วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ส่องดราม่าโซเชียล! ชาวเน็ตถกสนั่น “ไส้ยาสูบแบบความร้อน หิ้วกลับจากญี่ปุ่นได้หรือไม่?” หลังกฎหมายไทยยังกำกวม

 ส่องดราม่าโซเชียล! ชาวเน็ตถกสนั่น “ไส้ยาสูบแบบความร้อน หิ้วกลับจากญี่ปุ่นได้หรือไม่?” หลังกฎหมายไทยยังกำกวม

กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบมาถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มคอมมูนิตี้ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง “กลุ่มชอบตะลอนเที่ยวญี่ปุ่น” ที่มีสมาชิกกว่า 1 ล้านคน เมื่อมีผู้ใช้รายหนึ่งตั้งคำถามถึงความชัดเจนกรณีการซื้อ “ไส้ของผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน” (Heat-not-burn) กลับมาจากประเทศญี่ปุ่น ว่าแท้จริงแล้วสามารถนำเข้าประเทศไทยได้หรือไม่

กระแสความเห็นในกลุ่มท่องเที่ยวแบ่งออกเป็นหลายมุมมอง สมาชิกบางส่วนมีความเข้าใจว่าเนื่องจากตัวไส้มีส่วนประกอบของใบยาสูบแท้ ๆ จึงน่าจะอนุโลมให้หิ้วเข้าประเทศได้ในจำนวนไม่เกิน 1 คอตตอน เช่นเดียวกับบุหรี่มวนปกติ และมีผู้เข้ามาแชร์ประสบการณ์ตรงว่า แม้ในญี่ปุ่นสินค้าชนิดนี้จะวางขายทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อและถูกกฎหมาย แต่พนักงานขายในญี่ปุ่นหลายร้านมีความรู้เรื่องกฎหมายไทย โดยหากทราบว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย พนักงานจะเตือนและชี้แจงทันทีว่าสินค้านี้ยังผิดกฎหมายในประเทศไทย และมีความเสี่ยงที่จะถูกตรวจยึดมีความผิดได้หากนำกลับประเทศ 




ขณะที่สมาชิกบางคนมองว่าการนำเข้าสินค้าชนิดนี้ในปัจจุบันเปรียบเสมือนการ “วัดดวง” โดยมีการระบุว่าหากใส่กระเป๋าโหลดใต้เครื่องหรือโชคดีไม่โดนสุ่มตรวจก็อาจรอดมาได้ แต่หากถูกจับได้ก็ต้องยอมรับสภาพถูกยึดของกลางไปตามระเบียบ พร้อมแสดงความไม่เห็นด้วยกับกฎหมายในประเทศไทยที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายต่างประเทศและความต้องการของผู้บริโภค

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับข่าวการจับกุมการลักลอบนำเข้าไส้ยาสูบแบบความร้อนจำนวนรวมกว่า 1 แสนมวน จากผู้โดยสารไทยหลายรายที่เดินทางมาจากญี่ปุ่นเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ที่ปรากฏบนเพจของกรมศุลกากรซึ่งภายหลังกลายเป็นพื้นที่ระบายความเห็นของชาวเน็ตกว่า 200 คอมเมนต์แลกเปลี่ยนข้อมูลการใช้งานจริงในต่างประเทศ ข้อดีด้านสังคมและสุขภาพของผลิตภัณฑ์ และตั้งคำถามถึงความล้าหลังของข้อบังคับทางกฎหมายไทย




ชาวเน็ตจำนวนมากเปรียบเทียบว่าประเทศที่เข้มงวดเรื่องระเบียบวินัยอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซีย ต่างอนุญาตให้ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ถูกกฎหมายและวางขายทั่วไป เนื่องจากมีงานวิจัยรองรับว่ามีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวนเพราะไม่มีการเผาไหม้ ไม่ส่งกลิ่นรบกวนคนรอบข้าง และไม่มีเถ้าบุหรี่ที่เสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ หลายความเห็นตัดพ้อว่าไทยควรทำให้ผลิตภัณฑ์นี้ถูกต้องตามกฎหมายและเก็บภาษีให้เป็นเรื่องเป็นราว เพราะรูปแบบของผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างกับบุหรี่ไฟฟ้าอย่างสิ้นเชิง ซึ่งไม่ได้ออกแบบมาเพื่อดึงดูดเยาวชนเหมือนพอดบุหรี่ไฟฟ้าที่เป็นปัญหาสังคมในปัจจุบัน และไม่ควรแบนให้กลายเป็นสินค้าหนีภาษีสวนกับความต้องการในตลาดที่สูงมาก รวมทั้งบางรายยังแสดงความเห็นว่าเห็นเจ้าหน้าที่ภาครัฐของไทยเองก็ยังใช้ผลิตภัณฑ์นี้กันทั่วไป รวมถึงตั้งคำถามว่าสินค้าที่ยึดได้หายไปไหน มีการทำลายจริงหรือไม่

ปัจจุบันสถานะทางกฎหมายของผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนในประเทศไทยยังคงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสินค้าต้องห้ามนำเข้าตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เช่นเดียวกับบุหรี่ไฟฟ้า จึงไม่แน่ชัดว่าตัวไส้ที่ใช้ได้กับเครื่อง เมื่อนำเข้ามาในประเทศไทยในปริมาณที่ตรงกับการนำเข้ายาสูบแบบปกติจะมีความผิดเช่นเดียวกันหรือไม่ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร

ความขัดแย้งระหว่างความต้องการของผู้บริโภคที่มองหา “ทางเลือกที่อันตรายน้อยกว่า” กับข้อบังคับที่ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนตามเทคโนโลยี จึงยังคงเป็นช่องว่างที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต้องเผชิญกับความเสี่ยง และเป็นช่องทางที่ก่อให้เกิดการแสวงหาประโยชน์นอกระบบในหลาย ๆ ระดับ จึงเกิดเป็นคำถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศไทยจะทบทวนข้อกฎหมายนี้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและเทรนด์สุขภาพโลก เหมือนดังเช่นประเทศชั้นนำอื่น ๆ ในเอเชีย

ลิ้งโพสจับกุมของศุลกากร https://www.facebook.com/share/p/18YB4dAcy1/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ส่องดราม่าโซเชียล! ชาวเน็ตถกสนั่น “ไส้ยาสูบแบบความร้อน หิ้วกลับจากญี่ปุ่นได้หรือไม่?” หลังกฎหมายไทยยังกำกวม

  ส่องดราม่าโซเชียล! ชาวเน็ตถกสนั่น “ไส้ยาสูบแบบความร้อน หิ้วกลับจากญี่ปุ่นได้หรือไม่?” หลังกฎหมายไทยยังกำกวม กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบมาถกเ...