ปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวง อว. เดินหน้าพัฒนา “นิติวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์” ยกระดับการสืบสวนเหตุทางรังสี เสริมความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ
24 มีนาคม 2569 นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ และรักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “นิติวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์กับการสืบสวนสถานที่เกิดเหตุทางรังสี” ระหว่างวันที่ 24 – 26 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุมแอลฟา ชั้น 4 อาคาร 60 ปี ปส. เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรและยกระดับความเชื่อมั่นด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ของประเทศ
นายแพทย์รุ่งเรือง เปิดเผยว่า นิติวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ เป็นกระบวนการสำคัญเพื่อใช้ระบุแหล่งที่มาและผู้กระทำผิดได้อย่างแม่นยำ โดยการวิเคราะห์หา “ลายนิ้วมือ” หรือ “เอกลักษณ์ยืนยัน” ของวัสดุ ทั้งในด้านคุณสมบัติทางกายภาพ เคมี และองค์ประกอบไอโซโทป ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้ทราบชนิด แหล่งกำเนิด และประวัติการผลิตของวัสดุเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักฐานสำคัญในกระบวนการยุติธรรมเพื่อดำเนินคดีกับผู้ลักลอบกระทำการที่ผิดกฎหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การสัมมนาประกอบด้วยการบรรยาย การฝึกปฏิบัติบนโต๊ะ (Tabletop exercise) และตามสถานการณ์จำลอง(Field Exercise) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ระดมความคิดเห็นเพื่อทบทวนแนวทางปฏิบัติด้านนิติวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ที่เป็นมาตรฐาน (Standard Operating Procedures: SOP) ให้สามารถบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการใช้กระบวนการนิติวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์เพื่อสนับสนุนการสืบสวนสอบสวนตามกระบวนการยุติธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 35 คน จากหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ หน่วยงานวิทยาศาสตร์และสรรพวุธของกองทัพทหาร สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กรมศุลกากร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้บริบทของสถานการณ์ความมั่นคงในปัจจุบันที่มีความท้าทายและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภัยคุกคามจากการใช้วัสดุนิวเคลียร์และวัสดุกัมมันตรังสีในทางที่ผิด ซึ่งรวมถึงการลักลอบขนย้ายวัสดุดังกล่าวข้ามพรมแดน เพื่อนำไปใช้ในการก่อการร้าย ก่อวินาศกรรม ตลอดจนการผันแปรเป็นอาวุธนิวเคลียร์ ล้วนเป็นประเด็นที่ประชาคมโลกให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
นายแพทย์รุ่งเรือง กล่าวทิ้งท้ายว่า การสัมมนาเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงาน สร้างแนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐาน (Standard Operating Procedures: SOP) พัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ ความชำนาญ และสามารถบูรณาการการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประเทศของเรามีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์วิกฤตได้อย่างทันท่วงทีต่อสถานการณ์ภัยคุกคามตามบริบทโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น