วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ประเทศไทยย้ำบทบาท “ห้ามทดลองและใช้นิวเคลียร์เป็นอาวุธ” พร้อมเน้นการใช้ประโยชน์เตือนภัย “แผ่นดินไหว ซึนามิ” และนำมาใช้เพื่อการแพทย์ พลังงาน อุตสาหกรรมสู่การพัฒนาประเทศ

 ประเทศไทยย้ำบทบาท “ห้ามทดลองและใช้นิวเคลียร์เป็นอาวุธ” พร้อมเน้นการใช้ประโยชน์เตือนภัย “แผ่นดินไหว ซึนามิ” และนำมาใช้เพื่อการแพทย์ พลังงาน อุตสาหกรรมสู่การพัฒนาประเทศ

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) พร้อมด้วย ดร.กิตติ์กวิน อรามรุญ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน และ ดร.ยุทธนา ตุ้มน้อย ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานปรมาณู สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการเตรียมการสำหรับองค์การสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ สมัยที่ 66 (66th Session of the CTBTO Preparatory Commission) ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ระหว่างวันที่ 15–17 มิถุนายน 2569 โดยประเทศไทยได้กล่าวถ้อยแถลงยืนยันจุดยืนและบทบาทเชิงรุกในการสนับสนุนภารกิจขององค์การสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ (Comprehensive Nuclear-Test-Ban Treaty Organization: CTBTO) อย่างต่อเนื่องและเข้มแข็ง เพื่อร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายของประชาคมโลกสู่การเป็นโลกที่ปลอดจากการทดลองอาวุธนิวเคลียร์

ในการกล่าวถ้อยแถลงเนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีของสนธิสัญญาห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ (Comprehensive Nuclear-Test-Ban Treaty: CTBT) นายแพทย์รุ่งเรืองได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง และความปลอดภัยระหว่างประเทศ ผ่านการสนับสนุนระบอบการตรวจพิสูจน์ของ CTBTO ซึ่งประกอบด้วยระบบเฝ้าตรวจระหว่างประเทศ (International Monitoring System: IMS) ศูนย์ข้อมูลระหว่างประเทศ (International Data Centre: IDC) และการตรวจสอบ ณ สถานที่เกิดเหตุ (On-Site Inspection: OSI) อันเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันการทดลองอาวุธนิวเคลียร์และเสริมสร้างระบอบการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ของโลก โดยเน้นย้ำบทบาทประเทศไทยว่า “ห้ามทดลองและใช้นิวเคลียร์เป็นอาวุธ” อย่างเด็ดขาด และพร้อมนำมาใช้ประโยชน์เพื่อการเตือนภัย “แผ่นดินไหว ซึนามิ” รวมถึงเพื่อพัฒนาทางการแพทย์ พลังงาน และอุตสาหกรรมต่อไป

ประเทศไทยนับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเครือข่ายเฝ้าตรวจระดับโลกของ CTBTO โดยปัจจุบันมีสถานีเฝ้าตรวจนิวไคลด์กัมมันตรังสี RN65 จังหวัดนครปฐม และสถานีตรวจวัดความสั่นสะเทือนของพิภพ PS41 จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ส่งข้อมูลเข้าสู่เครือข่าย IMS อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีศูนย์ข้อมูลแห่งชาติ (National Data Centre: NDC) ทำหน้าที่วิเคราะห์และใช้ประโยชน์จากข้อมูลดังกล่าวเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของภาครัฐ

นอกเหนือจากภารกิจด้านการเฝ้าระวังการทดลองอาวุธนิวเคลียร์แล้ว ประเทศไทยยังได้นำข้อมูลจากเครือข่าย IMS และ IDC มาประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเฝ้าระวังและติดตามเหตุการณ์แผ่นดินไหว การเตือนภัยสึนามิล่วงหน้า การลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ การติดตามตรวจสอบสิ่งแวดล้อม และการสนับสนุนงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของโครงสร้างพื้นฐานด้านการตรวจพิสูจน์ที่สามารถสร้างประโยชน์ต่อประชาชนได้อย่างกว้างขวาง


นายแพทย์รุ่งเรืองกล่าวว่า ข้อมูลจาก IMS และ IDC มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างความพร้อมของประเทศในการรับมือภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีความเสี่ยงต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ การเข้าถึงข้อมูลที่มีความถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว ช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถประเมินสถานการณ์ วางแผนรับมือ และออกมาตรการป้องกันได้อย่างทันท่วงที อันนำไปสู่การลดความสูญเสียต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจของประเทศ

ในด้านการเฝ้าระวังนิวเคลียร์ ประเทศไทยยังได้ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนในการติดตามและประเมินสถานการณ์ทางรังสีและนิวเคลียร์ในระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างใกล้ชิด โดยบูรณาการข้อมูลจากเครือข่าย IMS และ IDC ร่วมกับเครือข่ายสถานีเฝ้าระวังภัยทางรังสีของประเทศ เพื่อเฝ้าติดตามความเสี่ยงจากการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีที่อาจเกิดขึ้นจากสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนใช้ข้อมูลดังกล่าวในการประเมินผลกระทบและกำหนดมาตรการป้องกันที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนทั้งในประเทศและในภูมิภาค

การเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ ทั้งในฐานะผู้สนับสนุนการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ ผู้มีส่วนร่วมสำคัญในเครือข่ายเฝ้าตรวจระดับโลก และประเทศที่นำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยจากภัยพิบัติและภัยคุกคามทางนิวเคลียร์ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนและความมั่นคงของประชาชนในอนาคต


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

“สัปดาห์แห่งการทำความดี” ย้ำจุดยืนผู้นำด้าน Green Insurer

  “สัปดาห์แห่งการทำความดี” ย้ำจุดยืนผู้นำด้าน Green Insurer บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ในฐานะ ‘Green Insurer’ หรือผู้นำบริษัทประกันที่ใส...