วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568

“พาณิชย์ปลุกตลาดจีน กระตุ้นความต้องการนำเข้ามันสำปะหลังล็อตใหญ่”

 “พาณิชย์ปลุกตลาดจีน กระตุ้นความต้องการนำเข้ามันสำปะหลังล็อตใหญ่”

        กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าต่างประเทศ ขานรับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 

จับมือร่วมภาครัฐและภาคเอกชนเดินทางขยายตลาดผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยในอุตสาหกรรมขั้นปลาย

ที่มีศักยภาพ ณ นครเซี่ยงไฮ้ และ นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 5 – 9 มกราคม 2568 

โดยคาดว่าจะสามารถกระตุ้นความต้องการล่วงหน้าในตลาดก่อนเทศกาลตรุษจีนและสร้างมูลค่าทางการค้า

ให้แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย

        นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมการค้าต่างประเทศในฐานะหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการตลาดต่างประเทศมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ได้ดำเนินการ

ตามที่ได้รับมอบนโยบายจากนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการเร่งผลักดันขยายตลาดส่งออกมันสำปะหลังเพื่อเพิ่มมูลค่าการค้ามันสำปะหลังของไทย รวมทั้งยกระดับราคามันสำปะหลังของเกษตรกรภายในประเทศ ซึ่งในครั้งนี้ กรมฯ ได้จัดคณะเดินทางจัดกิจกรรมเพื่อ “รักษาตลาดเดิม ฟื้นฟูตลาดเก่าและแสวงหาตลาดใหม่” ในสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยกำหนดจัดกิจกรรมแรกที่โรงแรม Grand Central Shanghai ณ นครเซี่ยงไฮ้ ในวันที่ 6 มกราคม 2568 ประกอบด้วยการประชุมหารือร่วมกับบริษัทผู้นำเข้าที่ใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบ

ในอุตสาหกรรมต่างๆ จำนวน 16 ราย การเจรจาจับคู่ธุรกิจการค้า (Business Matching) และการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ซื้อขายสินค้ามันสำปะหลังระหว่างผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยกับผู้ซื้อ/ผู้ใช้โดยตรงของจีน โดยกิจกรรมในวันนี้สามารถสร้างความต้องการซื้อ (Demand) ได้ถึง 120,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวม 1,707.64 ล้านบาท ทั้งนี้ การจัดคณะเดินทางไปสาธารณรัฐประชาชนจีนในครั้งนี้เป็นการเพิ่มโอกาสทางการแข่งขันของมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์ฯ ของไทยในการขยายฐานการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมที่หลากหลายในสาธารณรัฐประชาชนจีนมากขึ้น อีกทั้ง สามารถประชาสัมพันธ์คุณภาพของผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย เพื่อกระตุ้นความต้องการซื้อขายล่วงหน้าให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ อาทิ อุตสาหกรรมแอลกอฮอล์ อาหารสัตว์ กาว กระดาษ ก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีนได้ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะส่งผลดีต่อราคาของมันสำปะหลังทั้งระบบในที่สุด สำหรับเมืองถัดไป กรมฯ จะจัดกิจกรรมในลักษณะเดียวกัน ณ โรงแรม Crowne Plaza Chengdu City Centre ณ นครเฉิงตู ในวันที่ 8 มกราคม 2568 โดยถือเป็นก้าวแรกของอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยในการเข้าสู่ตลาดอาหารสัตว์ของนครเฉิงตู มณฑลเสฉวน เนื่องจากเป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงสุกรที่ใหญ่ที่สุดของจีน จึงถือเป็นโอกาสทางการแข่งขันของผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยในการขยายฐานการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมการผลิตอาหารสัตว์ของจีนมากขึ้น เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดการนำเข้ามันเส้นไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ซึ่งจะเป็นการกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาเพียงตลาดแอลกอฮอล์ของจีนเพียงตลาดเดียว ตามนโยบายของนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้สั่งการในคราวประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) ครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน 2567




        ปี 2567 (ม.ค. - พ.ย.) ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไปยังจีน รวม 3.87 ล้านตัน มูลค่า  53,334.39 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 64.07 และร้อยละ 51.61 ของการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยตามลำดับ โดยเป็นการส่งออกเป็นแป้งมันสำปะหลังสูงที่สุด มูลค่า 36,725.66 ล้านบาท มันเส้นและมันอัดเม็ด 16,380.75 ล้านบาท และ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังอื่นๆ  227.98 ล้านบาท ตามลำดับ


รถโรงหนังเฉลิมทัศน์ โดย หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน), กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมจัดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568 จัดฉายภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง Varken (Pig) (2022) ที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติจากประเทศเนเธอร์แลนด์

 รถโรงหนังเฉลิมทัศน์ โดย หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน), กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมจัดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568 จัดฉายภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง Varken (Pig) (2022) ที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติจากประเทศเนเธอร์แลนด์ และภาพยนตร์โปรแกรมพิเศษที่อนุรักษ์โดยหอภาพยนตร์ฯ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมชมภาพยนตร์บนรถโรงหนังได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ  ลงทะเบียนรับตั๋วภาพยนตร์ได้ที่เต็นท์ลงทะเบียนของกระทรวงวัฒนธรรม ใกล้จุดจอดรถโรงหนัง ตั้งอยู่บริเวณประตูที่ 1 ริมรั้ว ด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล 

📣  รถโรงหนัง จัดฉายภาพยนตร์โปรแกรมพิเศษ 

🗓️  วันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568 จำนวน 7 รอบ (รอบละ 30 นาที)

รอบที่ 1 : เวลา 09:00 น.

รอบที่ 2 : เวลา 09:30 น.

รอบที่ 3 : เวลา 10:00 น.

รอบที่ 4 : เวลา 10:30 น.

รอบที่ 5 : เวลา 11:00 น.

รอบที่ 6 : เวลา 12:30 น.

รอบที่ 7 : เวลา 13:00 น.

**เมื่อลงทะเบียนรับตั๋วแล้ว กรุณามาก่อนรอบฉาย 10 นาที**

 --

💺 สามารถรองรับได้ไม่เกิน 80 ที่นั่ง / รอบ 

😷 กรุณาสวมหน้ากากอนามัยขณะเข้าชมภาพยนตร์

🚫 งดนำอาหารและเครื่องดื่มเข้าไปในรถโรงหนัง

📵 ห้ามบันทึกภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียง ขณะชมภาพยนตร์

📣 เวลาฉาย / โปรแกรมภาพยนตร์อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

--

📽️  โปรแกรมภาพยนตร์

🎬  Varken (Pig)

2022 / The Netherlands / 8.17 min / Jorn Leeuwerink 

ภาพยนตร์แอนิเมชันรางวัลระดับนานาชาติจากประเทศเนเธอร์แลนด์ หนึ่งในโปรแกรมภาพยนตร์สั้นสำหรับเด็กนักเรียนเรื่องใหม่จากโครงการโรงหนังโรงเรียนของหอภาพยนตร์ฯ ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองอันเต็มไปด้วยสัตว์นานาพันธุ์ที่ล้วนต้องพึ่งพาแหล่งไฟฟ้าจากจมูกหมูเพียงตัวเดียว การแย่งพลังงานจึงก่อให้เกิดความวุ่นวายไปทั่วทั้งเมือง

วันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทุ่มงบกว่า 15.8 ล้านบาท ส่งความสุข มอบของขวัญให้แก่เยาวชนทั่วประเทศ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทุ่มงบกว่า 15.8 ล้านบาท ส่งความสุข มอบของขวัญให้แก่เยาวชนทั่วประเทศ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568



วันนี้ (วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ.2568) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ  นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ และ คณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีมอบชุดของขวัญวันเด็ก  ประกอบด้วย สมุด ดินสอ ไม้บรรทัด และ กล่องดินสอ เป็นของขวัญให้กับนักเรียนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีผู้แทนโรงเรียนเป็นผู้รับมอบ  ณ ลานสำนักงานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ รวมทั้งยังจัดให้มีการส่งชุดของขวัญวันเด็กของมูลนิธิฯ เพื่อมอบให้กับเยาวชนในส่วนภูมิภาค ผ่านหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ รวมจำนวนของขวัญวันเด็กที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งมอบให้กับเยาวชน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ทั้งสิ้น 900,000 ชุด คิดเป็นมูลค่ากว่า 15.8 ล้านบาท 


และในวันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดเข้าพบ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  เพื่อมอบของขวัญวันเด็ก สำหรับนำไปแจกจ่ายแก่เด็กและเยาวชน เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ณ ห้องสีม่วง  ตึกไทยคู่ฟ้า  ทำเนียบรัฐบาล





นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า การให้ของขวัญวันเด็ก เป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักที่มูลนิธิฯ ได้จัดทำต่อเนื่องมาเป็นเวลา 66 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 ด้วย การมอบของขวัญให้เด็กๆ ในโอกาส “วันเด็กแห่งชาติ” แบ่งปันความรัก ความสุขและเสริมการเรียนรู้ สร้างเด็กดีในวันนี้ให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณค่าของสังคมและประเทศชาติในอนาคต โดยมูลนิธิฯ ขอส่งความรัก ความปรารถนาดีให้เด็กๆ ทุกคนเป็นเด็กดี มีคุณธรรม กตัญญู รู้คุณ พ่อแม่ ครูอาจารย์ รู้จักประหยัด มัธยัสถ์ ห่างไกลยาเสพติด ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน หมั่นเรียนรู้ทุกโอกาส เพื่ออนาคตที่ดีของตนเอง และประเทศชาติ ดังคำขวัญวันเด็กของท่านนายกรัฐมนตรี ประจำปี พ.ศ.2568 ที่มอบให้ คือ “ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง”



ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงการส่งเสริมด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป


ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung 

.

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

กรมคุมประพฤติ เร่งแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด มุ่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรม คืนคนดีสู่สังคม​ หลังครบ 10 วัน ควบคุมเข้มข้นเฝ้าระวังอุบัติเหตุช่วงปีใหม่ 68

 กรมคุมประพฤติ เร่งแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด มุ่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรม คืนคนดีสู่สังคม​ หลังครบ 10 วัน ควบคุมเข้มข้นเฝ้าระวังอุบัติเหตุช่วงปีใหม่ 68

วันนี้ (6 มกราคม 2568) พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยสถิติคดีคุมประพฤติช่วงปีใหม่ 2568 โดยวันที่ 5 มกราคม 2568 มีคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติรวมทั้งสิ้น 7 คดี โดยเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 5 คดี และคดีขับเสพ 2 คดี เนื่องจากเป็นวันที่ศาลปิดทำการ 



สรุปยอดสะสม 10 วันที่มีการควบคุมเข้มงวด ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2567 - 5 มกราคม 2568 มีคดีคุมประพฤติรวม 7,654 คดี ยอดติด EM สะสม 44 ราย ดังนี้

• คดีขับรถขณะเมาสุรา 7,306 คดี (ร้อยละ 95.45) ติด EM 41 ราย

• คดีขับเสพ 342 คดี (ร้อยละ 4.47) ติด EM 3 ราย

• คดีขับรถประมาท 4 คดี (ร้อยละ 0.05)

• คดีขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด 2 คดี (ร้อยละ 0.03)

จังหวัดที่มียอดสะสมคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (605 คดี) เชียงใหม่ (441 คดี) และนนทบุรี (395 คดี)

พันตำรวจตรีสุริยา เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการจัดกิจกรรมควบคุมเข้มข้นป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2568  โดยในช่วง 10 วันที่ผ่านมา มีคดีเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติเป็นจำนวนมาก และสำนักงานคุมประพฤติในหลายจังหวัดได้ดำเนินการตามคำสั่งศาลติดอุปกรณ์ EM ให้กับผู้กระทำผิดในคดีขับรถขณะเมาสุราและคดีขับเสพ ซึ่งจากนี้พนักงานคุมประพฤติจะเร่งตรวจประวัติและบังคับใช้กฎหมายนำเข้าโปรแกรมแก้ไขฟื้นฟูที่เหมาะสม เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ถูกคุมความประพฤติให้ตระหนักถึงผลของการกระทำความผิดและเกิดสำนักรับผิดชอบต่อสังคม

ทั้งนี้ สำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศได้จัดกิจกรรมสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยการผสานกำลังสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ อาสาสมัครคุมประพฤติ ผู้ถูกคุมประพฤติ และภาคีเครือข่าย ในการสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการประชาชน ด่านชุมชน และด่านตรวจค้นบริเวณทางสายรองที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดอุบัติเหตุ รวม 13 จุด โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 44 คน 


กรมการจัดหางาน เร่งช่วย 250 แรงงานไทยถูกหลอกไปทำงานออสเตรเลีย เตือน!! เช็คบริษัทจัดหางาน ก่อนโอนเงิน

 กรมการจัดหางาน เร่งช่วย 250 แรงงานไทยถูกหลอกไปทำงานออสเตรเลีย เตือน!! เช็คบริษัทจัดหางาน ก่อนโอนเงิน


นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยถึงกรณีที่ปรากฎเป็นข่าวว่าแรงงานไทย 250 คน มาร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่า ถูกหลอกลวงไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลีย มีค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนคนละ 60,000 - 120,000 บาทนั้น ในเรื่องนี้ ผมได้รับรายงานจากผู้อำนวยการกองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางานว่า 

ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว 

พบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (4 ม.ค.68) เวลาประมาณ 20.30 น.ได้มีบุคคลซึ่งเป็นคนนำพาคนหางานพร้อมญาติที่มาส่ง ประมาณ 40 คน มาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่า ตนได้ติดต่อกับบุคคลที่ชื่อฟ้า ซึ่งอ้างว่าสามารถพาคนหางานไปทำงานเกษตรที่ออสเตรเลียได้ โดยตนจะได้รับค่าติดต่อคนหางานรายละ 2,000 บาท รวมทั้งเป็นผู้รับโอนเงินจากกลุ่มคนหางานด้วย เป็นเงินจำนวนคนละ 30,000 - 60,000 บาท โดยมีการตกลงกันว่าจะได้เดินทางไปทำงานในวันที่ 4 มกราคม 2568 เที่ยวบิน TG 471 แต่เมื่อมาติดต่อกับสายการบินดังกล่าวปรากฎว่า ไม่มีการจองตั๋วเครื่องบิน โดยกลุ่มคนหางานซึ่งเป็นผู้เสียหาย ได้รวมตัวกันเพื่อจะไปร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ในวันพรุ่งนี้ (6 ม.ค.68) เบื้องต้นบุคคลซึ่งเป็นคนนำพาคนหางานให้การว่า น่าจะมีผู้เสียหายประมาณ 250 คน

  

นายสมชาย กล่าวต่อว่า ในส่วนการดำเนินการช่วยเหลือคนหางานกรณีดังกล่าวในเบื้องต้น กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน ให้กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน จัดเจ้าหน้าที่ไปรับเรื่องร้องทุกข์จากกลุ่มผู้เสียหายดังกล่าว ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เบื้องต้นจากการสืบสวนทราบตัวบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการหลอกลวงคนหางานกลุ่มดังกล่าวแล้ว โดยจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปร้องทุกข์กล่าวโทษ

เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำการหลอกลวงคนหางานตามกฎหมาย ขณะเดียวกัน ผมได้สั่งการให้ด่านตรวจคนหางานสุวรรณภูมิเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบคนหางานที่มีพฤติการณ์ รวมทั้งการตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบุคคล/กลุ่มบุคคลที่มีลักษณะเป็นสาย/นายหน้าจัดหางานเถื่อน ที่นำพาคนหางานเดินทางไปทำงานต่างประเทศแบบผิดกฎหมาย พร้อมทั้งมีหนังสือเเจ้งถึงสายการบินตรวจสอบความผิดปกติ ซึ่งอาจจะมีการลักลอบไปทำงานต่างประเทศ หรือกรณีเดินทางเป็นกลุ่มใหญ่ มีหนังสือถึง สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อขอให้ช่วยแจ้งเบาะแสกรณีมีบุคคลมาแจ้งความร้องทุกข์ถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ เพื่อจะได้ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป 

กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ขอประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ขอให้ไปด้วยวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมาย 5 วิธี ได้แก่ บริษัทจัดหางานจัดส่ง กรมการจัดหางานจัดส่ง เดินทางไปทำงานด้วยตนเอง นายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างไปทำงาน และนายจ้างในประเทศไทยส่งลูกจ้างของตนไปฝึกงาน พร้อมเน้นย้ำถึงคนไทยที่กำลังหางานในต่างประเทศว่า ตรวจสอบก่อนไป จะได้ไม่เสียใจ และไม่เสียเงิน ก่อนตัดสินใจโอนเงินให้ใคร ขอให้ตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตให้จัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศจากกรมการจัดหางาน ที่เว็บไซต์กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน doe.go.th/ipd เสียก่อน” นายสมชาย กล่าว 

ทั้งนี้ หากคนหางานได้รับความเดือดร้อนจากการถูกสาย/นายหน้าหลอกลวงไปทำงานต่างประเทศ สามารถขอรับคำปรึกษาและขอความช่วยเหลือได้ที่ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน โทร. 0 2248 4792 และ โทร. 0 2245 6763 หรือที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694


“เดชอิศม์” หนุนชุมชนร่วมดูแลสุขภาพคนสตูล พร้อมสร้างรายได้จาก Wellness Center และแพทย์แผนไทยฯ

 “เดชอิศม์” หนุนชุมชนร่วมดูแลสุขภาพคนสตูล พร้อมสร้างรายได้จาก Wellness Center และแพทย์แผนไทยฯ



รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและให้กำลังใจบุคลากรและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสตูลและโรงพยาบาลท่าแพ จังหวัดสตูล สนับสนุนชุมชนและภาคีเครือข่ายร่วมดูแลสุขภาพประชาชน เผย โรงพยาบาลสตูล มีระบบดูแลสุขภาพกลุ่มเปราะบางและพื้นที่พิเศษ พร้อมพัฒนาอาคารบำบัดรักษา อาคารศูนย์อาชีวรักษ์ อาคารแพทย์แผนไทย เพิ่มการเข้าถึงบริการ ขณะที่โรงพยาบาลท่าแพ เตรียมเพิ่มศักยภาพด้านกายภาพบำบัด แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน ขยายบริการในกลุ่มนักท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มรายได้



วันนี้ (5 มกราคม 2568) นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสตูล ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและให้กำลังใจบุคลากรและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลสตูลและโรงพยาบาลท่าแพ และกล่าวว่า โรงพยาบาลในจังหวัดสตูลได้ใช้กลไกการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็งไม่ทอดทิ้งกัน ช่วยเพิ่มศักยภาพในการดูแลสุขภาพของประชาชนได้เป็นอย่างดี และยังจัดระบบบริการที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ อาทิ ระบบ Telemedicine/Teleconsult กับแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน, ระบบการส่งต่อผู้ป่วยทางอากาศยาน (Sky Doctor) ที่ช่วยลดระยะเวลาในการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน ลดการสูญเสียชีวิต รวมทั้งมีศูนย์การเรียนรู้ทางการแพทย์และสาธารณสุขชายแดนและสาธารณสุขทางทะเล ที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพบุคลากรและเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลประชาชนที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ วัฒนธรรม และชีวิตความเป็นอยู่ ได้อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันก็ใช้โอกาสของการเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสร้างรายได้จากการให้บริการทั้งด้านแพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน และกายภาพบำบัด

นพ.สงกรานต์ จันทร์มุณี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสตูล กล่าวว่า โรงพยาบาลสตูลได้จัดระบบบริการสุขภาพกลุ่มเปราะบางและพื้นที่พิเศษผ่านศูนย์สั่งการ เฉลี่ย 1,200 - 1,400 คนต่อเดือน แบ่งเป็น ผู้ป่วยในเขตอำเภอเมืองสตูล 700 คน/เดือน ผู้ป่วยพื้นที่เกาะ 350 คนต่อเดือน และพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ 10-15 คนต่อเดือน ทั้งนี้ ได้เตรียมพัฒนาอาคารบำบัดรักษา อาคารศูนย์อาชีวรักษ์ และอาคารแพทย์แผนไทย เพื่อขยายการให้บริการประชาชนได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น



ด้าน นพ.พันธุ์เชษฐ์ บุญช่วย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลท่าแพ กล่าวว่า โรงพยาบาลท่าแพ ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ Service Plan สาขา Intermediate Care มีการจัดหอฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยระยะกลาง ขนาด 6 เตียง ให้บริการทั้งเวชศาสตร์ฟื้นฟู กายภาพบำบัด แพทย์แผนไทยและแพทย์แผนจีน รวมทั้งได้เปิดท่าแพ เวลเนส สุขสราญ มีผู้รับบริการมากกว่า 1 หมื่นครั้งต่อปี ล่าสุด ปี 2567 สร้างรายได้ให้กับโรงพยาบาลกว่า 3.1 ล้านบาท ขณะที่บริการด้านแพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน และกายภาพบำบัด สามารถสร้างรายได้ให้กับโรงพยาบาลถึงปีละกว่า 8 ล้านบาท ในปี 2568 จึงมีแผนเพิ่มศักยภาพหน่วยงานกายภาพบำบัด แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน เพื่อขยายบริการในกลุ่มนักท่องเที่ยว สร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น


**********5 มกราคม 2567


วันเสาร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2568

โค้งสุดท้าย เฝ้าระวังอุบัติเหตุช่วงปีใหม่ 68ยอดเมาขับนำโด่ง 7,301 คดี กำชับผู้ถูกคุมความประพฤติปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดอย่างเคร่งครัด

 โค้งสุดท้าย เฝ้าระวังอุบัติเหตุช่วงปีใหม่ 68ยอดเมาขับนำโด่ง 7,301 คดี กำชับผู้ถูกคุมความประพฤติปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดอย่างเคร่งครัด

วันนี้ (5 มกราคม 2568) พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยสถิติคดีคุมประพฤติช่วงปีใหม่ 2568 โดยวันที่ 4 มกราคม 2568 มีคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติรวมทั้งสิ้น 410 คดี โดยเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 374 คดี และคดีขับเสพ 36 คดี




สรุปยอดสะสม 9 วันที่มีการควบคุมเข้มงวด ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2567 - 4 มกราคม 2568 มีคดีคุมประพฤติรวม 7,647 คดี ยอดติด EM สะสม 44 ราย ดังนี้:

• คดีขับรถขณะเมาสุรา 7,301 คดี (ร้อยละ 95.47) ติด EM 41 ราย

• คดีขับเสพ 340 คดี (ร้อยละ 4.45) ติด EM 3 ราย

• คดีขับรถประมาท 4 คดี (ร้อยละ 0.05)

• คดีขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด 2 คดี (ร้อยละ 0.03)


จังหวัดที่มียอดสะสมคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (605 คดี) เชียงใหม่ (441 คดี) และนนทบุรี (395 คดี)

พันตำรวจตรีสุริยา เปิดเผยว่า สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดนครศรีธรรมราช ดำเนินการตามคำสั่งศาล ติดอุปกรณ์ EM ให้กับผู้กระทำผิดในคดีขับเสพ จำนวน 1 ราย โดยผู้ถูกคุมความประพฤติต้องมารายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด




ทั้งนี้ สำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศได้จัดกิจกรรมสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 9 โดยการผสานกำลังสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ อาสาสมัครคุมประพฤติ ผู้ถูกคุมประพฤติ และภาคีเครือข่าย ในการสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการประชาชน ด่านชุมชน และด่านตรวจค้นบริเวณทางสายรองที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดอุบัติเหตุ รวม 11 จุด โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 134 คน และยังเพิ่มกิจกรรมการร่วมสังเกตการณ์การจราจรและพฤติกรรมการใช้ยานพาหนะตามถนนสายหลักและถนนสายรอง ผ่านกล้อง CCTV แบบเรียลไทม์ในหลายจังหวัด เพื่อสร้างความตระหนักและให้เห็นพฤติกรรมของผู้ขับขี่ทางถนน สามารถวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ของตนเองเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับสังคม

ประเทศไทยประกาศความพร้อม การกำกับดูแลโรงไฟฟ้า SMR การแพทย์ อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงประเทศ ในเวทีโลก IAEA เน้นย้ำความปลอดภัยประชาชนเหนือสิ่งอื่นใด

  ประเทศไทยประกาศความพร้อม การกำกับดูแลโรงไฟฟ้า SMR การแพทย์ อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงประเทศ ในเวทีโลก IAEA เน้นย้ำความปลอดภัยประ...