วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

“ตรีนุช” สั่งการกรมพัฒน์ เร่งจัดตั้งศูนย์ซ่อม ช่วยเหลือน้ำท่วม 48 ศูนย์ใน 9 จังหวัดภาคใต้

 “ตรีนุช” สั่งการกรมพัฒน์ เร่งจัดตั้งศูนย์ซ่อม ช่วยเหลือน้ำท่วม 48 ศูนย์ใน 9 จังหวัดภาคใต้



นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สั่งการให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จัดตั้งศูนย์ซ่อม พร้อมระดมช่างทั่วประเทศ ให้บริการตรวจเช็ค และซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ ฟรี เพื่อฟื้นฟูช่วยเหลือน้ำท่วมจังหวัดภาคใต้

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า หลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจังหวัดสงขลา เหตุการนี้สร้างความเสียหายให้ประชาชนเป็นวงกว้าง นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มีมาตรการฟื้นฟูเร่งด่วนของกระทรวงแรงงาน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในส่วนของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้สั่งการให้จัดตั้ง “โรงครัวกระทรวงแรงงาน” ในพื้นที่สถาบันและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทุกจังหวัด เพื่อจัดทำอาหารกล่องแจกจ่ายแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งทางหน่วยงานได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เกิดเหตุอุทกภัย


ขณะนี้น้ำลดระดับลงแล้ว ได้สั่งการให้ทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จัดตั้งศูนย์ซ่อม พร้อมทั้งระดมช่าง เจ้าหน้าที่ วิทยากร เครือข่ายจิตอาสา จากทั่วประเทศร่วมกัน ช่วยเหลือซ่อมแซมอุปกรณ์ทำมาหากิน เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมไปถึงระบบประปา จำนวน 48 ศูนย์ใน 9 จังหวัดภาคใต้ ขอเชิญประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งนี้ ใช้บริการในวันเวลาดังกล่าว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย” อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าว

ปิดฉากการแข่งขันกีฬาซอฟท์เทนนิสกีฬาระหว่างโรงเรียนประจำปีการศึกษา 2568

 ปิดฉากการแข่งขันกีฬาซอฟท์เทนนิสกีฬาระหว่างโรงเรียนประจำปีการศึกษา 2568 

แชมป์แต่ละรุ่นต้องลุ้นกันเหนื่อย "น้องเนยฌัชชา กล่อมกมล และ"น้องซี" ธัชพงศ์ สะอาด คว้าดับเบิ้ลแชมป์ โดยมี นางอุดมลักษณ์ ศิริกุลเลิศรัฐ นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทยเป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขัน

   

เมื่อวันที่ 30 พ.ย.2568 : ที่ สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก จ.ปทุมธานี วันสุดท้ายของการแข่งขันกีฬาซอฟท์เทนนิสกีฬาระหว่างโรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2568 ซึ่งกรมพลศึกษา ร่วมกับสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขันขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 พ.ย.2568 โดยมีผลการแข่งขันในรุ่นต่างๆดังนี้

   

-หญิงเดี่ยว 12 ปี เด็กหญิงนกรณ์ เกตุมะยูร จากนครนายกยังครองแชมป์ในรุ่นนี้อย่างเหนียวแน่นหลังหวดชนะ เด็หญิงวรัญญา ศรีเพ็ง ในรอบชิงชนะเลิศ 4-1 รองชนะเลิศอันดับสองร่วมได้แก่เด็กหญิงณัฐนรี สาสาร และเด็กหญิงณิชาภัทร ผ่องจำปี

-ชายเดี่ยว 12 ปีแชมป์เป็นของเด็กชายปิยะวัฒน์ มั่งคล้าย จากพิจิตรที่หวดชนะเด็กชายธนกร ไชยลังการ จากพระนครศรีอยุธยา ในรอบชิงชนะเลิศ 4-1 รองชนะเลิศอันดับสองเด็กชายสุทธิวิชญ์ อุไรวงค์ และเด็กชายชวนากร ธนีภาพ

-หญิงเดี่ยว 15 ปีแชมป์เป็นของเด็กหญิงเบลินด้า เอนจิ นักหวดสาวลูกครึ่งไทย-กาน่าจากพิจิตรหลังหวดชนะเด็กหญิง ใบบุญ ไกรโชค 4-0 รองชนะเลิศอันดับสองร่วมเด็กหญิงปิยะวรรณ ยั่งยืนกูล และเด็กหญิงกันยกร เกิดแก้ว

-ชายเดี่ยว 15 ปีนายภูมิภัทร เธียรชัยพงษ์ จากพิจิตรคว้าแชมป์ด้วยการหวดชนะนายกฤศวัฒน์ จันทร์ต๊ะแก้ว 4-0 รองชนะเลิศอันดับสองร่วมนายธนกร ไชยลังการ และเด็กชายชัชฌานนท์ บรรจงศิริ

-หญิงเดี่ยว 18 ปีนางสาวชิญญาดา วิทูประพัทธ์ คว้าแชมป์หลังโค่นสาวน้อยลูกครึ่งไทย-กาน่า เด็กหญิงเบลินด้า เอนจิ ไปได้ 4-2 รองชนะเลิศอันดับสองนางสาววรรณิกา เพ็งประไพ และนางสาวสุภาวดี ศรีเพ็ง

-ชายเดี่ยว 18 ปีนายธัชพงศ์ สะอาด นักหวดหนุ่มวัย 16 ปีจากศรีสะเกษคว้าแชมป์หลังดวลเดือดชนะ นายนภัทร์ แซ่จีน จากสมุทรสงคราม 4-2 รองชนะเลิศอันดับ 2 นายปิยะสุวรรณ มั่งคล้าย จากพิจิตร และนายธนกฤษ พงศ์เศวต จากพิษณุโลก

-หญิงเดี่ยว 20 ปีนางสาวฌัชชา กล่อมกมล คว้าแชมป์กลับสุโขทัยหลังหวดชนะนางสาวอลิชา มายา ซีกเลอร์ สาวน้อยลูกครึ่งไทย-เยอรมัน จากศรีสะเกษ 4-1 รองชนะเลิศอันดับสองเด็กหญิงศิริกร พูนผล จากพิษณุโลก และเด็กหญิงเบลินด้า เอนจิ จากพิจิตร

-ชายเดี่ยว 20 ปีแชมป์เป็นของนายภูมิภัทร เธียรชัยพงษ์ จากพิจิตรหวดชนะนายกฤติธี ปลื้มใจ จากสมุทรสงคราม 4-1 รองชนะเลิศอันดับ 2 นายธนกฤษ พงศ์เศวต จากพิษณุโลก และนายจิตติพัฒน์ อุ่นเจริญ

-หญิงเดี่ยวทั่วไป "น้องเนย" นางสาวฌัชชา กล่อมกมล คว้าแชมป์ที่ 2 ด้วยการหวดชนะนางสาวยิ่งลักษณ์ เจริญรักษ์ธนกุล จากกรุงเทพฯ 4-2 รองชนะเลิศอันดับ 2 นางสาวชฎามาส ไตรตระกูลสินธุ์ และเด็กหญิงเบลินด้า เอนจิ

-ชายเดี่ยวทั่วไป "น้องซี" นายธัชพงศ์ สะอาด นักหวดหนุ่มจากศรีสะเกษคว้าดับเบิ้ลแชมป์กลับบ้านหลังหวดชนะ นายส่งเสริม แก้วสุขศรี 4-1 รองชนะเลิศอันดับ 2 นายอรรถพล อิศรางกูร ณ อยุธยา และนายธนกฤษ พงศ์เสวต    

นางอุดมลักษณ์ ศิริกุลเลิศรัฐ นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย ให้เกียรติเป็นประธานในการมอบถ้วยรางวัล-เหรียญรางวัล และเกียรติบัตรแก่นักกีฬาชนะเลิศลำดับต่างๆ และได้กล่าวหลังพิธีการมอบรางวัลว่า "การแข่งขันกีฬาซอฟท์เทนนิสกีฬาระหว่างโรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2568 ปิดฉากลงด้วยความสำเร็จที่น่าพอใจด้วยจำนวนนักกีฬาซอฟท์เทนนิสที่สมัครเข้าร่วมแข่งขันมากขึ้น ถือเป็นการเพิ่มประชากรซอฟท์เทนนิสให้มากขึ้น และมั่นใจได้ว่าการแข่งขันในปีหน้าจะยังคงมีนักกีฬาซอฟท์เทนนิสหน้าใหม่เข้าร่วมแข่งขันมากขึ้น ท้ายนี้ต้องขอขอบคุณกรมพลศึกษา,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี,กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ,นักกีฬา,ผู้ตัดสิน ตลอดจนผู้ปกครอง และทุกภาคส่วนที่ทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งจนการแข่งขันปิดฉากลงด้วยความสำเร็จตามวัตถุประสงค์" นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิส กล่าวทิ้งท้าย

อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสองค์การอนามัยโลกเตือน การปฏิเสธแนวทางการลดอันตรายจากยาสูบ​ จะคร่าชีวิตผู้คนกว่า 100 ล้านคน

 อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสองค์การอนามัยโลกเตือน การปฏิเสธแนวทางการลดอันตรายจากยาสูบ​  จะคร่าชีวิตผู้คนกว่า 100 ล้านคน 



สำนักข่าว AP รายงานบทความจาก 2 อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO ที่เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ยอมรับแนวทางการลดอันตรายจากยาสูบเพื่อช่วยชีวิตคนกว่า 100 ล้านคนก่อนการประชุม COP11 ของกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก (WHO FCTC) ที่เพิ่งเสร็จสิ้นลงเมื่อเร็วๆนี้

อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสขององค์การอนามัยโลก 2 คน ได้แก่ Derek Yach หนึ่งในผู้มีส่วนร่วมในการร่างกรอบอนุสัญญาควบคุมยาสูบ และ Tikki Pang อดีตผู้บริหารฝ่ายวิจัยนโยบายขององค์การอนามัยโลก เรียกร้องให้มีการปฏิรูปอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบ (FCTC) ครั้งใหญ่ โดยพวกเขาให้เหตุผลว่าการปฏิรูปนี้อาจช่วยชีวิตผู้คนได้มากกว่า 100 ล้านคนภายในปี 2060 

ทั้งสองระบุว่าประเทศที่ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบจะประชุมกันที่เจนีวา ตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน เพื่อหารือเกี่ยวกับความคืบหน้าของนโยบายควบคุมยาสูบทั่วโลก ซึ่งประเทศต่าง ๆ จะต้องเผชิญกับข้อเรียกร้องให้เพิ่มข้อจำกัดสำหรับผลิตภัณฑ์นิโคตินที่เสี่ยงน้อยกว่า โดย Yach และ Pang ยืนกรานว่าข้อเรียกร้องเหล่านี้ต้องถูกปฏิเสธ

บทความของเจ้าหน้าที่อาวุโสทั้งสองให้ข้อเสนอแนะว่า “รัฐบาลต้องกล้าท้าทายหลักคำสอนเก่า ๆ ภาคอุตสาหกรรมต้องกล้าจัดสรรทรัพยากรให้สอดคล้องกับระบบสาธารณสุข และภาคประชาสังคมต้องกล้าสนับสนุนหลักวิทยาศาสตร์มากกว่าอุดมคติ

Yach และ Pang ส่งเสียงเรียกร้องไปที่วารสารทางวิทยาศาสตร์และสมาคมการแพทย์ที่สร้างหลักการที่บิดเบือนแก่วงการแพทย์ โดยพวกเขาระบุว่า “หน่วยงานต่าง ๆ ต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบทางจริยธรรมของตน เพื่อให้มั่นใจว่าประโยชน์ของการลดอันตรายเป็นที่เข้าใจอย่างกว้างขวางในหมู่บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งแพทย์ที่ได้รับข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้องยังคงเป็นกำแพงสำคัญที่ขัดขวางการยอมรับในเรื่องการลดอันตราย นอกจากนี้ หน่วยงานเหล่านี้ยังไม่ยอมรับว่าการลดอันตรายส่งผลต่อประเทศยากจนอย่างไร

เนื้อหาส่วนหนึ่งในบทความระบุว่า “ประเทศที่มีรายได้น้อยและปานกลางจะต้องเผชิญกับความตึงเครียดด้านสุขภาพและเศรษฐกิจมหาศาลเป็นเวลาหลายทศวรรษ หากไม่ดำเนินมาตรการเร่งด่วน ผู้เขียนเชื่อว่าที่ประชุม COP11 จะต้องยอมรับความจริงที่ว่า การลดอันตรายจากยาสูบไม่ใช่การถกเถียงในเชิงทฤษฎี แต่เป็นกลยุทธ์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีผลลัพธ์ที่สามารถช่วยชีวิตคนได้

ผู้เขียนยังเปรียบเทียบความก้าวหน้าในประเทศที่พัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนาที่นโยบายการควบคุมยาสูบของ WHO มักไม่ได้รับการตั้งคำถาม

การใช้ผลิตภัณฑ์แบบไม่เผาไหม้เพิ่มสูงขึ้นในประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อิตาลี โปแลนด์ และเยอรมนี และการใช้บุหรี่ไฟฟ้าได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร รัสเซีย และโรมาเนีย ซึ่งอัตราการสูบบุหรี่ในประเทศเหล่านี้ลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้คนหลายล้านคนหันไปใช้ทางเลือกที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า

ในขณะเดียวกัน ประเทศสวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์ก และไอซ์แลนด์ มีการใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินที่ไม่ใช่บุหรี่แบบดั้งเดิมอย่างแพร่หลายส่งผลให้ให้อัตราการสูบบุหรี่และอัตราการเกิดโรคมะเร็งอยู่ในระดับต่ำสุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมาทั่วโลก ประเทศเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมของมนุษย์สามารถเปลี่ยนทิศทางได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น เมื่อผู้บริโภคได้รับทางเลือกอื่นที่เป็นไปได้

ในทางตรงกันข้าม ในประเทศ เช่น อินโดนีเซีย จีน อียิปต์ และจอร์แดน อัตราการสูบบุหรี่ของผู้ชายยังคงสูงเกิน 45% ซึ่งเป็นระดับที่พบเห็นครั้งสุดท้ายที่อังกฤษในช่วงทศวรรษ 1960

ผู้เขียนสรุปว่า “สำหรับผู้แทนจำนวนมาก ที่ไปร่วมการประชุมกรอบอนุสัญญาของ WHO การเรียกร้องให้พิจารณาการลดอันตรายใหม่มักเป็นเรื่องลำบากใจสำหรับพวกเขา” 

ในการประชุม COP11 ปีนี้ ผู้แทนจากประเทศนิวซีแลนด์ หนึ่งในประเทศที่ยึดหลักการลดอันตรายจากการสูบบุหรี่ ผสมผสานกับหลักการ MPOWER ขององค์การอนามัยโลก ได้กล่าวสุนทรพจน์แสดงความก้าวหน้าในการดำเนินการตามอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบและการลดอัตราการสูบบุหรี่

ผู้แทนจากประเทศนิวซีแลนด์กล่าวว่า “ตั้งแต่ปี 2012 อัตราการสูบบุหรี่ต่อวันของผู้ใหญ่ในนิวซีแลนด์ลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง และปัจจุบันอยู่ที่ 6.9% ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการสูบบุหรี่ของผู้ใหญ่ต่ำที่สุดในโลก เราใกล้บรรลุเป้าหมายที่น้อยกว่า 5% แนวคิดเรื่องการรวมพลังเพื่อคนรุ่นใหม่ที่ปลอดบุหรี่นั้นได้รับการตอบรับอย่างแข็งขัน เรามุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงเป้าหมายนี้และประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยจำนวนผู้ที่สูบบุหรี่ทุกวันในกลุ่มคนอายุ 14-24 ปี มีเพียง 3% และในกลุ่มอายุ 15-17 ปี มีเพียง 0.6% เท่านั้น

คนรุ่นใหม่กำลังเติบโตมากับสังคมปลอดบุหรี่ ความก้าวหน้าของเราสะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินมาตรการ MPOWER ของ WHO FCTC อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมปลอดบุหรี่ การขึ้นภาษี บรรจุภัณฑ์เรียบง่าย และคำเตือนด้านสุขภาพ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากแคมเปญการตลาดเพื่อสังคม การสนับสนุนให้เลิกบุหรี่ และการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด การให้การสนับสนุนที่เป็นรูปธรรมและตรงเป้าหมายแก่ประชาชนเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างยิ่ง มาตรการเหล่านี้ส่งผลให้อัตราการสูบบุหรี่ลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่ปี 2005 จนถึงปี 2018

ตั้งแต่ปี 2019 อัตราการสูบบุหรี่ลดลงอย่างรวดเร็วมากขึ้น เนื่องมาจากการดำเนินมาตรการลดอันตรายจากยาสูบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมการเข้าถึงผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า สำหรับประชากรชาวเมารีพื้นเมืองของเรา การสูบบุหรี่ทุกวันลดลงมากกว่า 60% จาก 37.7% ในปี 2012 เหลือ 14.7% ในปี 2024 ซึ่งถือเป็นการลดลงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน “

เราปฏิบัติตามคำแนะนำของ FCTC MPOWER โดยบังคับใช้กฎระเบียบที่สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้พร้อมสนับสนุนให้ผู้คนเลิกสูบบุหรี่ ในขณะเดียวกันก็ลดโอกาสการเข้าถึงของเยาวชน นิวซีแลนด์ยังคงเข้มงวดการควบคุมกฎระเบียบเพื่อปกป้องเยาวชน ตั้งแต่กฎระเบียบด้านการค้าปลีก การควบคุมสินค้า และการตลาด และมาตรการเหล่านี้กำลังได้ผล โดยข้อมูลปี 2025 แสดงให้เห็นว่าอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้ายังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง

นิวซีแลนด์ยังคงมุ่งมั่นที่จะลดอันตรายอันใหญ่หลวงที่เกิดจากการควบคุมยาสูบ โดยทำให้การควบคุมยาสูบทั้งสามด้าน ซึ่งประกอบไปด้วย กลยุทธ์ด้านอุปทาน อุปสงค์ และการลดอันตราย เป็นกลางตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 1D ของอนุสัญญา เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันประสบการณ์และเรียนรู้จากผู้อื่น ขณะที่เราร่วมมือกันเพื่อโลกที่การสูบบุหรี่จะไม่คร่าชีวิตผู้คนนับล้านอีกต่อไป

ที่มา: Two Former WHO Leaders Warn: Rejecting Harm Reduction Will Cost 100 Million Lives | AP News

(1) Michael Landl on X: "🇳🇿New Zealand reaffirmed its commitment to harm reduction. Since 2012, smoking rates halved. Practical support and risk-based regulation of vaping products are driving the decline, bringing the country close to smoke-free status. #COP11 #VoicesUnheard #FCTCCOP11 https://t.co/TFrjernyjT" / X





"รองนายก สุชาติ" สั่งกรมทะเลเร่งสำรวจผลกระทบน้ำท่วม—เฝ้าระวังโลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลาใกล้ชิด หลังระดับน้ำเพิ่มสูง 2–3 เมตร

 "รองนายก สุชาติ" สั่งกรมทะเลเร่งสำรวจผลกระทบน้ำท่วม—เฝ้าระวังโลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลาใกล้ชิด หลังระดับน้ำเพิ่มสูง 2–3 เมตร

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ห่วงใยต่อทรัพยากรทางทะเลและระบบนิเวศในพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ จึงได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เร่งสำรวจและประเมินความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากอุทกภัยครั้งนี้อย่างเร่งด่วน

ด้าน ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังคุณภาพน้ำทะเลที่อาจมีผลกระทบต่อโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาตอนบน โดยให้นำอากาศยานไร้คนขับบินสำรวจรอบทะเลสาบสงขลา พบว่าระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นจากเดิมอีก 2–3 เมตร จากเดิมที่มีความลึกสูงสุดประมาณ 2.8 เมตร ทำให้ทะเลสาบมีความลึกราว 4–6 เมตร ส่งผลให้โลมาอิรวดีสามารถว่ายน้ำออกมาในวงกว้างมากขึ้น


อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นในช่วงสั้นๆ นี้ อาจทำให้โลมาอิรวดีว่ายลงมาทางตอนใต้ของเกาะใหญ่ ซึ่งในเวลาปกติเป็นพื้นที่น้ำตื้น จึงมีความเสี่ยงที่โลมาจะเกยตื้นได้ กรมฯ จึงได้จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พร้อมบินสำรวจจุดที่พบโลมาบ่อยครั้ง และบริเวณทางใต้ของเกาะใหญ่ที่ระดับน้ำสูงขึ้น รวมทั้งติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำและระดับความลึกของน้ำทะเลอย่างต่อเนื่องอีกด้วย


กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และดำเนินมาตรการอย่างเต็มกำลังเพื่อคุ้มครองทรัพยากรทางทะเล ควบคู่กับการสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

"มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมพลัง ส่งต่อธารน้ำใจ สู้ภัยน้ำท่วม ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย"

"มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมพลัง ส่งต่อธารน้ำใจ สู้ภัยน้ำท่วม ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย"













วันนี้ (30 พ.ย 2568)ด้วยความห่วงใยพี่น้องประชาชนชาวภาคใต้ ที่ประสบเหตุมหาอุทกภัยน้ำท่วมอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา  คณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  จึงสั่งการให้นายอรัณย์ โตทวด​  ผู้จัดการใหญ่ฯ เป็นตัวแทน พร้อมคณะผู้บริหาร พนักงาน และอาสาสมัครช่วยกันลำเลียงเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นต่างๆที่ได้รับมอบจากสมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีนและผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยลำเลียงขึ้นรถเทรลเลอร์ และรถบรรทุก จำนวน 4 คัน ออกเดินทางไปยัง อำเภอหาดใหญ้ จังหวัดสงขลา  






ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ พร้อมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และแผนกบรรเทาสาธารณภัย เดินทางลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อมอบถุงยังชีพให้พี่น้องประชาชนและศูนย์พักพิงโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ รวมทั้งสำรวจข้อมูลภายในพื้นที่เพื่อประเมินการช่วยเหลือ รายละเอียดต่างๆในการช่วยเหลือจะเรียนให้ทราบต่อไป


ฝ่ายสื่อสารองค์กรมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

# ป่อเต็กตึ๊งช่วยน้ำท่วมภาคใต้

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

GAC AION Thailand ขนทัพยนตรกรรมพลังงานใหม่จัดแสดงครบทุกไลน์อัปในงาน Motor Expo 2025 พร้อมเผยโฉม “Govy AirCab” ยานยนต์บินได้ไร้คนขับ

 GAC AION Thailand ขนทัพยนตรกรรมพลังงานใหม่จัดแสดงครบทุกไลน์อัปในงาน Motor Expo 2025 พร้อมเผยโฉม “Govy AirCab” ยานยนต์บินได้ไร้คนขับ

GAC AION Thailand ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ระดับโลก ประกาศความยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยในปีนี้ GAC ได้เนรมิตพื้นที่จัดแสดงบูท A12 ให้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งเทคโนโลยีโลกอนาคต ภายใต้แนวคิดที่มุ่งเน้นการเชื่อมต่อการเดินทางอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขนทัพยนตรกรรมไฟฟ้าครอบคลุมทุกเซกเมนต์ และไฮไลต์สำคัญกับการเปิดตัวสีใหม่ของ HYPTEC HT และการปรากฏตัวครั้งแรกของนวัตกรรมอากาศยานไร้คนขับ “Govy AirCab” พร้อมจัดหนักแคมเปญส่งเสริมการขาย พร้อมขยายสิทธิ์ Lifetime Warranty

Mr. Wang Haoyong ประธานกรรมการบริหาร GAC AION Thailand ได้กล่าวเปิดงานโดยเน้นย้ำถึงความสำเร็จและทิศทางกลยุทธ์ของแบรนด์ในประเทศไทยว่า “ภายใต้กลยุทธ์ระดับโลก ‘ONE GAC 2.0’ เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เปลี่ยนจากการส่งออกผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว ไปสู่การส่งออกระบบนิเวศการเดินทาง (Mobility Ecosystem) แบบครบวงจร โดยยึดมั่นในปรัชญา ‘In local, for local’ หรือการดำเนินงานในท้องถิ่นเพื่อคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง”

Mr. Wang Haoyong กล่าวเสริมถึงความสำเร็จในปีที่ผ่านมาว่า “ประเทศไทยเปรียบเสมือนเครื่องยนต์หลักในกลยุทธ์ระดับโลกของเรา ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคมปีนี้ เรามียอดขายรถยนต์ในประเทศไทยมากกว่า 10,000 คัน เติบโตขึ้นถึง 149% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ GAC ยังคงรักษาตำแหน่งท็อป 3 ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยได้อย่างเหนียวแน่น

เราไม่ใช่แค่ผู้เข้าร่วมในตลาด แต่เราคือพันธมิตรที่ช่วยยกระดับการผลิตในท้องถิ่น โดยปัจจุบันเรามีอัตราการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Localization rate) สูงถึง 51% และในปีนี้จะมีรถยนต์อีกหลายรุ่นที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยให้การส่งมอบรถรวดเร็วยิ่งขึ้น” นอกจากนี้ GAC ยังเป็นผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) รายเดียวในประเทศไทยที่มีขีดความสามารถในการซ่อมแบตเตอรี่ได้ครบทุกระดับ ทำให้การซ่อมบำรุงแบตเตอรี่มีความรวดเร็วและปลอดภัย”

สำหรับทิศทางในปี 2026 GAC มุ่งมั่นที่จะนำเสนอรถยนต์ไฮบริดที่ปรับจูนให้เหมาะกับพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทย พร้อมขยายเครือข่ายศูนย์บริการและโชว์รูมให้ครอบคลุม 80 แห่งทั่วประเทศ และขยายคลังอะไหล่ให้มีขนาดถึง 12,000 ตารางเมตร เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าภายใต้คำมั่นสัญญา ‘Drive GAC WITH CONFIDENCE’”

เผยโฉมความหรูหราบทใหม่ GAC HYPTEC HT สีใหม่ “Moonstone Grey

GAC AION Thailand ได้เผยโฉม GAC HYPTEC HT ในเฉดสีใหม่ “Moonstone Grey” (สีเทามูนสโตน) ที่สะท้อนความสปอร์ตลักชัวรีขั้นสุด สีเทาพิเศษนี้ช่วยขับเน้นเส้นสายตัวถังให้ดูมีมิติ ลึกลับ และทรงพลัง ผสานเข้ากับดีไซน์ประตูแบบปีกนก (Gull-wing Doors) อันเป็นเอกลักษณ์ และห้องโดยสารระดับ First Class มอบสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ที่เหนือระดับ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมอย่างลงตัว

ข้อเสนอสุดพิเศษในงาน Motor Expo 2025

GAC AION Thailand มอบข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุดแห่งปี ตอบสนองมาตรการ EV 3.0 ก่อนมีการปรับโครงสร้างราคาในปีถัดไป สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถและออกใบกำกับภาษี ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 และจดทะเบียนรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2569

GAC AION UT

ราคาพิเศษ: GAC AION UT รุ่น 420 Standard ราคา 469,900 บาท (จากปกติ 519,900 บาท) และรุ่น 500 Premium ราคา 599,900 บาท (จากปกติ 669,900 บาท) 

ข้อเสนอทางการเงิน: เลือกผ่อนชำระสบาย เริ่มต้นเพียง วันละ 165 บาท หรือ ดาวน์เริ่มต้นเพียง 8,888 บาท

สิทธิประโยชน์: ส่วนลดพิเศษสำหรับชุดแต่งรอบคันมูลค่า 6,000 บาท, รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) และเลือกรับฟรี Home Charger หรือ สายชาร์จพกพาและสายต่อพ่วง VtoL 

GAC AION V

ราคาพิเศษ: GAC AION V รุ่น 602 Luxury ราคาเพียง 899,900 บาท (จากปกติ 1,029,900 บาท) 

สิทธิประโยชน์: รับฟรี iPhone 17 Pro (มูลค่า 43,900 บาท), ส่วนลดพิเศษสำหรับชุดแต่งรอบคันมูลค่า 6,000 บาท พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty)

GAC HYPTEC HT

ราคาพิเศษ: GAC HYPTEC HT รุ่น 620 Premium ราคาเพียง 1,249,000 บาท (จากปกติ 1,449,000 บาท) และรุ่น 620 Luxury ราคาเพียง 1,549,000 บาท (จากปกติ 1,749,000 บาท)

ข้อเสนอทางการเงิน: อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%

สิทธิประโยชน์: รับฟรี iPhone 17 Pro (มูลค่า 43,900 บาท) พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty)

GAC M8 PHEV

ข้อเสนอพิเศษ: ราคาเริ่มต้น 2,499,000 บาท

ข้อเสนอทางการเงิน: อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.88% หรือเลือกแผน Smart Buy ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 12,232 บาท/เดือน

สิทธิประโยชน์: ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 60,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน), ฟรี อุปกรณ์ตกแต่งแท้ (จอเพดานและตู้เย็นภายในรถยนต์ พร้อมบริการติดตั้ง) และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและชุดเกียร์มอเตอร์ไฟฟ้า ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty)

GAC AION Thailand ประกาศมอบสิทธิ์ “Lifetime Warranty” ให้กับรถยนต์ รุ่น GAC HYPTEC HT, GAC M8 PHEV, GAC AION V, GAC AION UT และ GAC AION Y Plus เพื่อขอบคุณทุกความไว้วางใจและสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดแก่ลูกค้าชาวไทย

เพื่อเป็นการตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้าชาวไทยมอบให้เสมอมา GAC AION Thailand ได้ประกาศยกระดับมาตรฐานการดูแลครั้งสำคัญ ด้วยการมอบสิทธิ์การรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) ให้ครอบคลุมรถยนต์ GAC AION ครบทุกรุ่น ได้แก่ GAC HYPTEC HT, GAC M8 PHEV, GAC AION V,  GAC AION UT และ GAC AION Y Plus โดยสิทธิพิเศษนี้มอบให้ทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน ที่จองและออกรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เพื่อยืนยันถึงความตั้งใจจริงที่จะดูแลสมาชิกครอบครัว GAC AION ทุกท่านเสมือนคนในครอบครัว และสร้างความมั่นใจในการใช้งานระยะยาวอย่างแท้จริง 


การขยายสิทธิ์ Lifetime Warranty ครั้งนี้ ครอบคลุมการรับประกัน 3 หัวใจหลักของยานยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ แบตเตอรี่ขับเคลื่อน, มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ ซึ่งถือเป็นคำมั่นสัญญาภายใต้ปรัชญา “Drive GAC WITH CONFIDENCE” ที่ต้องการให้ผู้ใช้งานทุกคนขับขี่ได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล และเชื่อมั่นในคุณภาพระดับโลกของ GAC AION ตลอดอายุการใช้งาน

ทะยานสู่อนาคตกับ “Govy AirCab” ครั้งแรกในไทย

“Govy AirCab” (โกวี่ แอร์แค็บ) สร้างปรากฏการณ์ในงาน Motor Expo 2025 ในฐานะยานยนต์บินได้ไร้คนขับ (Autonomous Flying Vehicle) รุ่นแรกของโลกที่มีการผลิตแบบ Mass Production ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ GAC AION ในการปฏิวัติการเดินทางสู่น่านฟ้าอัจฉริยะ โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อน 6 แกน 12 ใบพัด พร้อมระบบความปลอดภัยสำรอง (Redundancy Design) ที่ช่วยประคองตัวเครื่องลงจอดได้อย่างนิ่มนวลแม้เกิดเหตุขัดข้อง รองรับการบินไกล 30 กิโลเมตร และชาร์จเร็วเพียง 25 นาที 


จากกระแสตอบรับที่ท่วมท้นด้วยยอดจองกว่า 1,000 คันในฮ่องกง ปัจจุบัน Govy AirCab ได้รับใบอนุญาตทำการบินพิเศษ (Special Flight License) เรียบร้อยแล้ว และกำลังเดินหน้าขอใบรับรองความสมควรเดินอากาศ โดยมีเป้าหมายเริ่มสายการผลิตและส่งมอบภายในสิ้นปี 2026 เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการขนส่งระยะสั้น ซึ่งจะเป็นการเปิดมิติใหม่แห่งการเดินทางให้กับประเทศไทย

ผู้ที่สนใจรถยนต์พลังงานใหม่จาก GAC AION Thailand สามารถดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์

www.aionauto.com/th-th/ 

และลงทะเบียนเพื่อทดลองขับได้ที่ www.aionauto.com/th-th/test-drive/AION%20V

เกี่ยวกับ GAC Group

GAC Group เป็นบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ระดับโลกที่มุ่งมั่นส่งมอบคุณค่าให้กับอุตสาหกรรม ผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง นวัตกรรมล้ำสมัย และบริการที่ยอดเยี่ยม โดย GAC Group ได้ก้าวสู่ตลาดรถยนต์โลกอย่างเป็นทางการในปี 2013 และเติบโตเข้าสู่ตลาดอย่างมั่นคง ด้วยการยึดมั่นในคุณค่าแห่ง “คุณภาพระดับแนวหน้าและเทคโนโลยีล้ำสมัย” พร้อมหลักการ “ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง บริการจากภายใน” เพื่อสร้างแบรนด์ที่เชื่อถือในเวทีสากล และยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานทุกมิติ

ปัจจุบัน GAC Group มีสำนักงานใหญ่จำนวน 5 แห่ง ครอบคลุมกว่า 74 ประเทศทั่วโลก และ GAC Group มีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Centers) ในจีน สหรัฐอเมริกา และอีกหลากหลายประเทศ พร้อมครอบครองเทคโนโลยีด้านสิทธิบัตรหรือสิทธิการอนุญาตกว่า 18,600 รายการ และผลงานการพัฒนาอัจฉริยะกว่า 7,500 รายการ ครอบคลุมเทคโนโลยีและนวัตกรรมขององค์กร นอกจากนี้ GAC Group ยังเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับแบรนด์ชั้นนำในผู้ผลิตชั้นนำ ได้แก่ HONDA และ TOYOTA ผ่านบริษัทระหว่าง GAC HONDA และ GAC TOYOTA

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าแจง “อังกฤษห้ามขายบุหรี่แบบมวนตลอดชีพ แต่ยังขายบุหรี่ไฟฟ้าได้”ย้ำชัดเจน ไม่ให้สังคมเข้าใจผิดว่ารวมบุหรี่ไฟฟ้าด้วย พร้อมเสนอให้รับข้อมูลครบทุกด้าน

  เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าแจง “อังกฤษห้ามขายบุหรี่แบบมวนตลอดชีพ แต่ยังขายบุหรี่ไฟฟ้าได้”ย้ำชัดเจน ไม่ให้สังคมเข้าใจผิดว่ารวมบุหรี่ไฟฟ้าด้ว...