วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

HMPRO กำไรปี 68 แตะ 6,011 ล้านบาท ROE 22.73%เคาะปันผล 0.22 บาท ตอกย้ำหุ้นค้าปลีกบ้านฐานะแกร่ง ลุยเกม Hybrid Store ปูทางเติบโตระยะยาว

 HMPRO กำไรปี 68 แตะ 6,011 ล้านบาท ROE 22.73%เคาะปันผล 0.22 บาท ตอกย้ำหุ้นค้าปลีกบ้านฐานะแกร่ง ลุยเกม Hybrid Store ปูทางเติบโตระยะยาว

บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร (HMPRO) รายงานผลประกอบการประจำปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยมีกำไรสุทธิ 6,011.39 ล้านบาท ตอกย้ำฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและความสามารถสร้างผลตอบแทนให้ผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจยังเผชิญความไม่แน่นอนจากกำลังซื้อที่ผันผวนและแรงกดดันด้านต้นทุนการดำเนินงานต่างๆ อีกทั้งบอร์ดบริษัทเสนอพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลในประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เป็นเงินสดที่อัตรา 0.22 บาท/หุ้น โดยขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 22 เม.ย.2569 และจ่ายจริงวันที่ 7 พ.ค.2569 ซึ่งแสดงถึงความมั่นใจในศักยภาพสร้างกระแสเงินสดของธุรกิจ แม้สภาพตลาดเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังสามารถบริหารจัดการต้นทุน ควบคุมค่าใช้จ่าย และรักษาระดับความสามารถทำกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการเดินหน้าลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว

นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร (HMPRO) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ประจำปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 6,011.39 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรก่อนภาษีอยู่ที่ 7,427.78 ล้านบาท และกำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้ (EBIT) 8,099.72 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของโมเดลธุรกิจที่ยังสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างต่อเนื่อง อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 26.71% แสดงถึงประสิทธิภาพในการบริหารสินค้า การกำหนดราคา และการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านบริการที่เกี่ยวเนื่อง โดยเฉพาะบริการจาก “ช่างโฮมโปร” ที่ยังคงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการเสริมความแตกต่างทางการแข่งขัน


ในมิติของผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น บริษัทมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 22.73% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับกลุ่มค้าปลีก สะท้อนความสามารถในการใช้เงินทุนสร้างกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่โครงสร้างเงินทุนยังอยู่ในระดับเหมาะสม โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 70,648.48 ล้านบาท หนี้สินรวม 44,551.25 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) เท่ากับ 1.71 เท่า และอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนอยู่ที่เพียง 0.71 เท่า แสดงถึงความสามารถในการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน และไม่สร้างแรงกดดันต่อฐานะการเงินในระยะยาว


ด้านสภาพคล่อง บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานสูงถึง 9,337.05 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก และเป็นฐานรองรับทั้งการลงทุนขยายสาขา การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการดูแลผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทมีมติเสนอจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตรา 0.22 บาทต่อหุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 22 เมษายน 2569 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่ต่อเนื่องให้แก่นักลงทุน


นายวีรพันธ์ กล่าวอีกว่า ปีที่ผ่านมาเป็นอีกปีที่ธุรกิจต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวในระดับจำกัด ปัญหาหนี้ครัวเรือน รวมถึงสถานการณ์ภัยธรรมชาติในบางพื้นที่ อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถจำกัดผลกระทบให้อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ผ่านมาตรฐานบริหารความเสี่ยง การทำประกันภัยที่ครอบคลุม และการใช้แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์เติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่แตกต่าง


สิ้นปี 2568 HMPRO มีสาขารวมทั้งสิ้น 133 สาขา ประกอบด้วย โฮมโปร 87 สาขา, โฮมโปรเอส 4 สาขา, เมกาโฮม 21 สาขา, Hybrid Store 14 สาขา และโฮมโปรมาเลเซียอีก 7 สาขา โดยในปีที่ผ่านมาได้เปิดสาขาใหม่รวม 10 แห่ง พร้อมเร่งขยายรูปแบบ Hybrid Store ซึ่งเป็นการผสานโฮมโปรและเมกาโฮมไว้ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อรองรับทั้งกลุ่มเจ้าของบ้านและกลุ่มช่างผู้รับเหมาในทำเลศักยภาพ โมเดลดังกล่าวช่วยเพิ่มโอกาสในการขายจากความครบวงจรของสินค้า และยังช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการผ่านการใช้ทรัพยากรร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน บริษัทได้ขยายศูนย์กระจายสินค้าและติดตั้งระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) เพื่อยกระดับความแม่นยำและความรวดเร็วในการบริหารสต็อก รองรับการเติบโตในอนาคต พร้อมพัฒนาบริการจัดส่งสินค้าขนาดเล็กภายใน 1 ชั่วโมง เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ นอกจากนี้ยังขยายแพลตฟอร์ม Marketplace เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้า และพัฒนาแพลตฟอร์ม B2B รองรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และองค์กรภาคเอกชน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งฐานรายได้ที่มีศักยภาพในระยะยาว


นายวีรพันธ์ กล่าวย้ำอีกว่า บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยสนับสนุนผลักดันโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” (Trade-In) รับสินค้าเก่าที่เสื่อมสภาพ หรือไม่ใช้งานแล้ว เพื่อนำไปช่วยจัดการให้อย่างถูกวิธี และรีไซเคิลเป็นสินค้าใหม่ที่เรียกว่า “สินค้ารักษ์โลก” รวมถึงกิจกรรม “ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้าฟรี” เพื่อยืดอายุการใช้งานสินค้า ลดค่าครองชีพให้กับลูกค้า และได้ลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้กับโลกอีกด้วย ในปัจจุบันบริษัทได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ไปแล้วกว่า 116 สาขา และตั้งเป้าหมายสู่ Net Zero ภายในปี 2593 พร้อมเข้าร่วมโครงการ UN Global Compact ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ตอกย้ำภาพลักษณ์องค์กรที่เติบโตควบคู่ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม


“จากภาพรวมดังกล่าว HMPRO เรายังคงสะท้อนความเป็นหุ้นค้าปลีกกลุ่ม Home Improvement ที่มีลักษณะ Defensive มีฐานกระแสเงินสดแข็งแรง ผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นในระดับสูง และนโยบายจ่ายปันผลสม่ำเสมอ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้าง เพื่อรองรับการเติบโต และสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาวอีกด้วย” นายวีรพันธ์ กล่าวสรุปในตอนท้าย


#ผลประกอบการโฮมโปร #HMPRO #HomePro #โฮมโปร #BetterLivingเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #homepropr

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

HMPRO กำไรปี 68 แตะ 6,011 ล้านบาท ROE 22.73%เคาะปันผล 0.22 บาท ตอกย้ำหุ้นค้าปลีกบ้านฐานะแกร่ง ลุยเกม Hybrid Store ปูทางเติบโตระยะยาว

  HMPRO กำไรปี 68 แตะ 6,011 ล้านบาท ROE 22.73%เคาะปันผล 0.22 บาท ตอกย้ำหุ้นค้าปลีกบ้านฐานะแกร่ง ลุยเกม Hybrid Store ปูทางเติบโตระยะยาว บริษั...