วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

“รมว.สุชาติ” เปิดงานสัมมนาป่าชายเลนแห่งชาติ ครั้งที่ 16 ผนึกกำลังนักวิชาการ ขับเคลื่อน“คาร์บอนสีน้ำเงิน” สู่ความยั่งยืน

 “รมว.สุชาติ” เปิดงานสัมมนาป่าชายเลนแห่งชาติ ครั้งที่ 16 ผนึกกำลังนักวิชาการ ขับเคลื่อน“คาร์บอนสีน้ำเงิน” สู่ความยั่งยืน

วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดงานสัมมนาป่าชายเลนแห่งชาติ ครั้งที่ 16 ประจำปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “น้ำพระทัยสู่ทวยราษฎร์ สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลน” (From Royal Grace to People: The Mangrove Botanical Garden) เนื่องในวันป่าชายเลนแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 ระหว่างวันที่ 10 - 12 พฤษภาคม 2569 โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานเปิดงาน พร้อมนำผู้ร่วมงานทำกิจกรรมเสริมความหลากหลายของระบบนิเวศป่าชายเลนด้วยพรรณไม้กว่า 10 ชนิด และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำรวมกว่า 9,999 ตัว และเยี่ยมชมนิทรรศการจากภาคีเครือข่าย Thailand Mangrove Alliance เช่น ปตท.สผ., SCG, Dow Thailand รวมถึงเครือข่ายงานวิจัยด้านป่าชายเลน และบูธผลิตภัณฑ์จากชุมชนจังหวัดจันทบุรี ณ สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ รัชกาลที่ 9 จังหวัดจันทบุรี

งานสัมมนาในครั้งนี้ ถือเป็นเวทีวิชาการป่าชายเลนระดับประเทศ โดยได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานสมาคมป่าชายเลนนานาชาติ (ISME) และประธานมูลนิธิสวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ร่วมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง พระเมตตาสู่ป่าชายเลน ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บรรยายพิเศษ เรื่อง 23 ปี กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของชาติ ร่วมด้วย Prof. Dr. Donald J. Macintosh ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านนิเวศวิทยาทางทะเลจาก IUCN และเครือข่ายความร่วมมือภาคเอกชน สถาบันการศึกษา องค์กรระหว่างประเทศ และชุมชนชายฝั่ง มาร่วมแลกเปลี่ยนทิศทางการจัดการป่าชายเลน และนำเสนอความสำเร็จในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน พร้อมต่อยอดแนวพระราชดำริ สู่การรับมือวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกอย่างยั่งยืน

นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้กล่าวเน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับป่าชายเลนในฐานะ “ทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์” มุ่งเน้นการใช้กลไก “คาร์บอนสีน้ำเงิน” (Blue Carbon) เป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050ซึ่งสะท้อนถึงความพร้อมของประเทศไทยทั้งด้านองค์ความรู้ การวิจัย และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพื่อสร้างเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) ให้เติบโตอย่างมั่นคง โดยระบบนิเวศป่าชายเลนถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางธรรมชาติ (Nature-based Infrastructure) ที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลรอยต่อระหว่างแผ่นดินกับทะเล ช่วยลดความรุนแรง  ของคลื่นลมและกรองมลพิษ ควบคู่กับการเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่ทรงพลังของโลก


ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว กล่าวว่า ป่าชายเลนในวันนี้ ยังคงเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล และการใช้ประโยชน์ที่เกินสมดุล การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จึงจำเป็นต้องอาศัยกลไกบูรณาการระหว่างองค์ความรู้ทางวิชาการกับการบริหารจัดการที่เหมาะสม และที่สำคัญที่สุดคือ “การสร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน” ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งเชื่อมั่นว่าการสร้างความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักที่ถูกต้องในคุณค่าของป่าชายเลน คือ รากฐานสู่การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ที่ยั่งยืน

 


ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี กล่าวเพิ่มเติมว่า กรม ทช. ได้มุ่งมั่นดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลและชุมชนชายฝั่ง พร้อมยกระดับความร่วมมือสู่มิติใหม่ผ่านกลไก “Thailand Mangrove Alliance” หรือพันธมิตรป่าชายเลนประเทศไทยซึ่งเป็นการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม เพื่อบูรณาการองค์ความรู้และนวัตกรรมในการขับเคลื่อนการจัดการป่าชายเลนในระดับพื้นที่ให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและมีมาตรฐานสากล สำหรับการบริหารจัดการ ในปัจจุบัน ทช. ได้มุ่งเน้นแนวทาง “การจัดการพื้นที่อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพภูมิสังคม” โดยใช้ข้อมูลทางวิชาการและระบบภูมิสารสนเทศมาวิเคราะห์พื้นที่ เพื่อกำหนดแนวทางการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ มุ่งสร้างสมดุลทั้งมิติสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการประยุกต์ใช้แนวทางอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based Solutions)


สุดท้ายนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและภาคีภาคส่วนต่างๆ ร่วมเป็นพลังสำคัญในการปกป้องดูแลและบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนอย่างรู้คุณค่าบนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์และร่วมกันสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ เพื่อธำรงรักษาความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย และเป็นรากฐานอันสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

‘จุลพันธ์’ แท็กทีม ก.แรงงาน ลุยฮ่องกง หนุนเชฟไทยมาตรฐานสากล ดันครัวไทยสู่ครัวโลก

   ‘จุลพันธ์’ แท็กทีม ก.แรงงาน ลุยฮ่องกง หนุนเชฟไทยมาตรฐานสากล ดันครัวไทยสู่ครัวโลก วันที่ 10 พฤษภาคม 2569  เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นเขต...