไปยังประเทศชิลีได้

รองเลขาธิการ มกอช. กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจตลาดครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดแนวทางผลักดันการเปิดตลาดสินค้าเกษตรและอาหารของไทย การหารือด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) รวมถึงการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า และเพิ่มโอกาสให้สินค้าเกษตร อาหาร และผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงของไทยสามารถเข้าสู่ตลาดชิลีได้อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการขยายตลาดสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดศักยภาพทั่วโลก ผ่านการยกระดับมาตรฐาน ความปลอดภัย และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคต่างประเทศ

ศน. ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ จัด “มหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวร” สืบสานคุณธรรม ต่อยอดทุนวัฒนธรรมสู่ชุมชน

  ศน. ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ จัด “มหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวร” สืบสานคุณธรรม ต่อยอดทุนวัฒนธรรมสู...