กรมการศาสนา (ศน.) ยกย่อง 10 ต้นแบบ “ศพอ.ดีเด่น 2569” พลิกโฉมวัด สู่ศูนย์เรียนรู้คู่คุณธรรมยุคใหม่
นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เปิดเผยว่า “ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์” หรือ ศพอ. เป็นโครงการที่ส่งเสริมการเรียนรู้ บ่มเพาะศีลธรรม พัฒนาคุณธรรมจริยธรรม และคุณภาพชีวิตที่ดีของแก่เด็ก เยาวชน และประชาชน โดยมีภาคคณะสงฆ์เป็นกำลังสำคัญในการนำพระพุทธศาสนามาพัฒนาเด็ก เยาวชน และประชาชน ส่งเสริมให้เป็นคนดีมีคุณธรรมได้อย่างเข้มแข็ง เป็นการวางรากฐานการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมได้อย่างดียิ่ง ทำให้วัดเป็นที่พึ่งของชุมชนและสังคม แต่เนื่องจากในปัจจุบันบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลทำให้การเข้าเรียนและการเข้าร่วมกิจกรรมใน ศพอ. ลดลง อันเนื่องมาจากเหตุผลต่างๆ อาทิ ไม่มีนักเรียน ขาดแคลนครูผู้สอน กิจกรรมยังไม่กระตุ้นความสนใจ หรือความคิดของผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่คิดว่าเรียน ศพอ. เป็นการเรียนเฉพาะเรื่องหลักธรรมทางศาสนา จึงทำให้ ศพอ. แต่ละแห่งต้องมีการปรับตัวและปรับเปลี่ยนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมปัจจุบัน
อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อว่า กรมการศาสนาจึงมีแนวคิดในการยกย่อง ศพอ. ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ ตามหลักบวร (บ้าน วัด โรงเรียน/ราชการ) มีการบูรณาการรูปแบบการเรียนการสอนที่ทันกับยุคสมัย สนับสนุนการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนในรูปแบบต่างๆ ได้เข้ามาศึกษา เรียนรู้ พัฒนาคุณธรรมจริยธรรมควบคู่ไปกับการพัฒนาความรู้ทางวิชาการ รวมทั้งเพื่อยกย่อง สร้างการรับรู้ และประชาสัมพันธ์ การดำเนินงานของ ศพอ. ให้แพร่หลายเป็นที่รู้จักสู่สาธารณชน จึงได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการคัดเลือก “ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ดีเด่น” ประจำปี 2569 จำนวน 10 ศูนย์ เพื่อยกย่องให้เป็นต้นแบบและเป็นแบบอย่างให้แก่ ศพอ. ทั่วประเทศ สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่ ศพอ. ที่มีความสนใจได้เข้ามาศึกษาดูงาน โดยมีกระบวนการคัดเลือกผ่านคณะกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์การคัดเลือกศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ดีเด่น ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของกรมการศาสนา โดย ศพอ. ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ดีเด่น” ประจำปี 2569 จำนวน 10 ศูนย์ ประกอบด้วย
1. ศพอ.วัดโพธิ์ชัยโคกใหญ่ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์
เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่บูรณาการความร่วมมือ บ้าน วัด โรงเรียน และชุมชน (พลังบวร) มุ่งพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีคุณธรรมควบคู่ทักษะชีวิตและอาชีพ จุดเด่นคือการสืบสานผ้าไทย ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การทำธุง บายศรี และงานหัตถศิลป์ พร้อมประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเรียนรู้และประชาสัมพันธ์
2. ศพอ.วัดโพนทราย อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม
มุ่งพัฒนาเยาวชนให้มีความรู้คู่คุณธรรม ผ่านการบูรณาการพระพุทธศาสนา วิชาสามัญ ศิลปวัฒนธรรม และทักษะชีวิต จุดเด่นคือการอนุรักษ์ อัตลักษณ์ชาติพันธุ์ไทยโส้ ทั้งภาษา การแต่งกาย ดนตรี การแสดงพื้นบ้าน และภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงและพัฒนาโครงงานคุณธรรมจนได้รับการยอมรับระดับประเทศ
3. ศพอ.วัดทางหลวง อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี
พัฒนาเด็กและเยาวชนผ่านความร่วมมือของบ้าน วัด และโรงเรียน โดยเน้นความกตัญญู วินัย ซื่อสัตย์ และจิตอาสา จุดเด่นคือการอนุรักษ์ หัวโขนและศิลปะการแสดงโขน ผ่านการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ ควบคู่การส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
4. ศพอ.วัดพระธาตุขิงแกง อ.จุน จ.พะเยา
ดำเนินงานต่อเนื่องกว่า 30 ปี เป็นศูนย์กลางพัฒนาคนและชุมชนภายใต้หลัก พลังบวรและเศรษฐกิจพอเพียง จุดเด่นคือแนวคิด “เยาวชนต้นกล้าความดี วิถีพอเพียง” ส่งเสริมจิตอาสา ศิลปวัฒนธรรมล้านนา ทักษะชีวิต อาชีพ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการใช้สื่อดิจิทัล
5. ศพอ.วัดตาลเอน อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา
ใช้พื้นที่วัดซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติเป็นแหล่งเรียนรู้ บูรณาการธรรมศึกษาและเทคโนโลยีดิจิทัล จุดเด่นคือกิจกรรม “ยุวชนคนมีสติ” ที่นำสติปัฏฐาน 4 มาประยุกต์เป็น “สติเชิงรุก” เช่น การฝึกสมาธิก่อนเรียน และ “เดินจงกรม ชมค้างคาวแม่ไก่” ซึ่งเชื่อมโยงธรรมะกับธรรมชาติและระบบนิเวศ
6. ศพอ.วัดถิ่นใน อ.เมืองแพร่ จ.แพร่
เป็นศูนย์เรียนรู้คู่คุณธรรมที่ขับเคลื่อนด้วยพลังบวรและระบบ PDCA ผสานธรรมศึกษากับการเรียนรู้แบบ Active Learning และเทคโนโลยีดิจิทัล จุดเด่นคือการสืบสาน วิถีไทลื้อ ทั้งภาษา การแต่งกาย อาหาร ผ้าทอ ดนตรี และภูมิปัญญา ผ่านกิจกรรม “อุ้ยสอนหลาน” พร้อมต่อยอดเป็นอาชีพและผลิตภัณฑ์ชุมชน
7. ศพอ.วัดปราสาทสิทธิ์ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี
เป็นศูนย์กลางพัฒนาชุมชน 4 ด้าน ได้แก่ การศึกษา สังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ ภายใต้พลังบวร จุดเด่นคือการนำเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดทุนวัฒนธรรม เช่น “สบู่ขนมไทย” และส่งเสริมการจำหน่ายออนไลน์ ควบคู่การอนุรักษ์วัฒนธรรมสายน้ำ เช่น แห่พระทางน้ำ แห่เทียนเข้าพรรษานาวาไทย–จีน และตักบาตรทางน้ำ
8. ศพอ.วัดสวนแก้วอุทยาน อ.เมืองสมุทรสงคราม จ.สมุทรสงคราม
เป็นต้นแบบแหล่งเรียนรู้เชิงบูรณาการที่ผสานพลังบวร นวัตกรรม และเทคโนโลยี จุดเด่น 5 ด้าน ได้แก่ การเรียนภาษาเกาหลีระดับประถมศึกษา ห้องเรียน “มันหวานสวนแก้ว” การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และ Upcycling การใช้ AI ผลิตสื่อ และประเพณีลอยกระทงเรือใบจากรักษ์โลก สะท้อนการพัฒนาคุณธรรมควบคู่ทักษะสมัยใหม่และสิ่งแวดล้อม
9. ศพอ.วัดคลองคันฉอ อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว
เป็น “ศูนย์เรียนรู้คู่คุณธรรม” ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังบวร มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรมและพัฒนาคุณภาพชีวิต จุดเด่นคือการฝึกอาชีพ จักสานและเพาะเห็ด การทำเกษตรพุทธเกษตร การรำเซิ้ง และการทำ “ดอกแก้ว” ดอกไม้จันทน์ประจำจังหวัด พร้อมใช้สื่อดิจิทัลช่วยจัดการเรียนรู้และสร้างการมีส่วนร่วม
10. ศพอ.วัดราษฎร์บำรุงหนองลี อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี
มุ่งพัฒนาเยาวชนด้วย Active Learning ผสานหลักธรรม ทักษะชีวิต และเศรษฐกิจพอเพียง จุดเด่นคือกิจกรรม “เยาวชนหนองลี Content Creator สายธรรมะ” ผลิตสื่อคุณธรรมผ่าน TikTok และ YouTube รวมถึงฐานการเรียนรู้ STEAM เศรษฐกิจพอเพียง การเป็นมัคคุเทศก์น้อยและนักเล่าเรื่องชุมชน ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “โมเดลค่ายบางระจัน” เพื่อสร้างรายได้และต่อยอดตลาดออนไลน์
อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการศาสนาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ จะเป็นศูนย์การเรียนรู้ธรรมศึกษา เพิ่มพูนทักษะทางวิชาการ และเป็นสถานที่ในการฝึกฝนอาชีพให้แก่เด็กและเยาวชน โดยมี “ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ดีเด่น” ประจำปี 2569 ทั้ง 10 ศูนย์ เป็นต้นแบบที่แท้จริงในการส่งเสริม พัฒนา และต่อยอดการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชน เป็น “ศูนย์เรียนรู้ คู่คุณธรรม” ที่เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมคุณธรรมอย่างยั่งยืน
///











ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น