วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569

สสส.ร่วมมือ รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ ที่ 17 เปิด “ตลาดเขียวมาตรฐาน SAN "

 สสส.ร่วมมือ รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ ที่ 17 เปิด “ตลาดเขียวมาตรฐาน SAN "

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ณ.ลานกิจกรรมสีเขียว โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 นายรัชกฤต พยัคฆ์ นายอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธาน เปิด “ตลาดเขียวสร้างสุข มาตรฐาน SAN” พร้อมด้วย ดร.ณัจยา แก้วนุ้ย ผู้จัดการโครงการพัฒนาและขยายผลระบบอาหารเพื่อสุขภาวะตลอดห่วงโซ่ในโรงเรียนและชุมชน ในจังหวัด สงขลา ปทุมธานี สุพรรณบุร พัทลุง และ นครปฐม สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  ดร.ธนกร ตันติโพจิตร นายกเทศมนตรีเมืองสองพี่น้อง ดร.วิฑูร อินทจันท์ นายกสมาคมการค้าธุรกิจอาหาร นพ.จิรภัทร กัลยาณพจน์พร ผอ.สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 17 และคณะผู้บริหาร กิจกรรมภายในงานมีการแสดงพื้นบ้านไทยทรงดำชุด "กินดี ชีวีมีสุข"  โดยโรงเรียนวัดดอนมะเกลือ ,เวทีการเสวนาให้ความรู้ "กินลดเสี่ยง เลี่ยง NCDs" และการสาธิตเมนูเพื่อสุขภาพตามมาตรฐาน SAN  โดยโครงการSafety Food

    ​“ตลาดเขียว ของโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 เป็นโรงพยาบาลต้นแบบด้านระบบอาหารปลอดภัย ตลอดห่วงโซ่โดยผ่านมาตรฐาน SAN เป็นแหล่งผลิต และอาหารปลอดภัย สามารถตรวจสอบได้ เกษตรกร มีตัวตนจริง ผลผลิตรับรองมาตรฐานแบบมีส่วนร่วมจากชุมชน ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เกษตรกรขายเอง ราคาเป็นธรรม เข้าถึงได้ง่าย คุณภาพสดใหม่ เน้นคุณค่าทางอาหารโภชนาการ เป็นพื้นที่เรียนรู้ แลกเปลี่ยนวิถีวัฒนธรรมและอาหาร และที่สำคัญของการประสบความสำเร็จ คือ การมีส่วนร่วม และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ชุมชนและผู้บริโภค  เชื่อมโยงให้เกิดความร่วมมือในการดูแลสุขภาพเชิงรุก  เปลี่ยนโรงพยาบาลจากที่รักษาโรคอย่างเดียว มาเป็นพื้นที่ "สร้างสุขภาพ" ผ่านการกินอาหารที่ดีไปพร้อมกับการสนับสนุนรายได้เศรษฐกิจชุมชน

ดร.ณัจยา แก้วนุ้ย ผจก.โตรงการอาหารฯ (สสส.) กล่าว

     “ขอขอบคุณเครือข่ายสุขภาพและผู้เข้าร่วมงานทุกท่านที่มาร่วมสร้างสังคมสุขภาพที่ดีเพื่อผลักดันให้โรงพยาบาลเป็นพื้นที่ต้นแบบด้านอาหารปลอดภัย เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการดูแลสุขภาพ   นอกจากเราจะดูแลส่งเสริมเรื่องสุขภาพแล้วเรายังดูแลสุขภาพในการกินอาหารก็เป็นอีกทางเลือก ที่จะให้ผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ มีทางเลือกซื้อสินค้าที่เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ เราจะสนับสนุนตลาดเขียว ให้เกิดความยั่งยืน ในการดูแลสุขภาพของประชาชน เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลและลดการเกิดโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรค NCDs ของประชาชน” 


นพ.จิรภัทร กัลยาณพจน์พร ผอ.โรงพยาบาลฯ กล่าว

​   “ ตลาดเขียว แห่งนี้เริ่มต้นจากชุมชน เพื่อจะหาสินค้าซึ่งเป็นสินค้าของชุมชนได้ออกมาจำหน่าย ที่ตลาดเขียว เอาธรรมชาติมาใช้งานและให้เกิดประโยชน์ และดูแลสุขภาพไปด้วยเพราะตลาดนี้จะอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งพื้นที่แห่งนี้ก็จะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจของชุมชนเพื่อให้ชุมชนได้เข้มแข็ง จะมีการต่อยอดจากเศรษฐกิจพอเพียง นำหลักการของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ซึ่งกลุ่มผู้ประกอบการต้องเน้นมีคุณภาพ ผ่านการคัดเลือกที่พัฒนาในเรื่องอาหารเพื่อส่งเสริมสุขภาพ พลานามัย ที่ดีของพี่น้องประชาชน ดังคำกล่าวที่ว่า อาหารดี สุขภาพดีห่างไกลจากโรค”​  นายรัชกฤต พยัคฆ์ นายอำเภอสองพี่น้อง กล่าว

ศน. นำเด็กและเยาวชนร่วมบวชภาคฤดูร้อน ปี 2569 ชวนเด็กและเยาวชนทั่วไทย “บวชเรียน เปลี่ยนชีวิต” ถวายพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติฯ กทม.

 ศน. นำเด็กและเยาวชนร่วมบวชภาคฤดูร้อน ปี 2569 ชวนเด็กและเยาวชนทั่วไทย “บวชเรียน เปลี่ยนชีวิต” ถวายพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติฯ กทม.




   วันพุธที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น. กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม จัดพิธีบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ถวายพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน  โดยมีสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ประธานพิธีฝ่ายบรรพชิต นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ประธานในพิธี พร้อมด้วย นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมการศาสนา หน่วยงานในพื้นที่ องค์การทางศาสนาพุทธ นาคสามเณร ผู้ปกครอง พุทธศาสนิกชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมพิธี ณ พระอุโบสถ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เขตพระนครกรุงเทพมหานคร 


  นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับคณะสงฆ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทุกจังหวัด ตลอดจนพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ จัดโครงการบรรพชาอุปสมบทพระภิกษุสามเณรและบวชศีลจาริณีภาคฤดูร้อน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ถวายพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน พร้อมชูแนวคิด “บวชเรียนเปลี่ยนชีวิต” ซึ่งการเปิดโครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ได้ศึกษา ฝึกฝนอบรมหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งจะช่วยให้มีคุณธรรมจริยธรรม มีวินัย จิตสาธารณะ มีความกตัญญู ส่งผลให้มีจิตใจที่เข้มแข็งเป็นพลเมืองที่ดี มีคุณภาพ สำหรับการจัดโครงการบรรพชาอุปสมบทพระภิกษุสามเณรและบวชศีลจาริณีภาคฤดูร้อนได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี และได้รับความสนใจจากครอบครัวทั่วประเทศอย่างล้นหลาม ซึ่งในปี 2568 มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 150,000 คน ซึ่งสะท้อนถึงพลังความศรัทธาและเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาของพุทธศาสนิกชนในสังคม โดยการจัดบวชในโครงการนี้ได้กำหนดให้นำหลักสูตรพุทธศาสนศึกษาสำหรับผู้บวชระยะสั้น 15 วัน และ 30 วัน มาเป็นแนวทางในการดำเนินการตามมติมหาเถรสมาคม มติที่ 49/2561 เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2561 ซึ่งหลักสูตรดังกล่าวมุ่งเน้นความรู้ทางภาควิชาการ ประกอบด้วย วิชาธรรม วิชาวินัย วิชาพุทธประวัติ วิชาเทศนา วิชาศาสนพิธี และวิชาภาวนา และภาคปฏิบัติ โดยมีพระธรรมวิทยากรให้ความรู้ภาควิชาการควบคู่กับการฝึกภาคปฏิบัติ  






  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อว่า ในปี 2569 เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าคณะจังหวัดทุกจังหวัด ทั้ง 2 ฝ่าย แจ้งวัดในเขตปกครองที่มีความพร้อมจัดกิจกรรมดังกล่าว ระหว่างเดือนมีนาคม ถึงเดือนพฤษภาคม 2569 พร้อมทั้งได้มีการบูรณาการความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ในการจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาว่างช่วงปิดเรียนภาคฤดูร้อนให้เป็นประโยชน์ ได้รับความรู้ประสบการณ์ตรงจากการบวช และนำมาพัฒนาตนเองให้เป็นผู้มี วินัย และการมีจิตสาธารณะ สำหรับการจัดกิจกรรมในส่วนกลาง กรมการศาสนาร่วมกับวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ถวายพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติฯ ณ พระอุโบสถ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 1 - 15 เมษายน 2569 รวม 15 วัน โดยผู้เข้าร่วมโครงการฯ เป็นกุลบุตรที่สมัครเข้ารับการบรรพชา ซึ่งมีอายุระหว่าง 8 - 18 ปี จำนวน 100 คน หลังจากที่บรรพชาแล้ว ระหว่างวันที่ 2 - 14 เมษายน 2569 สามเณรจะมีการอบรมภาคทฤษฎีในวิชาการ ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา ประกอบด้วย วิชาพุทธประวัติ วิชาธรรม - ศาสนพิธี วิชาเบญจศีล -เบญจธรรม และวิชาพอเพียง สำหรับภาคปฏิบัติจะเป็นการฝึกเกี่ยวกับการทำวัตรสวดมนต์เช้า - เย็น ฝึกปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน กิจวัตรบิณฑบาต กิจกรรมส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรม กิจกรรมสนทนาธรรม และกิจกรรมฝึกเทศนาธรรม ณ สำนักปฏิบัติธรรม “ธมฺมรํสี” สาขาวัดพระเชตุพน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และจะมีพิธีมอบวุฒิบัตรและพิธีลาสิกขา ในวันที่ 15 เมษายน 2569 ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ได้ร่วมกับวัดในส่วนกลาง 


จัดกิจกรรม จำนวน 10 วัด แบ่งออกเป็น วัดที่จัดบรรพชาสามเณร จำนวน 9 วัด ได้แก่ วัดเรืองยศสุทธาราม เขตบางคอแหลม วัดทอง เขตบางพลัด วัดบรมสถล เขตสาทร วัดวชิรธรรมสาธิต เขตพระโขนง วัดนาคปรก เขตภาษีเจริญ วัดกก เขตบางขุนเทียน วัดภคินีนาถ เขตบางพลัด วัดศรีบุญเรือง เขตบางกะปิ วัดสะพาน เขตคลองเตย และวัดบรรพชาอุปสมบทและบวชเนกขัมมจาริณี จำนวน 1 วัด คือ วัดเลียบราษฎร์บำรุง เขตบางซื่อ  


ทั้งนี้ ในส่วนภูมิภาค ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดและวัดในพื้นที่จัดกิจกรรมในระดับภาค ถวายพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติฯ จำนวน 4 จังหวัด ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดบรรพชาอุปสมบทพระภิกษุสามเณร “บรรพชามรดกธรรม งามล้ำพระธาตุพนม” เมื่อวันอังคารที่ 24 มีนาคม 2569 ณ วัดพระธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ภาคเหนือ จัดบรรพชาสามเณร “บรรพชาลูกแก้ว ผ่องแผ้วด้วยศรัทธา” ในวันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2569 ณ วัดพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ภาคกลาง จัดบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณี “ล่องนที สู่วิถีธรรม” ในวันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569  ณ วัดลาดเป้ง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม และภาคใต้ จัดบรรพชาสามเณร 

ธรรมวิถี แผ่นดินศรีบารมีสงขลา” ในวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2569 ณ วัดไทรงาม อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา  นอกจากนี้ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัด จังหวัด สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และสถานศึกษา รวม 72 จังหวัดทั่วประเทศ 

จัดกิจกรรมแบบบูรณาการโดยเน้นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน รวมไปถึงการนำประเพณีการบวช และศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น การแสดงพื้นบ้าน และการแต่งกายท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อเป็นการบูรณาการและมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม เพื่อให้เกิดภาพความสำเร็จของการบวชในวงกว้างทั่วประเทศ  


  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีนี้คาดว่าจะมีเด็ก เยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก ซึ่งการบวชในพระพุทธศาสนาถือเป็นประเพณีสำคัญที่สืบทอดมาอย่างยาวนานในสังคมไทย นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสอันดีของเด็กและเยาวชนในการศึกษาและปฏิบัติธรรมตามหลักคำสอน ทางพระพุทธศาสนาที่มีความเหมาะสมกับวัย เพื่อพัฒนาสติปัญญาและนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งการบวชของบุตรหลานเป็นการสะท้อนภาพความกตัญญูรู้คุณต่อบุพการี และผู้มีอุปการะคุณ ช่วยหล่อหลอมความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม รวมทั้งเป็นผู้รู้คุณต่อสถาบันหลักของประเทศ คือสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ส่งผลให้เด็ก เยาวชน ซึ่งเป็นพลเมืองรุ่นใหม่ได้เติมโตอย่างมีคุณภาพ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติสืบไป///


สสส.ร่วมมือ รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ ที่ 17 เปิด “ตลาดเขียวมาตรฐาน SAN "

  สสส.ร่วมมือ รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ ที่ 17 เปิด “ตลาดเขียวมาตรฐาน SAN " เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ณ.ลานกิจกรรมสีเขียว โรงพยาบาลสมเด็...