กรมการศาสนา (ศน.) จัดพิธีมอบพัดรองและเข็มเชิดชูเกียรติ แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘
เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๙ ณ ศาลาร้อยปีปิยมหาราชอนุสรณ์ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการคัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีมอบพัดรองที่ระลึกและเข็มเชิดชูเกียรติแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘
นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กรมการศาสนา ได้ดำเนินโครงการยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นต้นมา เพื่อประกาศเกียรติคุณและสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคคล หน่วยงานที่อุทิศตนในการทำนุบำรุง ส่งเสริม และเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ มีผู้ได้รับการคัดเลือกทั้งสิ้น จำนวน ๑๖๐ ราย ซึ่งจะได้เข้ารับพระราชทานรางวัล “เสาเสมาธรรมจักร” จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันอังคารที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๙ ณ ศาลาพระราชศรัทธา วัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประจำปี ๒๕๖๘ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นผู้ที่ได้ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมโดยรวมอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมพิธีมอบพัดรองแก่บรรพชิต จำนวน ๙๔ รูป และมอบเข็มเชิดชูเกียรติแก่คฤหัสถ์ จำนวน ๕๒ คน และหน่วยงาน จำนวน ๑๔ แห่ง รวมทั้งชี้แจงแนวทางการปฏิบัติและซักซ้อมความเข้าใจ
ในการเข้ารับพระราชทานรางวัล เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ
อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาล้วนเป็นผู้มีคุณูปการสำคัญในการส่งเสริม สนับสนุน และขับเคลื่อนกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เป็นแบบอย่างของพุทธศาสนิกชนที่ดี มีจิตสาธารณะและมีบทบาทในการประสานเครือข่ายทางศาสนา เพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ ตลอดจนส่งเสริมให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานต่าง ๆ น้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมและความเข้มแข็งของสังคมอย่างยั่งยืน
กรมการศาสนาเชื่อมั่นว่า ผู้ได้รับการยกย่องในครั้งนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการสืบสานและเผยแผ่พระพุทธศาสนา ตลอดจนเป็นแบบอย่างแห่งการทำความดีแก่สาธารณชนและอนุชนรุ่นหลังต่อไป ///


















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น