วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569

“ปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวง อว. ผนึก CTBTO ยกระดับบทบาทไทยสู่เวทีโลก พัฒนาศูนย์ฝึกอบรมนานาชาติ เสริมศักยภาพเตือนภัยแผ่นดินไหว สึนามิ ภัยพิบัติ และภัยนิวเคลียร์”

  “ปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวง อว. ผนึก CTBTO ยกระดับบทบาทไทยสู่เวทีโลก พัฒนาศูนย์ฝึกอบรมนานาชาติ เสริมศักยภาพเตือนภัยแผ่นดินไหว สึนามิ ภัยพิบัติ และภัยนิวเคลียร์”

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ พณฯ ภัทรัตน์ หงษ์ทอง เอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติและองค์การระหว่างประเทศ ณ กรุงเวียนนา กระทรวงการต่างประเทศ เข้าหารือทวิภาคีกับ Dr. Robert Floyd เลขาธิการบริหารองค์การสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ (Comprehensive Nuclear-Test-Ban Treaty Organization, CTBTO) เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ระหว่างการประชุมคณะกรรมาธิการเตรียมการสำหรับองค์การ CTBTO สมัยที่ 66 (66th Session of the CTBTO Preparatory Commission) ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย การหารือครั้งนี้มุ่งกำหนดแนวทางยกระดับบทบาทของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมของ CTBTO ในภูมิภาคอาเซียน ควบคู่กับการส่งเสริมสถาปัตยกรรมระหว่างประเทศด้านการลดอาวุธและการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายของประชาคมโลกสู่โลกที่ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์ พัฒนาศูนย์ฝึกอบรมนานาชาติและผลักดันการใช้ประโยชน์จากข้อมูลของ CTBTO ในด้านการเตือนภัยพิบัติ แผ่นดินไหว สึนามิ สาธารณภัย และภัยนิวเคลียร์ รวมถึงการศึกษาสิ่งแวดล้อม การเฝ้าระวังการฟุ้งกระจายของสารกัมมันตรังสีในสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายของ ศ. ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ในโอกาสครบรอบ 30 ปี ของสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ (Comprehensive Nuclear-Test-Ban Treaty, CTBT) นายแพทย์รุ่งเรืองได้แสดงความยินดีกับ CTBTO พร้อมย้ำว่าสนธิสัญญาฉบับดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการสร้างบรรทัดฐานสากลในการต่อต้านการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ และมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ

นายแพทย์รุ่งเรืองได้เน้นย้ำถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นศูนย์ฝึกอบรมของ CTBTO ในภูมิภาคอาเซียน และในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก โดยไทยมีความเชี่ยวชาญในการดำเนินงานสถานีเฝ้าตรวจนิวไคลด์กัมมันตรังสี RN65 สถานีตรวจวัดความสั่นสะเทือนของพิภพ PS41 ตลอดจนการบริหารจัดการข้อมูลของศูนย์ข้อมูลแห่งชาติ (National Data Centre, NDC) และการตรวจ ณ ที่เกิดเหตุ (On-Site Inspection, OSI) ซึ่งได้รับความเชื่อมั่นจาก Dr. Robert Floyd ที่พร้อมสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมภายใต้กรอบ CTBT ในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ

นายแพทย์รุ่งเรือง ได้ชื่นชมถึงความพยายาของ CTBTO ในการพัฒนาความถูกต้องและแม่นยำของระบบเฝ้าตรวจระหว่างประเทศ และศูนย์ข้อมูลระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์ของข้อมูลดังกล่าว ในหลากหลายมิติที่นอกเหนือจากภารกิจหลักด้านการเฝ้าตรวจการทดลองนิวเคลียร์ อาทิ การเตือนภัยสึนามิ ซึ่งประเทศไทยใช้ข้อมูลดังกล่าวผ่านศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ การแจ้งเตือนเถ้าถ่านภูเขาไฟเพื่อความปลอดภัยด้านการบิน การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การศึกษาทางธรณีวิทยา รวมถึงการติดตามการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีในชั้นบรรยากาศ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติและสนับสนุนความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของโลก โดย สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติมีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันการใช้ประโยชน์ดังกล่าวในประเทศไทยให้เกิดเป็นรูปธรรมผ่านทางเครือข่ายหน่วยงานวิจัย และสถาบันอุดมศึกษา    


ในโอกาสนี้ คณะผู้แทนไทยยังได้เยี่ยมชมระบบเทคโนโลยีขั้นสูงภายใต้ระบอบการตรวจพิสูจน์ยืนยันของ CTBTO ทั้งระบบเฝ้าตรวจนิวไคลด์กัมมันตรังสี ระบบตรวจวัดความสั่นสะเทือนของพิภพ ระบบตรวจวัดคลื่นเสียงความถี่ต่ำ ศูนย์ข้อมูลระหว่างประเทศ และศูนย์สนับสนุนเทคโนโลยีและการฝึกอบรม (TeST Centre) พร้อมหารือเชิงเทคนิคร่วมกับผู้เชี่ยวชาญของ CTBTO เพื่อนำองค์ความรู้และมาตรฐานสากลมาประยุกต์ใช้ในการยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทยด้านการเฝ้าระวัง เตรียมความพร้อม และการรับมือเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี โดยจะเชื่อมโยงการทำงานกับเครือข่ายสถานีเฝ้าระวังภัยทางรังสีแห่งชาติ 23 สถานีทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนภัยได้อย่างทันท่วงทีบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ อันจะช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพและเพิ่มความปลอดภัยของประชาชนไทย


ในตอนท้าย นายแพทย์รุ่งเรืองได้ยืนยันถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ต่อการดำเนินงานของ CTBTO และพร้อมสนับสนุนกิจกรรมและโครงการริเริ่มต่าง ๆ ขององค์การในอนาคต เพื่อส่งเสริมทั้งความเป็นสากลของสนธิสัญญา CTBT และการใช้ประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์และเทคนิคเพื่อประโยชน์ของประชาคมโลกอย่างยั่งยืน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น