สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเยี่ยม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน ทอดพระเนตรผลงานนวัตกรรมและศูนย์วนเกษตร–พฤกษเภสัช ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากควบคู่การฟื้นฟูป่าต้นน้ำน่าน
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน เพื่อทอดพระเนตรการดำเนินงานด้านวิชาการ วิจัย และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย ที่มุ่งบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ในการนี้ เสด็จทอดพระเนตรบูธนิทรรศการผลงานเด่นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน ซึ่งจัดแสดงนวัตกรรมและผลงานวิจัยที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นควบคู่เทคโนโลยีสมัยใหม่ จากนั้น เสด็จทอดพระเนตร ศูนย์วนเกษตร–พฤกษเภสัช ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และ สถาบันเค อะโกร อินโนเวท ภายใต้มูลนิธิกสิกรไทย บนพื้นที่กว่า ๓๓ ไร่ ที่รวบรวมองค์ความรู้ด้านเภสัช พฤกษเภสัช วนเกษตร การวิจัยนวัตกรรม และเทคโนโลยีการสกัดจากพันธมิตรทุกภาคส่วน ก่อนนำมาบูรณาการและถ่ายทอดสู่เกษตรกรและชุมชน
ทั้งนี้ แนวคิดของศูนย์วนเกษตร–พฤกษเภสัช มุ่งสร้างเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ควบคู่กับการฟื้นคืนป่าต้นน้ำน่าน ผ่านการปลูกพืชยาภายใต้ป่า การสกัดนำสารสำคัญออกฤทธิ์ทางยาจากธรรมชาติมาแปรรูป เพิ่มมูลค่าด้วยอุตสาหกรรม และผลักดันนวัตกรรมสู่ระดับสากล เป็นการสร้างห่วงโซ่คุณค่าอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ภายใต้แนวคิด “ป่า–สู่–ยา (Forest-to-Pharmacy)”
โอกาสนี้ เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการในส่วนต้นน้ำการปลูกพืชยาใต้ป่า จากนั้นเสด็จประทับรถรางผ่าน “ป่าร้อยรักษ์” ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบของการปลูกพืชยาควบคู่การฟื้นฟูป่าบนพื้นที่ ๑ ไร่ ก่อนเสด็จทอดพระเนตร อาคารศูนย์นวัตกรรมพฤกษเภสัช เพื่อชมหน่วยวิเคราะห์และรับรองมาตรฐาน รวมถึงหน่วยสกัดสารสำคัญออกฤทธิ์พฤกษเภสัช ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมคุณภาพ สร้างมาตรฐาน และเพิ่มมูลค่าให้กับพืชยาของจังหวัดน่าน รวมถึงช่วยพัฒนาพื้นที่ป่าต้นน้ำน่านให้เป็นต้นแบบของการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กับการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือให้ “คนอยู่ได้ ป่าอยู่รอด และเศรษฐกิจเติบโต” อย่างสมดุลและมั่นคงในจังหวัดน่าน








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น