กรมการศาสนา (ศน.) พัฒนาและยกระดับพระธรรมวิทยากร กว่า ๑๖๐ รูป สู่การเผยแผ่ธรรมะในยุคดิจิทัล
เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีมิบวุฒิบัตรแก่พระธรรมวิทยากร พร้อมกล่าวสัมโมทนียถา ในพิธีปิดโครงการพัฒนาสมรรถนะพระธรรมวิทยากรในการเผยแผ่ธรรมะ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ณ วัดบรมสถล เขตสาทร กรุงเทพมหานคร โดยมี นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานฝ่ายฆราส และบรรยายพิเศษเรื่องการดำเนินงานของกรมการศาสนา พระธรรมวิทยากร จำนวน ๑๖๐ รูป คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมการศาสนา เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง
โครงการดังกล่าวจัดขึ้น ระหว่างวันที่ ๑๗ – ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ณ วัดบรมสถล เขตสาทร กรุงเทพมหานคร เพื่อพัฒนาศักยภาพพระธรรมวิทยากรให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่สอดคล้องกับบริบทของสังคมยุคใหม่ สามารถประยุกต์ใช้พุทธวิธี เทคนิคการสื่อสาร และสื่อดิจิทัลในการถ่ายทอดหลักธรรมแก่เด็ก เยาวชน และประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายพระธรรมวิทยากรทั่วประเทศให้ร่วมขับเคลื่อนงานส่งเสริมคุณธรรมและการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างเป็นระบบ
การอบรมครั้งนี้มีพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติหน้าที่พระธรรมวิทยากรจากทุกภูมิภาคของประเทศเข้าร่วม จำนวน ๑๖๐ รูป เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะด้านการเป็นวิทยากร การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเผยแผ่ธรรมะ
ทั้งนี้ พระธรรมวิทยากรที่เข้ารับการอบรม ได้รับความรู้จากพระเถรานุเถระ และการถวายความรู้จาก ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ในหัวข้อสำคัญ อาทิ การสื่อสารเชิงรุกสำหรับพระธรรมวิทยากรยุคใหม่ การออกแบบสื่อเสริมการเรียนธรรมะ การผลิตและเผยแพร่สื่อธรรมะบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เทคนิคการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การประสานเครือข่ายพระธรรมวิทยากร การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในบริบทสังคมปัจจุบัน ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคีต่าง ๆ เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างเป็นรูปธรรม
กรมการศาสนาคาดหวังว่า พระธรรมวิทยากรที่ผ่านการอบรมในครั้งนี้ จะสามารถนำองค์ความรู้และทักษะที่ได้รับไปพัฒนาการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ถ่ายทอดหลักธรรมได้อย่างเหมาะสมกับทุกช่วงวัย ใช้สื่อและเทคโนโลยีได้อย่างสร้างสรรค์ เกิดเครือข่ายพระธรรมวิทยากรที่เข้มแข็งครอบคลุมทุกจังหวัด และร่วมกันขยายผลการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมแก่เด็ก เยาวชน และประชาชน อันจะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสังคมคุณธรรมและเสริมสร้างความมั่นคงทางจิตใจของสังคมไทยอย่างยั่งยืน
















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น