ศน.จัดประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการส่งเสริมพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนไปปฏิบัติศาสนกิจ ตามรอยพุทธประวัติสู่แดนพุทธภูมิ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล อินเดีย–เนปาล ประจำปี 2569
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 เวลา 12.00 น. ณ วัดเวฬุวนาราม เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ โครงการส่งเสริมพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนไปปฏิบัติศาสนกิจ ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ประเทศอินเดีย–เนปาล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 2
โดยมี พระพรหมวัชรวิมลมุนี (บุญชิต ญาณสํวโร) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พระครูวิวิธธรรมานุสิฐ เจ้าอาวาสวัดเวฬุวนาราม (ไผ่เขียว) และ นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม พร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “บทบาทของกรมการศาสนาในการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม”
ในการนี้ มีพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนผู้เข้าร่วมโครงการเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจ จำนวน 70 รูป/คน เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ทั้งนี้ กรมการศาสนาให้ความสำคัญต่อมาตรการด้านสาธารณสุขและความปลอดภัยระหว่างการเดินทาง โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวภาณินี ปัญญะการ นายแพทย์ชำนาญการ กรมควบคุมโรค บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคไวรัสนิปาห์ระหว่างการเดินทางไปประกอบศาสนกิจ
นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กรมการศาสนา โดยกองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อคัดเลือกพระสงฆ์และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจ ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล อันเป็นสถานที่สำคัญในพุทธประวัติ ได้แก่ สถานที่ประสูติ ณ สวนลุมพินี รัฐลุมพินี สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล สถานที่ตรัสรู้ ณ พุทธคยา บริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์ และเขาดงคสิริ เมืองคยา รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย สถานที่แสดงปฐมเทศนา “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน หรือสารนาถ เมืองพาราณสี รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน ณ สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา หรือกุสินาคาร์ รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย
เพื่อส่งเสริมให้พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนได้ศึกษาหลักธรรมจากแหล่งกำเนิดพระพุทธศาสนาโดยตรง เกิดความซาบซึ้งในพุทธประวัติ และสามารถนำองค์ความรู้และประสบการณ์ไปต่อยอดการเรียนการสอน ตลอดจนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับการเดินทางในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 แบ่งออกเป็น 3 รุ่น รวมทั้งสิ้น 200 รูป/คน ได้แก่ รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 14–22 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 70 รูป/คน รุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่ 7–15 มีนาคม 2569 จำนวน 70 รูป/คน รุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 14–22 มีนาคม 2569 จำนวน 60 รูป/คน
อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน กองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์อำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางไปประกอบศาสนกิจ ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล รวมทั้งสิ้น 16 แห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนที่เดินทางไปประกอบศาสนกิจในดินแดนพุทธภูมิ ทั้งนี้ ในการเดินทางไปประกอบศาสนกิจ รุ่นที่ 2 กรมการศาสนา โดยกองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มีแผนเตรียมเปิดศูนย์อำนวยความสะดวกเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการอีก 1 แห่ง ณ วัดไทยสะสาราม รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย เป็นแห่งที่ 17 เพื่อเสริมสร้างการอำนวยความสะดวกแก่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนในการเดินทางไปประกอบศาสนกิจให้เป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสม
การดำเนินโครงการดังกล่าว นับเป็นการส่งเสริมบทบาทของพระสงฆ์และเครือข่ายพุทธศาสนิกชนที่ปฏิบัติงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา อาทิ พระธรรมวิทยากร พระสงฆ์ประจำศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ให้สามารถนำหลักธรรมไปถ่ายทอด อบรม และพัฒนาประชาชนให้มีคุณธรรมจริยธรรม อันเป็นพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่เข้มแข็ง สงบสุข และยั่งยืน ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรม ในการส่งเสริมบทบาทของสถาบันศาสนา ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม และเสริมสร้างความสามัคคีของสังคมไทยอย่างยั่งยืน ///















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น