ศน.-วธ. เปิดศูนย์อำนวยความสะดวกผู้แสวงบุญแห่งที่ 17 ที่อินเดีย หนุนพุทธศาสนิกชนจาริกสังเวชนียสถาน
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ณ วัดไทยสะสาราม เมืองสะสาราม รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย โดยมี พระปลัดเดชา อาสโภ เจ้าอาวาสวัดไทยสะสาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิด ศูนย์อำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางมาแสวงบุญประเทศอินเดีย–เนปาล แห่งที่ 17 พร้อมด้วย นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา
ในการนี้ มีคณะพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย–เนปาล คณะสงฆ์ และพุทธศาสนิกชน รวมทั้งผู้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนไปประกอบศาสนกิจ ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ประเทศอินเดีย–เนปาล กว่า 70 รูป/คน ร่วมพิธีเปิดศูนย์โดยพร้อมเพรียง
ทั้งนี้คณะฯ ได้ร่วมถวายผ้าป่าสามัคคีบำรุงวัด ด้วยยอดปัจจัยรวม 18,070 บาท 5,880 รูปี 2 ริงกิต
พระปลัดเดชา อาสโภ เจ้าอาวาสวัดไทยสะสาราม ปรารภว่า วัดไทยสะสาราม เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2558 ภายในวัดได้ก่อสร้างศาสนสถานตามแบบอย่างวัดในพระพุทธศาสนา โดยมีคณะที่ปรึกษา คณะผู้ดำเนินการโครงการนำโดย พระปลัดเดชา อาสโภ เจ้าอาวาสวัดไทยสะสาราม ภายใต้การกำกับดูแลของหัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย–เนปาล พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนชาวไทยและนานาชาติร่วมเป็นผู้อุปถัมภ์ และประสานงานในภารกิจสำคัญดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
การจัดตั้งวัดไทยสะสารามมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในดินแดนพุทธภูมิ อำนวยความสะดวกแก่พุทธศาสนิกชนชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาจาริกแสวงบุญ รวมทั้งเป็นศูนย์ประสานงานด้านการศึกษาในประเทศอินเดียและเนปาล ตลอดจนเพื่อร่วมเฉลิมฉลองมหามงคลธรรมาภิสมัยพุทธชยันตี 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และน้อมถวายเป็นพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลสมัย
ในการที่วัดไทยสะสาราม ได้รับการจัดตั้งให้เป็น ศูนย์อำนวยความสะดวกแก่ผู้แสวงบุญ เพื่อรองรับพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมายังดินแดนพุทธภูมิ ในนามคณะสงฆ์ของวัดไทยสะสาราม ภายใต้การกำกับดูแลของหัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย–เนปาล ทางวัดพร้อมทำหน้าที่ดูแล อำนวยความสะดวก และประสานการปฏิบัติศาสนกิจต่าง ๆ ให้แก่ผู้แสวงบุญอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้การเดินทางมาสักการะสังเวชนียสถานและสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สะดวก และเปี่ยมด้วยศรัทธาอย่างสมบูรณ์ที่สุด
นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า ปัจจุบันกองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ได้สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์อำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางไปประกอบศาสนกิจ ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ภายใต้ความร่วมมือระหว่างพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย–เนปาล กับ กรมการศาสนา รวมทั้งสิ้น 17 แห่ง ประกอบด้วย ศูนย์อำนวยความสะดวกฯ ที่อยู่ในสาธารณรัฐอินเดีย ได้แก่ 1. วัดไทยพุทธคยา 2. วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ 3. วัดไทยสารนาถ 4. วัดไทยเชตวันมหาวิหาร 5. วัดสิทธารถราชมณเฑียร 6. วัดไทยนวราชรัตนาราม 7. วัดนวมินทรธรรมิกราช 8. วัดไทยเกสรียา
9. วัดพระรามอโยธยา 10. วัดลัฏฐิวันสวนตาลหนุ่ม 11. วัดพระธรรมทูตไทยาราม 12. วัดไทยอชันตา–เอลโลรา และศูนย์อำนวยความสะดวกฯ ที่อยู่ในสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล ได้แก่ 13. วัดไทยลุมพินี 14. วัดไทยรามคาม 15. วัดพระราชวังกบิลพัสดุ์ 16. วัดไทยนิโครธาราม และแห่งที่ 17. วัดไทยสะสาราม ประเทศอินเดีย
อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดศูนย์อำนวยความสะดวกดังกล่าว มีบทบาทสำคัญในการดูแลและอำนวยความสะดวกแก่คณะสงฆ์ รวมทั้งพุทธศาสนิกชนที่เดินทางไปยังดินแดนพุทธภูมิ ณ สังเวชนียสถานและสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา เพื่อให้การเดินทางและการประกอบศาสนกิจเป็นไปอย่างถูกต้อง เหมาะสม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพระพุทธศาสนาต่อไป ///










ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น