วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

บุหรี่ไฟฟ้าช่วยเลิกบุหรี่ที่ได้ผลจริงหรือแค่ลมปาก? งานวิจัยล่าสุดเผยผลลัพธ์ที่น่าสนใจ

 บุหรี่ไฟฟ้าช่วยเลิกบุหรี่ที่ได้ผลจริงหรือแค่ลมปาก? งานวิจัยล่าสุดเผยผลลัพธ์ที่น่าสนใจ


นักวิจัยนานาชาติเผยผลการศึกษาล่าสุด พบ "บุหรี่ไฟฟ้า" ช่วยเลิกบุหรี่ได้ผลจริง แต่ยังต้องเฝ้าระวังผลข้างเคียงในระยะยาว


การเลิกบุหรี่เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับใครหลายคน แม้จะมีผลิตภัณฑ์และวิธีการมากมายในท้องตลาด แต่ก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์ของผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ได้อย่างตรงจุด ล่าสุด ทีมนักวิจัยจากนานาชาติได้เผยผลการศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับ "บุหรี่ไฟฟ้า" ในฐานะตัวช่วยในการเลิกบุหรี่ ซึ่งอาจเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่กำลังมองหาวิธีการที่ได้ผลจริง

งานวิจัยนี้เป็นการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ (Systematic Review) ที่ครอบคลุมการศึกษา 90 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดประมาณ 29,044 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และผลข้างเคียงของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในการช่วยให้ผู้ที่สูบบุหรี่เลิกบุหรี่ได้อย่างถาวร

ผลการวิเคราะห์พบว่า บุหรี่ไฟฟ้าที่มีนิโคตินสามารถเพิ่มอัตราการเลิกบุหรี่ได้จริง เมื่อเทียบกับการใช้ยาทดแทนนิโคติน (Nicotine Replacement Therapy - NRT) และบุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่มีนิโคติน นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่มีนิโคตินมีแนวโน้มที่จะเลิกบุหรี่ได้มากกว่าผู้ที่ได้รับการสนับสนุนทางพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว หรือไม่ได้รับการสนับสนุนใดๆ เลย รายงานยังระบุว่าไม่พบหลักฐานที่ชี้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าทำอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง แต่การศึกษาเพิ่มเติมและการศึกษาในระยะยาวยังคงจำเป็นเพื่อยินยันความปลอดภัยของการใช้บุหรี่ไฟฟ้า


อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังพบว่า บุหรี่ไฟฟ้าอาจมีผลข้างเคียงบางอย่าง เช่น การระคายเคืองในลำคอและปาก ไอ ปวดหัว และคลื่นไส้ ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะหายไปได้เมื่อใช้บุหรี่ไฟฟ้าไปสักระยะหนึ่ง นอกจากนี้ ยังมีผลการวิจัยบางส่วนที่รายงานอาการข้างเคียงอื่นๆ แต่เนื่องจากมีข้อมูลที่จำกัดทำให้ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในอนาคต


แม้ว่าผลการศึกษาจะชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของบุหรี่ไฟฟ้าในการช่วยเลิกบุหรี่ แต่ทีมนักวิจัยยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อประเมินความปลอดภัยในระยะยาวของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าอย่างละเอียด  โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรตระหนักว่าการศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีนิโคตินที่ได้รับการควบคุม  ผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมายและ/หรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารออกฤทธิ์อื่นๆ (เช่น tetrahydrocannabinol (THC)) อาจมีรูปแบบอันตรายที่แตกต่างกัน


ดังนั้น การตัดสินใจว่าจะใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นตัวช่วยในการเลิกบุหรี่หรือไม่ ควรพิจารณาถึงข้อดีและข้อเสียอย่างรอบคอบ และปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสม


ที่มา https://www.cochranelibrary.com/web/cochrane/content?templateType=full&urlTitle=%2Fcdsr%2Fdoi%2F10.1002%2F14651858.CD010216.pub9&doi=10.1002%2F14651858.CD010216.pub9&type=cdsr&contentLanguage=



กรมทะเล จัดพิธีเปิดการเยี่ยมชมเรือวิจัย “R.V. Xiang Yang Hong 01” เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-จีน ณ ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต

 กรมทะเล จัดพิธีเปิดการเยี่ยมชมเรือวิจัย “R.V. Xiang Yang Hong 01” เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-จีน ณ ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต

     วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน จัดพิธีเปิดการเยี่ยมชมเรือวิจัย “R.V. Xiang Yang Hong 01” เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยมีดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) และนายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานฝ่ายประเทศไทย และมี Prof. Li Tiangang อธิบดีสถาบันสมุทรศาสตร์ที่ 1 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ เป็นประธานฝ่ายสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการนี้มีศาสตราจารย์ ดร.หลี่ เทียนหยัง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสมุทรศาสตร์จีน และพล.ร.ท.กลจัตุรัส จุลลายานนท์ ผู้แทนกองทัพเรือ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน จำนวน 100 คน เข้าร่วมพิธี ณ ท่าเทียบเรือน้ำลึกภูเก็ต 



   ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า เรือวิจัย “R.V. Xiang Yang Hong 01” มีบทบาทสำคัญในด้านการวิจัยทางทะเลและเทคโนโลยีสมุทรศาสตร์ ซึ่งแสดงถึงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมระหว่างสองประเทศ โดย การจัดแสดงผลงานวิจัยฯครั้งนี้สะท้อนถึงแนวทางการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของทั้งสองประเทศในการพัฒนาเศรษฐกิจทางทะเลและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งนี้เรือ





วิจัยดังกล่าว มีกำหนดจอดเทียบท่าที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ระหว่างวันที่ 3 - 4 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชน เข้าเยี่ยมชมเครื่องมืออุปกรณ์และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสำรวจวิจัยทางทะเล ก่อนที่เรือจะเดินทางสำรวจวิจัยในน่านน้ำสากลบริเวณมหาสมุทรอินเดียฝั่งตะวันออก นอกจากนี้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางทะเลของเรือวิจัยฯ จะช่วยยกระดับการศึกษาด้านสมุทรศาสตร์ และเปิดโอกาสสร้างความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ระหว่างไทยและจีนในอนาคต ต่อไป








วช. เผยความสำเร็จไทยขยับขึ้นอันดับ 41 ใน Global Innovation Index 2024 พร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมสู่อนาคต

 วช. เผยความสำเร็จไทยขยับขึ้นอันดับ 41 ใน Global Innovation Index 2024 พร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมสู่อนาคต

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการบรรยายเรื่อง “Global Innovation Index : Challenge of the world” ภายในงานวันนักประดิษฐ์แห่งชาติ” ประจำปี 2568 โดย ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย Associate Professor Ir. Dr. Mohd Fathullah Ghazali (Universiti Malaysia Perlis (UniMAP) MALAYSIA) Mr. Raman Teja Venigalla (Managing Director of Physitech Consultancy Services Private Limited INDIA) และ Mrs. Edyta Wołczyk (Managing Director of IBSGLOBAL POLAND) ร่วมบรรยายในหัวข้อดังกล่าว ณ เวทีกิจกรรมกลาง Event Hall 103 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับดัชนีนวัตกรรมโลก Global Innovation Index (GII) ต่อการพัฒนานวัตกรรมของประเทศไทย เนื่องจากปัจจุบันการพัฒนานวัตกรรมเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและพัฒนาสังคมที่สำคัญของโลก ทางองค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก (World Intellectual Property Organization: WIPO) ได้พัฒนาดัชนีนวัตกรรมโลกขึ้นมา เพื่อใช้วัดศักยภาพ การแข่งขันให้กับทั้งประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา และประเทศไทยได้ใช้เป็นเครื่องมือในการชี้ความสามารถในการแข่งขัน ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านนวัตกรรมของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวง อว. ซึ่งมีสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมและยกระดับอันดับของประเทศไทยในดัชนีนวัตกรรมระดับโลก โดยได้มีการวิเคราะห์การจัดอันดับดัชนีนวัตกรรมโลก ปี 2567 (Global Innovation Index 2024) โดย ภายใต้ธีมปลดล็อกศักยภาพผู้ประกอบการเพื่อสังคม (Unlocking the Promise of Social Entrepreneurship) โดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก (World Intellectual Property Organization: WIPO) ประเทศไทยอันดับดีขึ้นมาอยู่อันดับที่ 41 จากอันดับที่ 43 จากจำนวน 133 ประเทศ และอยู่ในอันดับ 3 ในภูมิภาคอาเซียน และถือได้ว่าประเทศไทยมีพัฒนาด้านนวัตกรรมที่ดีขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากประเทศไทยมีพัฒนาการด้านนวัตกรรมดีกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มรายได้ปานกลางระดับบน (Upper middle-income economies) ในทุกปัจจัย เมื่อเปรียบเทียบในกลุ่มประเทศกลุ่มรายได้ปานกลางระดับบน จำนวน 34 ประเทศ


นอกจากนี้ ตัวชี้วัดที่สำคัญ 7 ตัวชี้วัด ประเทศไทยทำได้ดี 4 ตัวชี้วัดหลัก ได้แก่  

1. ทุนมนุษย์และการวิจัย (Human capital and research) โดยเฉพาะสัดส่วนผู้สำเร็จการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์  

2. โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) โดยมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)  

3. ศักยภาพทางการตลาด (Market sophistication) โดยมีปัจจัยด้านเครดิตและการลงทุนที่แข็งแกร่ง  

4. ผลผลิตจากความรู้และเทคโนโลยี (Knowledge and technology outputs) โดยมีการจดสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรเพิ่มขึ้น รวมถึงอัตราการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงที่เติบโต  



โดยมีจุดอ่อนที่ต้องเร่งพัฒนา แม้ประเทศไทยจะมีพัฒนาการด้านนวัตกรรมที่ดีขึ้น แต่ยังมีจุดอ่อนในบางด้านที่ต้องเร่งแก้ไขอีกหลายด้าน และพร้อมเดินหน้าสู่อนาคตในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สนช. และ วช. กำลังผลักดันนโยบายส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมผ่านการลงทุนด้านการศึกษา การวิจัยและพัฒนา และการสนับสนุนผู้ประกอบการ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันในระดับสากลได้อย่างยั่งยืน


“พิพัฒน์” เปิดรับผู้ฝึกงานประเทศญี่ปุ่น IM Japan ปี 68 ป้อนเข้าอุตสาหกรรมการผลิต และก่อสร้าง สมัครออนไลน์ ฟรี!

  “พิพัฒน์” เปิดรับผู้ฝึกงานประเทศญี่ปุ่น IM Japan ปี 68 ป้อนเข้าอุตสาหกรรมการผลิต และก่อสร้าง สมัครออนไลน์ ฟรี!

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน สนับสนุนการทำงานในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นที่มีความต้องการจ้างงานแรงงานไทย พร้อมจัดโครงการ “สานต่อโคราชโมเดล” สรรหาเยาวชนไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นโดยบูรณาการร่วมกับสถาบันการศึกษาในการทำหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานต่างประเทศ และในปีนี้ ได้รับสมัครผู้ฝึกงานเทคนิคในประเทศญี่ปุ่น ผ่านองค์กร IM Japan ปี 2568 ประเภทงานอุตสาหกรรมการผลิตและอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยแบ่งการสมัครออกเป็น 5 รอบ โดยรอบที่ 1 รับสมัครวันที่ 1- 28 กุมภาพันธ์ 2568 รอบที่ 2 รับสมัครวันที่ 1- 31 มีนาคม 2568 รอบที่ 3 รับสมัครวันที่ 1 - 30 เมษายน 2568 รอบที่ 4 รับสมัครวันที่ 1 - 31 พฤษภาคม 2568 และรอบที่ 5 รับสมัครวันที่ 1 - 30 มิถุนายน 2568 โดยผู้ที่สนใจสามารถสมัครสอบได้ที่เว็บไซต์ toea.doe.go.th ไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่เว้นวันหยุดราชการ ฟรีค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ เมื่อฝึกปฏิบัติงานครบ 3 ปี โดยผู้ผ่านการคัดเลือก เดือนแรกจะได้รับเบี้ยเลี้ยง 80,000 เยน หรือประมาณ 17,300 บาท ค่าที่พัก ค่าน้ำ - ค่าไฟ ฟรี เดือนที่ 2 ถึงเดือนที่ 36 จะได้ค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายญี่ปุ่นกำหนด 170,000 เยน หรือประมาณ 37,000 บาทต่อเดือน ไม่รวม ค่าทำงานล่วงเวลา เมื่อฝึกครบตามกำหนด จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการฝึกงาน และเงินสนับสนุนการประกอบอาชีพ จำนวน 600,000 เยน หรือประมาณ 129,700 (ขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยน) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพเมื่อเดินทางกลับประเทศไทย


นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมการจัดหางาน ประกาศรับสมัครคัดเลือกผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทยไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่นผ่านองค์กร IM Japan ปี 2568 ครั้งที่ 2 (เพศชาย) ในตำแหน่ง ผู้ฝึกปฏิบัติงานทางเทคนิค ประเภทงานอุตสาหกรรมการผลิตและอุตสาหกรรมก่อสร้าง ระหว่างวันที่ 1 - 28 กุมภาพันธ์ 2568




สำหรับคุณสมบัติเบื้องต้นเป็นเพศชาย อายุ 18 - 30 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือปริญญาตรีไม่จำกัดสาขาวิชา สูงไม่ต่ำกว่า 160 เซนติเมตร สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ พ้นภาระทางทหาร ไม่มีรอยสักบนร่างกาย ไม่มีประวัติอาชญากรรม ไม่เคยทำงานหรือเข้าเมืองหรือพำนักโดยผิดกฎหมายหรือต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น เป็นต้น สำหรับการสอบคัดเลือกจะใช้วิธีการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย และประเมินภาษาญี่ปุ่น ณ ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร” นายสมชาย กล่าว


ทั้งนี้ กรมการจัดหางานจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ทางเว็บไซต์ของกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas และ facebook: IMthailand หากต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน โทร. 0 2245 9428 หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

“ศุภมาส” ย้ำ! พลังอุดมศึกษา : บทบาทในการสร้างสรรค์ สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม นำเข้าสู่งานวันนักประดิษฐ์ประจำปี 2568

 “ศุภมาส” ย้ำ! พลังอุดมศึกษา : บทบาทในการสร้างสรรค์ สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม นำเข้าสู่งานวันนักประดิษฐ์ประจำปี 2568


วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด ในงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2568 ครั้งที่ 26 ภายใต้แนวคิด “สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมไทย : ความท้าทายของประเทศ” โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. พร้อมด้วย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ในการจัดงาน และผู้บริหาร อว. เข้าร่วมงาน ณ Event Hall 101 - 104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา


นางสาวศุภมาส รมว.อว. กล่าวว่า พลังอุดมศึกษามีบทบาทในการสร้างสรรค์ สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม เป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม พลังอุดมศึกษาจะส่งเสริมให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ โดยรัฐบาลมุ่งเน้นให้ กระทรวง อว. เป็น “กระทรวงเศรษฐกิจ” ที่สามารถสร้างรายได้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งนี้ กระทรวง อว. มุ่งส่งเสริมนวัตกรรม สร้างความร่วมมือระดับโลก มุ่งมั่นสนับสนุน การศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ผ่านการสร้างองค์ความรู้และส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ และยังให้ความสำคัญกับ ความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของไทยบนเวทีโลก

รมว.อว. กล่าวต่อว่า เพื่อให้ อว.พัฒนากำลังคนด้านวิจัยและนวัตกรรม "พลังอุดมศึกษาจะต้องเร่งเตรียมความพร้อมด้านกำลังคน เพื่อสร้างบุคลากรที่สามารถนำงานวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง และกระทรวง อว. จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของนักวิจัยและนักประดิษฐ์ระดับโลกต่อไป


นอกจากนี้ น.ส.ศุภมาส ให้เกียรติเป็นประธานมอบประกาศนียบัตรรางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award แก่ผลงานวิจัย วิทยานิพนธ์ และผลงานประดิษฐ์คิดค้น จำนวน 204 ผลงาน ประกอบด้วย ผลงานวิจัย จำนวน 67 ผลงาน ได้แก่ ผลงานเรื่อง "วัสดุนาโนขั้นสูงกลุ่มโครงสร้างอะตอม 2 มิติ สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บและผันพลังงานสะอาด" เป็นต้น วิทยานิพนธ์ จำนวน 101 เรื่อง ได้แก่ ผลงานเรื่อง "การประยุกต์ใช้เคมีไฟฟ้าสำหรับวัสดุสองมิติ : การประกอบขึ้นรูปด้วยตัวเองบนชั้นระหว่างของเหลวของเหลว และเมมเบรนแบบลามิเนตจากวัสดุ 2 มิติ" เป็นต้น และผลงานประดิษฐ์คิดค้น จำนวน 36 ผลงาน ได้แก่ ผลงานเรื่อง "ชุดยางรัดเส้นเลือดขอดในหลอดอาหาร (Esophageal Varices Ligator) เป็นต้น 

ทั้งนี้ ยังมีการมอบรางวัลการประลองยอดฝีมือเยาวชนดนตรี ครั้งที่ 2 ประจำปี 2568 รางวัลถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 6 ทีม ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ วงพิชชโลห์, รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่หนึ่ง วง Violimba, รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่สอง วง Einschlag Ensemble, รางวัลชมเชย วง Pirun Naga Quintet, วง Momentoom และ วง Tempesta Trio

วช. ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมชมงาน “วันนักประดิษฐ์ 2568” (Thailand Inventors’ Day 2025) ระหว่างวันที่ 2 - 6 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 09.00 - 17.30 น. ณ Event Hall 101 - 104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ http://inventorsdayregis.com โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

วว. พัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อลดระดับไขมันในเลือดจากสารสกัดเห็ดนางฟ้าขาว

 วว. พัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อลดระดับไขมันในเลือดจากสารสกัดเห็ดนางฟ้าขาว

กระทรวงการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  ร่วมสนับสนุนส่งเสริมการเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ โดยการใช้ประโยชน์จาก “สารสกัดเห็ดนางฟ้าขาว” ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดระดับไขมันในเลือด สู่การพัฒนาเป็น “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร” เพื่อสร้างทางเลือกให้กับผู้บริโภคในการใช้ร่วมกับการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบัน นับเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศ ในการพัฒนาการผลิตและการส่งออกผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากเห็ดด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม 

เห็ดนางฟ้าขาว”  มีชื่อวิทยาศาสตร์ Pleurotus sajor-caju (Fr.) Singer และมีชื่อสามัญว่า เห็ดนางฟ้า มีลักษณะดอกสีขาวนวลถึงสีน้ำตาลอ่อน เห็ดนางฟ้าจัดเป็นเห็ดเศรษฐกิจหลักที่มีสรรพคุณบำรุงสุขภาพและทางยา โดยถูกกล่าวอ้างว่ามีสรรพคุณเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง ฤทธิ์ลดไขมันในเลือด อีกทั้งยังเป็นแหล่งของใยอาหารชนิดละลายน้ำสูง เพื่อช่วยเรื่องระบบของลำไส้ เร่งการขับถ่าย นอกจากนี้ ยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆ เช่น ช่วยป้องกันโรคหวัด ช่วยการไหลเวียนเลือด และโรคกระเพาะ รวมไปถึงรักษาโรคในช่องปาก เช่น การปวดฟัน เลือดออกตามไรฟัน บรรเทาการเป็นตะคริว และลดโอกาสการเกิดโรคมะเร็ง  เป็นต้น  โดยสารสำคัญที่พบในดอกเห็ดนางฟ้า ได้แก่ สารในกลุ่มโพลีแซคคาไรด์ คือ กลูแคน ไกลโคโปรตีน สารในกลุ่มสเตอรอล สารในกลุ่มโปรตีน และไขมัน  ซึ่งสารสำคัญเหล่านี้มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเกิดเนื้องอก  ยับยั้งแบคทีเรีย  ยับยั้งการเกิดโรคเบาหวาน  ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ และต้านอนุมูลอิสระ  การสร้างเซลล์ไขมันในเซลล์ไขมันขนิด 3T3-L1 รวมถึงสามารถลดระดับคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในโลหิต 

จากความหลากหลายของสรรพคุณดังกล่าว ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร วว. ได้ทำการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับฤทธิ์ในการลดระดับไขมันในโลหิตทั้งในระดับหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง จากนั้น จึงได้พัฒนาสูตรเป็น “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อลดระดับไขมันในเลือดจากสารสกัดเห็ดนางฟ้าขาว”  ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวผ่านการประเมินความปลอดภัยเบื้องต้นทั้งในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง รวมทั้งการปนเปื้อนของโลหะหนักและจุลินทรีย์ และได้ดำเนินการยื่นจดสิทธิบัตรสูตรและกรรมวิธีการสกัดสารออกฤทธิ์จากเห็ดนางฟ้าและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสู่เชิงพาณิชย์ต่อไป 

ผลสำเร็จในการวิจัยพัฒนา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อลดระดับไขมันในเลือดจากสารสกัดเห็ดนางฟ้าของ วว. ในครั้งนี้ จะทำให้เกิดผลตอบแทนสุทธิทางเศรษฐกิจของกลุ่มผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและอาหารให้มีมูลค่าสูงขึ้น รวมทั้งสร้างความนิยมในการนำเห็ดนางฟ้ามาใช้ประโยชน์เพื่อเสริมสร้างสุขภาพมากขึ้น 


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ call center โทร. 0 2577 9000 หรือที่ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร โทร. 0 2577 9012 (ดร.ศรัญญา  เหล่าวิทยางค์กูร ) หรือที่ระบบบริการลูกค้า “วว. JUMP”


วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทอดพระเนตร สตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน ๘๙ ในงาน "วันนักประดิษฐ์ ๒๕๖๘"

 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทอดพระเนตร สตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน ๘๙ ในงาน "วันนักประดิษฐ์ ๒๕๖๘"

กรุงเทพฯ – ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงทอดพระเนตร สตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน ๘๙ ผลงานวิจัยเด่นที่คว้ารางวัล NRCT AWARD ฉลองครบรอบ ๖๕ ปี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ที่จัดแสดงในงาน "วันนักประดิษฐ์ ประจำปี ๒๕๖๘" เพื่อยกย่องนวัตกรรมที่มีศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ


ผลงานวิจัย "สตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน ๘๙" – งานวิจัยเด่นจากมหาวิทยาลัยนเรศวร โดย รองศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท และทีมวิจัยจาก มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ - ๒๕๖๓ ภายใต้โครงการ "การปรับปรุงพันธุ์สตรอว์เบอร์รีเพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตแอนโทไซยานิน" ซึ่งเป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง มูลนิธิโครงการหลวง และมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

พันธุ์นี้เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่าง "๓๒๙" (ต้นพ่อจากอิสราเอล) และ "พระราชทาน ๘๐" (ต้นแม่ของไทย) จนได้พันธุ์ที่มีคุณลักษณะโดดเด่น ได้แก่ ขนาดผลใหญ่ ใกล้เคียงกับพันธุ์ที่ปลูกในเกาหลีใต้  รสชาติหวาน กลิ่นหอม ความหวานเฉลี่ย ๑๒.๓๐ องศาบริกซ์  เนื้อแน่น ทนทานต่อการขนส่ง มีความแน่นเนื้อ ๔.๒๒ นิวตัน  สีแดงเข้ม มีสารแอนโทไซยานินสูง (เฉลี่ย ๔๐.๘๓ มิลลิกรัม/๑๐๐ กรัม) สูงกว่าพันธุ์การค้าทั่วไปถึง ๒ เท่า  ศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรกว่า ๕๗,๐๐๐ บาท/ไร่

ได้รับ พระราชทานนามว่า "สตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน ๘๙" ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งชื่อตามพระชนมายุของ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่หากยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ จะมีพระชนมายุ ๘๙ พรรษา

ความท้าทายและแนวทางพัฒนาเพื่อยืดอายุการเก็บรักษา ผลักดันสู่อุตสาหกรรมและการค้า แม้ว่าสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน ๘๙ จะมีข้อจำกัดด้านอายุการเก็บรักษาสั้น แต่ทีมวิจัยได้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาด้วยการฉีดพ่นสารละลายไคโตซาน (chitosan) 1-2 % หรือสารละลายเมทิลจัสโมเนต (Methyl jasmonate; MeJA) 100  ไมโครลิตรในแปลงปลูกก่อนเก็บเกี่ยว 2 สัปดาห์ร่วมกับการใช้บรรจุภัณฑ์แบบดัดแปลงสภาพบรรยากาศ ทำให้สามารถยืดอายุการเก็บรักษาและรักษาคุณภาพของผลผลิตได้นานขึ้น

ปัจจุบัน สตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน ๘๙ ได้ขยายการทดลองปลูกทดสอบในพื้นที่สถานีเกษตรโครงการหลวง ๔ แห่งในเชียงใหม่ ได้แก่ สถานีเกษตรหลวงทุ่งหลวง (แม่วาง)  สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ (จอมทอง)  สถานีเกษตรหลวงแม่สาใหม่ (แม่ริม)  สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง (ฝาง) โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ ร้านมูลนิธิโครงการหลวงและห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ

สตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน ๘๙ ไม่เพียงเป็นนวัตกรรมด้านเกษตรที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความสำเร็จในการพัฒนา "เกษตรเชิงนวัตกรรม" ที่สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

ขอเชิญชวนให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป เข้าชมและศึกษาการปลูกและผลิต ด้านวิชาการ (ต้นพันธุ์ปลอดโรค การปลูก ดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว และการตลาด) ในงานวันนักประดิษฐ์  ลงทะเบียนเข้าชม ฟรี ได้ที่ http://inventorsdayregis.com โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อย่าพลาดโอกาสในการสัมผัสผลงานนวัตกรรมระดับโลก ระหว่างวันที่ 2 - 6 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 09.00 - 17.30 น.


#สตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน๘๙ #วันนักประดิษฐ์๒๕๖๘ #NRCTAWARD #เกษตรนวัตกรรม #โครงการหลวง

“อว.-เกษตรฯ” ผนึก บพข. ปลดล็อกคอขวดชีวมวลเชียงราย จับมือ 5 เอกชน ดัน ‘เลิกเผา เป๋าตุง’ เปิดตลาดซื้อขายเศษวัสดุเกษตร 40,000 ตัน มูลค่ากว่า 30 ล้านบาทต่อปี

  “อว.-เกษตรฯ” ผนึก บพข. ปลดล็อกคอขวดชีวมวลเชียงราย จับมือ 5 เอกชน ดัน ‘เลิกเผา เป๋าตุง’ เปิดตลาดซื้อขายเศษวัสดุเกษตร 40,000 ตัน มูลค่ากว่า ...