วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2569

ดีอี ผลักดันนโยบายยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผนึกกำลัง ไปรษณีย์ไทย – สคส. ขับเคลื่อน D/ID สู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไทย สร้างความเชื่อมั่น และการจัดส่งที่ปลอดภัยสำหรับประชาชน

 ดีอี ผลักดันนโยบายยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผนึกกำลัง ไปรษณีย์ไทย – สคส. ขับเคลื่อน D/ID สู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไทย สร้างความเชื่อมั่น และการจัดส่งที่ปลอดภัยสำหรับประชาชน

กรุงเทพฯ 16 กันยายน 2569 - กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เดินหน้าผลักดันนโยบายยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน พร้อมบูรณาการความร่วมมือระหว่าง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ขับเคลื่อนการพัฒนา Digital Post ID หรือ D/ID รหัสจัดส่งดิจิทัล เพื่อยกระดับความปลอดภัยของข้อมูลในกระบวนการรับ–ส่งพัสดุ ลดการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็น เพิ่มความสะดวกและความแม่นยำในการระบุจุดจัดส่ง และวางรากฐานสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลดิจิทัลของประเทศ ควบคู่การเตรียมความพร้อมสู่การได้รับ Certificate Trust Mark เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการดิจิทัลแก่ประชาชน

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า “รัฐบาลให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อน Digital Transformation ในทุกมิติ โดยหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ต้องเร่งพัฒนาคือระบบ Digital Post ID หรือ D/ID ซึ่งไปรษณีย์ไทยได้ดำเนินการขับเคลื่อนการยกระดับมาอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและการจัดการข้อมูลของประเทศให้มีความปลอดภัย เป็นระบบ และรองรับการใช้งานในอนาคต ซึ่งหนึ่งในปัญหาใหญ่ของประเทศไทยที่กำลังเร่งแก้ไขคือเรื่องสแกมเมอร์และการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ทั้งชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ ความร่วมมือระหว่าง สคส. และไปรษณีย์ไทย จึงเป็นการพัฒนาข้อมูลดิจิทัลที่ใช้ในการขนส่งและมีการคำนึงถึงข้อมูลส่วนบุคคล โดย D/ID จะเปลี่ยนจากรูปแบบเดิมที่เป็นการเขียนชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ไว้บนจ่าหน้าซอง/กล่องพัสดุที่มีการส่งให้กลายเป็น QR Code เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลพร้อมเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการจัดส่ง ทั้งนี้ รัฐบาลต้องการให้ความร่วมมือดังกล่าวเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยยึดความปลอดภัย ความสะดวก และประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อให้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในระยะยาว”

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันเทคโนโลยีและบริการดิจิทัลมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันมากขึ้น ทำให้ “ข้อมูล” กลายเป็นทรัพยากรสำคัญ ขณะที่ความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของประชาชนต้องเดินควบคู่กัน ไปรษณีย์ไทยในฐานะหน่วยงานด้านการสื่อสารและขนส่งหลักของชาติ จึงมุ่งพัฒนาบริการดิจิทัลควบคู่กับการกำกับดูแลและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในทุกการใช้บริการ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นโอกาสในการผสานองค์ความรู้ของทั้งสององค์กรเพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไปรษณีย์ไทย และเตรียมความพร้อมสู่การได้รับ

Certificate Trust Mark ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันมาตรฐานที่ประชาชนสามารถเชื่อมั่นได้ ขณะเดียวกัน ไปรษณีย์ไทย

มุ่งพัฒนา Digital Post ID หรือ D/ID ให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเปลี่ยนจากการระบุชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลติดต่อแบบเต็ม เป็นรหัสจัดส่งดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับจุดจัดส่ง ช่วยลดการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพิ่มความสะดวกและความแม่นยำในการจัดส่ง ปัจจุบันประชาชนสามารถดาวน์โหลด D/ID และสร้างรหัสของตนเองเพื่อใช้งานได้แล้วทำให้มีทางเลือกในการจัดการข้อมูลที่อยู่ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น”

ปัจจุบันไปรษณีย์ไทยได้เริ่มทดลองใช้งาน D/ID กับบุคลากรกว่า 24,000 คนแล้ว และเตรียมขยายการรับรู้และการทดลองใช้งานไปยังประชาชน รวมถึงต่อยอด D/ID ไปสู่การใช้งานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และ

ผู้ให้บริการในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ข้อมูลที่อยู่ของประเทศมีมาตรฐาน เชื่อถือได้ และนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งมุ่งพัฒนา D/ID ให้มีศักยภาพในการต่อยอดการใช้งานไปสู่การระบุพิกัดเพื่อสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน ช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งและ

วางแผนการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดยให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ความเป็นส่วนตัว ความสะดวกของประชาชนและการไม่สร้างภาระในการใช้บริการ ควบคู่กับการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ D/ID เป็นส่วนหนึ่งของการวางระบบข้อมูลที่สนับสนุนการพัฒนาประเทศในระยะยาว

“ในระยะต่อไป ไปรษณีย์ไทยมุ่งพัฒนา D/ID ให้สามารถต่อยอดไปสู่การใช้งานในวงกว้างมากขึ้น ทั้งการเปิดให้ผู้ให้บริการขนส่งรายอื่นเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อสนับสนุนการยกระดับระบบการรับ-ส่งสินค้าให้มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยของข้อมูลร่วมกัน รวมถึงการพัฒนา Address ID ให้สามารถเชื่อมโยงและนำไปใช้ประโยชน์กับบริการด้านต่าง ๆ ในอนาคต ไม่จำกัดเฉพาะการขนส่ง แต่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลดิจิทัลของประเทศ ทั้งนี้ การดำเนินงานจะให้ความสำคัญกับการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม การป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล ตลอดจนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่เป็นภาระต่อผู้ใช้บริการ เพราะเป้าหมายของ D/ID ไม่ใช่เพียงการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการจัดส่ง แต่คือการนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ต่อคนไทยในอนาคต โดยให้ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวเป็นส่วนสำคัญของการออกแบบ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บริการดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ และได้รับประสบการณ์ที่ ปลอดภัย สะดวก และแม่นยำ” ดร.ดนันท์ กล่าวสรุป

ด้าน พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC กล่าวว่า สคส.มีหน้าที่กำกับดูแล ส่งเสริม และสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับกฎหมาย รวมถึงส่งเสริมการนำหลัก Privacy by Design และการใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น มาใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบระบบและบริการ เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีเดินหน้าไปพร้อมกับการคุ้มครองสิทธิและความเป็นส่วนตัวของประชาชน

“Digital Post ID หรือ D/ID ถือเป็นตัวอย่างของการนำหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้กับบริการที่ประชาชนใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยการเปลี่ยนจากการแสดงชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์แบบเต็ม มาเป็นรหัสจัดส่งดิจิทัล จะช่วยลดการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่จำเป็น และลดความเสี่ยงที่ข้อมูลอาจถูกเข้าถึงหรือนำไปใช้โดยผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน ระบบต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย การกำหนดสิทธิในการเข้าถึง และการกำกับดูแลข้อมูลอย่างเหมาะสม เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจ”

พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สคส. จะสนับสนุนและให้คำแนะนำด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่ไปรษณีย์ไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อ D/ID มีการขยายการใช้งานและเชื่อมโยงไปยังหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือบริการอื่นในอนาคต ซึ่งทุกขั้นตอนต้องยึดหลักความโปร่งใส ใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม และคำนึงถึงสิทธิของประชาชนเป็นสำคัญ “การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่ใช่ข้อจำกัดของการพัฒนาเทคโนโลยี แต่เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น และทำให้บริการดิจิทัลของประเทศเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”

ความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สคส. และไปรษณีย์ไทย จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของ

การนำเทคโนโลยีและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมาผสานเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดส่ง เพื่อสร้างระบบบริการดิจิทัลที่ประชาชนสามารถไว้วางใจได้ โดย วันนี้ประชาชนสามารถดาวน์โหลด D/ID และสร้างรหัสจัดส่งดิจิทัลของตนเองได้แล้ว สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการจัดการ “ที่อยู่” ในรูปแบบเดิม สู่การจัดการข้อมูลที่ปลอดภัยและเป็นระบบมากขึ้น พร้อมวางรากฐานข้อมูลที่มีคุณภาพเพื่อรองรับการพัฒนาบริการและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศในอนาคต และร่วมยกระดับประเทศไทยสู่สังคมดิจิทัลที่ ปลอดภัย สะดวก และเชื่อมั่นได้


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ONNEX by SCG ชูจุดเด่น “อัปเกรด Inverter” ยกระดับการดูแลระบบโซลาร์เซลล์ผนึก Huawei Digital Power เดินหน้า “Power for Better Care” ดูแลตลอดอายุการใช้งาน

  ONNEX by SCG ชูจุดเด่น “อัปเกรด Inverter” ยกระดับการดูแลระบบโซลาร์เซลล์ผนึก Huawei Digital Power เดินหน้า “Power for Better Care” ดูแลตลอด...