วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

ททท. เตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์ม TAT Connex ตั้งเป้าให้เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและอินฟลูเอนเซอร์ ในวันที่ 15 ส.ค.นี้

 ททท. เตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์ม TAT Connex ตั้งเป้าให้เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและอินฟลูเอนเซอร์ ในวันที่ 15 ส.ค.นี้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์ใหม่ TAT Connex เครื่องมือทำการตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์ สื่อกลางเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและอินฟลูเอนเซอร์ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้พร้อมเจาะตลาดท่องเที่ยว และยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน


แพลตฟอร์ม TAT Connex เป็นไปตามยุทธศาสตร์การยกระดับประเทศด้วยการท่องเที่ยว มุ่งเน้นการผนึกกำลังพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรทำการตลาดแบบ 360 องศา  พร้อมใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในยุคดิจิทัล

TAT Connex มีแผนพัฒนาให้รองรับการทำงานทั้งในรูปแบบแอปพลิเคชัน (ดาวน์โหลดได้ ทั้งระบบ Android และ IOS) และเว็บไซต์ ซึ่งจะสามารถรองรับข้อมูลความต้องการในการรับงานและจ้างงานระหว่าง อินฟลูเอนเซอร์กับผู้ประกอบการใน 5 ช่องทาง ได้แก่ Facebook, Instagram, Tiktok, Youtube และ X (Twitter) 


โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการใน 10 ประเภทธุรกิจ ได้แก่ ภัตตาคาร/ร้านอาหาร ที่พักโฮมสเตย์ ยานพาหนะ นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว บริษัทนำเที่ยว สุขภาพและความงาม กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า การจัดกิจกรรม การประชุม โรงละคร โรงมหรสพ ร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่น ๆ และ กลุ่มสื่อมวลชน KOL และอินฟลูเอนเซอร์ทุกประเภท ไม่จำกัดจำนวนผู้ติดตาม สามารถลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมแพลตฟอร์มใช้บริการได้ โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าบริการแพลตฟอร์ม


ในช่วงของการพัฒนาแพลตฟอร์ม TAT Connex ผู้ประกอบการ สื่อมวลชน KOL และอินฟลูเอนเซอร์ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมใช้งานล่วงหน้า ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2567 ที่ Facebook: TAT Connex (https://www.facebook.com/TATConnex) หรือลงทะเบียนและใช้งานแพลตฟอร์ม TAT Connex เมื่อเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการแล้ว


The Tourism Authority of Thailand (TAT) is preparing to launch its new online platform, TAT Connex, on August 15th. This platform aims to serve as a media hub connecting tourism business operators and influencers. It enhances competitiveness in the tourism market and aims to sustainably grow Thailand's tourism industry.


TAT Connex aligns with Thailand's tourism elevation strategy, focusing on integrating partners within the tourism industry through 360-degree marketing collaborations. It utilizes data and technology to enhance efficiency and elevate Thailand's tourism industry in the digital age.


The platform will be available as both an application (downloadable on Android and iOS) and a website. It will facilitate job matching between influencers and businesses across five channels: Facebook, Instagram, TikTok, YouTube, and Twitter (X).


It opens opportunities for businesses in 10 categories including restaurants, homestays, transportation, recreational and tourist sites, tour companies, health and beauty services, sports for tourism, malls and shopping centers, event organizers, theaters, souvenir shops, and other retail businesses. Additionally, all types of media personalities, KOLs, and influencers can register without fees.


Businesses, media personalities, KOLs, and influencers can pre-register and use the platform from today until August 15th, 2024, through the official Facebook page (https://www.facebook.com/TATConnex) or directly on the TAT Connex platform upon its official launch.


#สื่อสารองค์กรททท #AmazingThailand #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #TourismAuthorityOfThailand

#TATCONNEX

วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

ต้องจารึก! บุรีรัมย์เปิดฉาก มิวสิคัล “ลมหายใจของแผ่นดิน” สุดงดงาม ยิ่งใหญ่อลังการ สมพระเกียรติ

 ต้องจารึก! บุรีรัมย์เปิดฉาก มิวสิคัล “ลมหายใจของแผ่นดิน” สุดงดงาม ยิ่งใหญ่อลังการ สมพระเกียรติ

จังหวัดบุรีรัมย์สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้งกับงาน “ลมหายใจของแผ่นดิน” กิจกรรมเทิดพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 6 รอบ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 เปิดฉากวันแรกสุดงดงาม ตระการตา สมพระเกียรติ ผู้ร่วมงานกว่า 30,000 คนสวมใส่เสื้อสีเหลือง เนืองแน่นเต็มพื้นที่ด้านหน้า สนามฟุตบอลช้างอารีนา แสดงให้เห็นถึงพลังความสามัคคี และความสามารถของ “ฅนบุรีรัมย์” ตลอดถึงภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชนที่ร่วมกันจัดงานได้อย่างยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา


งาน “ลมหายใจของแผ่นดิน” มีกำหนดจัด 3 วันเต็ม ระหว่างวันที่  28-30 กรกฎาคม 2567 ที่สนามฟุตบอล ช้าง อารีนา จังหวัดบุรีรัมย์ ล่าสุดได้เปิดฉากกิจกรรมวันแรกอย่างสุดประทับใจ โดยจัดขึ้นหลังจากพิธี จุดเทียนชัยถวายพระพร โดยพิธีการเริ่มจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน และประชาชน ประกอบพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม ร่วมกันจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา หลังจากนั้นจึงเข้าสู่ช่วงการแสดงเทิดพระเกียรติที่สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานอย่างมาก


นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า งานลมหายใจของแผ่นดิน ถ่ายทอดความรัก ความภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของ“ฅนบุรีรัมย์” เนื่องในโอกาสวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ซึ่งเป็นลมหายใจของแผ่นดิน ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งใหญ่ต่อประชาชนชาวไทย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-30 กรกฎาคม 2567 เข้าร่วมงานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ตลอด 3 วัน คาดว่าจะมีผู้ร่วมงานมากกว่า 1 แสนคน

นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า  การแสดงในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงพลังความสามัคคีและความสามารถของลูกหลานชาวบุรีรัมย์ ตลอดถึงภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชนที่ร่วมกันจัดงานได้อย่างยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา หลังจากเปิดลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์มียอดจองเข้ามาถึงวันละ 30,000 คนเต็มทุกที่นั่ง จึงได้มีการจัดเสริมเก้าอี้ เพื่อรองรับประชาชนที่ลงทะเบียนไม่ทันหรือ บางส่วนที่ walk-in เข้ามาร่วมงานก็สามารถร่วมกิจกรรมได้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานค่อนข้างคึกคัก ทั้งในส่วนของที่พักร้านอาหาร มีการจองที่พักในช่วงวันที่ 27-30 กรกฎาคม มากกว่าปกติเท่าตัว ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมจะได้รับของที่ระลึกเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่า เป็นเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 72 พรรษารัชกาลที่ 10 พร้อมทั้งกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณกุศล รับบริจาคโลหิต จำนวน 7,200 ยูนิต ทั้งภายในงาน และโรงพยาบาล 10 แห่งในโครงการ นอกจากนี้ยังมี โรงทานปันสุข บริการอาหารเครื่องดื่ม เปิดให้บริการตั้งแต่ 16.00 น. เป็นต้นไป มีร้านอาหาร ของดีบุรีรัมย์ ร้านชื่อดังที่มาร่วมงาน ตลอด 3 วัน กว่า 240 ร้านค้า



บรรยากาศการจัดกิจกรรมการแสดงเทิดพระเกียรติ “ลมหายใจของแผ่นดิน” เปิดฉากวันแรก อย่างสุดยิ่งใหญ่ตระการตา มีการ Wrap ด้านหน้าสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด เป็นสีขาวอย่างสวยงาม เพื่อให้กลายเป็นจอขนาดยักษ์ ฉายภาพด้วยเทคโนโลยี 3D Mapping นักแสดงและนักดนตรีลูกหลานชาวบุรีรัมย์กว่า 200 คน บรรเลงโดยวงดนตรีออร์เคสตรา (Orchestra) วงใหญ่ ผสมผสานเครื่องดนตรีอีสานใต้ กว่า 120 ชิ้น มีการนำสถานที่ท่องเที่ยวและของดีบุรีรัมย์ ไม่ว่าจะเป็น ปราสาทหินพนมรุ้ง, ลูกชิ้นยืนกิน, กุ้งจ่อม, ผ้าไหมบุรีรัมย์ ฯลฯ มาชูโรงตลอดการแสดง



เนื้อความของมิวสิคัล “ลมหายใจของแผ่นดิน” เล่าเรื่องราวตัวละคร “ลุงหมง” ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้จากโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อช่วยเหลือพสกนิกรที่อยู่ใต้ร่มโพธิสมภาร โดยลุงหมงได้เล่าให้กับหลานสาวที่พาเพื่อนมาเยี่ยมได้รับรู้ ทำให้ผู้ที่มาร่วมงานได้เห็นถึงพระราชกรณียกิจนานับประการ ที่พระองค์ทรงเสียสละ เพื่อพสกนิกรชาวไทย หลังจบโชว์มิวสิคัล เป็นการแสดงพลุเฉลิมพระเกียรติสุดยิ่งใหญ่ สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานอย่างมาก



ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชม มิวสิคัล “ลมหายใจของแผ่นดิน”  ได้จนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 บริเวณสนามฟุตบอลช้างอารีนา จังหวัดบุรีรัมย์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางแฟนเพจ BURIRAM UNITED


#ลมหายใจของแผ่นดิน

#บุรีรัมย์

#บุรีรัมย์ยูไนเต็ด


วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

รมว.พิพัฒน์ หนุนอาชีพอิสระคนเมืองคอน สร้างรายได้เสริมท่องเที่ยวชุมชน

 รมว.พิพัฒน์ หนุนอาชีพอิสระคนเมืองคอน สร้างรายได้เสริมท่องเที่ยวชุมชน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้นายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์ โฆษกกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เยี่ยมชมและให้กำลังใจผู้เข้ารับการฝึกอบรม การทำขนมฟิวชั่นและ food design เพื่อยกระดับทักษะแรงงานรองรับการท่องเที่ยวในชุมชน



นายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์ โฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ผมพร้อมคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ตรวจเยี่ยมการพัฒนาทักษะให้แก่แรงงานในพื้นที่ ซึ่งในครั้งนี้ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 22 นครศรีธรรมราช มีการจัดฝึกอบรมให้แก่แรงงานในชุมชนหลักสูตรการออกแบบการนำเสนออาหาร (food design)  และหลักสูตรการทำขนมฟิวชั่น เพื่อเป็นการยกระดับอาหารของท้องถิ่นให้มีความทันสมัย รู้จักการจัดวาง และสร้างสรรค์การนำเสนออาหารที่น่าสนใจ ประกอบกับปัจจุบันเป็นโลกแห่งโซเชียล นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะต้องมีการถ่ายรูปอาหาร รีวิวอาหารลงโซเชี่ยลก่อนอยู่แล้ว หากอาหารมีสีสันสวยงาม น่าทาน การกระทำเหล่านี้เป็นการประชาสัมพันธ์ที่ดี เกิดการบอกต่ออย่างรวดเร็ว ผู้พบเห็นก็จะอยากมาทานอาหารและท่องเที่ยวในจังหวัดและแหล่งชุมชนที่ขึ้นชื่อ ทำให้จังหวัดมีรายได้เพิ่มขึ้น และส่งผลให้เศรษฐกิจของไทยเกิดความคล่องตัว


 



นายภูมิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ทักษะด้านอาหาร และการออกแบบ ดังกล่าว เป็นการ Up-Skill ให้แก่แรงงานในชุมชน เพื่อรองรับด้านการท่องเที่ยว ซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีศักยภาพการท่องเที่ยวสูงและมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ทั้งภูเขา บ่อน้ำร้อน น้ำตก แม่น้ำ หรือทะเลที่สวยงาม อีกหนึ่งด้านที่โดดเด่น นั่นคือ อาหารที่มีเอกลักษณ์ รสชาติเข้มข้นและจัดจ้าน หากสามารถดึงความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้  จะช่วยให้ชุมชนมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น สร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ซึ่ง สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้แรงงานมีทักษะสามารถนำไปประกอบอาชีพและมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น จากการเยี่ยมชมและให้กำลังใจผู้รับการฝึกอบรมของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 22 นครศรีธรรมราช  ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความตั้งใจ และจะนำความรู้ที่ได้ไปปรับปรุงอาหารในร้านของตนเองให้มีเอกลักษณ์ที่สวยงาม น่าทาน ในช่วงแรกคิดว่าจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น 1,000 -2,000 บาทต่อเดือน




"นอกจากนี้ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานมีการดำเนินงานแบบบูรณาการ เพื่อดูแลพี่น้องแรงงานตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน คือ ทักษะดี มีงานทำ หลักประกันสังคมเด่น เน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย"  นายภูมิพัฒน์กล่าวในท้ายสุด

วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

รีจูรัน ประเทศไทย จัดงาน Rejuran Enchanted Beauty a Fairytale Journeys - Rejuran Gala Dinner & Award Ceremony พิธีมอบรางวัลระดับประเทศ

 รีจูรัน ประเทศไทย จัดงาน Rejuran Enchanted Beauty a Fairytale Journeys - Rejuran Gala Dinner & Award Ceremony พิธีมอบรางวัลระดับประเทศ

บริษัท SW HEALTHCARE CO.,LTD ผู้นำเข้าเครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง จากประเทศในยุโรปและเอเชีย เพื่อจำหน่ายให้กับโรงพยาบาล คลินิกและแพทย์ ด้วยประสบการณ์ในการทำธุรกิจที่ ยาวนานกว่า 20 ปี ภายใต้ปณิธาน “Best Quality is our Commitment” โดยบริษัทฯ เป็นผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์ REJURAN (รีจูรัน) ทุกชนิดเเต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ได้ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทยถูกต้องตามกฎหมาย 

 Rejuran Thailand (รีจูรัน ประเทศไทย) ได้จัดงาน Rejuran Enchanted Beauty a Fairytale Journeys - Rejuran Gala Dinner & Award Ceremony งานเลี้ยงสุดพิเศษที่จัดขึ้นมาเพื่อการันตีความสำเร็จให้กับแพทย์ผู้เชียวชาญในการฉีด REJURAN (รีจูรัน) ผู้มากประสบการณ์แชร์เทคนิคให้กับแพทย์ผิวหนังในประเทศไทย อีกทั้งเพื่อขอขอบคุณ คลินิกที่มียอดใช้ REJURAN (รีจูรัน) สูงสุดระดับประเทศ ได้เชิญ 20 คลินิกที่มียอดใช้ REJURAN (รีจูรัน) สูงสุดระดับประเทศ ณ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา 


        ภายในงานได้ประกอบไปด้วย 3 รางวัลใหญ่สูงสุดระดับประเทศ ดังนี้

 


 รางวัล HONORABLE TRAINER & GLOBAL KOL AWARD 2024

รางวัล Master trainer & KOL

รางวัล HONORABLE TRAINER & GLOBAL KOL AWARD 2024 และ Master trainer & KOL มอบให้กับแพทย์เชี่ยวชาญผู้มากประสบการณ์  ผู้แชร์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการฉีด REJURAN ให้กับแพทย์ทั่วประเทศไทยและแพทย์ในต่างประเทศทั่วโลก อาทิ รศ.(พิเศษ) พญ.วิไล ธนสารอักษร (แพทย์ผิวหนัง) ชำนาญการด้านโรคผิวหนัง การใช้เลเซอร์รักษาโรคผิวหนัง ศัลยกรรมเพื่อความงาม และปรับรูปหน้าด้วยสารเติมเต็ม คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลและ โรงพยาบาลสมิติเวชสุขุมวิท, ดร.พญ.อัจจิมา สุวรรณจินดา เป็นศัลยแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญด้าน ผิวหนัง (เลเซอร์ผิวหนัง) มะเร็งผิวหนัง และศาสตร์การแพทย์ผสมผสานกว่า 25 ปี, ศ.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา อาจารย์ประจำสาขาตจศัลยศาสตร์ ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, ผศ.พญ.ธัญญา เตชะพิเชฐวนิช  อาจารย์ประจำสาขาตจศัลยศาสตร์ ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และ นพ. สว่าง อัมพรพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศาสตร์ชะลอวัยและผิวพรรณ

รางวัล KOL AWARD 2024

รางวัล KOL AWARD 2024 จำนวน 12 รางวัล มอบให้กับแพทย์ผู้เชียวชาญด้านผิวหนังและช่วยแชร์ประสบการณ์ในการฉีด REJURAN ให้กับแพทย์ทั่วประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงการไม่หยุดพัฒนาในวงการแพทย์ผิวหนังในประเทศไทย ได้แก่ ศาสตราจารย์ ร.อ.หญิง แพทย์หญิงเพ็ญพรรณ วัฒนไกร, รศ.พญ.ปุณยพัศฐิช์ ศิริธนบดีกุล, ผศ.พญ.สุเนตรา นิตยวรรธนะ, ศ.นพ วาสนภ วชิรมน, อ.พญ.นิธินา ยี่สิบแสน, พญ.อรุณี ทองอัครนิโรจน์, พญ.เจนจิรา ชัยชโลทรกุล, พญ.มานิกา นภารัตน์, พญ.อุไรรักษ์ ทรัพย์สาร, นพ.เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช, นพ.วนนน ปราศมณฑิล, อ.พญ.ฉัตรบงกช เขมาชีวะกุล

รางวัล Top 20 Prestigious Clinic


ปิดท้ายด้วย รางวัล Top 20 Prestigious Clinic จำนวน 20 รางวัล มอบให้กับ 20 คลินิกที่มียอดใช้ REJURAN (รีจูรัน) สูงสุดระดับประเทศ 

ผู้สนใจสอบถามขอมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line OA: @rejuranthailand โทรl. 02-108-6285, 081-315-2470, 063-889-8363

_____________________________________



วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

กรมการจัดหางาน เชิญบริษัทเจ้าของป้ายโฆษณาภาษาจีนชี้แจง เตือน ป้ายโฆษณา บ.นำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทยต้องไม่เกินจริง

 กรมการจัดหางาน เชิญบริษัทเจ้าของป้ายโฆษณาภาษาจีนชี้แจง เตือน ป้ายโฆษณา บ.นำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทยต้องไม่เกินจริง 

นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สั่งการเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีพบป้ายโฆษณาภาษาจีนรับจัดหาแรงงานข้ามชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทย บริเวณริมถนน 304 นิคมโรจนะ จ.ปราจีนบุรี กรมการจัดหางานรับข้อสั่งการแล้วไม่นิ่งนอนใจ เร่งดำเนินการตรวจสอบ พบผู้ขึ้นป้ายดังกล่าวเป็นบริษัทนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทยที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีผู้รับอนุญาตเป็นคนไทย ที่ทำการบริษัทตั้งอยู่ในพื้นที่ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งตามพรก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มิได้ห้ามไม่ให้บริษัทนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทยทำการโฆษณาการให้บริการรับจัดหาแรงงานข้ามชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทยแต่อย่างใด ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์การตั้งบริษัทฯ อย่างไรก็ตามกรมการจัดหางาน โดยกองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน ได้เชิญบริษัทผู้รับอนุญาตดังกล่าวมาสอบถามข้อเท็จจริง และกำชับ หากจะทำการโฆษณาให้บริษัทผู้รับอนุญาต ระบุชื่อบริษัท เลขที่ใบอนุญาตในข้อความโฆษณาให้ชัดเจน รวมถึงเบอร์โทรศัพท์ที่แจ้งเป็นช่องทางติดต่อจะต้องตรงกับข้อมูลที่ได้แจ้งไว้กับกรมการจัดหางาน พร้อมเน้นย้ำให้ใช้ข้อความโฆษณาที่ไม่เกินจริงด้วย 




ทั้งนี้ กรมการจัดหางานได้สั่งการไปยังสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 – 10 และสำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ ให้เข้มงวดตรวจสอบ การดำเนินการของบริษัทนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศ และการทำงานของแรงงานต่างชาติ ในพื้นที่รับผิดชอบอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ


2 หนุ่มเยาวชนไทยสาขาเทคโนโลยีระบบทำความเย็น กำลังใจดีพร้อมสู้ศึก WorldSkills Lyon 2024

 2 หนุ่มเยาวชนไทยสาขาเทคโนโลยีระบบทำความเย็น กำลังใจดีพร้อมสู้ศึก WorldSkills Lyon 2024

นางสาวบุปผา เรืองสุด  อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ลงพื้นที่จังหวัดลำพูน ให้กำลังใจ 2 เยาวชนไทยสาขาเทคโนโลยีระบบทำความเย็น  กองเชียร์เพียบ  ยัน! กำลังใจเต็มเปี่ยมพร้อมสู้ศึก

ในเวที WorldSkills Lyon 2024 เมืองลียง สาธารณรัฐฝรั่งเศส 3 – 17 กันยายน 2567 นี้

 


นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า  มีโอกาสลงพื้นที่สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานลำพูน ซึ่งเป็นสถานที่เก็บตัวฝึกซ้อมเยาวชนในสาขาเทคโนโลยีระบบทำความเย็น จึงถือโอกาสมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจน้องไอซ์ หรือนายหัตศนัยต์ บุญแก้วคง สังกัดวิทยาลัยเทคนิคสงขลา และน้องต้น หรือนายธีรวัฒน์ แนมนิล สังกัดวิทยาลัยเทคนิคระยอง 2 หนุ่มเยาวชนไทยที่อยู่ระหว่างการเก็บตัวฝึกซ้อม จากการพูดคุยกับน้องๆ และผู้เชี่ยวชาญ ได้เห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจของน้องๆทั้ง 2 คน รวมถึงผู้ฝึกสอนที่เต็มที่กับการฝึกสอนให้แก่น้องๆ ไม่ว่าจะเป็นการค้นหา และประสานผู้สนับสนุนในด้านเครื่องมือ อุปกรณ์ที่ใกล้เคียงในการแข่งขัน เพื่อให้น้องๆได้นำมาฝึกฝนจนเกิดความคุ้นเคยและมีความเชี่ยวชาญมากที่สุด ทั้งนี้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานต้องขอขอบคุณบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท CHEMOURS จำกัด ตัวแทนจำหน่ายบริษัท Colder จำกัด บริษัทเอ็มดี คอนซูเมอร์แอพพลา แอนซ์(ประเทศไทย) จำกัด และสมาคมเครื่องทำความเย็นไทย ที่เป็นผู้ประสานงานผู้ประกอบกิจการในเครือข่ายของสมาคมในการสนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ ตลอดระยะเวลาการฝึกซ้อม นอกจากนี้ยังได้รับทราบว่า น้อง 1 ใน 2 คนนี้จะมีเพียงหนึ่งเดียวที่จะได้เป็นตัวแทนเยาวชนไทยไปแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 3-17 กันยายน 2567 นี้ ที่เมืองลียง สาธารณรัฐฝรั่งเศส จึงขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ ฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ ใครที่ผ่านการคัดเลือกเป็นตัวแทนเยาวชนไทยก็ขอให้มีสมาธิในการแข่งขัน และทำให้สุดความสามารถ ส่วนคนที่ไม่ได้ไปต่อก็อย่าเพิ่งท้อใจ ขอให้ตั้งใจฝึกฝนเพิ่มขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่าทั้ง 2 คนที่ผ่านเข้ารอบมาได้เป็นบุคคลที่มีความสามารถ ซึ่งประสบการณ์และทักษะที่ได้รับการถ่ายทอดจากวิทยากรหรือผู้เชี่ยวชาญ ช่วยให้น้องนำไปใช้ประโยชน์ในการทำงานในอนาคตได้อย่างแน่นอน








"ฝากเป็นกำลังใจให้กับน้องๆ ตัวแทนเยาวชนไทยในสาขาเทคโนโลยีระบบทำความเย็น และเยาวชนตัวแทนประเทศไทยอีก 20 คน ที่จะไปเข้าแข่งขันโชว์ศักภาพทักษะฝีมือแรงงานของคนไทยในเวที WorldSkills Lyon 2024 เมืองลียง สาธารณรัฐฝรั่งเศส ในวันที่ 3 – 17 กันยายน 2567 นี้ด้วย" อธิบดีกล่าวในท้ายสุด


ด้านอาจารย์มีชัย อายุรักษ์ ครูฝึกฝีมือแรงงาน ระดับ ช.3 สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานลำพูน ผู้เชี่ยวชาญประจำสาขานี้เล่าว่า แผนการฝึกซ้อมในตอนนี้เป็นไปตามหลักของ Head project ที่เป็นข้อกำหนดในการฝึกซ้อมเบื้องต้น แต่การแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติที่ลียงในครั้งนี้เป็นแบบปิด คือ ไม่สามารถทราบได้เลยว่าโจทย์เป็นอย่างไร แต่ด้วยประสบการณ์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแข่งขันในเวทีต่าง ๆ ของตนเองก็ได้นำการแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชียครั้งล่าสุดมาอ้างอิงในการฝึกซ้อม โดยในแต่ละวันจะมีการกำหนดโจทย์ต่างๆให้น้องได้ฝึกซ้อม รู้จักและเข้าใจเครื่องมือ อุปกรณ์ พร้อมทั้งมีการจับเวลาให้เสมือนการแข่งขันจริง และให้น้องๆได้รู้จักแก้ไขปัญหา เพราะเมื่อลงสนามจริง เราจะเจอกับโจทย์ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่เราไม่คุ้นเคย ดังนั้นการแก้ปัญหาจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่น้องๆจะต้องเรียนรู้และฝึกฝน ในการฝึกซ้อมทุกอย่างจะทุ่มเทอย่างเต็มที่ 100% ในเรื่องของผลงาน และเวลา คิดว่า น้องๆจะต้องชนะตั้งแต่ตอนฝึกซ้อม ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่า 1 ใน 2 คนนี้ที่เป็นตัวแทนไปแข่งขันในครั้งนี้จะคว้าชัยกลับมายังประเทศไทยอย่างแน่นอน และหลังจากนี้ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป น้องๆจะไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 สมุทรปราการต่อไป

ประมงชี้แจง ไข่ปลาหมอคางดำอยู่นอกปากพ่อปลาได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง พร้อมแนะวิธีการขนส่งอย่างถูกต้อง ป้องกันการระบาดข้ามพื้นที่

 ประมงชี้แจง ไข่ปลาหมอคางดำอยู่นอกปากพ่อปลาได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง

พร้อมแนะวิธีการขนส่งอย่างถูกต้อง ป้องกันการระบาดข้ามพื้นที่

         นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในประเทศไทยพบการแพร่ระบาดแล้ว 16 จังหวัด กรมประมงได้เร่งดำเนินการตามนโยบายของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 5 มาตรการสำคัญ แต่ในขณะนี้ มีข้อสงสัยของสังคม เรื่อง ไข่ปลาหมอคางดำสามารถทนต่อสภาพแวดล้อมนอกปากปลาหมอคางดำได้ถึง 2 เดือน และยังฟักเป็นตัวได้ จากหลักวิชาการด้านประมง พบว่า พฤติกรรมของปลาหมอคางดำเป็นปลาที่พ่อปลาอมไข่ไว้ในปาก เพื่อฟักไข่ในปากไข่ปลาต้องได้รับความชุ่มชื้นและออกซิเจนอย่างเพียงพอ จึงจะเป็นสภาพที่พร้อมในการฟักลูกปลา ดังนั้น ไข่ปลาหมอคางดำจึงไม่สามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งได้ หากนำไข่ปลาหมอคางดำขึ้นมาจากน้ำแล้วทิ้งไว้จนแห้งจะกลายเป็นไข่เสียทันที ไม่สามารถฟักเป็นตัวได้อีก และในปัจจุบันยังไม่พบรายงานวิจัยว่าไข่ปลาหมอคางดำสามารถทนอยู่ในสภาพแห้งแล้ง ได้ถึง 2 เดือน แล้วกลับมาฟักเป็นตัวได้อีกอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม เมื่อนำปลาหมอคางดำขึ้นจากน้ำแล้ว ไข่ปลาที่อยู่ในปากของพ่อปลาที่ตายแล้ว จะสามารถทนอยู่ได้ในปากประมาณ 10 - 15 นาที และไข่ที่ออกจากปากปลาสามารถอยู่ในน้ำที่ไม่มีออกซิเจนได้นานถึง 1 ชั่วโมง ในกรณีไข่ปลาหมอที่ตกค้างบริเวณพื้นบ่อที่ตากไว้ และโรยปูนขาวแล้ว ไข่ปลาหมอไม่สามารถฟักเป็นตัวได้ สำหรับไข่ปลาที่มีคุณสมบัติพิเศษที่ทนต่อสภาพแห้งแล้งพบได้ในปลาบางชนิด เช่น ปลาคิลลี่ (Killifish) ที่เป็นปลาขนาดเล็ก มีวงจรชีวิตสั้น ซึ่งตามสัญชาตญาณเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ ทำให้ไข่ปลาชนิดนี้มีความทนทานต่อสภาพที่ไม่เหมาะสมต่าง ๆ โดยในฤดูที่แห้งแล้งปลาคิลลี่จะวางไข่ไว้บนพื้นดิน และเมื่อได้รับน้ำในฤดูฝนก็จะสามารถฟักออกมาเป็นตัวได้ ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับปลาหมอคางดำ 




         นอกจากนี้ กรมประมงยังมีการสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐ เกษตรกรชาวประมง และประชาชน จับปลาหมอคางดำขึ้นจากแหล่งน้ำธรรมชาติ และบ่อระบบปิด ซึ่งเมื่อจับขึ้นมาแล้วจำเป็นต้องนำไปใช้ประโยชน์ และกรมประมงเองก็มีการตั้งจุดรับซื้อทุกจังหวัดที่พบการแพร่ระบาด โดยตั้งราคาไว้ที่กิโลกรัมละ15บาท ดังนั้น จึงขอแนะนำข้อปฏิบัติในการขนย้ายปลาหมอคางดำ ดังนี้ 

         1. การขนส่งปลาหมอคางดำ ควรทำการขนส่งแบบแห้ง เพื่อไม่ให้มีไข่ปลารอดชีวิต

         2. การนำปลาหมอคางดำไปเป็นเหยื่อหรืออาหารสัตว์แบบสด ควรใช้ปลาตายและเช็คให้แน่ใจว่าไม่มีไข่อยู่ในปาก

         3. การทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ของปลาหมอคางดำ เช่น การนำไปทำปุ๋ยชีวภาพหรือทำเป็นอาหารสัตว์ ควรอยู่ห่างจากแหล่งน้ำธรรมชาติและบ่อน้ำทิ้ง เพื่อป้องกันการหลุดรอด

         4. การขนส่งปลาสดในน้ำแข็ง ควรนำปลาใส่ถุงก่อน เพื่อไม่ให้สัมผัสกับน้ำแข็งที่อาจละลายในระหว่างการขนส่ง

         สำหรับเกษตรกรที่เตรียมบ่อสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ กรมประมงมีข้อแนะนำ ดังนี้

         1. ลงปูนขาว หรือ กากชา เพื่อฆ่าศัตรูปลา ในการเตรียมบ่อก่อนลงลูกปลาที่เลี้ยงทุกครั้ง

         2. ใช้ถุงกรองเพื่อกรองน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติเข้าสู่บ่อ ป้องกันไม่ให้ปลาหมอคางดำ ปลาผู้ล่าอื่น ๆ รวมถึงศัตรูปลาเข้าสู่บ่อเลี้ยง

         3. หากพบปลาหมอคางดำในบ่อต้องรีบดำเนินการจับขึ้น โดยใช้แห อวน ลอบ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อควบคุมและกำจัดไม่ให้แพร่ระบาดจำนวนมาก

         4. หากพบปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำใกล้เคียงบ่อเลี้ยงให้รีบกำจัด และแจ้งกรมประมงเพื่อหาทางควบคุมและกำจัดออกจากแหล่งน้ำทันที

         5. หากบ่อเลี้ยงเคยพบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำมาแล้ว ควรทำการตากบ่อ จนกว่าดินจะแห้งสนิทก่อนสูบน้ำเข้าบ่อ เพื่อเพาะเลี้ยงใหม่อีกครั้ง



“พาณิชย์” เปิดขุมทรัพย์ใหม่สินค้าอาหารไทย! ชี้ตลาด Fresh Snacks จีน​ จ่อแตะ 2 - 2.5 แสนล้านบาท รับเทรนด์ความสดใหม่–สุขภาพดี–กินสะดวก หนุนดันผู้ประกอบการเปลี่ยนวัตถุดิบไทยสู่แบรนด์มูลค่าสูง เจาะกำลังซื้อผู้บริโภคจีน

“พาณิชย์” เปิดขุมทรัพย์ใหม่สินค้าอาหารไทย! ชี้ตลาด Fresh Snacks จีน​ จ่อแตะ 2 - 2.5 แสนล้านบาท รับเทรนด์ความสดใหม่–สุขภาพดี–กินสะดวก หนุนดัน...