วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569

ล้มช้าง!!! “ไอติม” “พนิดา” “วาโย” ปชน. กมธ.กิจการศาล เหมาเข่ง พ่วง “อภิสิทธิ์” อดีตนายกรัฐมนตรี –อัยการเสื้อส้ม“วีรยุทธ” อธิบดีอัยการยาเสพติด พ่วงคดีวินัยร้ายแรง ปมแต่งตั้ง “สมชัย” อดีต กกต.ไม่ชอบ ส่วน “สมชัย”อ่วม!!!โดนคดีอาญาเพิ่ม 2 คดีรวด

          ล้มช้าง!!! “ไอติม” “พนิดา” “วาโย” ปชน. กมธ.กิจการศาล เหมาเข่ง พ่วง “อภิสิทธิ์” อดีตนายกรัฐมนตรี –อัยการเสื้อส้ม“วีรยุทธ” อธิบดีอัยการยาเสพติด พ่วงคดีวินัยร้ายแรง ปมแต่งตั้ง “สมชัย” อดีต กกต.ไม่ชอบ  ส่วน “สมชัย”อ่วม!!!โดนคดีอาญาเพิ่ม 2 คดีรวด 

        วันที่ 10 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ที่ สน.บางโพ ได้รายงานคดีสำคัญและเป็นที่สนใจของประชาชนต่อ ผบ.ตร.ตามลำดับชั้น มีผู้กล่าวโทษเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 และพนักงานสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีมีมูลจริงจึงได้เรียกให้ผู้กล่าวโทษมาสอบสวนและยืนยันการกระทำความผิด เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ทำให้อุณภูมิการเมืองเดือดทันที 

          เป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองไทย รธน.ฉบับปัจจุบันพ่นพิษ ผลคดีทั้งคดีอาญาและจริยธรรมร้ายแรงตัดสิทธิการเมืองตลอดไป ไม่อาจดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆได้อีก 

          โดยมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 บังคับใช้กับกำกับควบคุมกรรมการในองค์กรอิสระ พ่วง สส. สว.และคณะรัฐมนตรีด้วยมาตรฐานทางจริยธรรมทางการเมืองลุกลาม ถึงการแต่งตั้งอนุ กมธ.โดยไม่ตรวจสอบประวัติของ กมธ.กิจการศาลฯ สภาผู้แทนราษฎร เหมาเข่ง อีกด้วย ทำให้การเมืองในเดือนกันยายน 2569 อุณภูมิเดือดต้อนรับการเปิดประชุม สมัยสามัยครั้งที่ 2/2569  

           ปมกรณีแต่งตั้งนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ที่ถูก คำสั่ง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรี ออกคำสั่ง คสช.ที่ 4/2561 20 มีนาคม 2561 ไล่ออกจากราชการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงกระทำขัดกันแห่งผลประโยชน์ยันบั้งความเสียหายแก่ราชการ กระทำฝ่าฝืน พรป.ปปช.มาตรา 216(4) โดนทั้งคดีอาญาและจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยในส่วนคดีอาญาและจริยธรรมร้ายแรง มีผู้กล่าวโทษดำเนินคดีอาญาและจริยธรรม ที่ สน.ทุ่งสองห้อง จำนวน 2 คดี เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม  2569 ที่ผ่านมา ถือเป็นบทเรียนของ กรรมการในองค์กรอิสระที่กระทำฝ่าฝืน พรป.ปปช.และจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งนายสมชัยฯทำให้ สส.ทำให้บานปลายถึง สส.ผู้ทรงเกียรติและลุกลามถึงมติแต่งตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงจงใจแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้สำหรับตนเองหรือผู้อื่น ทำให้ราชการได้รับเสียหายเพราะการประชุม  กมธ.หรืออนุ กมธ.ได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือนหรือเบี้ยประชุมเป็นรายครั้ง ทั้งใช้ห้องประชุม ค่าน้ำ ค่าไฟและใช้ทรัพยากรของราชการ ทำให้รัฐสูญเสียงบจ่ายค่าตอบแทน เบี้ยประชุม จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ในสัดส่วนของรัฐสภาและภาษีของพี่น้องประชาชน

          ผู้สื่อข่าวตรวจสอบรายงานคดีสำคัญสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) พบว่า พ.ต.อ.อภิชัย หวลจิตต์ ผกก.สน.บางโพ หัวหน้าพนักงานสอบสวน รายงานคดีสำคัญและประชาชนให้ความสนใจ ต่อ พล.ต.อ.กิต์รัฐ พันธ์เพ็ชร ผบ.ตร.ตามลำดับชั้น ตามรายงานประจำวันคดีอาญา ข้อ 2 เวลา 12.05 น.ลงวันที่ 3 กันยายน 2569  มีผู้กล่าวโทษและดำเนินคดีอาญา จำนวน 2 คดี ดังนี้ 

คดีที่หนึ่ง  นางสาวพนิดาหรือผึ้ง มงคงสวัสดิ์ ผู้ต้องหาที่ 1 นายวาโยหรือเก่ง อัศวรุ่งเรือง ผู้ต้องหาที่ ๒ นายวีรวุธหรือวุ้ดดี้ รักเที่ยง ผู้ต้องหาที่ 3 นายสมศักดิ์หรือเช้า แสงอารยะกุล ผู้ต้องหาที่ 4 นายภัณฑิลหรือต้า น่วมเจิม ผู้ต้องหาที่ 5 นายเท่าพิภพหรือเท่า ลิ้มจิตรกร ผู้ต้องหาที่ 6 นายพริษฐ์หรือไอติม วัชรสินธุ ผู้ต้องหาที่ 7 นายอชินาธิรัตน์ ฉัตรทวีวรชัย ผู้ต้องหาที่ 8 นายอภิสิทธิ์หรือมาร์ค เวชชาชีวะ ผู้ต้องหาที่ 9 นายจรยุทธหรือต้นกล้า จตุรพรประสิทธิ์ ผู้ต้องหาที่ 10 นายอนุสรณ์หรือเอ๊ะ แก้ววิเชียร ผู้ต้องหาที่ 11 นายรัชต์พงศ์หรือปอนด์ สร้อยสุวรรณ ผู้ต้องหาที่ 12 นางสาวเบญจาหรือเบญ แสงจันทร์ ผู้ต้องหาที่ 13 นายวีรยุทธ เนติวุฒิพงศ์ ผู้ต้องหาที่ 14(อธิบดีอัยการสำนักงานคดียาเสพติด) นางนันท์นภัสหรือแนน จงเจริญ โฉมเฉลา ผู้ต้องหาที่ 15 นายเกษม เตไชยา ผู้ต้องหาที่ 16 นายเศรษฐพัส อรุณประเสริฐ ผู้ต้องหาที่ 17 นางสาวพสธรหรือธร อรัญญพงษ์ไพศาล ผู้ต้องหาที่ 18 นายเอกศักดิ์หรือเอก หอมชื่น ผู้ต้องหาที่ 19  นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้ต้องหาที่ 20 นายณัชปกรหรือเป๋า iLaw นามเมือง  ผู้ต้องหาที่ 21 นางสาวผ่องศรีหรือตุ๊ก ธาราภูมิ ผู้ต้องหาที่ 22 นายพงษ์ศักดิ์หรือเม้ง จันทร์อ่อน ผู้ต้องหาที่ 23 นายปัญจมพงศ์หรือปันเจ เสริมสวัสดิ์ศรี ผู้ต้องหาที่ 24 (หัวหน้าฝ่ายดิจิทัลของพรรคประชาชน,ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรประชาชน ลำดับที่ 84) นายชุติพงศ์หรือท็อป พิภพภิญโญ  ผู้ต้องหาที่ 25  ในข้อหาร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานของรัฐในตำแหน่งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในตำแหน่งกรรมาธิการหรืออนุกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายนิติบัญญัติ ร่วมกันจงใจใช้อำนาจโดยมิชอบร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือเสียหายแก่รัฐ และร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานของรัฐในตำแหน่งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในตำแหน่งกรรมาธิการหรืออนุกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายนิติบัญญัติร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ และในข้อหาเป็นสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐในตำแหน่งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในตำแหน่งกรรมาธิการหรืออนุกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายนิติบัญญัติปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือเสียหายแก่รัฐและเป็นสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐในตำแหน่งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในตำแหน่งกรรมาธิการหรืออนุกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายนิติบัญญัติปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตเกิดความเสียหายแก่ราชการ ตาม พรป.ปปช.มาตรา 4 มาตรา 172 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ,83 ,86 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 219, 235 วรรคหนึ่ง (1) ,วรรคสี่ ,มาตรฐานทางจริยธรรมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 13 ข้อ 15 ข้อ 16 ข้อ 17 ข้อ 23 ข้อ 27

คดีที่สอง นายสมชัย ศรีสุทธิยกร ผู้ต้องหา ข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานในการเปิดเผยความลับเอกสารราชการ ตาม ปอ.มาตรา 157,164 ประกอบมาตรา 86 และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือเสียหายแก่รัฐ หรือผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ ตาม พรป.ปปช.มาตรา 4.172 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86 และข้อหาโดยทุจริตนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนทั้งหมดหรือบางส่วน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของรัฐเกิดควยามเสียหายแก่ราชการ ตาม พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดอันเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 มาตรา 14(1) และ (2) พฤติการณ์แห่งคดี ระหว่างวันที่ 1 กันยายน ถึงวันที่ 3 กันยายน 2569 เวลากลางวันและเวลากลางคืนต่อเนื่องกัน วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด นายสมชัย อดีต กกต.โพสต์เฟสบุ๊ก สังคมโซเชี่ยล ที่ใช้บัญชีว่า ปั่นไปไหน-สมชัย ศรีสุทธิยากร นำเนื้อหาและผลมติที่ประชุมของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ คณะที่ 36 ของ กกต.ที่มีหน้าที่กลั่นกรองสำนวนคดีทุจริตการเลือก สว.ปี 2567 เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ๋ กกต. นำไปบิดเบือนข้อเท็จจริงทางระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ โดยที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่ ยังไม่ลงมติชี้ขาด โดยมีเจตนาสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐเปิดเผยความลับราชการสำนวนคดีฮั้ว สว.ของ กกต.โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย  

////

แฮชแทก คดีการเมือง รัฐธรรมนูญจริยธรรมพ้นพิษ กมธ.โดยยกเข่ง แต่งตั้งสมชัยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กมธ.กิจการศาล สภาผู้แทนราษฎร #สส.มาร์คอภิสิทธิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี #สส.ไอติมพริษฐ์ #สส.ผึ้งพนิดาสมุทรปราการ #สส.วาโย #สส.เท่าพิภพ สส.ณฑิลหรือต้า 


 



 


วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569

เดือด!!!!🔥 คำแถลงตอบโต้​ สรยุทธ สุทัศนจินดา พิธีกรเรื่องเล่าเช้านี้ ช่อง 3 สื่อมีหน้าที่เสนอข้อเท็จจริง ไม่ใช่ทำหน้าที่เป็นศาล

 เดือด!!!!🔥 คำแถลงตอบโต้​ สรยุทธ สุทัศนจินดา พิธีกรเรื่องเล่าเช้านี้ ช่อง 3 สื่อมีหน้าที่เสนอข้อเท็จจริง ไม่ใช่ทำหน้าที่เป็นศาล

”ฝากบอกคุณสรยุทธ ช่อง 3 ว่า ที่คุณบอกว่า ไม่ใช่ AI ปัญญาประดิษฐ์ คลิปหน้า สน.ทองหล่อ แต่เป็นคลิปจริง ตนก็ไม่แปลกใจว่า คดีไร่ส้ม ที่ติดคุกเพราะการขาดธรรมาภิบาลในการทำธุรกิจสื่อและมานั่งอ่านข่าว ไม่เป็นกลาง ขาดไร้จรรยาบรรณสื่อ ผังรายการ แบบนี้ กสทช.ควรถอดออกจากรายการและใบอนุญาตช่อง 3 หรือไม่ หากไม่เป็นกลาง สั่งนักข่าว (ผึ้ง-บาส) ไม่ให้มาสัมภาษณ์ตน นายสรยุทธ์ พิธีกรเสื้อส้ม เล่าข่าว ชี้นำประชาชน ขาดความเป็นกลาง

ผมขอฟ้องพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ

ควรไปดูช่องอื่นบ้าง อย่าไปฟังอดีตนักโทษเยอะ


อ่านข่าว แบบไม่เป็นกลาง ไม่เสนอข่าวรอบด้าน ถามว่า นายสรยุทธ์ ลืมอดีตของตนเองไปแล้วล่ะ ช่วยทบทวนความจำ คดีไร่ส้ม ทำให้รัฐเสียหาย และนายสรยุทธ ถูกศาลพิพากษาจำคุกไปหลายปี เวลาผ่านไป อาจจำไม่ได้ แต่ผมช่วยทบทวนอดีตให้ จะได้วางตนเป็นกลาง ตนขอถามหน่อย “จริยธรรมสื่อ“ มีไหม อย่าคิดว่านายสรยุทธ จะทำธุรกิจสื่อผูกขาดคนเดียว หากวางตนไม่เป็นกลางแบบนี้ ผังรายการ ช่อง3 อาจหลุด เพราะมีกฎหมายควบคู่ นายสรยุทธ  รู้ทุกเรื่อง แค่ไม่รู้เรืองของตนเอง ตนช่วยเตือนความจำให้ ไม่มีปัญหา สั่งนักข่าว ผึ้ง-บาส ไม่ให้สัมภาษณ์ตน แต่ไปให้ความสำคัญกับนายสมชัย ฯ ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน ศีลเสมอกันหรือไม่ ไม่ต้องมาให้สัมภาษณ์ตน เพราะจริตไม่ตรงกัน ตนชอบความถูกต้องและเป็นธรรม อยากให้นายสรยุทธมาจี้ เอวตนดู จะได้รู้ว่า คนจั๊กจี้ เป็นอย่างไร ก็มันจักจี๊ ทำให้เส้นกระตุก ตนยืนยัน คลิปที่นำเสนอ เป็นเท็จ และตัดต่อ ตัดทอน ส่วนต้นฉบับจริง ตนไม่เปิดเผย แต่จะนำไปแจ้งความกลับ นายสมชัยฯ กับนายรอน ทนายความ เอาคืนทุกดอก

ว่างๆ ผมจะให้ฝ่ายกฎหมาย นำหนังสือไปแจ้ง กสทช.ผู้ควบคุมใบอนุญาตสื่อ ช่อง 3 ปั่นกระแส ใช้ข้อความไม่ควรนำเสนอผ่านช่อง 3


ผมไม่เคยมีปัญหากับพี่น้องสื่อให้สัมภาษณ์ตรงไปตรงมา ไม่เคยหนีกองทัพสื่อ เพราะความจริงมีหนึ่งเดียว ในยุคดิจิทัล AI ปัญญๅประดิษฐ์สามารถทำได้ทุกอย่าง คลิปหน้า สน.ทองหล่อ แม้นายสรยุทธยืนยันว่า ไลฟ์สด คลิปจริง นายสรยุทธ์ ได้นำคลิปไปพิสูจน์ต่อผู้เชี่ยวชาญ กระทรวงดิจิทัลฯ หน่วยงานรัฐ หรือยัง ตนไม่อยากสอนมวย แล้วมาอวดว่ารู้กฎหมาย ขนาดพื้นฐานกฎหมายเบื้องต้น ยังทำหน้าที่ศาลโซเชี่ยล เลย ตัดสินแทนศาลยุติธรรม ทั้งๆที่ความผิด ปอ.มาตรา 391,392 เป็นคดีลหุโทษ เพียงแค่ปรับ ส่วนข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ปอ.ม.358 ต้องมีเจตนา นายสมชัย เอาแฮนด์จักรยาน มาพุ่งเข้าบริเวณ เอว เส้นมันกระตุก จั๊กจี้ โครงสร้างความรับผิดทางอาญา ไม่ถือว่า เป็นการกระทำ ไม่ครบองค์ประกอบ เจตนา ปอ.มาตา 59 วรรคสอง แล้วจะมีความผิดได้อย่างไร นี่คือ ”เหลี่ยมกฎหมาย“ ปัดโธ่!!!


ฝากนายสรยุทธด่วน


ต้องนำเสนอข้อเท็จจริงรอบด้านและเป็นกลางฟังความสองฝ่าย หากไม่อ่านข่าวตนให้สัมภาษณ์ก็ไม่เป็นปัญหา ทีวีช่องอื่นที่มีจรรยาบรรณสื่อ มีหลายช่อง ฝากพี่น้องประชาชน ควรไปดูช่องทีวี อื่นดีกว่าหรือไม่


เอาให้สปอนเซอร์สนับสนุน บจ.ไร่ส้ม ให้รายได้หายไปเลย


ให้เหลือเฉพาะ”พรรคส้ม“ที่สนับสนุน เท่านั้น เพราะไร่ส้มกับพรรคส้ม DNA เหมือนกัน


ส่วนพยานหลักฐาน หน้า สน.ทองหล่อ ทนายความไป 3 คน มี 3 กล้อง ต้นฉบับจริง ไม่มีตัดต่อ ตรงกันหมด จริงยิ่งกว่า “ไลฟ์สด” แค่ 3 นาที ผ่าน AI ปัญญาประดิษฐ์ บิดเบือนได้หมด หากตนคิดจะทำร้ายจริง ทำไม ไม่กระโดดเตะปากสายสมชัยฯขณะนั่งลงกับพื้น ใช้สมองหน่อยซิ คิดตามหลักธรรมชาติ


ไม่เรียกว่า ปั่นโดยใช้ AI ปัญญาประดิษฐ์


แล้วมันคืออะไรครับตัดต่อ ตักทอนภาพ เติมเสียง ข้อความ ใช้ AI


ใครถูกเอว ไม่ได้ ทำให้เส้นกระตุก มัน ”จั๊กจี้“ มือไม้ไปหมดเพราะตกใจ มันตกใจ เป็นธรรมชาติของมนุษย์เลย

เส้นกระตุก มัน ”จั๊กจี๊“ เข้าใจไหมครับ

ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายนายสมชัยฯ ตนยืนยัน


ผมยินยันว่า ภาพที่ปรากฎ ผ่านการตัดต่อ ด้วย AI ปัญญๅประดิษฐ์ เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ไห้สังคม เข้าใจผิด ไม่ใช่เหตุการณ์จริงทั้งหมด ตัดตอน เพิมเติมบางช่วงบางตอน บิดเบือน ทำให้สังคมเข้าใจผิด


ต้องดำเนินคดีอาญากันล่ะ


ผมเป็นผู้เสียหาย นายสมชัย คือ ผู้ต้องหา ฝากนายสรยุทธ์ อย่าไปเรียกมันว่า อาจารย์ มันไม่ได้เอาจารย์


ให้เรียกมันว่า ผู้ต้องหา


คุณสรยุทธ์เคยผ่านเป็นนักโทษผ่านติดคุกเรือนจำ มาแล้ว เขาให้กลับตนเป็นพลเมืองดี คุณต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ทำตัวชี้นำสังคม ในทางบิดเบือน และอย่าทำตัว เป็นศาลโซเชี่ยล


คุณอ่านกฎหมายเป็นแล้วนะ ต้องว่ากันตามหลักฐาน


สื่อควรเสนอข้อเท็จจริงรอบด้าน นายสรยุทธ สั่งให้ทีมงาน(ผึ้ง-บาส) ของคุณ สัมภาษณ์เฉพาะนายสมชัย แต่สั่งห้ามมาสัมภาษณ์ตน


ผมจะนำหลักฐานไปยื่น กสทช.ให้จัดการกับผู้ถือใบอนุญาต ช่อง 3


คนอย่างตนเป็นนักกฎหมายที่มีประสบการณ์ 30 กว่าปี ยึดความถูกต้องและอยู่ภายใต้กฎหมาย


คุณสรยุทธ์ อย่าปั่นกระแส เป็นตัวอย่างไม่ดีกับเยาวชน ถึงคุณไม่อ่านข่าวผม


แต่ระวังนะ สมคบกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวก ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน -ฟอกเงิน -สมคบกันฟอกเงินตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป


เส้นเงินถึงใคร


ตนฟันไม่เลี้ยงนะ ไม่เอากระเช้า แต่เอาติดคุกอีกรอบหนึ่งแล้วกัน


ให้ไปทบทวนคดีไร่ส้ม ถามว่า เข็ดหรือยัง ทำธุรกิจสื่อ ภาษีไม่ควรโกงรัฐใช่หรือไม่ “


🔥 “ถ้ามั่นใจว่าคลิปจริง—พิสูจน์ต้นฉบับ


ถ้ามั่นใจว่าเป็นกลาง—เปิดพื้นที่ทั้งสองฝ่าย

ถ้ามั่นใจในความจริง—ก็อย่ากลัวการตรวจสอบ”


ความจริงต้องชนะด้วยพยานหลักฐาน ไม่ใช่ด้วยเสียงที่ดังกว่า

ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม

9 กันยายน 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประยุกต์วิถีทำบุญสุดยิ่งใหญ่ “ในประเพณีทิ้งกระจาด (ซิโกว) ประจำปี 2569” เพื่อผู้ให้ และขยายโอกาสแก่ผู้ยากไร้ พร้อมเพิ่มงบประมาณจัดเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภคและค่าพาหนะ รวมมูลค่า 15.8 ล้านบาท สอดรับกับปริมาณผู้ที่มารอรับและค่าครองชีพในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประยุกต์วิถีทำบุญสุดยิ่งใหญ่ “ในประเพณีทิ้งกระจาด (ซิโกว) ประจำปี 2569” เพื่อผู้ให้ และขยายโอกาสแก่ผู้ยากไร้ พร้อมเพิ่มงบประมาณจัดเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภคและค่าพาหนะ รวมมูลค่า 15.8 ล้านบาท สอดรับกับปริมาณผู้ที่มารอรับและค่าครองชีพในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น




วันนี้ (วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569 เวลา 09.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายกอบชัย ซอโสตถิกุล รองประธานกรรมการ นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการมูลนิธิฯ และ ดร.เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ ภริยาประธานกรรมการ/อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ จัดพิธีแจกเครื่องอุปโภคบริโภค เนื่องในงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 จำนวน 9,000 ชุด พร้อมมอบค่าพาหนะคนละ 200 บาท ให้แก่ประชาชนผู้ยากไร้ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่เดินทางมารอรับกันอย่างเนืองแน่น ซึ่งในปีนี้มูลนิธิฯ ได้ปรับวิธีการแจกจ่ายเพื่อกระจายโอกาสให้กับผู้ยากไร้มากยิ่งขึ้น โดยสิ่งของที่แจกประกอบด้วย ข้าวสาร ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือเส้นหมี่ น้ำปลา น้ำมันพืช ขนม เสื้อผ้า รองเท้าแตะฟองน้ำ ฯลฯ บรรจุถุงผ้ามูลนิธิฯ โดยมี นายธนิต ตันบัวคลี่ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย แขกผู้มีเกียรติ ผู้แทนหน่วยงานในเครือมูลนิธิฯ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ และอาสาสมัครศิลปิน อาทิ นางศิริพร โอภาสวงศ์ และนายพลภัทร เตชะหรูวิจิตร ร่วมในพิธี ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ





โดยบรรยากาศภายในงาน ได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครศิลปิน นำโดย นายธวัชชัย คชาอนันต์ (แฮ็ค ชวนชื่น) นายวสวิศร์ ศตพิพัฒน์ (ต้น-จักรกฤษณ์) นายสวิช เพชรวิเศษศิริ (บี๋) นางสาวพิจักขณา วงศารัตนศิลป์ (น้ำตาล) นางสาวพัชร์สิตา อธิอนันตศักดิ์ (เกรซ-พัชร์สิตา) นางสาวอธิชา เทศขำ (เมย์-อธิชา) นางสาวเบญญาภา จันใจ (ขิม) ฯลฯ ร่วมแจกจ่ายสิ่งของ และสร้างสีสันภายในงาน โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจทั้งผู้ให้และผู้รับ รวมทั้งได้มีผู้มีจิตศรัทธา ร่วมแจกจ่ายอาหาร และเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับประชาชนที่มารอรับสิ่งของ รวมถึงเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครมูลนิธิฯ จัดทีมดูแลประชาชนตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2569 เป็นต้นมา





งานประเพณีทิ้งกระจาด เป็นงานบุญที่สำคัญที่ปฏิบัติสืบทอดมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ด้วยการนำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค ข้าวสาร อาหารแห้ง มาเซ่นไหว้ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพชน และดวงวิญญาณที่ไร้ญาติ แล้วแจกเป็นทานแก่ผู้ยากไร้ เป็นงานมหาบุญที่ครบทั้งการทำบุญและให้ทาน ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดทำสืบทอดประเพณีทิ้งกระจาดต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 100 ปี โดย งานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ประยุกต์วิถีทำบุญใหญ่เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาได้สามารถร่วมบุญตามประเพณีพร้อมสามารถลดหย่อนภาษีได้ตามกฎหมาย ลดการสัมผัสสิ่งของเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส เพื่อความปลอดภัยทั้งผู้ให้และผู้รับ รวมถึงเพิ่มจำนวนและสิ่งของในชุดเครื่องอุปโภคบริโภคให้มากกว่าปีที่ผ่านมา ให้สอดรับกับปริมาณผู้ที่มารอรับและค่าครองชีพในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของผู้ยากไร้ และขยายพื้นที่ในแจกจ่ายสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานครที่มูลนิธิฯ ได้กระจายเครื่องอุปโภคบริโภค 3,000 ชุด ปล่อยคาราวานลงพื้นที่แจกจ่ายให้แก่ผู้ยากไร้ในพื้นที่ 6 เขตกรุงเทพฯ โดยมี รศ. ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานในพิธี รวมทั้งมอบให้แก่องค์กรต่างๆ รวมแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคเนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 แก่ผู้ยากไร้ 3 จังหวัด คิดเป็นมูลค่า 15.8 ล้านบาท





ทั้งนี้ ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกรวมถึงพิกัดมูลนิธิฯ ได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีองค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ผู้มีจิตศรัทธา เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และครอบครัวของทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมในงานมหาบุญ มหากุศลนี้ มีความสุข ความเจริญ สุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดปี ตลอดไป

.

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569

CYBERSECURITY AWARENESSเสริมภูมิคุ้มกันไซเบอร์ให้บุคลากร BOIพร้อมเชื่อมโยงการเรียนรู้สู่ 18 ประเทศ​ GOSEC BY CTMR ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ การใช้ AI และ Cloud อย่างปลอดภัยในองค์กร

 CYBERSECURITY AWARENESSเสริมภูมิคุ้มกันไซเบอร์ให้บุคลากร BOIพร้อมเชื่อมโยงการเรียนรู้สู่ 18 ประเทศ​ GOSEC BY CTMR ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ การใช้ AI และ Cloud อย่างปลอดภัยในองค์กร

27 สิงหาคม 2569  |  สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)  |  เวลา 09.00–16.00 น.

บรรยากาศการอบรมหลักสูตรสร้างความตระหนักด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศสำหรับคณะทำงาน IST ณ สำนักงาน BOI

สรุปสาระสำคัญ  การอบรมมุ่งสร้างความตระหนักรู้ให้บุคลากรสามารถรู้เท่าทันป้องกันและรับมือภัยคุกคามไซเบอร์พร้อมนำแนวปฏิบัติที่ปลอดภัยไป ประยุกต์ใช้ในการทำงานจริง โดยมีผู้เข้าร่วม ณ สถานที่จัดงานไม่น้อยกว่า 30 คน และเชื่อมโยงผู้เข้าร่วมออนไลน์จาก 18 ประเทศ


BOI เดินหน้ายกระดับความตระหนักด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI)จัดการอบรมหลักสูตร“สร้างความตระหนักด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศสำหรับคณะทำงาน IST” เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00–16.00 น. ณ สำนักงาน BOI ในรูปแบบออนไซต์ ควบคู่กับการเชื่อมโยงผู้เข้าร่วมออนไลน์จาก18ประเทศเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและทักษะที่จำเป็นต่อการรับมือภัยคุกคามใน ยุคดิจิทัล

การอบรมได้รับเกียรติจากศ.ดร.กฤษธนะทรรศน์รัตนภูมิภักดีและคุณธนาพัฒน์เสถียรจารุพงศาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามไซเบอร์กฎหมายและข้อกำหนดด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ตลอดจนแนวปฏิบัติในการดูแลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม

เนื้อหาสำคัญครอบคลุมการใช้ AI อย่างปลอดภัยในองค์กร การตั้งและบริหารจัดการรหัสผ่าน Password Policy การยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (MFA) การป้องกันรหัสผ่านรั่วไหล ตลอดจนตัวอย่างการโจมตีในรูปแบบ Malware, Ransomware, Social Engineering และ Phishing พร้อมแนวทางป้องกันและรับมืออย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ผู้เข้าอบรมยังได้เรียนรู้ความเสี่ยงจากการใช้งาน Cloud และ Shadow IT การป้องกันข้อมูลรั่วไหลจาก Cloud ส่วนบุคคล รวมถึงแนวปฏิบัติ Clear Desk and Clear Screen การทำงานจากระยะไกล และการใช้งาน Public Wi-Fi อย่างปลอดภัย โดยมีการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนเพื่อประเมินผลการเรียนรู้

วิทยากรและผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยไซเบอร์ภายในองค์กร

จากความรู้สู่การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กร

โครงการดังกล่าวสะท้อนถึงความสำคัญของ “คน” ในฐานะแนวป้องกันด่านแรกขององค์กร เพราะภัยคุกคามจำนวนมากเริ่มต้นจากการหลอกลวง การใช้รหัสผ่านที่ไม่รัดกุม หรือการใช้งานเทคโนโลยีโดยขาดความระมัดระวัง การสร้างความตระหนักรู้จึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการลดความเสี่ยงและเสริมความพร้อมขององค์กรอย่างยั่งยืน



บริษัท โกโซเชียล จำกัด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สัญชาติไทยภายใต้แบรนด์ GOSEC BY CTMR พร้อมสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติด้าน Cybersecurity ให้กับหน่วยงานภาครัฐและองค์กร เพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานการปกป้องข้อมูล ระบบสารสนเทศ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ

ภาพร่วมกิจกรรม ณ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในวาระครบรอบ 60 ปีแห่งการส่งเสริมการลงทุนไทย

“รู้เท่าทัน ป้องกันได้ สร้างองค์กรดิจิทัลที่มั่นคงและปลอดภัย”

GOSEC BY CTMR  |  THE FUTURE PLATFORM LEADER

เผยแพร่โดย บริษัท โกโซเชียล จำกัด

วว. โชว์สารชีวภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทย/วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในงาน Senate Forum 2026 ผลักดันงานวิจัยสู่เกษตรปลอดภัย-ตลาดพาณิชย์

  วว. โชว์สารชีวภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทย/วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในงาน Senate Forum 2026 ผลักดันงานวิจัยสู่เกษตรปลอดภัย-ตลาดพาณิชย์

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  โดย  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) นำโดย  นางสาวอุบล  ฤกษ์อ่ำ  ผู้เชี่ยวชาญวิจัย  ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร ดร.ตันติมา  กำลัง นักวิจัยอาวุโส  ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ  นางสาวปฐมพร พูลสวัสดิ์ นักวิจัย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม และคณะนักวิจัย พร้อมด้วย นายปุณณภพ  โผผินและนายณรงค์เดช  วงษ์สะอาด นักประชาสัมพันธ์ กองประชาสัมพันธ์ สำนักสื่อสารองค์กร ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่การใช้งานจริง นำผลงานวิจัยด้านสารชีวภัณฑ์ การเพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทยและวัสดุเหลือทิ้งการเกษตร เข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ในงานสัมมนาและนิทรรศการทางวิชาการ "Senate Forum 202 6: ถอดรหัสอนาคตประเทศไทยด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม" เวทีวิชาการและงานวิจัย...เสริมพลังนิติบัญญัติเพื่ออนาคตของประเทศไทย จัดโดยคณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาและหน่วยงานวิจัยชั้นนำ โดยได้รับเกียรติจาก นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานในพิธีเปิดและเยี่ยมชมนิทรรศการ  ระหว่างวันที่ 8 - 9 กันยายน 2569 ณ บริเวณสระมรกต ชั้น 1 อาคารรัฐสภา




การจัดนิทรรศการดังกล่าว  วว. ชูจุดเด่นการนำงานวิจัยและนวัตกรรมมาใช้แก้ปัญหาเศรษฐกิจและเกษตรกรรม โดยถ่ายทอดเทคโนโลยีการใช้สารชีวภัณฑ์เพื่อเกษตรปลอดภัย ตลอดจนการแปรรูปเพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทยสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ และเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร เพื่อส่งเสริมให้เกิดการต่อยอดใช้งานจริง การกำหนดนโยบาย และการต่อยอดสู่ผู้ประกอบการในเชิงพาณิชย์ให้ยั่งยืน 








นอกจากนี้ วว. ยังได้ร่วมกิจกรรมให้คำปรึกษาแนะนำการพัฒนาผลิตภัณฑ์และจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ณ ห้องจัดเลี้ยง 105 อาคารรัฐสภา เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัยได้พบกับผู้ประกอบการโดยตรง สร้างเครือข่ายความร่วมมือในการนำผลงานวิจัยไปปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

#วทน #เพิ่มมูลค่า #เศรษฐกิจ #สารชีวภัณฑ์ #สมุนไพร #เกษตร #สิ่งแวดล้อม

#สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

#อว #วว #TISTR


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือมูลนิธิฯ / สมาคมจีนฯ ต่างๆ รุดบรรเทาทุกข์ผู้ประสบอัคคีภัย ลงพื้นที่มอบเงินและเครื่องอุปโภคบริโภค ช่วยเหลือเยียวยาพร้อมส่งต่อกำลังใจให้ผู้ประสบภัยบริเวณชุมชนมักกะสัน ชุมชนคลองเตย และชุมชนโรงเรียนวัดประชาระบือธรรม เขตดุสิต รวมงบฯ กว่า 8 แสนบาท

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือมูลนิธิฯ / สมาคมจีนฯ ต่างๆ รุดบรรเทาทุกข์ผู้ประสบอัคคีภัย ลงพื้นที่มอบเงินและเครื่องอุปโภคบริโภค ช่วยเหลือเยียวยาพร้อมส่งต่อกำลังใจให้ผู้ประสบภัยบริเวณชุมชนมักกะสัน ชุมชนคลองเตย และชุมชนโรงเรียนวัดประชาระบือธรรม เขตดุสิต รวมงบฯ กว่า 8 แสนบาท 

ระหว่างวันที่ 3-8 กันยายน พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ  นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้จัดการฝ่ายสาธารณภัย และนายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสาธารณภัย และ แผนกบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายปฏิบัติการ 





ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่บริเวณชุมชนซอยวัดประชาระบือธรรม ถนนพระรามที่ 5 แขวงนครไชยศรี เขตดุสิต ชุมชนคลองเตย เขตคลองเตย และ ชุมชนมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ รวม 3 ชุมชน โดยมอบเงินช่วยเหลือคนละ 3,500 บาท รวม 150 คน พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบอัคคีภัยรายครอบครัว มูลค่า 2,500 บาท จำนวน 44 ชุด มอบเครื่องอุปโภคบริโภครายบุคคล มูลค่า 1,500 บาท จำนวน 20 ชุด รวมงบประมาณการช่วยเหลือทั้งสิ้น 665,000 (หกแสนหกหมื่นห้าพันบาทถ้วน) โดยมี อาสาสมัครมูลนิธิฯ ร่วมกระจ่ายทีมลงพื้นที่ต่างๆ เพื่อแจกจ่ายสิ่งของและให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัย นำโดย นางศิริพร โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ นางศิริวรรณ โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ นายวิวัฒน์ แก้วกำพลสกุล อาสาสมัครเฉพาะกิจ รวมทั้งอาสาศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัญญา พรนารายณ์ สมบูรณ์ จุลมุสิก (ทศพล หิมพานต์) นายปิยะวัฒน์ รัตนหรูวิจิตร (หรูหรา) นางสาวพรชดา วราพชระ (มะเหมี่ยว) นางสาวณัฐชา รัตน์ชยางคานนท์ (กานต์) นางสาวเบญญาภา จันใจ (ขิม) รวมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐในแต่ละพื้นที่ร่วมแจกจ่ายสิ่งของ พร้อมกันนี้ ได้มีมูลนิธิฯ/สมาคมจีนต่างๆ ร่วมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยในแต่ละพื้นที่ ได้แก่ ที่ชุมชนโรงเรียนวัดประชาระบือธรรม ได้มีมูลนิธิไกรสิทธิการกุศล ร่วมมอบเงินสด คนละ 400 บาท มูลนิธิส่งเสริมศีลธรรมสงเคราะห์ ร่วมมอบเงินสด ครอบครัวละ 1,000 บาท และมูลนิธิพุทธสมาคมปทุมรังษี ร่วมมอบข้าวสาร คนละ 10 กิโลกรัม ที่ชุมชนคลองเตย ได้มีมูลนิธิไกรสิทธิการกุศล ร่วมมอบเงินสด คนละ 400 บาท มูลนิธิพุทธสมาคมปทุมรังษี มอบข้าวสาร คนละ 10 กิโลกรัม และชุมชนมักกะสัน ได้มีมูลนิธิไกรสิทธิการกุศล ร่วมมอบเงินสด คนละ 400 บาท มูลนิธิส่งเสริมศีลธรรมสงเคราะห์ ร่วมมอบเงินสด ครอบครัวละ 1,000 บาท และมูลนิธิพุทธสมาคมปทุมรังษี ร่วมมอบข้าวสาร คนละ 10 กิโลกรัม 

รวมงบประมาณการจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งพร้อมมูลนิธิฯ/สมาคมจีนให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย 3 ชุมชน ทั้งสิ้นกว่า 8 แสนบาท







ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

.

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกรวมถึงพิกัดมูลนิธิฯ ได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

.

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## 

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ประเทศไทยประกาศความพร้อม การกำกับดูแลโรงไฟฟ้า SMR การแพทย์ อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงประเทศ ในเวทีโลก IAEA เน้นย้ำความปลอดภัยประชาชนเหนือสิ่งอื่นใด

  ประเทศไทยประกาศความพร้อม การกำกับดูแลโรงไฟฟ้า SMR การแพทย์ อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงประเทศ ในเวทีโลก IAEA เน้นย้ำความปลอดภัยประ...