วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2569

นับถอยหลังอีก 2 วัน! “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ.2569” จัดพิธีบวงสรวงใหญ่ นางรำ 134 คน รำถวายอย่างงดงาม เสริมสิริมงคลก่อนเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก 1 พ.ย. นี้

 นับถอยหลังอีก 2 วัน! “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ.2569” จัดพิธีบวงสรวงใหญ่ นางรำ 134 คน รำถวายอย่างงดงาม เสริมสิริมงคลก่อนเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก 1 พ.ย. นี้

อุดรธานี 30 ตุลาคม 2569 – บรรยากาศแห่งความตื่นเต้นและการเฉลิมฉลองเริ่มต้นขึ้นแล้ว! ก่อนเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกในอีกเพียง 2 วัน กับงาน “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” มหกรรมพืชสวนระดับนานาชาติครั้งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โดยวันนี้ได้มีการจัด พิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนการเปิดงาน ท่ามกลางบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์และงดงามของศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น พร้อมการแสดงรำถวายจากนางรำจำนวน 134 คน สะท้อนความพร้อมและความภาคภูมิใจของชาวอุดรธานีในการเป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลก

พิธีบวงสรวงจัดขึ้น ณ หมู่บ้านอีสาน พื้นที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยมี นางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธานในพิธีบวงสรวงและจุดเทียนชัย เพื่อแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพื้นที่ และขอพรให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและประสบความสำเร็จ ภายในพิธีเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความเป็นสิริมงคลแก่การจัดงาน นับเป็นการเริ่มต้นอันงดงามก่อนเปิดให้เข้าชมมหกรรมพืชสวนโลกระดับนานาชาติครั้งสำคัญของประเทศไทย ที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลกสู่จังหวัดอุดรธานี


ไฮไลต์สำคัญของพิธีคือการรำถวายจากนางรำจำนวน 134 คน ที่ร่วมถ่ายทอดความงดงามของศิลปวัฒนธรรมอีสาน ผ่านลีลาการร่ายรำอันอ่อนช้อยและพร้อมเพรียง สร้างสีสันและความประทับใจให้แก่ผู้ร่วมพิธี โดยจำนวน 134 คนยังสอดคล้องกับระยะเวลาการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกที่เปิดให้เข้าชมตลอด 134 วัน นับเป็นอีกหนึ่งภาพแห่งความภาคภูมิใจที่สะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ความศรัทธา และการมีส่วนร่วมของชาวอุดรธานี ก่อนก้าวสู่การเป็นเจ้าภาพมหกรรมพืชสวนระดับนานาชาติ

สำหรับ “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” เตรียมเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมตั้งแต่ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 รวม 134 วัน บนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่ ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ภายใต้แนวคิด “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” (Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living) โดยได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH)


ภายในงานเตรียมพบกับความงดงามของ สวนนานาชาติรวม 32 สวน จาก 17 ประเทศ และ 2 องค์กรนานาชาติ แบ่งเป็น สวนนานาชาติภายนอกอาคาร 16 สวน และสวนนานาชาติภายในอาคาร 16 สวน พร้อมด้วย สวนองค์กรจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำของไทย 16 สวน ซึ่งจะนำเสนอความงดงามของพืชพรรณ ศิลปะการจัดสวน และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมจากนานาประเทศ ถือเป็นโอกาสพิเศษที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความหลากหลายของพืชสวนจากทั่วโลกภายในงานเดียว


หนึ่งในไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด คือสวนจัดแสดงพรรณไม้กว่า 50 สวน ที่รวบรวมพรรณไม้เด่นและพรรณไม้หายากจากทั่วโลกจำนวนหลายหมื่นต้น อาทิ สวนนุ่นยักษ์จากทวีปอเมริกาใต้ สวนอินทผลัมยักษ์ สวนเบาบับด่าง สวนมะกอกโอลีฟ สวนสนใบพาย ต้นกระบก ตาลโตนด ต้นรวงผึ้ง ราชพฤกษ์ ยี่เข่ง ตาลฟ้า และไม้ดัดรูปทรงแปลกตาจากประเทศจีน ซึ่งบางต้นมีมูลค่าสูงถึงหลักแสนบาท พร้อมสร้างสีสันด้วย ไม้ดอกไม้ประดับหมุนเวียนรวมกว่า 1 ล้านต้น ตลอดระยะเวลาการจัดงาน ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสความงดงามของพืชพรรณที่หลากหลายในแต่ละช่วงเวลา นอกจากนี้ ยังมี นิทรรศการ 16 นิทรรศการ แบ่งเป็น นิทรรศการหมุนเวียนภายในอาคาร 8 นิทรรศการ และนิทรรศการภายนอกอาคาร 8 นิทรรศการ พร้อม การประกวดพืชพรรณ 7 ประเภท และกิจกรรมประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านพืชสวน เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ และนวัตกรรมสีเขียว


สำหรับพื้นที่จัดงานแบ่งออกเป็น 6 โซนสำคัญ ได้แก่ 1. โซนทางเข้าและจุดจำหน่ายบัตร ให้บริการจำหน่ายบัตร ข้อมูล และอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชม 2. โซนสวนจัดแสดงและอาคารหลัก นำเสนอความงดงามและความหลากหลายของพรรณไม้ พร้อมอาคารสำคัญ เช่น เรือนอีสาน ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของท้องถิ่น 3. โซนสวนนานาชาติ จัดแสดงสวนจากประเทศและองค์กรนานาชาติ 4. โซนนิทรรศการภายในอาคาร ประกอบด้วย อาคารเรือนกระจก สำหรับจัดแสดงนิทรรศการวิชาการหมุนเวียนและการประกวดพืชพรรณ อาคารอำนวยการ สำหรับจัดแสดงสวนนานาชาติภายในอาคาร โรงเรือนไม้ในร่ม ที่จัดแสดงไม้ประดับและกล้วยไม้ และ โรงเรือนจัดแสดงสวนพืชทะเลทราย ที่จัดแสดงพืชตระกูลแคคตัส 5. โซนนิทรรศการวิชาการภายนอกอาคาร อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการไม้ผลและเทคโนโลยีการเกษตร นิทรรศการไม้ดอกไม้ประดับ สวนกล้วยไม้ สวนบัว และนิทรรศการสวนคาร์บอนเครดิต และ 6. โซนสวนพรรณไม้ประจำจังหวัด สวนไผ่ และเรือนเพาะชำ ถ่ายทอดความหลากหลายของพรรณไม้และองค์ความรู้ด้านการเพาะขยายพันธุ์พืช ให้ผู้เข้าชมได้เพลิดเพลินกับความงดงามของธรรมชาติ ควบคู่กับการเรียนรู้ด้านการเกษตร นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อมตลอดเส้นทางการเยี่ยมชม

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่สร้างความโดดเด่นให้กับมหกรรมครั้งนี้ คือ สถาปัตยกรรมที่ผสานอัตลักษณ์อุดรธานีและภูมิปัญญาอีสานเข้ากับธรรมชาติ ผ่านการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ได้แก่ 1. อาคารประชาสัมพันธ์ หรือ “อาคารรูปไห” ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงและ “ข้อง” ภาชนะสานด้วยไม้ไผ่สำหรับใส่ปลา 2. อาคารเฉลิมพระเกียรติ ผสานแนวคิดจากวัดป่าภูก้อนและดอกบัว ภายในประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรย “พระพุทธภัทรบรมสุข” พร้อมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “ผลพระคุณ ธ รักษา” และนิทรรศการ “134 ปีแห่งเรื่องราว สู่เมืองอุดรธานีวันนี้” 3. อาคารอำนวยการ หรือ “อาคารรูปไซ” ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องมือจับปลาพื้นบ้าน 4. อาคารเรือนกระจก ได้รับแรงบันดาลใจจาก “เฮือนแฝด” ผสานการออกแบบร่วมสมัย เน้นความโปร่งโล่งและการถ่ายเทอากาศ และ 5. หมู่บ้านอีสาน ถ่ายทอดวิถีชีวิตและความผูกพันของครอบครัวชาวอีสาน ผ่านการจำลองเรือนพื้นถิ่นดั้งเดิมรูปแบบต่าง ๆ ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสเสน่ห์ทางวัฒนธรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างใกล้ชิด


นอกจากความงดงามของสวนและพรรณไม้แล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงครองราชย์ครบ 10 ปี และ กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 6 รอบ พร้อมจัดแสดงพระราชกรณียกิจ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการส่วนพระองค์ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร อีกทั้งยังเตรียมสร้างสีสันตลอดการจัดงานด้วย การแสดงศิลปวัฒนธรรมกว่า 200 รายการ ตลอด 134 วัน ณ “ลานตุ้มโฮม” รวมถึงกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลและวันสำคัญต่าง ๆ พร้อมชวนเลือกซื้อสินค้าและลิ้มรสอาหารท้องถิ่นจาก “ตลาดชุมชนริมน้ำ” ที่รวบรวมร้านค้าท้องถิ่น 50 ร้าน หมุนเวียนจำหน่ายอาหาร สินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์ชุมชน ภายใต้แนวคิดตลาดรักษ์โลกที่มุ่งลดการใช้พลาสติกและส่งเสริมการคัดแยกขยะเพื่อกระจายรายได้และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนในพื้นที่

อีกเพียง 2 วันเท่านั้น! เตรียมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมพืชสวนระดับโลกครั้งสำคัญของประเทศไทย เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00–20.00 น. ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี บัตรเข้าชมสำหรับบุคคลทั่วไปราคา 199 บาท ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จำหน่ายผ่านเคาน์เตอร์ All Ticket ที่ร้าน 7-Eleven ทั่วประเทศ เว็บไซต์จำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการ https://www.allticket.com/event/UdonExpo2026 และจุดจำหน่ายบัตรหน้างาน นอกจากนี้ ยังมีบัตรเข้าชมประเภทอื่น ๆ ได้แก่ บัตรเจ้าบ้านอุดรธานี บัตรเครือสบายดี บัตรแบบกลุ่ม และบัตรเข้าชมฟรีสำหรับผู้มีสิทธิ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official Account: @organizer.udonexpo 

 

 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

นับถอยหลังอีก 2 วัน! “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ.2569” จัดพิธีบวงสรวงใหญ่ นางรำ 134 คน รำถวายอย่างงดงาม เสริมสิริมงคลก่อนเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก 1 พ.ย. นี้

  นับถอยหลังอีก 2 วัน! “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ.2569” จัดพิธีบวงสรวงใหญ่ นางรำ 134 คน รำถวายอย่างงดงาม เสริมสิริมงคลก่อนเปิดต้อนร...