วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

แจกพิกัดความสนุก เอาใจน้องๆวัยเรียนรู้ ตลอดปี 68 “T21 Kid’s Club”ตื่นตาตื่นใจกับ Zoominal – Tiki Land ท่องโลกซาฟารี ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นครั้งแรกเริ่ม 7 พ.ค. 68 @เทอร์มินอล21 พระราม3

  แจกพิกัดความสนุก เอาใจน้องๆวัยเรียนรู้ ตลอดปี 68 “T21 Kid’s Club”ตื่นตาตื่นใจกับ Zoominal – Tiki Land ท่องโลกซาฟารี ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นครั้งแรกเริ่ม 7 พ.ค. 68 @เทอร์มินอล21 พระราม3

 


ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พระราม3 เตรียมเผยโฉมดินแดนความสนุกแห่งใหม่ ต้อนรับครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง และน้องๆวัยใส บนถนนพระราม 3 พร้อมมอบความสุขให้กับทุกคนในครอบครัว ภายใต้แนวคิด “Fun and Family” ตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชั่นและทุกไลฟ์สไตล์ ด้วย ช้อปปิ้ง อิทติ้ง และ แอคทิวิตี้

 

อาณาจักร T21 Kid’s Club’ คอมมูนิตี้ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สำหรับเด็กยุคใหม่อายุ 3-12 ปี เพลิดเพลินไปกับ 50 กิจกรรมให้น้องๆมาร่วมสนุกได้ตลอดทั้งปี 68 โดยทุกกิจกรรมจะช่วยฝึกฝนทักษะ สอดแทรกความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และพัฒนาการอย่างสมวัย เหมาะสำหรับทุกครอบครัวและเด็กรุ่นใหม่กลุ่ม Gen Alpha พร้อมเปิดตัวเป็นทางการ 7 พ.ค. 68 นี้

 

ภายในงานพบความตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรม Zoominal – Tiki Land งานที่รวบรวมสัตว์สุดน่ารักมาไว้ในที่เดียว ครั้งแรกกับการท่องโลกซาฟารี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พบสัตว์หาชมยาก ไม่ว่าจะเป็น ฝูงแกะกว่า 30 ตัว, กวาง, คาปิบาร่า, ม้าแคระ, สล็อท, ทูแคน และสัตว์อื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเข้าฐานต่างๆ เพื่อรับเข็มกลัดการเป็นนักสำรวจตัวน้อย ให้คุณน้องๆ หนูๆ เอ็นจอยกับการท่องโลกซาฟารีควบคู่ไปกับการร่วมกิจกรรมต่างๆ เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ ทั้งการเรียนรู้ พัฒนาทักษะการสังเกตการณ์ เป็นต้น สามารถร่วมกิจกรรมได้ง่ายๆ เพียงแค่สมัครเป็นสมาชิก T21 Kid’s Club โดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้แล้ววันนี้ รับสิทธิพิเศษรวมมูลค่ามากกว่า 500,000 บาท พร้อมกิจกรรมต่างๆ มากมายตลอดทั้งปี โดยน้องๆ สามารถเข้าร่วมทำกิจกรรมเพื่อสะสมแต้มแลกรับรางวัลใหญ่ อาทิ บัตรส่วนลดฮาเบอร์แลนด์, รางวัลที่พัก Grande Centre Point Space Pattaya เป็นต้น

 

ห้ามพลาด ! เตรียมพบประสบการณ์สุดสนุกและเสริมสร้างประสบการณ์ให้กับน้องๆ พร้อมเปิดตัว T21 Kid’s Club  คอมมูนินีตี้แห่งความคิดสร้างสรรค์ และงาน  Zoominal ได้ตั้งแต่วันที่  7 พ.ค. 2568 นี้ ที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พระราม3

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

“พิชัย” ส่งข่าวดี! ลดราคาปุ๋ยกว่า 10 ล้านกระสอบ หนุนชาวนา-เกษตรกรทั่วไทยรับฤดูกาลเพาะปลูก ถึง 30 ก.ย.นี้

 “พิชัย” ส่งข่าวดี! ลดราคาปุ๋ยกว่า 10 ล้านกระสอบ หนุนชาวนา-เกษตรกรทั่วไทยรับฤดูกาลเพาะปลูก ถึง 30 ก.ย.นี้


วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ณ กระทรวงพาณิชย์นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานแถลงข่าวเปิดโครงการ “พาณิชย์ลดราคาปุ๋ยเพื่อเกษตรกร ปี 2568” โดยมีนายพงศกร อรรณนพพร  ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นายวรวงศ์ รามางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ร่วมด้วย


นายพิชัย เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ได้ร่วมมือกับ 3 สมาคมใหญ่ ได้แก่ สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย และสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร รวมถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าโครงการนี้เพื่อนำปุ๋ยคุณภาพดีมาลดราคาสูงสุดกระสอบละ 50 บาท ครอบคลุมพืชทุกชนิด รวมกว่า 79 สูตร ปริมาณกว่า 10.06 ล้านกระสอบ จากผู้ประกอบการ 26 รายทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 30 กันยายน 2568

“วันนี้กระทรวงพาณิชย์เปิดโครงการปุ๋ยราคาถูก เราขอยืนยันว่าความทุกข์ของชาวนาคือความทุกข์ของแผ่นดิน ความทุกข์ของเกษตรกรคือความทุกข์ของแผ่นดินเช่นเดียวกัน เราเข้าใจดีในภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ราคาสินค้าเกษตรในประเทศเราพอควบคุมได้ แต่ราคาที่กำหนดจากต่างประเทศควบคุมยาก ล่าสุดราคาข้าวก็ต่ำ เพราะอินเดียขายข้าวขาวในราคาต่ำมาก เพียง 300 กว่าเหรียญสหรัฐต่อตัน หรือประมาณ 10,000 บาทต่อตัน ทำให้ราคาข้าวขาวทั้งโลกตกต่ำ เราจะพยายามช่วยชาวนา ทั้งการเพิ่มตลาด เช่น ขายข้าวที่แอฟริกาใต้กว่า 400,000 ตัน และการลดต้นทุน เช่น โครงการลดราคาปุ๋ยนี้เพื่อช่วยชาวนาให้ลดต้นทุนให้ได้” นายพิชัยกล่าว



ทั้งนี้ ปุ๋ยที่เข้าร่วมโครงการครอบคลุมการเพาะปลูกทุกประเภท ทั้งนาข้าว พืชไร่ พืชสวน ไม้ผล และไม้ดอกไม้ประดับ โดยเฉพาะสูตรสำคัญที่ชาวนาใช้มาก เช่น 46-0-0, 0-0-60, 16-20-0, 15-15-15, 20-8-20 และ 25-7-14 ซึ่งจัดเตรียมไว้กว่า 5.49 ล้านกระสอบ เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากครั้งก่อน

“ก่อนหน้านี้เราได้ประชุมกับ สส.พรรคเพื่อไทย เพื่อแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ หนึ่งในแนวทางคือการลดราคาปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนให้ชาวนา เราทดลองโครงการแล้วได้รับผลตอบรับดี จึงขยายให้ใหญ่ขึ้น และถ้าความต้องการเพิ่ม เรายืนยันว่าจะหาปุ๋ยมาเพิ่มให้ และถ้าราคาตลาดโลกลดลง เราจะลดราคาปุ๋ยให้ได้อีก ขอยืนยันว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่นิ่งนอนใจ มีอะไรช่วยชาวนา ช่วยเกษตรกรได้ เราทำเต็มที่” นายพิชัยกล่าว

สำหรับการสั่งซื้อปุ๋ยในโครงการ เกษตรกรสามารถสั่งซื้อผ่านกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน รวมถึงสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ซึ่งจะรวบรวมยอดสั่งซื้อและประสานกับกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อกระจายปุ๋ยราคาพิเศษไปถึงมือเกษตรกรโดยตรง ขอขอบคุณสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร และเกษตรกรทุกคนที่ให้ความร่วมมือในโครงการนี้


นอกจากนี้ เกษตรกรยังสามารถสั่งซื้อได้โดยตรงจากโรงงานปุ๋ยที่เข้าร่วมโครงการ โดยราคาจำหน่ายจะเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ www.dit.go.th รวมถึงสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เกษตรจังหวัด และสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ผ่านวิทยุชุมชนในแต่ละพื้นที่เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรรับทราบข้อมูลอย่างทั่วถึง

วว. วิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์สุคนธบำบัดเพื่อการผ่อนคลายจากน้ำมันหอมระเหย “ดอกมะลิลา”

 วว. วิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์สุคนธบำบัดเพื่อการผ่อนคลายจากน้ำมันหอมระเหย “ดอกมะลิลา”

“มะลิลา” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Jasminum sambac Ait.  มีถิ่นกำเนิดในประเทศแถบเอเชีย เช่น อินเดีย คาบสมุทรอาระเบีย  มีลักษณะทั่วไป เป็นไม้พุ่มรอเลื้อยขนาดเล็ก สูงประมาณ 1 - 3 เมตร  จะออกดอกตลอดปี (ออกดอกน้อยช่วงฤดูหนาว)  ดอกจะหอมมากในช่วงเช้าและเย็น)  ขยายพันธุ์โดยการปักชำ (กิ่งยอด) การตอน (กิ่งขนาดใหญ่) การทับกิ่ง (บริเวณที่มีข้อปล้อง)


ด้วยจุดเด่นของมะลิลาที่ออกดอกบ่อย (ในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็นจะออกดอกน้อย)  ดอกมีกลิ่นหอมแรง และทยอยออกดอกสม่ำเสมอ อีกทั้งต้นพันธุ์มีราคาถูก ปลูกและดูแลรักษาง่ายกว่าพันธุ์ไม้หอมอีกหลายชนิด จึงเหมาะนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย และเป็นการเพิ่มมูลค่าสมุนไพรสู่การนำไปใช้ประโยชน์ และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่มีมูลค่าสูงทางเศรษฐกิจ

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  ดำเนินโครงการการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สุคนธบำบัดเพื่อการผ่อนคลายทำให้อารมณ์และจิตใจสงบจากน้ำมันหอมระเหยของพืชสมุนไพรไทย ประสบผลสำเร็จวิจัยและพัฒนาเป็น “ผลิตภัณฑ์เจลน้ำมันดอกมะลิลา”สำหรับนวดร่างกายหรือแต้มบนผิวหนังบริเวณที่ต้องการ เพื่อช่วยในการผ่อนคลายทำให้อารมณ์และจิตใจสงบ 


ผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหยจากดอกมะลิลาสดที่สกัดโดยใช้เทคนิค Green Technology (Phytonic Extraction) ทำให้ได้น้ำมันดอกมะลิลาที่มีความบริสุทธิ์และคุณภาพสูง 


น้ำมันดอกมะลิลาและผลิตภัณฑ์เจลน้ำมันดอกมะลิลา ได้ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพและประเมินความปลอดภัยในสัตว์ทดลองพบว่า มีความปลอดภัยและสามารถช่วยในการผ่อนคลายได้ดี เมื่อได้กลิ่นน้ำมันหอมระเหย โมเลกุลของน้ำมันหอมระเหยจะเข้าไปจับกับตัวรับ (receptor) บนเยื่อบุจมูก และแปรสัญญาณเป็นสื่อระบบประสาทในสมอง ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมความรู้สึก การสัมผัส อารมณ์ มีผลกระตุ้นหรือระงับระบบประสาทและสมอง ดังนั้นจึงสามารถช่วยในการปรับสมดุลของอารมณ์และจิตใจทำให้ช่วยในการผ่อนคลายได้

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

1.ใช้น้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ที่สกัดจากดอกมะลิลาสด มีผลต่อการบำบัดรักษา ซึ่งหากเป็นน้ำมันหอมระเหยสังเคราะห์จะไม่มีผลในการบำบัดรักษา

2.ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในรูปแบบเจล ทำให้สะดวกต่อการใช้งาน พกพาติดตัวได้ง่าย

3.ผู้ใช้สามารถใช้เจลน้ำมันดอกมะลิลาได้แบบเฉพาะบุคคล โดยแต้มหรือทานวดตามส่วนของร่างกายเพื่อช่วยในการผ่อนคลาย หากเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์รูปแบบสเปรย์หรือก้านไม้หอม จะกระจายกลิ่นหอมได้บริเวณกว้าง อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบกลิ่นดอกมะลิ

วว. พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต “น้ำมันดอกมะลิลาและผลิตภัณฑ์เจลน้ำมันดอกมะลิลา” สู่เชิงพาณิชย์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ call center โทร. 0 2577 9000 หรือที่ระบบบริการลูกค้า “วว. JUMP” 


สเต็มเซลล์ ♾️ กองทุนกันยา ♾️ และคูมป้าหนูนา

  สเต็มเซลล์ ♾️ กองทุนกันยา ♾️ และคูมป้าหนูนา

การใช้สเต็มเซลล์ ชนิด Mesenchymal Stem Cells (MSCs) ในการติดเชื้อไวรัส ถือว่าเป็นแนวทางการรักษาที่ค่อนข้างใหม่ในวงการแพทย์ และยิ่งใหม่มากๆ ในวงการสัตวแพทย์ โดยเฉพาะวงการช้าง 🐘


อย่างไรก็ตาม ในต่างประเทศ ได้เคยมีรายงานการใช้สเต็มเซลล์ในการรักษาโรคเฮอร์ปีส์ไวรัสในช้าง #EEHV มาก่อนหน้านี้แล้ว .. แต่กรณีศึกษายังน้อย เกินกว่าที่จะสรุปผลอย่างแน่ชัดได้


ทั้งนี้ สเต็มเซลล์ชนิด MSCs มีคุณสมบัติสำคัญ ด้านการควบคุมภูมิคุ้มกัน (immunomodulation) การต้านอักเสบ (anti-inflammation) และการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย (regenerative medicine) 


ด้วยเหตุนี้ ในกรณีที่ร่างกายติดเชื้อไวรัส โดยเฉพาะเชื้อที่มีความรุนแรงอย่าง #EEHV .. สเต็มเซลล์จะช่วยควบคุมการตอบสนองที่มากเกินไปของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (เช่น ภาวะ cytokine storm) ช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ และส่งเสริมการฟื้นฟูของเนื้อเยื่อที่โดนทำลายไป .. ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายต่ออวัยวะโดยรวมได้


🚨อย่างไรก็ตาม .. จากคุณสมบัติที่สามารถควบคุมภูมิคุ้มกันได้ การใช้สเต็มเซลล์ที่มากเกินไปหรือไม่เหมาะสม ก็อาจส่งผลกดการสร้างภูมิคุ้มกัน (antibody production, immunosuppression) ได้ .. ซึ่งจะส่งผลให้กำจัดเชื้อไวรัสออกจากร่างกายได้ช้าลง #โปรดเลือกใช้ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์ 


- - -

#พังมาริสา 🐘 ผู้ป่วย #EEHV4 ของเรา .. ได้รับ #สเต็มเซลล์ ทั้งสิ้น 4 ครั้ง (รวมทั้งสิ้น 450 ล้านยูนิต) ✨ 


โดยทางเรา .. คาดหวังผลการให้ครั้งที่ 1-3 ให้เกิดการควบคุมการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของร่างกายที่มากเกินไป (ดูเบื้องต้นได้จากการทีมีไข้ติดต่อกันหลายวัน ให้ยาลดไข้ ไข้ก็ไม่ลด) .. และให้ครั้งที่ 4 เพื่อช่วยเรื่องการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ได้รับความเสียหายจากไวรัส 🦠


อย่างไรก็ตาม .. ก็จะเป็นการยากเกินไปที่จะสรุปว่า #พังมาริสา 🐘 รอดชีวิตจากสเต็มเซลล์ .. เนื่องจากได้มีการรักษาทางอื่นควบคู่ไปด้วย ได้แก่ การให้ยาต้านไวรัส การถ่ายเลือด การให้ยากระตุ้นภูมิ ฯลฯ


แต่ทางเรา ก็เชื่อว่าสเต็มเซลล์ น่าจะมีส่วนช่วยลดความเสียหายของอวัยวะภายในในกรณีนี้ไม่มากก็น้อย 🌟


📝 ทั้งนี้ ที่ผ่านมา มีช้างหลายเชือก 🐘 ที่รอดชีวิตจาก #EEHV โดยที่ไม่ได้ใช้สเต็มเซลล์ .. ดังนั้นปัจจัยสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด คือ การที่ได้เริ่มรักษาอย่างทันท่วงที ก่อนที่อวัยวะภายในจะถูกทำลายจนไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ 🫶🏻 #เราจะช่วยช้างไปด้วยกัน 


- - - 

การใช้สเต็มเซลล์ในครั้งนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าขาด …


🙏🏻 บริษัท Precision Vet ผู้ผลิตสเต็มเซลล์ช้างได้เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ✨ ที่ทุ่มเทพัฒนา เตรียมเซลล์ให้อย่างรวดเร็ว (โชคดีที่เราอยู่ไม่ไกลบริษัท ทำให้สเต็มเซลล์ส่งถึงเราได้ภายใน 3 ชั่วโมง 🔬)


🙏🏻 ต้าวรับอรุณ และคุณแม่เนื้ออุ่น 💕🐘 จาก โรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย Elephant Hospital, TECC ที่บริจาค ‘รก’ มาเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ .. สเต็มเซลล์ที่ช่วยหนูมาริในครั้งนี้ มาจากหนูนะ รับอรุณ 🌻


🙏🏻 ‘กองทุนกันยารำลึก‘ ที่สนับสนุนค่าสเต็มเซลล์ทั้งหมดในครั้งนี้ (ราวสี่แสนกว่าบาท 🥹) ทำให้ไม่มีข้อจำกัดในการพัฒนาสุขภาพช้างไทย #ขอบคุณหนูนะกันยา 💕


🙏🏻 ที่ขาดไม่ได้ ขอขอบคุณ คูมป้าหนูนา 🤍 ที่ก่อตั้งกองทุนนี้ และขอบคุณผู้บริจาคทุกท่านที่ร่วมกันต่อยอด ให้สัตวแพทย์ได้ต่อสู้กับโรคร้ายนี้ #เราต้องชนะ!


สุดท้าย ขอบคุณทุกท่าน 😊 ที่อ่านมาถึงจุดนี้นะคะ 

#ยาวหน่อยแต่อยากให้อ่านค่ะ 🫶🏻

.

.


#เราจะช่วยช้างไปด้วยกัน #มาริสาสู้ๆ

#หน่วยสัตว์ป่ากำแพงแสน #WildlifeUnitKU

สพพ. ร่วมงาน “MOF Journey 150 ปี เส้นทางการคลังไทย” ฉลองครบรอบ 150 ปี กระทรวงการคลัง

 สพพ. ร่วมงาน “MOF Journey 150 ปี เส้นทางการคลังไทย” ฉลองครบรอบ 150 ปี กระทรวงการคลัง 





นายพีรเมศร์ วุฒิธรเนติรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าร่วมพิธีเปิดงาน “MOF Journey 150 ปี เส้นทางการคลังไทย” 




เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงการคลังครบ 150 ปี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 พฤษภาคม 2568 ณ Hall 3-4 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ งานนี้ได้รับเกียรติจากนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีเปิด และกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Global Transition: เศรษฐกิจไทยภายใต้จุดเปลี่ยน” โดยภายในงานผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลังได้เยี่ยมชมบูธนิทรรศการของ สพพ. และหน่วยงานในสังกัด พร้อมร่วมกิจกรรมหลากหลายที่จัดขึ้นตลอดงาน

เสริมสร้างองค์กรคุณภาพ! กรมวิทย์ฯบริการ เผยค่านิยมใหม่ “สุข สามัคคี รับผิดชอบ”

 เสริมสร้างองค์กรคุณภาพ! กรมวิทย์ฯบริการ เผยค่านิยมใหม่ “สุข สามัคคี รับผิดชอบ”

      นางพจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อว.) ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรบุคคล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจขององค์กรให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยมุ่งหวังให้บุคลากร ของกรมวิทย์ฯ บริการมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เข้าใจในบทบาทภารกิจของแต่ละบุคคลอย่างลึกซึ้ง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของตนเองให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กรและประชาชน บนพื้นฐานของสมดุลการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ทั้งในด้านการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ชีวิตส่วนตัว และการดูแลครอบครัว ทั้งนี้ เพื่อผลักดันการดำเนินงานตามปณิธานของกรมวิทย์ฯ บริการที่มุ่งมั่นในการนำวิทยาศาสตร์สู่การดูแล ประชาชน จึงได้ประกาศค่านิยมองค์กรซึ่งมีที่มาจากการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร และบุคลากรภายในกรมวิทย์ฯ บริการ ดังนี้

ส: สุข หมายถึง การรู้จักวางสมดุลของชีวิต ทั้งในด้านการทำงาน ชีวิตส่วนตัว และการดูแล ครอบครัว มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง


ส: สามัคคี หมายถึง การเชื่อมั่นในศักยภาพของการทำงานเป็นทีม การยอมรับในความ ไม่สมบูรณ์แบบ รู้จักการวางตน ลดอัตตา การให้เกียรติซึ่งกันและกัน มีความเห็นอกเห็นใจเพื่อนร่วมงาน และรับฟัง ความคิดเห็นของผู้อื่น

ร: รับผิดชอบต่อหน้าที่ หมายถึง ตระหนักรู้ เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเอง และภารกิจของ องค์กรอย่างลึกซึ้ง มีความเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ ซื่อสัตย์ สุจริต ตรงต่อเวลา และมุ่งมั่นพัฒนาความสามารถ ในหน้าที่ของตนจนเชี่ยวชาญและเป็นมืออาชีพ


      ดร.พจมานฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การกำหนดค่านิยมดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดรูปแบบ และทิศทางการดำเนินงานของผู้ปฏิบัติงานให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น บรรลุผลตามจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ ตลอดจนการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการทำงานอย่างมีความสุข ร่วมแรงร่วมใจ และมีความรับผิดชอบ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป


#กรมวิทยาศาสตร์บริการ #DSS #กรมวิทย์ฯบริการ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กระทรวงอว #อว #อุดมศึกษา #วิจัยและนวัตกรรม #ค่านิยม #นักวิทยาศาสตร์

“อธิบดีเดชา มอบของขวัญวันแรงงาน 2568 เปิดคอร์ส Up Skill ด้านดิจิทัล เรียนฟรีผ่าน DSD Online Training ทุกที่ ทุกเวลา”

 “อธิบดีเดชา มอบของขวัญวันแรงงาน 2568 เปิดคอร์ส Up Skill ด้านดิจิทัล เรียนฟรีผ่าน DSD Online Training ทุกที่ ทุกเวลา”

วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีนโยบายมอบของขวัญวันแรงงานสุดเจ๋ง จัดคอร์ส Up Skill ให้แรงงานไทยได้มีความรู้ด้านดิจิทัล ฝึกฟรี ทุกที่ ทุกเวลา ผ่าน เว็บไซต์ DSD Online Training

นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า เนื่องจากวันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันแรงงานแห่งชาติ  นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ดูแลแรงงานไทย จึงมีนโยบายมอบของขวัญ “วันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2568” ให้แก่แรงงานไทยทุกคน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จัดคอร์สฝึกอบรมผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ (E-learning) เพื่อมอบเป็นของขวัญวันแรงงานให้แรงงานไทยได้มีความรู้ด้านดิจิทัล ฝึกฟรี ทุกที่ ทุกเวลา ผ่าน เว็บไซต์ DSD Online Training เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทักษะด้านดิจิทัลของแรงงานไทยจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ยังมีแรงงานจำนวนมากที่ตกงานเพราะขาดทักษะด้านดิจิทัล การมีทักษะด้านดิจิทัลจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ไม่ใช่แค่เรื่องการอยู่รอดในระดับปัจเจกบุคคลเท่านั้น แต่ยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

นายเดชา กล่าวต่อว่า สำหรับเว็บไซต์ DSD Online Training  ปัจจุบันมีผู้สนใจเข้าฝึกอบรมกว่า 1 แสนคน ผ่านการฝึกแล้วจำนวน 91,700 คน  และมีผู้เข้าชมหลักสูตรการฝึกกว่า 4 ล้านคน โดยกรมได้จัดเตรียมหลักสูตรไว้หลากหลายหลักสูตรที่ทันสมัย  มีการแบ่งหมวดหมู่ดังนี้  หมวดภาษาต่างประเทศและ Soft Skill หมวดโปรแกรมคอมพิวเตอร์และทักษะดิจิทัล หมวดงานช่างและการซ่อมบำรุง หมวดอาชีพอิสระและงานบริการ เพื่อบริการแรงงานที่ต้องการ Upskill หรือ Reskill ตนเอง  อาทิ หลักสูตร Microsoft AI Skills for All  หลักสูตร Generative AI สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว  หลักสูตรเทคนิคการขยายธุรกิจและสร้างรายได้บน Meta แพลตฟอร์ม หลักสูตร e- Commerce และพลเมืองดิจิทัล หลักสูตรการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย Generative AI และหลักสูตร Basic Network สำหรับมือใหม่สาย IT  

แรงงานท่านใดที่สนใจสามารถสมัครง่าย ฝึกฟรี ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมรับ Certificate ทันทีเมื่อจบหลักสูตร สามารถลงทะเบียนได้ที่ onlinetraining.dsd.go.th หรือเว็บไซต์ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน www.dsd.go.th เมนู DSD Online Training อธิบดีกล่าวทิ้งท้าย7

“เรฟลอน” เปิดตัว Revlon Super Lustrous Ultra Lipstick ลิปสติกที่ตอบรับความต้องการของผู้หญิงยุคใหม่

“เรฟลอน” เปิดตัว Revlon Super Lustrous Ultra Lipstick  ลิปสติกที่ตอบรับความต้องการของผู้หญิงยุคใหม่ Revlon Thailand แบรนด์เครื่องสำอางชั้น...